ใต้เงาบาป 26

เฉพาะอ่านออนไลน์

ใต้เงาบาป

บทประพันธ์ของ ช่อมณี

26. 

ปรานต์ อัครชัย เดินเข้ามาในห้องคอมพิวเตอร์ของบริษัทพิตรพิบูลกรุ๊ป  ขณะที่เหล่าพนักงานกำลังทยอยกลับบ้านเนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานพอดี   เขาเหลือบมองไปยังห้องทำงานของมันตรินีซึ่งมีม่านปิดบังอยู่  จึงเดินไปหาชัชที่โต๊ะของเขา

คุณตรีอยู่หรือเปล่า ? “

ชัชชำเลืองไปยังห้องทำงานนั้น   ตรีทำงานตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว  ยังไม่ออกมาเลย  และสั่งห้ามคนอื่นไปรบกวนด้วยครับ

เธอจะทำงานดึกไหม ? “

ผมเพิ่งนำเอกสารขอใช้ห้องนี้จนถึงเที่ยงคืนไปให้คุณสิดาพรเซ็นอนุญาตครับ

คิ้วของปรานต์ขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด  ชัชจึงกล่าวอำลากลับบ้าน 

ปรานต์เคาะประตูห้องทำงานของมันตรินี ธมนันท์ สักพักใหญ่  ไม่มีเสียงตอบจากภายในห้องนั้น  เขาจึงผลักประตูเข้าไป  หญิงสาวนั่งฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะเหมือนกับคนไม่รู้สติ

ตรี ! “   เขาร้องเรียก  พลางเขย่าร่างหญิงสาวโดยแรง

มันตรินีค่อยๆลืมตาขึ้น  ภาพชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มปรากฏชัดในสายตาของหล่อน

คุณปรานต์ ! “

คุณหมดสติไป  รู้ตัวไหม ? “   เขาบอกเสียงรัว  แววตาห่วงใย

หญิงสาวนั่งทบทวนเหตุการณ์สักครู่  จึงส่งยิ้มเพลีย  แล้วตอบกลบเกลื่อนว่า

สงสัยจะหิวมากไปมั้ง

คุณน่าจะไปตรวจร่างกายสักหน่อย

ฉันทำงานจนเครียด  จึงลืมทานข้าวตามมื้ออาหารเท่านั้น “   หล่อนแกล้งทำเสียงขุ่น  พลางหันมาสนใจกับงานที่ทำค้างไว้ที่จอมอนิเตอร์

ปรานต์ยังไม่วายห่วงหญิงสาว  จึงพูดชวนว่า   วันนี้น่าจะพอแล้ว  เราไปทานข้าวด้วยกันเถอะ

ฉันอยากทำส่วนที่เหลืออีกนิด  เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสินชัยชนะของฉันกับไอรีนแล้วค่ะ

มันตรินีจึงเล่าเรื่องที่ไปท้าทายไอรีน  โดยฝากพลัชไปบอกกับฝ่ายนั้นให้ปรานต์ฟังอย่างละเอียด

ทำไมต้องเร่งขนาดนี้ล่ะ คุณตรี “   เขาถามข้องใจ

หญิงสาวนิ่งคิดเล็กน้อย   ก่อนตอบว่า   ฉันไม่มีเวลาอีกแล้ว

ทำไมล่ะ ? “

มันตรินีนั่งคีย์ข้อมูลสักพัก  จึงผุดลุกขึ้นยืน   เราไปกินข้าวได้แล้ว  งานของฉันทำเสร็จสิ้น เหลือเพียงรอฟังผลในวันพรุ่งนี้เท่านั้น

ปรานต์มองอย่างไม่เข้าใจคำพูดของหญิงสาวนัก  แต่ก็ยอมเดินตามมันตรินีไปยังลิฟต์

โดยดี

 

ปรานต์พามันตรินีมารับประทานอาหารค่ำที่คลับหรูหราของนักธุรกิจซึ่งตบแต่งอย่างสวยงาม  โอ่โถง  เสียงเพลงบรรเลงเบาๆขณะที่ทั้งสองเดินไปยังห้องรับรองพิเศษของสมาชิกซึ่งสั่งจองไว้ล่วงหน้า  มันตรินีกวาดตามองไปทั่วห้องด้วยความตื่นตา

ผมสั่งอาหารชุดให้แล้ว  มีอะไรอยากสั่งเพิ่มเติมไหมครับ “   เขายื่นเมนูให้หญิงสาว

มันตรินีสั่นศีรษะ   ไม่มีหรอกค่ะ  ฉันกินทุกอย่างได้

บริกรเดินออกไปจากห้องนั้น  ภายในห้องจึงเหลือเพียงหนุ่มสาวสองคนเท่านั้น

ที่นี่ตกแต่งอย่างสวยงาม  และดูเงียบสงบดีนะคะ

ปรานต์ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ที่มุมหนึ่งของโต๊ะ  ริมฝีปากเผยอยิ้มเล็กน้อย

บรรยากาศดีกว่าคลับที่คุณเคยไปไหมล่ะ ? “

หญิงสาวมองค้อนใส่ชายหนุ่ม   มันคนละแบบกันค่ะ  เลดี้คลับให้ความรื่นรมย์ทางสายตา  มีหนุ่มหล่อทั้งนั้น  ส่วนคลับนี้มีความเงียบ  สง่างาม  ทำให้จิตใจสงบ  สบายใจดี

คลับนี้ต้อนรับสมาชิกเท่านั้น

มันตรินีมีสีหน้าเสียดายยิ่ง   สงสัยจะเสียค่าสมาชิกแพงสินะ

ราคาของมันก็สมกับการบริการชั้นยอดแหละ “   เขาตอบยิ้มๆ  พลางหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างรู้ใจ   คุณคงชอบที่นี่สินะ

ชอบ  แต่ไม่อยากจ่ายแพงเกินไป “   หล่อนบอก  แววตาส่องประกายเสียดาย   หากอยากใช้เวลาพักผ่อนจริงๆ  ก็นอนในห้องพัก  ประหยัดกว่าค่ะ

คุณประหยัดเป็นเหมือนกันนะ

คุณพูดประชดหรือเปล่า ? “   หล่อนมองตาขุ่นขวาง

ปรานต์หัวเราะในลำคอ   ผมเห็นคุณควักเงินช่วยศัลย์และกองทุนของโรงเรียนไม่เห็นบ่นสักคำนี่นา

ฉันไม่ได้ร่ำรวยแบบคุณนี่ “   หญิงสาวตอบเสียงเย็น  พลางถอนใจเบาๆ

แต่ฉันก็ไม่อาจทนเห็นลูกศิษย์อยู่ในสภาพลำบากได้  ทั้งที่ฉันมีทางช่วย  แม้จะน้อยนิดก็ตาม

คุณไม่รู้สึกว่าเป็นคนใจอ่อนไปรึ ! “

คุณพูดถูกแล้ว  ฉันเป็นคนอ่อนไหวเกินไป  แต่มันติดเป็นนิสัยนี่นา

บริกรนำอาหารมาเสริฟในห้อง  ทั้งสองนั่งรับประทานสลับกับการสนทนาในหลายเรื่องด้วยความเอร็ดอร่อยและสนุกสนานพอควร

วันนี้ผมดีใจที่คุณไม่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับผมเหมือนเคยนะ “   เขาเอ่ยขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว

มันตรินีดื่มกาแฟถ้วยเล็กน่ารักด้วยสีหน้าเรียบเฉย   ฉันไม่เคยเห็นคุณเป็นศัตรู  แต่ถือเป็นเพื่อน

งั้นรึ ! “

ทั้งสองมองสบนัยน์ตากันครู่หนึ่ง  มันตรินีถอนใจเบาๆ   คุณคงแปลกใจสินะ  เพราะฉันมักทำรุนแรงกับคุณเสมอ  ส่วนคุณก็ไม่เคยตอบโต้ฉันเช่นกัน

คุณเก่งมากที่เดาความคิดของผมถูกต้อง

ริมฝีปากบางของหญิงสาวแย้มออกเล็กน้อย   ฉันก็ตอบคำถามนี้กับตัวเองไม่ได้เช่นกัน

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ  เขาเห็นดวงตากลมโตของมันตรินีมองผ่านตัวเขาไปอย่างเลื่อนลอย

บางอย่างก็หาคำตอบไม่ได้จริงๆนะคะ

ผมเชื่อมั่นเสมอว่าคำตอบอยู่ที่ใจของคนๆนั้น  เพียงแต่คุณไม่อยากพบมันต่างหาก “   เขาบอกเสียงเข้ม

หญิงสาวก้มหน้าต่ำเพื่อซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่ผุดขึ้นกลางหัวใจที่กำลังมีเงาสีดำทาบทับอยู่

คุณเคยรักผู้หญิงสักคนไหม คุณปรานต์

เขานิ่งเงียบไปกับคำถามนั้น  สักครู่จึงตอบเน้นเสียงว่า   เดี๋ยวนี้ผมยังรักผู้หญิงคนนั้นเสมอ

ปรานต์มองเห็นท่าทางที่หม่นเศร้าของหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของโต๊ะยาวกลางห้องรับรองนั้น

คุณมีปัญหาอะไรก็เล่าให้ผมฟังได้นะ “   ชายหนุ่มกล่าวเสียงอ่อนโยนเมื่อสัมผัสถึงความผิดปกติของอีกฝ่าย

มันตรินีหัวเราะเบาๆ   คุณคิดว่าฉันไม่สบายจึงถามเรื่องนั้นหรือ ? “

เขารู้สึกมึนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

ฉันเพียงอยากรู้ว่าคุณกับปู่พศมีหัวใจบ้างไหม

ปรานต์อึ้งไปนิดหนึ่ง  ขณะที่มันตรินีจ้องเขม็ง   อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าคุณมีความรักเป็นเหมือนกัน

ตลอดเวลาคุณเห็นผมเป็นพวกไร้จิตใจสินะ

คุณต้องซึมซับความใจแข็งของปู่พศมากเชียวล่ะ  จึงทำงานแทนเขาได้ดีขนาดนี้

ปรานต์หัวเราะกับคำพูดแกมประชดของหญิงสาว  นัยน์ตาพราวระยับ

ผมต่อสู้ในโลกธุรกิจที่โหดร้าย  ต้องใช้สารพัดวิชาเพื่อเอาตัวรอด  ไม่มีชีวิตเรียบง่ายแบบนักวิชาการอย่างคุณหรอก

เราอยู่กันคนละโลกสินะ “   หล่อนพึมพำเสียงเบา

ปู่พศของคุณรักครอบครัว  รักคุณเสมอ “   ชายหนุ่มบอกเสียงจริงจัง   การแสดงความรักของแต่ละคน  ย่อมไม่เหมือนกัน  ผมอยากให้คุณเข้าใจท่านบ้าง 

ฉันเข้าใจเรื่องนั้นดีแล้ว

ปรานต์มีสีหน้าไม่มั่นใจ   คุณเข้าใจจริงรึ ? “

เมื่อก่อนหลายคนพยายามพูดให้ฉันคืนดีกับเขา  ตอนนี้ฉันก็เริ่มต้นแล้วนี่นา

หล่อนตอบเสียงเบา  แววตาเป็นประกายวับ   ขอเวลาให้ฉันบ้างสิ

ชายหนุ่มส่งยิ้มพอใจ   ผมดีใจที่คุณคิดได้นะ  คุณตรี

บางครั้งฉันก็คิดว่า  มันอาจสายเกินไปก็ได้

ผมรู้สึกว่าวันนี้คุณพูดจาแปลกๆนะ “   เขามองสังเกตอีกฝ่าย

มันตรินียิ้มขื่น   วันนี้พูดแปลก  วันข้างหน้าอาจแปลกกว่านี้อีกนะ

ผมไม่เข้าใจ ! “

ฉันอยากกลับบ้านแล้วค่ะ “   หล่อนบอกตัดบททันใด

ปรานต์ไม่อยากขัดใจจึงยอมลุกขึ้นไปจ่ายเงินที่นอกห้องรับรองนั้น  มันตรินีนั่งรออยู่ในห้องด้วยอาการสงบเงียบ

วันหนึ่งเมื่อฉันหายตัวไป  คุณจะตามหาฉันไหมคะ “   หล่อนเอ่ยถามขึ้น  เมื่อเขาเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง 

ปรานต์มองสบนัยน์ตากลมโตของอีกฝ่ายนิ่ง  น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนยามตอบว่า

ปู่พศมอบให้ผมดูแลคุณ  หากคุณหายไป  ผมต้องตามหาให้พบเพื่อถามว่า  ทำไมต้องจากผมไปด้วย  ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน  ผมพบตัวคุณแน่

มันตรินีเม้มปากนิดหนึ่ง   ก่อนจะเดินนำออกไปจากคลับแห่งนั้น  โดยมีสายตาของชายหนุ่มมองตามไปด้วยความประหลาดใจกับคำพูดและท่าทางของหล่อนยิ่ง

 

ปรานต์ขับรถเข้ามาจอดในบ้านพิตรพิบูลตอนใกล้เที่ยงคืน  ขณะที่เขาก้าวเท้าขึ้นบันไดบ้านก็เห็นสิดาพรลูกสาวของนายสรพศกำลังวิ่งสวนออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

เด็กรับใช้คนหนึ่งวิ่งตะโกนบอกกับชายหนุ่มว่า   คุณสิดาขโมยเอกสารของท่าน  รีบจับตัวไว้ค่ะ คุณปรานต์

ชายหนุ่มหมุนตัวกลับแล้ววิ่งไปฉุดร่างสิดาพรที่กำลังก้าวเข้าไปในรถอย่างรวดเร็วพร้อมกระชากเอกสารในมือของสาวใหญ่มาถือไว้ทันที

ปล่อยฉัน ! “   สิดาพรพยายามขืนตัวไว้เต็มที่

ปรานต์สั่งกับคนสวนร่างใหญ่ว่า   พาไปไว้ในห้องนอนของเธอ  แล้วยืนเฝ้าไว้  ห้ามปล่อยเด็ดขาด

คนสวนร่างใหญ่จึงจับลูกสาวเจ้าของบ้านขึ้นตึกใหญ่ทันที  สิดาพรตะโกนด่าชายหนุ่มไปตลอดทาง

บัญชีลับของยาคุกับคุณลุงนี่นา ! “   ปรานต์มองเอกสารด้วยสีหน้าเครียด  แล้วเดินขึ้นตึกใหญ่อย่างเร็ว

 

ปรานต์ทรุดนั่งบนเตียงนอนใหญ่ของสรพศ พิตรพิบูล  ชายชราค่อยๆลืมตาขึ้นมองชายหนุ่ม  สีหน้าซีด

ผมให้คนไปตามหมอมาแล้วครับ

สรพศขยับปากเปล่งเสียงแผ่วเบาว่า   ได้เอกสารมาหรือยัง ? “

ผมแย่งคืนมาแล้ว  และขังคุณสิดาไว้ในห้องครับ

มันคิดทรยศฉัน ! “  สรพศพูดเสียงขื่น  น้ำตาคลอ   มันคงร่วมมือกับพัชนีมาเล่นงานฉัน  เธอไปตรวจสอบให้ที

คุณลุงรักษาตัวก่อนเถอะ “   เขาพูดสรุปเพื่อให้อีกฝ่ายคลายใจ   ผมจัดการเรื่องนี้เอง

พรุ่งนี้ตรีจะต่อสู้กับไอรีน  เธอไม่ต้องบอกเรื่องของฉันนะ

ครับ “   เขารับคำโดยดี  เพราะเข้าใจเหตุผลของชายสูงวัยดี

สรพศหายใจหอบเล็กน้อย  พลางกุมมือของชายหนุ่มไว้   ฝากทุกอย่างไว้กับเธอด้วยนะ ปรานต์

ปรานต์บีบมือเหี่ยวย่นของเจ้าของบ้านไว้แน่น   ผมรับฝากของรักของลุง  และจะนำความสงบกลับมาสู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง  ลุงนอนรักษาตัวอย่างสบายใจได้ครับ

ขอบใจมาก  ปรานต์ “   สรพศยิ้มสุขใจกับคำพูดของชายหนุ่ม

เด็กรับใช้เดินนำทีมแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเข้ามาในห้อง  สรพศจึงพูดกำชับเป็นครั้งสุดท้ายว่า   เธอจัดการกับสิดาพรได้ทุกอย่าง  เพื่อมิให้ขัดขวางแผนการของเรา  ฉันอนุญาต

ครับ คุณลุง “   ปรานต์รับทราบ  แล้วเดินไปส่งเจ้าของบ้านที่รถฉุกเฉินของโรงพยาบาล

 

สิดาพรนั่งฮึดฮัดเพียงลำพังอยู่ในห้องนอน  เสียงประตูเปิดทำให้หล่อนหันขวับไปมองผู้เข้ามาใหม่ซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง  ล่ำสัน ทรงผมตัดสั้นเกรียน  เขาทรุดนั่งบนเก้าอี้นวมด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เด็กรับใช้เล่าว่าคุณทะเลาะกับลุงพศในห้องหนังสือ  ท่านได้รับบาดเจ็บจากฝีมือของคุณ

เขาคิดแย่งเอกสารในมือของฉัน “    สิดาพรพูดเชิดหน้า  ไม่มีทีท่าสำนึกเสียใจ

ฉันผลักเขาล้มลงเอง

คุณไม่เสียใจที่ทำเช่นนั้นสินะ “   เขามองตาดุกร้าว

แน่นอน ! “  

ปรานต์กระชากเสียงห้วนว่า   ทำไมคุณคิดทรยศลุงพศ   เขาเป็นพ่อของคุณนะ สิดาพร

สาวใหญ่นั่งเฉย  พลางเบือนหน้าไปอีกทางที่ไม่มีดวงตาคมเข้มของปรานต์

คุณรู้ดีว่าเอกสารฉบับนั้นสำคัญขนาดทำลายชื่อเสียงของท่านได้  ยังขโมยไปให้พวกนั้นอีก

คุณกล่าวหาฉันอยู่นะ ! “   สิดาพรแหวใส่บ้าง

เขามองหยันในที   คุณจะปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมมือกับพัชนีสินะ

สาวใหญ่อึ้งไป  ปรานต์มองสมเพช   ลุงพศไม่ใช่คนโง่  ท่านทราบเรื่องการติดต่อของคุณกับผู้หญิงคนนั้น  แต่นึกไม่ถึงว่าคุณจะยอมเป็นเครื่องมือของพัชนีเพื่อเล่นงานพ่อของตัวเองแบบนี้

หัวใจของสิดาพรสั่นรัว  ที่แท้สรพศคิดระแวงในตัวหล่อนมานานแล้วหรือนี่

เราแค่ร่วมมือทางธุรกิจกันเท่านั้น “   สิดาพรตอบเสียงอ่อนลง

ผมไม่นึกเลยว่าคุณจะโง่ขนาดนี้ “   เขากล่าวเสียงห้วน   ถ้าลุงพศต้องสูญเสียชื่อเสียงไปเพราะเอกสารแผ่นนั้น  ลูกหลานของท่านจะทำการค้าในสังคมได้อย่างไร  คำประฌามเหยียดหยามจะทำให้คุณไม่อาจอยู่ที่นี่ได้  สุดท้ายสิ่งที่คุณต้องการก็สูญหายในพริบตา

เมื่อฉันได้กิจการของพ่อแล้ว  จะไม่มีใครกล้านินทาฉันอีก

คุณคิดจะเอาเงินกลบชื่อเสียงที่เหม็นของครอบครัวได้นานเท่าไร

สิดาพรอ้ำอึ้ง  ชายหนุ่มจ้องอีกฝ่ายเขม็ง  ขณะบรรยายต่อไปว่า   เงินสร้างชื่อเสียง  ก็ทำลายพวกคุณได้  พัชนีใช้ความโลภในใจของคุณมาทำลายลุงพศเพื่อแก้แค้นครอบครัวของคุณ  สมาชิกทุกคนคือเหยื่อของเธอ

ฉัน……. “

ปรานต์ชี้มือไปที่กระจกเงาบานใหญ่   คุณเปิดใจดูเงาของตัวเองสิ  คนในกระจกมีความสามารถรักษากิจการอันใหญ่โตของพิตรพิบูลได้จริงหรือ

คุณกำลังดูถูกฉันนะ ปรานต์

พัชนีมองเห็นตัวคุณอย่างทะลุปรุโปร่ง “   เขาพูดเน้นเสียง   “ กิจการของพิตรพิบูลกรุ๊ปยืนหยัดได้ด้วยรากฐานอันแข็งแกร่งของลุงพศ  หากไม่มีเขาในเวลานี้อาณาจักรอันสุขสบายของคุณจะล่มสลาย  ลูกสาวของเขาไม่มีความสามารถในการสืบทอดกิจการได้  จึงคิดยืมมือของคุณมาทำลายลุงพศ  ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างมาก  นั่นเป็นสิ่งที่พัชนีต้องการเห็นที่สุด

ฉันต้องการให้คุณช่วยเหลือ ! “

ปรานต์ส่ายหน้าช้าๆ   ผมเกลียดคนทรยศ  ! “

ฉันเป็นสายเลือดของพ่อ  เมื่อเข้าดูแลกิจการ  คุณก็ยังทำงานได้เหมือนเดิม  ไม่น่ามีปัญหา “   หล่อนพูดกล่อมชายหนุ่มอย่างใจเย็น

คำพูดของผมไม่ทำให้คุณสำนึกได้เลยสินะ

สิดาพรบอกอย่างถือดีว่า   ฉันมั่นใจว่าจะไม่ตกเป็นเครื่องมือของใคร  ฉันเพียงเรียกร้องสิทธิที่ควรเป็นของฉัน  โดยไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร

คนโง่ ! “

สักวันคุณจะได้เห็นความสามารถของฉัน  พิตรพิบูลต้องรุ่งเรืองด้วยมือของฉัน ปรานต์

หล่อนบอกอย่างมาดมั่น

ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นด้วยสีหน้าเครียด   ผมคงช่วยให้คุณตาสว่างไม่ได้เสียแล้ว

คุณเคยถามฉันไหมว่า  ทำไมจึงทำแบบนี้

คุณคิดครอบครองกิจการคนเดียว ! “   เขาตอบเสียงหนัก

สิดาพรแย้มริมฝีปากเล็กน้อย  ดวงตาเปล่งประกายกร้าว   ตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นสาวฉันไม่เคยมีโอกาสเลือกทางเดินชีวิตได้เลย  พ่อเป็นคนกำหนดทุกอย่าง

ปรานต์ยืนนิ่งอึ้ง  ขณะที่สาวใหญ่ยืนเผชิญหน้ากับเขาด้วยแววตาปวดร้าว

เมื่อก่อนฉันเชื่อฟังพ่อ  ยอมแต่งงานกับนักธุรกิจญี่ปุ่นเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ตามความคิดของพ่อ  คุณทราบไหมว่าฉันต้องทรมานใจและกายเพียงใดกับผู้ชายคนนั้น

สิดาพรถอนใจยาว  ริมฝีปากสั่นระริก ยามเอ่ยว่า   ฉันพยายามอดทน  แล้ววันหนึ่งก็กลับมาบอกพ่อว่า  ฉันทนไม่ได้กับการซ้อมและการบีบคั้นของสามี  เขาตอบว่าอย่างไร รู้บ้างไหม ปรานต์ 

งานของพ่อยังไม่เสร็จ  ลูกอดทนต่อไปก่อน “   สิดาพรพูดสะท้อนใจ   “  แล้วไล่ฉันกลับบ้าน  โชคดีของฉันที่ผู้ชายคนนั้นประสบอุบัติเหตุ  ทำให้ฉันเป็นอิสระ

คำบอกเล่าของสาวใหญ่ทำให้เขารู้สึกเห็นใจกับชะตากรรมของหล่อนซึ่งตกอยู่ใต้ลิขิตของบิดาซึ่งขณะนั้นมองเห็นเพียงผลประโยชน์ทางธุรกิจ  โดยไม่คำนึงถึงจิตใจของลูกสาวคนเดียวเลย

เมื่อฉันกลับมาอยู่บ้านนี้  ฉันให้สัญญากับตัวเองว่า  จะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของพ่อ  จึงหมั่นฝึกฝนตัวเองเพื่อให้พ่อเห็นฝีมือของฉัน  แต่……. “

ปรานต์มองเห็นความหม่นเศร้าแกมผิดหวังในสีหน้าและดวงตาของอีกฝ่าย

แต่พ่อไม่เคยเชื่อใจฉันเลย  ทั้งที่พี่สารัชตายไปแล้ว “   หล่อนกล่าวอย่างเคียดแค้น

อันที่จริงพ่อน่าจะให้โอกาสแก่ฉันในการสืบทอดกิจการ  เพราะฉันเป็นลูกเพียงคนเดียวของเขา  ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่ฉันหวัง

ในอดีตท่านอาจทำร้ายจิตใจของคุณ  แต่ท่านก็สำนึกได้  โดยยอมให้คุณดูแลกิจการที่สำคัญแล้ว  คุณน่าจะพอใจ

พ่อเป็นคนเจ้าเล่ห์  เพราะเขาวางแผนสร้างผู้สืบทอดที่ไม่ใช่สายเลือดพิตรพิบูล โดยไม่มองฉันที่เป็นลูกแท้ๆของเขา  เขาไม่ให้ความยุติธรรมแก่ฉัน “   หล่อนบอกเสียงเข้ม ดวงตาเปล่งประกายกร้าว

สิดาพรมองชายหนุ่มเขม็ง   วันแรกที่พ่อพาคุณเข้ามาในบ้าน  ฉันรู้ดีว่าผู้สืบทอดคนนั้นคือผู้ชายคนนี้

คุณคิดมากไปเอง “   ปรานต์บอกเสียงเรียบ   ถึงอย่างไรกิจการของลุงพศต้องเป็นของสายเลือดพิตรพิบูลเท่านั้น

แม้จะเป็นของสายเลือดพิตรพิบูล  แต่ไม่ใช่ตัวฉัน “   หล่อนพูดกระชากเสียงดัง

ฉันยอมรับแผนการของพ่อไม่ได้

ชายหนุ่มยืนนิ่งฟัง  สีหน้าเรียบเฉย  ขณะที่สิดาพรมองปรานต์ด้วยความหลงใหลเต็มเปี่ยม

ฉันไม่ชอบแผนการของพ่อ  แต่กลับรักผู้สืบทอดของเขา “   หล่อนเอ่ยเสียงหนัก  จริงจัง   ฉันเคยแอบหวังว่าเราจะร่วมชีวิตกันได้  วันหนึ่งพ่อเรียกฉันเข้าไปเตือนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับคุณเด็ดขาด  โดยไม่ยอมบอกเหตุผล

ปรานต์เบือนหลบสายตาของสาวใหญ่  สิดาพรโผกอดเจ้าของร่างสูงโปร่งด้วยความรักที่เก็บกดมานาน

คุณสิดา ! “   เขาพยายามเบี่ยงตัวออก  แต่สาวใหญ่ยังไม่ยินยอม

ฉันไม่อาจเปลี่ยนใจจากคุณ  ทำได้เพียงเก็บกดไว้อย่างเจ็บปวด “   หล่อนพูดสะท้อนใจยิ่ง   คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก

ผมเข้าใจความเจ็บปวดจากความรักที่เก็บกดดี “   เขาบอกเสียงขรึม

สิดาพรซบหน้ากับทรวงอกอันอบอุ่นของชายหนุ่ม  น้ำตาซึม  เมื่อกล่าวเสียงสั่นเครือว่า  

ฉันรู้ว่าพ่อชักนำคุณให้พบกับหลานสาวคนโปรดเพื่อแผนการของเขา  โดยอาศัยความรู้สำนึกในบุญคุณของคุณ  จึงสั่งให้คุณดูแลมันตรินีตั้งแต่อยู่ที่ญี่ปุ่น

ปรานต์ยืนนิ่งเฉย  สาวใหญ่พูดเกลี้ยกล่อมว่า   คุณไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครบังคับ  เมื่อทราบแบบนี้  คุณน่าจะร่วมมือกับฉันสิ

คุณคิดจะให้ผมทรยศลุงพศรึ ! “

คุณจะฝืนใจเดินไปตามแผนการของเขารึ ! “   หล่อนพูดโดยใช้สายตาสังเกตท่าทีของอีกฝ่าย   หรือว่าคุณเห็นแก่ประโยชน์ที่เขาจะมอบให้มากกว่าศักดิ์ศรีของความเป็นผู้ชาย  จึงยอมให้พ่อครอบงำแบบนั้น

ปรานต์เหยียดยิ้มเล็กน้อย  พลางผลักไสสาวใหญ่ออกห่างด้วยสายตารังเกียจ

ผมไม่ชอบคนทรยศ  ไม่ชอบการตกอยู่ใต้อำนาจของใคร  ทุกสิ่งที่ผมทำล้วนเป็นไปด้วยความเต็มใจทั้งสิ้น

หมายความว่า………. “

ปรานต์ก้าวเท้าไปดึงสายโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงด้วยใบหน้าขรึม   คุณต้องอยู่ในห้องนี้จนกว่าแผนการของลุงพศจะเสร็จสิ้น  ห้ามติดต่อกับใครทั้งนั้น

สิดาพรมองชายหนุ่มด้วยความเคืองแค้น  คุณก็เหมือนพ่อที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว  เห็นผู้หญิงเป็นแค่เครื่องมือหาประโยชน์เท่านั้น

ปรานต์เดินถือเครื่องโทรศัพท์ไปที่ประตูห้อง  สาวใหญ่ตะโกนเสียงขุ่นว่า

คุณคิดว่ามันตรินีจะยอมเป็นเครื่องมือของคุณหรือ ปรานต์

ผมไม่ยอมเป็นเครื่องมือของคุณหรือลุงพศ “   เขาหันขวับมามองอีกฝ่ายเขม็ง

สิ่งที่ผมทำในอดีตและอนาคตเพื่อสนองความต้องการของผมเท่านั้น  เมื่อเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม  ผมก็จะทำ  อีกอย่างหนึ่งคือ……. “

สิดาพรรู้สึกหัวใจเต้นรัวเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของชายหนุ่ม  ยามที่เขาเอ่ยเน้นเสียงว่า

คุณตรีไม่มีวันยอมเป็นเครื่องมือของผม  และในหัวใจของผม  เธอเป็นผู้หญิงที่มีคุณค่ามากกว่านั้น  โปรดเข้าใจให้ถูกต้องด้วยครับ

คุณรักตรีรึ !? “

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้น  พลางหมุนกายเดินออกไปจากห้องนั้น  พร้อมสั่งกำชับลูกน้องร่างใหญ่ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูว่า

ห้ามคุณสิดาออกจากห้องเด็ดขาด  รวมทั้งคนภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน  ก็ห้ามติดต่อกับเธอด้วย

เสียงสั่งงานของปรานต์ทำให้สิดาพรมีอาการกระฟัดกระเฟียดเพียงคนเดียวในห้อง

ในที่สุดหล่อนไม่อาจใช้คำพูดและเสน่ห์ผู้หญิงดึงดูดหัวใจของชายหนุ่มให้ยอมช่วยเหลือหล่อนได้เลย  สาวใหญ่ทรุดนั่งอย่างอ่อนแรงบนเตียงด้วยความผิดหวังกับแผนการที่ล้มเหลว

 

คืนเดียวกันนั้นนางนวลพรรณกำลังนั่งปรึกษางานกับนิธิศลูกชายด้วยความเคร่งเครียด

ผมได้นัดประชุมตามวันที่แม่ขอแล้วครับ

ลูกคงอยากถามสิว่า  ทำไมแม่จึงขอให้เป็นวันนั้น “   ผู้เป็นมารดาถามรู้ใจ

นิธิศพยักหน้ายอมรับ  นางนวลพรรณยิ้มเล็กน้อย  พลางส่งเอกสารสองแผ่นให้ลูกชาย

จดหมายนัดประชุมของเค พี เอ โฮลดิ้ง และพิตรพิบูลกรุ๊ป ! “

ผู้เป็นมารดาพูดแนะว่า   ทั้งสองบริษัทนัดประชุมในวันเดียวกัน  ลูกดูในจดหมายสิจ๊ะ

แม่หมายความว่า…….. “

ทั้งสามบริษัทกำลังแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากฝีมือของผู้หญิงคนนั้น  หวังว่าลูกจะร่วมมือกับแม่ด้วยนะ นิธิศ

ดวงตาของนิธิศเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยความหวัง   ทีแรกผมคิดว่าแม่จะทิ้งโรงแรมเสียแล้ว

แม่รักโรงแรมนี้เหมือนกับลูกนั่นแหละจ๊ะ

ผมอยากทราบว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องทำลายพวกเราด้วยครับ

นางนวลพรรณถอนใจยาว   แววตาหม่นเศร้า   นี่คงเป็นเวลาที่ลูกควรรับรู้ได้แล้วล่ะ

นิธิศนั่งฟังเรื่องราวความบาดหมางใจในอดีตของนางพัชนี ธนวัตรกับนันทาและสารัชซึ่งเป็นน้องสาวและน้องเขย  จึงเข้าใจถึงสาเหตุที่โรงแรมของเขาเป็นเป้าหมายในการแก้แค้นครั้งนี้

ตรีทราบเบื้องหลังของสองแม่ลูกนั้นไหมครับ ? “

นางนวลพรรณพยักหน้า  สีหน้าหนักใจบ้าง   พัชนีกำลังเล่นงานตรีอยู่โดยอาศัยลูกเลี้ยงอีกคน  เพื่อทำลายความมั่นใจในตัวเองและชื่อเสียงของตรี

นิธิศรู้สึกห่วงใยหลานสาวกำพร้าของเขาขึ้นมาจับใจ

แม่เชื่อว่าตรีรับมือได้อยู่แล้ว

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ทั้งสองยุติการสนทนาเพียงนั้น  เจ้าของร่างเล็กสันทัดเดินถือสมุดเล่มใหญ่เข้ามาในห้องของนางนวลพรรณ  สีหน้าเรียบเฉย

ลุงนิธิศ ! “   มันตรินีทักทายด้วยรอยยิ้ม

นางนวลพรรณโอบกอดร่างหลานสาวด้วยความรัก   “ มาเยี่ยมยายรึ ตรี

ตรีอยากคุยกับคุณยายด้วยค่ะ

นิธิศจึงแยกตัวออกมาเพื่อให้โอกาสแก่คนทั้งสองได้อยู่ตามลำพัง

การสนทนาระหว่างนางนวลพรรณกับมันตรินีใช้เวลาพอสมควร  หญิงสาวจึงกล่าวอำลาผู้เป็นยายด้วยแววตาหมอง

ตรีตัดสินใจที่จะทำเช่นนั้นแน่หรือ ? “   นางนวลพรรณถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย

มันตรินีตอบเสียงเด็ดเดี่ยวว่า   ค่ะ คุณยาย

ยายรับปากอย่างไม่เต็มใจเลยนะ

หญิงสาวส่งยิ้มเศร้า  พลางบีบมือเหี่ยวย่นของอีกฝ่าย   เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัว  ตรีก็ไม่อยากให้ใครเดือดร้อนใจไปด้วย  คุณยายรู้จักตรีดีนี่คะ

เขาคนนั้นเป็นปู่ของหลานนะ ตรี

เขาควรจะเห็นหลานที่มีสุขภาพดีเท่านั้น “   หล่อนตอบเสียงหม่น   ช่วงเวลาที่หายไป  คุณยายช่วยจัดการด้วยนะคะ

ตรี ! “

เสียงเรียกของผู้เป็นยายทำให้หญิงสาวเหลียวมองด้วยแววตาฉงน   มีอะไรคะ ? “

หลานจำเรื่องที่ยายเล่าให้ฟังได้ไหม ? “

มันตรินีครุ่นคิดเล็กน้อย   เรื่องสมัยคุณยายยังสาวใช่ไหม ? “

ถูกต้อง ! “   นางนวลพรรณถอนใจหนัก  ถึงเวลาที่ยายคิดว่าตรีควรรู้จักคนที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตของยายได้แล้ว

หญิงสาวยืนฟังด้วยความตั้งใจ  ขณะที่ผู้เป็นยายกล่าวเสียงเย็นว่า   ปู่พศกับย่าของเธอรวบรวมเงินมาช่วยไถ่ตัวยายเป็นอิสระ  ยายจึงเป็นหนี้บุญคุณอันใหญ่หลวงกับตระกูลพิตรพิบูล

คุณยายไม่เคยบอกตรีเลยว่า  รู้จักกับปู่พศลึกซึ้งขนาดนี้

หากยายบอกกับเธอ  ตรีจะยอมไว้ใจยายรึ ! “

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวอึ้งไป  จริงสิ  หล่อนมีอคติไม่ดีกับสรพศ พิตรพิบูลมาหลายปีนับแต่จำความได้  เพราะได้อ่านบันทึกของสารัชผู้เป็นบิดา  จึงสืบทอดความไม่พอใจเรื่องความโหดร้ายของผู้เป็นปู่ติดตัวมาด้วย  หากไม่ใช่คำพูดเตือนสติของชินหนุ่มญี่ปุ่นอดีตคนรัก  หล่อนคงยังไม่สำนึกได้เช่นนี้แน่

พ่อทราบเรื่องปู่กับยายไหมคะ ? “

สารัชรู้เพียงว่าเราเป็นหุ้นส่วนการค้า “   นางนวลพรรณตอบ  สีหน้าเศร้าเล็กน้อย

เรื่องหนี้บุญคุณนั้น  ปู่ของตรีขอร้องไม่ให้บอกกับเขา  เพื่อต้องการให้ยายคอยดูแลลูกชายของเขา 

มันตรินีรู้สึกเย็นวาบในหัวใจกับความรักและห่วงใยของสรพศผู้เป็นบิดาของสารัช

แม้ทั้งสองจะทะเลาะกันรุนแรงเพียงใด  เขายังห่วงใยลูกชายเสมอ  และเผยแผ่มาให้หลานสาวหัวดื้อเช่นหล่อนอีกต่างหาก

เขารักสารัชและตรีมากนะ

ตรีทราบดีค่ะ “   หล่อนพูดเสียงขื่น   หวังว่าเมื่อผ่านพ้นวันอันทรมานนั้นได้  ตรีก็อยากเริ่มต้นใหม่กับเขาค่ะ คุณยาย

นางนวลพรรณยิ้มอย่างมีหวัง   ยายหวังจะได้เห็นวันที่เขามีความสุขพร้อมหน้ากับครอบครัวของเขา

มันตรินียิ้มที่มุมปากนิดหนึ่งก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั้น  ขณะที่ผู้เป็นยายใช้มือลูบไล้สมุดภาพบนตักอย่างใช้ความคิด

ทำไมหนอกรรมเวรจึงต้องมาสนองตอบกับทายาทของพี่พศให้ต้องทรมานเช่นนี้

ดวงตาของนางนวลพรรณมีน้ำตาซึม  ยามที่พึมพำว่า   หากพี่ไม่ทำงานข้องเกี่ยวและช่วยเหลือพวกทำผิดกฎหมาย  สวรรค์คงเห็นในความดีที่พี่ทำไว้  มากกว่าจะลงโทษครอบครัวของพี่เช่นนี้

 

********โปรดติดตามตอนต่อไป**********

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์

 

 

 

Advertisements