ใต้เงาบาป 25

เฉพาะอ่านออนไลน์

ใต้เงาบาป

บทประพันธ์ของ  ช่อมณี

25.

คืนหนึ่งขณะที่มันตรินีกำลังนั่งแก้ไขโปรแกรมไวรัสเพื่อใช้กำจัดไอรีนนักแฮกเกอร์สาวมือดีของโลกคอมพิวเตอร์ ทันใดนั้นอาการเวียนศีรษะและตาพร่ามัวเกิดขึ้น  ทำให้หล่อนฟุบหน้ากับโต๊ะทำงาน  เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า  ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อข่มความปวดที่กำลังแผ่กระจายทั่วศีรษะของหล่อน  นี่เป็นครั้งแรกที่หล่อนรู้สึกเช่นนี้  บางทีเนื้องอกนั้นอาจสร้างปัญหาหนักขึ้นมาอีกก็ได้  หล่อนนึกถึงด้วยความหวั่นใจ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หญิงสาวเอื้อมมือไปรับสายทั้งที่ยังไม่หายเวียนศีรษะ

“ มันตรินีพูดค่ะ “

“ อาจารย์คะ…… “   เด็กสาวซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหล่อนพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

หญิงสาวยังคงหลับตานิ่ง ขณะถามขึ้นว่า   “ มีอะไรรึ อุษา “

“ คุณนัชชาเรียกชื่อของอาจารย์ได้แล้วค่ะ “

“ แน่ใจรึ ! “

อุษาบอกด้วยน้ำเสียงยินดีว่า   “ หมู่นี้อาจารย์ไม่ได้มาหาเธอเลย คุณนัชชาจะนั่งมองที่ประตูในวันที่อาจารย์เคยมาหา แล้วพึมพำชื่อของอาจารย์ด้วยนะคะ ? “

“ ในที่สุดเด็กคนนั้นก็ยอมเปล่งเสียงแล้วสินะ “   หล่อนรู้สึกปลื้มใจมาก

“ อาจารย์น่าจะมาเยี่ยมคุณนัชชาบ้างนะคะ “

มันตรินีถอนใจหนัก   “ ช่วงนี้ฉันมีงานยุ่งมาก คงไปไม่ได้หรอก “

“ คุณนัชชาคงผิดหวังแน่ “

“ ฉันฝากเกมใหม่ไปให้ เธอได้รับหรือยัง ? “

“ คุณปรานต์นำมาให้แล้วค่ะ “ อุษาตอบ   “ ฉันให้คุณนัชชาเล่นแล้ว เธอชอบมากโดยเฉพาะสีสันและภาพวาดที่สวยงามจริงๆ “

“ นั่นเป็นเกมใหม่ที่ฉันคิดและเขียนขึ้นเอง ทางญี่ปุ่นกำลังปรับปรุงเพื่อจำหน่ายตอนต้นปีหน้า นัชชาเป็นคนแรกที่ได้เล่นเกมต้นแบบเชียวนะ “   หล่อนพูดอย่างภูมิใจ ทั้งที่ยังฟุบอยู่กับโต๊ะทำงาน

“ อาจารย์เป็นคนเก่งจังค่ะ “

มันตรินียิ้มเศร้า   “ ไม่ว่าฉันจะเก่งเพียงใด ก็ไม่มีวันเอาชนะลิขิตชีวิตได้เลย อุษา “

“ ฉันไม่เข้าใจ ! “

“ ฉันต้องทำงาน แค่นี้นะ อุษา “   หล่อนพูดตัดบท แล้ววางสายทันที

มันตรินีเงยหน้าขึ้นเมื่ออาการเวียนศีรษะหายไป ดวงตาเริ่มมองเห็นภาพชัดอีกครั้ง หล่อนเร่งทำงานที่คั่งค้างโดยเร็ว เพราะเวลาของหล่อนเริ่มสั้นมากขึ้นเสียแล้ว

 

วันหนึ่งสรพศ พิตรพิบูลได้เรียกปรานต์กับสังสิตมาพบที่บ้านพักโดยด่วน ทั้งสองทรุดนั่งบนเก้าอี้นวมนุ่มในห้องรับรองด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

“ คุณลุงเรียกพวกเรามาพบด่วน มีธุระอะไรครับ “ ปรานต์ถามขึ้นก่อน

สรพศมีสีหน้าเครียด เมื่อพูดขึ้นว่า   “ เมื่อคืนนี้เสี่ยปอเรียกฉันไปเจรจาเพื่อขอให้ช่วยฟอกเงิน เนื่องจากเขาคิดจะสมัครผู้แทนในคราวหน้า “

“ เสี่ยปอค้ายาเสพติดและขนของเถื่อน ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่เราจะรับนี่ครับ “

คำพูดของปรานต์ทำให้ชายหนุ่มอีกคนมองไม่เข้าใจนัก สังสิตเอ่ยถามว่า   “ ท่านไม่ได้ทำงานพวกนี้นานแล้วนี่นา ทำไมพวกนั้นจึงมาหาเราอีก ? “

“ ฉันยังช่วยบริษัทยาคุอยู่ “ สรพศบอกอย่างหนักใจ   “ ผลประโยชน์งวดสุดท้ายกำลังจัดส่งไปให้ตอนปลายปีนี้ จากนั้นเราจะไม่มีการทำธุรกิจกันอีก “

“ หัวหน้าแก๊งค์ยาคุเคยมีบุญคุณในการตั้งตัวของคุณลุง ดังนั้นจึงไม่อาจตัดขาดเยื่อใยในทันทีได้ “   ปรานต์เล่าเสริม

สังสิตพยักหน้ารับรู้ เจ้าของบ้านพิตรพิบูลเล่าต่อไปว่า “ ฉันตอบปฏิเสธเสี่ยปอไป เขาไม่พอใจมาก ฉันต้องรีบเตือนพวกเธอไว้ก่อน “

“ ในวงการมืดทุกคนรู้ดีว่า ใครตั้งตัวเป็นศัตรูกับเสี่ยปอ มักพบความเดือดร้อน เพราะเขามีเพื่อนในหลายวงการ รวมทั้งทางการเมืองด้วย “

คำบอกเล่าของปรานต์ทำให้สังสิตเริ่มหนักใจบ้าง สรพศบอกกับสังสิตว่า   “ ต่อไปนี้เธอต้องระวังความปลอดภัยของตรีมากขึ้น ฉันเกรงว่าถ้าเขารู้เรื่องตรีเป็นหลานสาวของฉัน อาจนำมาใช้เป็นเครื่องต่อรองกับฉันได้ “

“ อันที่จริงเขาน่าจะไปใช้บริการฟอกเงินกับคนอื่นได้นี่ครับ “   สังสิตกล่าวท้วงด้วยความสงสัย

ปรานต์เหยียดยิ้ม   “ เสี่ยปอเป็นคนฉลาด ด้วยเวลาเลือกตั้งใหญ่ใกล้เข้ามา เขาจึงต้องการชื่อเสียงของลุงพศในการฟอกเงินให้เร็วที่สุด “

“ ทำอย่างไรครับ ? “

สรพศตอบเองว่า   “ เขาเสนอเงินก้อนใหญ่ในการลงทุน เป็นรูปเงินกู้ยืม อีกสามเดือนก็เริ่มทยอยคืนเงินให้เขา “

“ เราจะต้องนำเงินโอดีจากธนาคารมาคืนเขา แล้วนำเงินของเขาเข้าธนาคารในนามบริษัทจากนั้นก็แบ่งการลงทุนในที่ดินและกระจายอยู่ในตลาดหุ้น เราจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซนต์จากเงินดิบก้อนนั้น และผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุนจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทที่นำเงินไปใช้ “ ปรานต์อธิบายเสียงเนิบ

สังสิตรู้สึกทึ่งกับคำบอกเล่านั้น   “ ช่างซับซ้อนจัง “

“ บริษัทในเครือของเราสามารถทำงานฟอกเงินได้อย่างครบวงจร ดังนั้นเสี่ยปอจึงต้องการพวกเรามากในเวลาเช่นนี้ “   ปรานต์บอกเสริม สีหน้าหนักใจ

สรพศพยักหน้าช้าๆ   “ แม้เราจะได้ประโยชน์จำนวนมากจากงานประเภทนี้ อีกทั้งกฎหมายในไทยยังไม่เข้มงวดมาก แต่ฉันไม่อยากถูกตำรวจจับตามอง จึงได้ทยอยยกเลิกไปจนหมดส่วนที่เหลืออยู่ก็ทำเพราะเป็นเพื่อนเก่า “

“ ลุงพศได้เจรจากับพวกยาคุเป็นที่เข้าใจกันแล้ว ต้นปีหน้าบริษัทของเราจะเป็นอิสระ หากเรารับงานของเสี่ยปออีก พวกยาคุอาจไม่พอใจได้ เรื่องจะบานปลายใหญ่โต “   ปรานต์บอกเสียงเข้ม สีหน้าไม่สบายใจ

“ ผู้หญิงคนนั้นมีส่วนในเรื่องนี้หรือเปล่าครับ ? “

คำถามของสังสิตทำให้สรพศกับปรานต์นิ่งอึ้งไป เจ้าของบ้านสูงวัยกล่าวตอบว่า

“ ฉันไม่สนใจหรอก ขอเพียงให้ตรีอยู่อย่างปลอดภัย ไม่เป็นอุปสรรคกับงานที่ฉันกับปรานต์ทำอยู่ก็พอ “

“ ท่านทำงานอะไรครับ ? “

สรพศมองตาดุ   “ เรื่องที่เธอควรรู้ ก็มีเพียงเท่านี้ สังสิต “

หนุ่มเลือดพม่าจำใจหยุดซักถามทันที เมื่อมองสบนัยน์ตาของสรพศ

“ ผมจะดูแลคุณตรีอย่างดีครับ ท่าน “

“ ฝากด้วยนะ สังสิต “   ดวงตาของสรพศฉายแววพอใจกับคำมั่นของสังสิต

สังสิตกล่าวอำลาเจ้าของบ้านแล้วเดินออกไป ดังนั้นในห้องรับรองจึงเหลือเพียงสรพศกับปรานต์เท่านั้น

 

สรพศเดินนำปรานต์ อัครชัย มายังห้องนอนอันโอ่โถงของเขา จากนั้นจึงหยิบของบางอย่างออกมาจากลิ้นชักของโต๊ะเล็กข้างเตียง มันคือดาบสั้นยาวประมาณหนึ่งศอกมีลวดลายงดงามปรากฏบนปลอกดาบ เมื่อเจ้าของชักดาบออกมา ประกายวาวเปล่งออกจากคมดาบยามต้องแสงไฟในห้องทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแสบตายิ่ง

“ มันเป็นดาบสั้นที่พกติดตัวซามูไรสมัยโบราณ “   สรพศมองดาบสั้นในมือด้วยความชื่นชม   “ เพื่อนคนหนึ่งได้ให้ฉันไว้ พร้อมกำชับว่าวันใดที่ฉันคืนดาบนี้ให้เขา ไม่ว่าฉันขอร้องสิ่งใด จะไม่มีคำปฏิเสธเด็ดขาด “

ปรานต์ยืนฟังด้วยอาการสงบ เจ้าของบ้านถามขึ้นว่า   “ เธอคงอยากรู้สินะว่า ทำไมเขาจึงให้คำสัญญานี้แก่ฉัน “

“ ครับ “

สรพศถอนใจหนัก ยามหวนนึกถึงภาพอดีตของเขากับทหารญี่ปุ่นคนนั้น

“ สมัยที่ญี่ปุ่นยึดเมืองไทย วันหนึ่งฉันไปเดินป่ากับเพื่อนที่เมืองกาญจน์ ได้พบทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งนอนซมเพราะไข้ป่ามาหลายวันแล้ว อาการหนักใกล้ตาย ช่วงนั้นคนไทยส่วนใหญ่กำลังต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นอย่างมาก เพื่อนของฉันไม่คิดจะช่วยเขา “

ปรานต์มองชายสูงวัยใช้มือลูบคลำดาบสั้นอย่างเบามือ น้ำเสียงเนิบนาบขณะเล่าต่อไปว่า   “ ฉันไม่โทษเพื่อนที่คิดเช่นนั้น เพราะสมัยนั้นเราได้เห็นการวางอำนาจและทำทารุณต่อชาวบ้านคนไทยโดยน้ำมือของทหารญี่ปุ่นหลายครั้ง เสียงหัวเราะของทหารต่างชาติและเสียงร่ำร้องขอชีวิตของคนไทยดังระงมไปทั่วแผ่นดินที่เราเดินผ่านไป จึงไม่มีใครผิดที่ไม่ช่วยเขา “

“ ลุงคงช่วยเขาสิครับ “

สรพศพยักหน้ารับ   “ ฉันก็ไม่ชอบพวกญี่ปุ่นที่ยึดเมืองจีน ทำทารุณต่อพี่น้องชาวจีน อีกทั้งยังบังคับยึดครองเมืองไทยอันเป็นถิ่นอาศัยซึ่งให้ชีวิตใหม่กับฉัน แต่สภาพป่วยไข้และร่างกายทรุดโทรมของผู้ชายคนนั้น ทำให้ฉันสังเวชใจเมื่อนึกได้ว่าเขามาทำงานในต่างแดน และกำลังตายอย่างโดดเดี่ยว ไร้ญาติมิตรอยู่เคียงใกล้ มันช่างเหมือนชีวิตของฉันในตอนนั้น เพียงแต่สวม

บทบาทคนละแบบเท่านั้น “

ปรานต์ทรุดนั่งบนเตียงนอนใหญ่ด้วยอาการตั้งใจฟังเต็มที่ เขานึกไม่ถึงว่าดาบสั้นเล่มนั้นจะเป็นที่รวมของอดีตขมขื่นกับน้ำใจอันล้ำค่าของคนต่างเชื้อชาติได้มากเพียงนี้

“ แม้เพื่อนของฉันจะคัดค้าน แต่ฉันไม่เชื่อ จึงแบกร่างทหารญี่ปุ่นคนนั้นเดินทางออกจากป่าซึ่งต้องใช้เวลาถึงสามวันเชียว “

“ เขาเป็นอย่างไรบ้างครับ ? “

“ หมอนั่นก็อึดมากเลย “   สรพศยิ้มเล็กน้อยเมื่อหวนนึกถึงอดีต   “ บางครั้งก็มีสติ บางทีก็เพ้อ เราไม่อาจสื่อภาษากันได้ แต่รับรู้ว่าฉันกำลังช่วยเขา “

“ เพื่อนของลุงล่ะครับ ? “

“ เราแยกทางกัน ! “   สรพศตอบเสียงเข้ม   “ ฉันยังจำวันที่พาเขาไปส่งสถานีอนามัยที่ใกล้ที่สุดได้ดี “

“ ผมคิดว่าอาการของเขาต้องเพียบหนักแน่เพราะเสียเวลาถึงสามวันเชียว “

“ ตอนนั้นฉันไม่มีโอกาสรับรู้อาการของเขาได้หรอก “   สรพศเล่าเสียงเนิบ “ เพราะมีนายทหารญี่ปุ่นกีดกันและไล่ฉันออกไป “

“ เขามีนิสัยเลวมาก ไม่มีคำขอบคุณสักนิด “

สรพศยิ้มเย็น   “ พวกนั้นถือตัวว่าเป็นลูกพระอาทิตย์ ลูกหลานจักรพรรดิจึงเห็นคนไทยอย่างฉันเป็นแค่ฝุ่นธุลีดินเท่านั้น ไม่แปลกเลย ปรานต์ “

“ พวกเนรคุณ ! “

เจ้าของบ้านสูงวัยหัวเราะในลำคอ ดวงตาเป็นประกาย   “ ฉันกลับกรุงเทพฯมาทำงานต่อไป หลายเดือนต่อมาฉันไปนั่งคอยเพื่อนที่เข้าไปติดต่อค้าขายในค่ายทหารญี่ปุ่นจึงมีโอกาสพบทหารคนนั้นอีกครั้ง “

ปรานต์อมยิ้ม   “ ผมเชื่อว่าเขากำลังซาบซึ้งใจลุงมากเชียว “

“ ต่อมาเขาไปหาคนไทยที่พูดญี่ปุ่นได้มาให้ ฉันจึงรู้ว่าเขาขอบใจที่ช่วยชีวิตของเขา และอยากตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ “

“ ลุงคงตอบปฏิเสธสิครับ “

“ ใช่ ! “   สรพศตอบเน้นเสียง   “ ตอนนั้นฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับทหารพวกนั้นเลย “

“ ลุงได้ดาบสั้นนั้นมาอย่างไร ? “

“ ตอนสงครามเลิกเขาจะได้กลับบ้าน จึงมาหาฉันที่บ้านพร้อมล่ามในคืนหนึ่ง “

สรพศเว้นระยะนิดหนึ่ง แล้วเล่าต่อไปว่า   “ เขามอบดาบสั้นประจำกายที่แกะสลักชื่อของเขาไว้ให้ฉัน พร้อมกำชับว่าวันใดที่เขาได้รับดาบสั้นคืนมา เขาจะมอบทุกอย่างที่ฉันต้องการเป็นการตอบแทนบุญคุณที่มอบชีวิตแก่เขาอีกครั้ง โดยไม่มีการปฏิเสธเด็ดขาด “

“ ทหารญี่ปุ่นคนนั้นนับว่ามีน้ำใจดีนะครับ “

“ เขายังย้ำเสียงอีกว่า ชีวิตของเขาฉันเป็นคนมอบให้ จะเอาคืนวันใดก็ได้ “

สรพศเอ่ยขึ้น ดวงตาเป็นประกายซึ้งใจ   “ ฉันรู้สึกนับถือทหารคนนั้นมาก หลังจากนั้นทุกปีในวันเกิดของฉัน เขาจะส่งกระเช้าดอกไม้สดของญี่ปุ่นมาทางเครื่องบินให้กับฉันอย่างสม่ำเสมอ “

สรพศยื่นนามบัตรที่ดึงมาจากกระเช้าดอกกุหลาบสีชมพูสดให้แก่ปรานต์

“ เธออ่านดูสิว่าเขาคือใคร “

“ ประธานธนาคารใหญ่ในเกียวโตนี่ครับ “   ปรานต์อ่านชื่อนั้นด้วยความตื่นเต้น

“ ตระกูลของคามิยะเป็นขุนนางเก่าแก่ในญี่ปุ่น จึงมีกิจการใหญ่โตที่นั่น เวลาที่ฉันไปญี่ปุ่นจะได้รับการต้อนรับจากครอบครัวของเขาเป็นอย่างดี “

“ ลุงต้องการบอกอะไรครับ ? “

สรพศยื่นดาบสั้นให้ชายหนุ่ม   “ จงเก็บดาบสั้นเล่มนี้ไว้ หากมีความจำเป็นต้องการความช่วยเหลือจากคามิยะ เธอก็นำมันไปคืนให้เขา “

“ ผมไม่เข้าใจ ! “

“ ฉันมีอายุมากแล้ว….. “   สรพศบอกเสียงอ่อนล้า   “ การต่อสู้กับพัชนีต้องพึ่งพาตัวเธอมาก ฉันเกรงว่าหากช่วงนี้ฉันตายไป เธอจะรับมือด้วยความลำบาก จึงเตรียมสิ่งนี้ไว้ให้ “

“ ลุงพศ ! “   เขารู้สึกตื้นตันใจกับสิ่งที่จัดเตรียมไว้อย่างรอบคอบของอีกฝ่าย

“ ฉันรักบริษัทและหลานสาวคนเดียวของฉัน ขอฝากสองสิ่งนี้ด้วยนะ ปรานต์ “

“ ลุงอย่าพูดเป็นลางไม่ดีสิครับ “

สรพศยิ้มเศร้า   “ ฉันเพียงเตรียมไว้ล่วงหน้าเท่านั้น เพราะไม่อยากให้แผนการสะดุดลง “

“ ผมจะกำจัดผู้หญิงคนนั้นให้ลุง ! “   เขาพูดให้สัญญาอย่างมาดมั่น

“ เธอช่วยคืนบริษัทให้ขัมน์กับนวลพรรณด้วยนะ ปรานต์ “

“ ครับ “   ปรานต์รับคำด้วยความเต็มใจ

“ หากเป็นไปได้ฉันก็อยากคืนทุกอย่างให้สองคนนั้นด้วยตัวเอง “   สรพศบอกเสียงหมอง

ปรานต์มองนิ่ง น้ำเสียงเย็นยามกล่าวว่า   “ ลุงไม่ควรคิดฟุ้งซ่าน ลุงจะได้เห็นความวิบัติของพวกนั้นแน่ครับ “

“ โลกนี้มีความไม่แน่นอน “   สรพศตอบด้วยท่าทางปลงใจ   “ เมื่อเธอรับปากดูแลบริษัทและตรีให้ฉัน นั่นก็ทำให้ฉันสบายใจมากแล้ว “

ปรานต์นิ่งเงียบไป เจ้าของบ้านสูงวัยพูดกำชับว่า   “ ห้ามบอกเรื่องนี้กับสิดาพรนะ มันจะเป็นไม้เด็ดของเรา ปรานต์ “

“ ครับ ลุงพศ “

ทั้งสองนั่งปรึกษาแผนการที่จะใช้กับนางพัชนี ธนวัตรด้วยบรรยากาศเคร่งเครียด สักพักใหญ่ ปรานต์จึงอำลาเจ้าของบ้านเพื่อกลับไปพักผ่อนบ้าง

สรพศนั่งมองห้องนอนที่ว่างเปล่าด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวเป็นครั้งแรก เพราะวันนี้สิดาพรไม่อยู่บ้าน เขาจำได้ว่าความรู้สึกนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อสารัชลูกชายคนเดียวของเขาหอบเสื้อผ้าย้ายออกไปจากบ้านเมื่อไม่พอใจการกระทำของบิดาซึ่งทำกับนางพัชนีเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทกับงานทุกชิ้นเต็มที่เพื่อลืมความเหงาที่เกาะกุมหัวใจของเขาทุกวัน บัดนี้ความรู้สึกนั้นได้กลับคืนมาอีกครั้งในวัยชราที่ไม่มีลูกหลานอยู่ใกล้

“ เมื่อไหร่หนอที่ตรีจะมาอยู่ใกล้กับปู่สักครั้ง “   สรพศพึมพำ น้ำตาคลอ

 

นางพัชนี ธนวัตรกับลูกชายกำลังนั่งเจรจาธุรกิจกับเสี่ยปอและวิชิตลูกน้องคนสนิทของเขาในห้องรับรองพิเศษของโรงแรมดังย่านสุขุมวิท

“ ผมไม่นึกเลยว่าพูดกับคุณยังง่ายกว่าเขาเสียอีก “   เสี่ยปอหัวเราะชอบใจที่การเจรจาธุรกิจเป็นไปด้วยดี

นางพัชนียิ้ม   “ การฟอกเงินเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจของฉันอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันกำลังขยายงานในเมืองไทย จึงไม่ใช่เรื่องยาก “

“ คุณจะทำอย่างไร “   เสี่ยปอซักถามอย่างสนใจ

นางพัชนีเหยียดยิ้มเล็กน้อย   “ ฉันจะนำเงินสดของคุณออกไปฟอกที่บริษัทของฉันในสิงคโปร์ และทำสัญญากู้ยืมไว้กับคุณ จากนั้นอาทิตย์ต่อมาจะสั่งโอนเงินจากที่นั่นมาเพื่อชดใช้หนี้ให้แก่คุณ ดังนั้นเงินของคุณจะใสสะอาด มีแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้าแน่นอนค่ะ “

“ คราวนี้เงินของเจ้านายก็จะขาวสะอาด “  วิชิตพูดเสริมเพื่อเอาใจ

เสี่ยปอเขียนเช็คแล้วยื่นให้ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ   “ นี่เป็นค่าธรรมเนียมตามที่ตกลงกัน ส่วนเงินสดของผม คุณต้องการเมื่อไหร่ ก็โทร.บอกวิชิตได้เลย “

“ วันใดที่เงินจากสิงคโปร์ของฉันเข้าเมืองไทย ฉันจะแจ้งคุณให้ทราบทันที “   นางพัชนีบอกเสียงหนักแน่น

“ หวังว่าคุณคงไม่ทำให้ผิดหวังนะ “   เสี่ยปอมองสาวใหญ่นักธุรกิจ พลางเอ่ยขู่ว่า

“ หากไม่เป็นไปตามที่เราตกลงกัน คุณคงทราบดีนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น “

“ แน่นอนค่ะ “

พลัชเอ่ยขึ้นบ้างว่า   “ เรื่องที่แม่ขอร้องคุณล่ะครับ ? “

“ ผมจะให้วิชิตประสานงานกับคุณ ! “   เสี่ยปอกล่าวตอบ แล้วเดินนำลูกน้องคนสนิทออกไปอย่างอารมณ์ดี

พลัชมองคนทั้งสองอย่างไม่สบายใจนัก   “ การฟอกเงินด้วยวิธีนี้ มันไม่ค่อยปลอดภัยนะครับ “

“ เราไม่มีศัตรูที่นี่ จึงเลือกใช้วิธีนี้ได้ดีที่สุด และรวดเร็วตามที่เขาต้องการด้วย “

“ แม่ยอมทำงานชิ้นนี้ เพื่อหวังความช่วยเหลือจากเขาหรือครับ ? “

“ ถูกต้อง ! “   ดวงตาของนางพัชนีเปล่งประกายระยับ

“ แม่คิดทำอะไร จึงต้องทุ่มเทขนาดนี้ “

นางพัชนียิ้มเหี้ยม   “ แม่จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้พวกเราพ่ายแพ้แม้แต่เกมเดียว “

พลัชมองผู้เป็นมารดาด้วยความไม่เข้าใจ บัดนี้มารดาของเขากำลังหวั่นเกรงการพ่ายแพ้หรือนี่ และคิดทำอะไรกันแน่ จึงต้องพึ่งพาเหล่านักเลงที่เหี้ยมโหดเหล่านี้

 

เช้าวันหนึ่งขณะที่ปรานต์ อัครชัย กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ในบริษัท เค พี เอ โฮลดิ้ง ของผู้เป็นบิดา เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาจึงเอื้อมมือไปรับสาย

“ ปรานต์พูดครับ “

“ ผมมีข่าวสำคัญเกี่ยวกับคุณพัชนีจะรายงานครับ “   อีกฝ่ายพูดตอบมา

ทั้งสองคุยกันสักพัก ชายหนุ่มจึงวางสาย ดวงตาคมเข้มของปรานต์ฉายแววเหี้ยมดุ

“ ฉันมีวิธีไล่พวกแกออกไปจากแผ่นดินนี้ โดยที่ไม่ต้องใส่คอนเทนเนอร์เหมือนอดีตอีกแล้ว “

เลขาสาวของปรานต์เดินเข้ามาวางเอกสารให้แก่เขา   “ หนังสือเรียกประชุมกรรมการในวันจันทร์เช้าค่ะ “

ปรานต์อ่านข้อความในเอกสารสักครู่ ริมฝีปากเผยอยิ้มเล็กน้อย   “ วัฒน์คิดจะไล่พ่อกับผมแล้วสินะ “

“ คุณมีทางแก้ไขหรือยังคะ ? “

“ ตอนนี้เริ่มคิดออกลางๆแล้ว “   ปรานต์ตอบแบบทีเล่นทีจริง

เลขาสาวจึงเดินกลับไปทำงาน ทำให้ชายหนุ่มได้อยู่ตามลำพัง สมองครุ่นคิดลำดับการทำงานในขั้นต่อไป เพื่อรับมือกับวัฒน์ที่จะคิดยึดอำนาจของเขา

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขารับสายพลางกรอกเสียงว่า   “ ปรานต์พูดครับ “

“ คุณมาหาฉันที่ร้านโดยด่วนนะ ปรานต์ “

“ มีอะไรรึ ? “   เขาถามขึ้น เมื่อจำเสียงของกัญญาได้

ทั้งสองคุยกันสักครู่ ชายหนุ่มจึงผลุนผลันเดินออกไปจากห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

 

ปรานต์เดินเข้าไปในร้านซักรีดของกัญญา จึงเห็นผู้เป็นน้องสาวนั่งร้องไห้อยู่ตามลำพังที่มุมหนึ่งของห้องนั้น เขาเดินไปหาสาวร่างสูงที่อยู่ในสภาพอ่อนระโหยเหลือเกิน

“ ปาลิตา ! “

“ พี่ปรานต์ ! “   ปาลิตาโผเข้ากอดผู้เป็นพี่ชาย น้ำตาไหลพราก

กัญญากระซิบกับชายหนุ่มว่า   “ พาไปคุยที่ห้องพักของฉันก็ได้ “

“ ก็ดี ! “   เขารับคำ พร้อมกับรับกุญแจห้องของกัญญา แล้วพาน้องสาวออกไปจากร้านนั้น

 

ห้องพักของกัญญาอยู่ในคอนโดมินียมเดียวกับร้านซักรีดชั้นล่างนั่นเอง ปรานต์พาน้องสาวมานั่งบนโซฟายาวด้วยท่าทางนุ่มนวล

“ พี่จะชงกาแฟให้นะ ลิตา “

ปาลิตานั่งสะอื้นไห้ นัยน์ตาบวมแดงก่ำ สักครู่ปรานต์นำถ้วยกาแฟมายื่นให้หล่อน

“ กัญญาไปพบเธอนั่งดื่มเหล้าที่ร้านของเพื่อนทั้งคืน “   ปรานต์มองน้องสาวด้วยแววตาปรานี   “ มีปัญหาอะไรรึ ลิตา “

“ ฉัน…….. “

ปรานต์โอบกอดร่างน้องสาวที่สั่นระริกไว้ “ แม้เราจะทะเลาะกัน แต่ก็ยังเป็นพี่น้องที่เคยร่วมทุกข์กันมา เธอเล่าให้พี่ฟังได้ “

“ มันทรยศต่อความรักของฉัน ! “

“ เธอหมายถึงวัฒน์รึ ! “

“ มันร่วมมือกับนังนั่น หลอกเอาหุ้นของฉันไป “   หล่อนบอกเสียงสั่นเครือ ดวงตาเป็นประกายระยับ   “ ตอนนี้มันได้ทุกอย่างแล้วก็ทอดทิ้งฉัน ไม่สนใจฉันอีก “

“ พี่ไม่นึกเลยว่าวัฒน์จะทำแบบนี้ “

“ นังนั่นมีอายุมากกว่าฉัน แต่ทำให้วัฒน์ทรยศฉันได้เพราะเขาต้องการเงิน “

ผู้เป็นน้องสาวขบกรามแน่น   “ ฉันออกจากบ้านมาแล้ว ไม่มีเงินมากพอให้มันถลุงน่ะสิจึงเปลี่ยนไปเกาะนังนั่นที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ “

“ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ? “

“ พัชนี ธนวัตร ! “   หล่อนตอบด้วยอารมณ์เดือดแค้นยิ่ง   “ มันกว้านซื้อหุ้นจากเพื่อนของพ่อจนได้เป็นกรรมการ แล้วจะไล่พ่อกับพี่ออกไปจากบริษัท “

ปรานต์นิ่งเงียบไป ปาลิตาเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายด้วยความละอายใจ

“ ฉันเสียใจที่ทำกับพ่อและพี่แบบนั้น ! “

“ เธอต้องพูดกับพ่อ เพราะเขาเป็นคนที่เสียใจกับสิ่งที่เธอทำมากที่สุด “

“ ฉันกลัวว่าพ่อจะไม่อภัยให้ฉัน “

ปรานต์ยิ้มเย็น   “ ขอเพียงมีความจริงใจ พ่อต้องอภัยให้ลูกของท่านแน่ “

“ พี่คิดว่าฉันโกหกรึ ! “

“ เธอต้องถามใจตัวเองก่อนนะ ลิตา “   ปรานต์บอก ดวงตามองอีกฝ่ายอย่างพินิจ

ปาลิตาถอนใจยาว พลางใช้มือปาดน้ำตาทิ้ง   “ พี่ไม่ผิดหรอกที่คิดระแวงฉันเพราะเมื่อก่อนฉันทุ่มเทให้วัฒน์มากมาย ขนาดยอมทรยศพ่อได้ พี่ย่อมต้องระวังเป็นพิเศษ “

“ ตอนนี้สภาพของพ่อกับพี่ก็ไม่ดีนัก จึงไม่อยากให้เกิดเรื่องซ้ำซ้อนอีก “

“ ฉันเข้าใจดี “   ปาลิตาบอกเสียงอ่อน ท่าทางซึมเศร้า

“ ช่วงนี้สุขภาพของพ่อไม่ค่อยดี อาการทรุดลงบ้าง เธอน่าจะไปคุยกับท่านก่อน “

“ พี่ไปกับฉันด้วยสิ “

ปรานต์ส่ายหน้า   “ พี่ก็มีปัญหากับพ่ออยู่ จึงไม่อยากให้พ่อขุ่นใจเมื่อพบพี่ เธอไปพบคนเดียวเองดีกว่า “

ปาลิตามีอาการลังเล   ผู้เป็นพี่ชายบอกย้ำว่า   “ พ่อคงดีใจมากที่เธอกลับบ้านนะ ลิตา “

“ พี่ปรานต์ ! “   ปาลิตากอดพี่ชายด้วยหัวใจที่อบอุ่นมากขึ้น ในที่สุดคนสุดท้ายที่หล่อนพึ่งพาได้ในยามทุกข์ใจก็คือปรานต์พี่ชายคนเดียวนี่เอง ผู้ชายที่อภัยให้กับหล่อนเสมอไม่ว่าหล่อนจะทำผิดอะไรไว้ก็ตาม

 

ตอนบ่ายมันตรินีอยู่ในชุดกีฬาสีขาวเดินถือกระเป๋ากีฬาเข้าไปในห้องเล่นสควอชเพียงคนเดียว เสียงเปิดประตูทำให้หล่อนหันไปมองชายหนุ่มใบหน้าสี่เหลี่ยม ริมฝีปากบางเม้มสนิทซึ่งกำลังยืนอยู่

“ วันนี้ไม่มีชั่วโมงสอนหรือครับ ? “

“ ใช่ค่ะ “   หญิงสาวก้มหยิบลูกสควอชในกระเป๋า   “ ฉันอยากระบายความเครียด จึงมาใช้บริการของโรงแรม “

“ คุณจะรังเกียจไหม ถ้าผมจะเล่นด้วย “

มันตรินีมองชายหนุ่มที่แต่งกายในชุดกีฬา พลางพยักหน้าเชิงอนุญาต   “ ก็ดี ฉันไม่นึกว่ากรรมการบริหารอย่างคุณจะเอาใจใส่ลูกค้าขนาดนี้นะคะ “

พลัชยิ้มนิดๆ   “ คุณเป็นลูกค้าพิเศษของผมนี่นา “

หญิงสาวโยนลูกสควอชให้กับชายหนุ่ม สีหน้าจริงจัง   “ เริ่มเล่นดีกว่าค่ะ “

ทั้งสองตีลูกสควอชสลับไปมาอย่างหนักหน่วงแฝงเร้นไปด้วยความสนุกสะใจเต็มที่

พลัชกับมันตรินีนั่งหอบอยู่กลางห้อง เม็ดเหงื่อผุดเต็มใบหน้าของทั้งสอง

“ ผมไม่เคยสนุกแบบนี้มาก่อนเลยนะ คุณตรี “

“ คุณเคยบอกฉันมาครั้งหนึ่งแล้ว “   มันตรินีบอก ขณะใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดเหงื่อบนใบหน้า

พลัชมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ พลางถามเสียงเข้มว่า   “ คุณเกลียดผมไหม เมื่อทราบว่าเป็นลูกของแม่พัชนี “

“ ฉันยอมเล่นสควอชกับคุณ น่าจะเป็นคำตอบแล้วนะ “

ดวงตาของพลัชเปล่งประกายพึงใจ   “ อันที่จริง ผม…….. “

“ สักวันหนึ่งฉันหวังว่าจะได้ยินคำพูดจากใจจริง ไม่ใช่แค่เสียงจากร่างทรงของผู้หญิงคนนั้น “

คำพูดของหญิงสาวทำให้พลัชมีสีหน้าเปลี่ยนไปบ้าง   “ คุณกำลังดูหมิ่นผมนะ “

“ ความจริงอยู่ที่ไหน คุณรู้อยู่แก่ใจดี “

หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืน น้ำเสียงจริงจังยามบอกว่า   “ ฉันจะเก็บความทรงจำที่ดีในห้องนี้ไว้ เพราะเราคงไม่มีวันที่สนุกสนานกับเกมสควอชนี้อีก “

“ คุณตรี ! “   เขามีท่าทีตกใจ

มันตรินีกำลังเดินออกไปจากห้องนั้น ชายหนุ่มดึงแขนของอีกฝ่ายไว้ก่อน

“ คุณจะไม่มาที่นี่อีกหรือ ? ”

“ ถูกต้อง ! “ หล่อนตอบเสียงหนัก “ เมื่อลุงนิธิศไม่ใช่ประธานกรรมการอีก ฉันก็ไม่อยากเข้ามาเห็นพวกคุณให้แสลงใจ เพราะผู้หญิงคนนั้นกับคุณไล่ญาติสนิทของฉันอย่างไม่ยุติธรรม “

“ คุณแค้นพวกเราสินะ “

“ พวกคุณทำเพื่อแก้แค้นให้กับเรื่องในอดีต แต่พวกฉันจำใจต้องขึ้นเวทีต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง ตอนนี้เรายืนอยู่คนละมุมบนเวทีแล้วค่ะ คุณพลัช “

“ ผม……. “   เขามีท่าทีอึกอัก สีหน้ากระอักกระอ่วนใจยิ่ง

มันตรินีเหยียดยิ้ม   “ คุณยอมเสียสละมิตรภาพของเรา เพื่อตอบแทนบุญคุณให้กับแม่โดยไม่ใช้สติยั้งคิด ฉันเห็นว่าเป็นการกระทำที่โง่มาก “

“ คุณไม่มีสิทธิ์ต่อว่าผมนะ ! “   เขาบอกเสียงกร้าวขึ้น

หญิงสาวถอนใจหนักด้วยความระอาใจ ก่อนจะบอกกับชายหนุ่มว่า   “ ฉันอยากฝากข่าวให้กับไอรีน “

“ คุณรู้เรื่องผมกับไอรีนรึ ! “

“ ไม่มีความลับในโลกหรอกค่ะ “

พลัชทำท่าจะอธิบายบางอย่าง มันตรินีพูดขัดขึ้นว่า   “ ฉันไม่สนใจความสัมพันธ์ของคุณกับเธอหรอก ไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึงอีก “

“ คุณอยากฝากข่าวอะไร ? “

“ ปู่พศจะลบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ออกให้หมดในวันพรุ่งนี้ หากไอรีนยังคิดจะเล่นเกมกับฉัน ก็ให้รีบลงมือได้ มิฉะนั้นจะถือว่าพวกคุณเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ “

“ พรุ่งนี้รึ ? “   เขาพูดทวนด้วยความตกใจ

“ ฉันจะรอไอรีนอยู่ ! “   หล่อนบอกย้ำ แล้วเดินตัวตรงออกไปจากห้องนั้น

พลัชยืนครุ่นคิดด้วยความหนักใจ   เพราะไอรีนใช้เวลาเดือนกว่าก็ยังไม่อาจบุกเข้าไปในฐานข้อมูลใหญ่ได้ มันตรินีบอกว่ามีเวลาเพียงหนึ่งวันก่อนที่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกลบทิ้งไป ไอรีนจะชนะฝ่ายนั้นได้อย่างไร เขายังอดวิตกแทนสาวสวยเลือดสิงคโปร์ไม่ได้

 

********โปรดติดตามตอนต่อไป********

สงวนลิขสิทธิ์ 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s