ใต้เงาบาป 24

                                              เฉพาะอ่านออนไลน์

                                                   ใต้เงาบาป

                                                                            บทประพันธ์ของ “ช่อมณี”

24.

 

มันตรินีเดินเข้ามาในตึกใหญ่ของบ้านธมนันท์  จึงเห็นภัคธีมาญาติสาวสวยกำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่โซฟายาว  ขณะเดินผ่านจึงได้ยินตอนหนึ่งของการสนทนาว่า

“ ฉันมีนัดกับเพื่อน  จึงไปกับคุณปรานต์ไม่ได้  เสียใจมากนะคะ “

ภัคธีมาวางสาย  พลางเหยียดยิ้มเป็นเชิงเยาะ   “ ใครจะกล้าควงคุณออกงานได้ล่ะ ! “

“ พี่ปฏิเสธคุณปรานต์เพราะข่าวในหนังสือพิมพ์สินะ “

ดวงตาของภัคธีมาเจิดจ้าขึ้น   “ เธอไม่รู้หรอกว่า  เดี๋ยวนี้ในวงสังคมซุบซิบเรื่องปรานต์ฟ้องพ่อของเขาทำให้เป็นที่รังเกียจกันทั้งนั้น  ฉันไม่อยากถูกซุบซิบไปด้วย “

“ พี่เคยถามเหตุผลจากเขาบ้างไหม ? “

“ ไม่จำเป็น ! “   ภัคธีมาตอบไม่ยี่หระ   “ ฉันไม่ชอบตกเป็นข่าวแบบนี้  อย่างมากก็เลิกคบกัน  มีผู้ชายดีๆถมไป “

“ พี่อาจคิดผิดก็ได้  สำหรับเพชรเปื้อนโคลนเม็ดนี้ “

“ เธอพูดราวกับว่าเห็นด้วยกับการกระทำของปรานต์ “   ภัคธีมามองอย่างจับผิดอีกฝ่าย

มันตรินียิ้มที่มุมปาก   “ ฉันไม่ชอบคนทรพีต่อพ่อแม่  แต่เตือนตัวเองเสมอว่า   อย่ามองคนผิวเผินเท่านั้น “

ภัคธีมามองญาติผู้น้องด้วยสายตาดูแคลน  เมื่อฝ่ายนั้นเดินขึ้นไปชั้นบนโดยไม่เปิดโอกาสให้หล่อนพูดโต้ได้อีก

“ อยากรู้นักว่าคนอย่างเธอจะได้ผู้ชายแบบไหนเป็นสามี ตรี “   ภัคธีมาพึมพำ  แววตาเหยียดหยัน

 

สังสิตแวะขึ้นมาบนตึกใหญ่ของบ้านธมนันท์เมื่อเห็นศัลย์เด็กหนุ่มในปกครองยังไม่กลับเรือนพักทั้งที่เป็นเวลาใกล้เที่ยงคืน  เขาเดินลากขาซ้ายที่พิการไปยังห้องทำงานของมันตรินี  เสียงอธิบายและเสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังสลับไปมา  เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปจึงเห็นหญิงสาวกำลังนั่งอยู่ข้างศัลย์  ทั้งสองมีสีหน้าคร่ำเคร่งเต็มที่กับจอมอนิเตอร์เบื้องหน้า

“ เธอต้องพยายามศึกษาและเข้าใจมันให้เร็วที่สุดนะ ศัลย์ “

“ ทำไมล่ะครับ ? “   ศัลย์มองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

มันตรินีถอนใจหนัก  แล้วพูดกลบเกลื่อนว่า   “ เมื่อเธอเป็นผู้ช่วยของฉัน  ก็ควรมีความเข้าใจที่ใกล้เคียงกัน  เผื่อไว้สำหรับกรณีที่ฉันไม่อาจทำงานนี้  เธอจะทำแทนได้ทันที “

สังสิตเอ่ยแทรกขึ้นว่า   “ วันนี้ศัลย์เรียนรู้มามากแล้ว  คุณตรีน่าจะให้เขาไปพักผ่อนเสียทีนะครับ “

“ พี่สิต ! “   มันตรินีเหลียวมองผู้เข้ามาใหม่ซึ่งยืนมองอยู่

“ เธอไปพักได้แล้ว ศัลย์ “   อาจารย์สาวกล่าวอนุญาตให้กับลูกศิษย์

ศัลย์จึงกล่าวอำลา  แล้วเดินจากไปด้วยท่าทางเหนื่อยล้า  ขณะที่มันตรินีหยิบกระดาษที่เขียนโครงสร้างโปรแกรมของหล่อนมาศึกษาต่อไป

“ คุณก็น่าจะพักบ้างนะ “

“ ฉันอยากทำงานต่ออีกสักพัก “

สังสิตมองอย่างห่วงใย   “ หมู่นี้ผมเห็นคุณทำงานถึงตีห้าเกือบทุกวัน  ยังต้องไปสอนที่โรงเรียน  บางวันต้องไปทำงานทดสอบเกมอีก  สุขภาพของคุณจะโทรมนะครับ “

“ ฉันรู้จักตัวเองดีค่ะ พี่สิต “

ชายหนุ่มเห็นมันตรินีก้มหน้าอ่านเอกสารบนโต๊ะด้วยความสนใจ  จึงเดินเลี่ยงออกมา  เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสมาธิของหญิงสาว  เขารับรู้ถึงความมุ่งมั่นในการเอาชนะเพื่อนเก่าอย่างเต็มที่ของมันตรินี  สังสิตจึงคอยให้กำลังใจเจ้าของดวงหน้ากลมอย่างเงียบๆ

 

ช่วงบ่ายวันต่อมามันตรินีแวะมายังห้องคอมพิวเตอร์ของบริษัทพิตรพิบูลกรุ๊ป

ชัชซึ่งเป็นผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายรีบนำรายงานฉบับหนึ่งมายื่นให้หญิงสาวทันที

“ พวกนั้นบุกเข้ามาหลายครั้ง  แม้ระบบของเราจะต้านไว้ได้  แต่คงไม่นานแล้วนะครับ “

มันตรินีมองลำดับการเข้ามาในระบบที่มีความถี่และลึกอย่างกังวลใจเช่นกัน

“ ครั้งล่าสุดพวกนั้นเข้ามาในระดับสี่  จึงถูกระบบป้องกันขับไล่ออกไป “

“ ฉันเห็นแล้ว ! “

เสียงประตูเปิดออกสิดาพรพาร่างสูง  ผอมในชุดแต่งกายสีสด  ทันสมัย  เข้ามาในห้องนั้น   สีหน้าขึ้งโกรธ

“ เธอคงเห็นรายงานของพวกบุกรุกแล้วใช่ไหม ตรี “

“ เห็นแล้วค่ะ “   มันตรินีตอบเสียงเรียบ

“ ฉันไม่พอใจกับการนิ่งเฉยของเธอเลยนะ “   สิดาพรมองหยัน   “ พ่อบอกว่าเธอจะมาช่วยป้องกันข้อมูลของเรา  แต่พวกนั้นกำลังเข้ามาถึงระดับหก แล้วนะ  มีคำอธิบายกับฉันซึ่งมีหน้าที่ดูแลฝ่ายนี้ไหม ? “

“ ฉันกำลังหาทางแก้ไขอยู่ค่ะ “

สิดาพรตบโต๊ะเสียงดัง  เพื่อแสดงอำนาจต่อหน้าหลานสาวและชัชหนุ่มคู่ขาของหล่อน

“ คำพูดนี้ถ้าออกจากปากของพนักงานธรรมดา  ฉันไล่ออกไปแล้ว  เพราะเธอไม่มีความคิดแก้ไขมาตอบฉันได้  จะให้เรารอจนกระทั่งข้อมูลถูกขโมยไปแล้ว  จึงคิดออกหรือ ตรี “

ดวงตาของมันตรินีลุกวาวขึ้น   “ ฉันมั่นใจว่าจะแก้ไขได้ก่อนที่มันจะเข้าถึงระดับหกค่ะ “

“ มั่นใจขนาดนั้น เชียว “

“ ค่ะ “

สิดาพรมองเป็นเชิงท้าทาย   “ หากเธอทำไม่ได้ล่ะ ? “

“ ฉันจะคุยกับปู่พศเอง  ไม่เกี่ยวข้องกับคุณเลย “

คำพูดของหลานสาวสมองอัจฉริยะ  ทำให้สิดาพรใบหน้าร้อนผ่าวอย่างเดือดจัด  แม้แต่มันตรินียังไม่ให้ความนับถือเธอเลย  เจ็บใจนัก !

ชัชมีท่าทางกระอักกระอ่วนใจกับคำพูดโต้ตอบของทั้งสองฝ่าย  จึงเอ่ยขัดว่า

“ เราน่าจะช่วยกันคิด  มากกว่าเถียงกันนะครับ “

“ คุณไม่มีสิทธิ์พูดกับฉันแบบนี้นะ  “    สิดาพรตวาดใส่ชายหนุ่ม  นัยน์ตาวาวโรจน์

ชัชเม้มปากข่มความไม่พอใจไว้  แล้วเดินออกไปจากห้องนั้นทันที

“ พูดแบบนั้นกับคู่นอน  ระวังจะเสียเขาไปนะคะ “   มันตรินีพูดประชดในที

สิดาพรตอบเสียงสะบัดว่า  “ ไม่เกี่ยวกับเธอ ! “

ผู้เป็นหลานสาวหัวเราะหึในลำคอ  แล้วก้มหน้าอ่านเอกสารในมือต่อไป  สิดาพรจึงเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปอีกคน

 

เวลาเดียวกันนั้นปรานต์ อัครชัย เดินเข้ามาในร้านซัก อบ รีดของกัญญาเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนอาชีพจากนางทางโทรศัพท์มาทำงานนี้หลายเดือนแล้ว  เจ้าของร้านสาวสวยกำลังต้อนรับ

ลูกค้าอยู่พอดี  เขาโบกมือทักทาย  แล้วทรุดนั่งบนเก้าอี้ว่างใกล้โต๊ะทำงานของกัญญา

“ วันนี้ว่างหรือไง  จึงมาเยี่ยมร้านของฉันได้คะ “   กัญญาทักทายด้วยรอยยิ้ม

ปรานต์อมยิ้ม  แววตาชื่นชม   “ ผมแวะมาคุยธุระกับเพื่อนแถวนี้  จึงมาดูกิจการของคุณสักหน่อย “

“ ฉันคิดว่ามันกำลังไปได้ดีนะ “

“ คุณพอใจกับงานประเภทนี้ไหมล่ะ ? “

กัญญาพยักหน้ารับ  “ เป็นชีวิตที่เรียบง่าย  พออาทิตย์ตกดินก็พักผ่อนได้ไม่เหมือนในอดีต “

“ เจ้าของร้านสวยขนาดนี้  ผมเดาว่าลูกค้าแน่นร้านแน่เลย “

กัญญาหัวเราะเสียงใส   “ ฉันไม่เคยผิดหวังในการเชื่อฟังคุณเลยนะ  ปรานต์ “

หญิงสาวสังเกตเห็นความหมองหม่นในแววตาและสีหน้าของอีกฝ่าย  จึงถามขึ้นว่า   “ หมู่นี้คุณคงมีปัญหากับข่าวในหนังสือพิมพ์มากสินะ “

“ นักข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ผมทุกวัน  น่าเบื่อชะมัด “

“ ฉันรู้สึกแปลกใจนะว่าการฟ้องพ่อของคุณมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ได้อย่างไร  ทั้งที่ก็มีคดีแบบนี้เกิดกับนักธุรกิจใหญ่บ่อยไป “

“ มันเป็นฝีมือกระพือข่าวของนายวัฒน์  ว่าที่น้องเขยของผมไงล่ะ “   ปรานต์ขบกรามแน่นอย่างแค้นใจ

“ คุณสืบมาแล้วรึ !? “

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ  กัญญามีท่าทางโกรธแค้นแทนปรานต์เช่นกัน

“ เขาเป็นคนเนรคุณ  ทั้งที่พ่อของคุณดูแลเขาอย่างดี “

“ ผมแค้นใจปาลิตาที่ยอมยกหุ้นของตัวเองให้มัน “   ปรานต์เล่าเสียงเข้ม

“ ตอนนี้มันจึงใช้สิทธิ์ในหุ้นที่มีมาเล่นงานผมกับพ่อ  คิดปลดผมจากทุกตำแหน่งในบริษัทด้วย “

“ คุณจะตอบโต้อย่างไรคะ ? “

ดวงตาสีเข้มของปรานต์ส่องประกายกร้าวดุ   “ ผมต้องอดทนในการคิดบัญชีแค้นนี้กับพวกมันทุกคน “

“ ไม่ได้มีนายวัฒน์คนเดียวรึ ! “   หล่อนรู้สึกสงสัย

“ คนพรรค์นั้นไม่มีความสามารถพอหรอก “ “   เขาพูดดูแคลนคู่รักของปาลิตา

กัญญาถามด้วยความข้องใจว่า   “ พ่อของคุณไม่สบายจริงหรือ ? “

“ เขาป่วยจริง !  “   เขาตอบเสียงหนักใจ   “ ผมจำเป็นต้องใช้เรื่องนี้ยับยั้งสิทธิ์ในหุ้นของพ่อที่วัฒน์ถืออยู่  เพื่อรักษาบริษัทไว้สักระยะ  ทำให้ผมมีเวลาได้คิดแผนการเล่นงานพวกมันด้วย “

“ ท่านคงต้องอับอายมากกับข่าวนี้นะคะ “

“ คุณไม่เห็นด้วยที่ผมทำเช่นนี้รึ  กัญญา “   เขามองสาวสวยเขม็ง

กัญญาส่ายหน้าทันที   “ ไม่ใช่เช่นนั้น  ฉันยังเชื่อมั่นในตัวคุณเสมอ  อย่าลืมสิ  เราคบหากันมานานแค่ไหน “

ปรานต์ยิ้มที่มุมปาก   “ คุณพูดเหมือนกับสังสิตเลย  ในโลกนี้คงมีเพียงสองคนนี้ที่เชื่อใจผม “

“ แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ ? “   กัญญาถามถึงมันตรินีบ้าง

ชายหนุ่มถอนใจยาว   “ เธอก็เหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ  ผมเป็นลูกทรพีในสายตาของเธอ  เดี๋ยวนี้ไม่ยอมพูดหรือมองผมเลย “

“ คุณก็เปลี่ยนใจไปมองสาวอื่นเสียสิ “   หล่อนพูดยุแบบทีเล่นทีจริง

เขาหัวเราะเสียงขื่น   “ ขนาดคุณภัคธีมาที่สนิทกับผมมานานยังปฏิเสธนัดกับผม  ผู้หญิงที่ไหนจะยอมคบผมอีก “

“ ฉันไงล่ะ ! “

“ คุณ…… “   ปรานต์นิ่งอึ้งไป

กัญญาหัวเราะในลำคอ  พลางส่ายหน้าไปมา   “ ฉันพูดล้อเล่นหรอก  เราคุยกันแล้วนี่นา “

“ ทีหลังอย่าล้อเล่นแบบนี้เลย  ผมไม่อยากเสียเพื่อนไปอีก “

“ ฉันยังยืนยันความรักที่มีต่อคุณเสมอค่ะ “   กัญญาพูดย้ำเสียงหนัก

ปรานต์มีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันใด  เจ้าของร้านสาวสวยยิ้มเศร้า

“ ฉันก็พร้อมจะเป็นเพื่อนของคุณเหมือนเดิมเช่นกัน “

“ ผมบอกกับคุณได้ว่า  ผมยังมั่นคงต่อคุณตรีเช่นเดิม “

“ ทั้งที่เธอหมางเมินแบบนี้รึ  ! “

“ เมื่อผมคิดว่าทำทุกอย่างด้วยความถูกต้องแล้ว  ก็ไม่สนใจการตอบแทนหรอก “

“ ฉันอิจฉาคุณตรีจัง “

ปรานต์ยิ้มเศร้า   “ จงพอใจกับความเป็นตัวเองเถอะ  กัญญา “

“ ถ้าเธอมองเห็นความรักของคุณบ้าง  จะรับรู้ได้ว่าเธอพบกับผู้ชายที่เข้มแข็งและอ่อนโยนสมบูรณ์แบบที่หายากในโลกนี้  โดยเฉพาะหัวใจที่ซื่อสัตย์ของคุณ  ปรานต์ “

“ คุณชมผมเกินไปแล้ว “

กัญญาส่ายหน้า  แววตาหมองเศร้า   “ ภาพเปลือกนอกที่ห่อหุ้มความเป็นตัวตนของคุณทำให้คนภายนอกไม่มีโอกาสสัมผัสเนื้อแท้ของปรานต์ อัครชัยคนนี้ต่างหาก “

“ คุณเป็นคนแรกที่เห็นสิ่งนั้น กัญญา “

“ ฉันภูมิใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน “   กัญญาบอกเสียงต่ำ   “ เพราะฉันไม่มีวันเป็นเจ้าของหัวใจของคุณได้ “

ปรานต์นิ่งเงียบไป  เจ้าของร้านสาวสวยถอนใจยาว   “ ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งคุณตรีจะยอมรับความรักของคุณค่ะ ปรานต์ “

“ ผมก็หวังเช่นกัน “  เขาตอบ  หัวใจอ่อนล้ากับสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่  รวมทั้งมันตรินีซึ่งดูจะถอยห่างจากเขาไปไกลเหลือเกิน  บางครั้งก็นึกเกรงว่าเขาไม่อาจสัมผัสหัวใจของหล่อนได้เลย  เพราะความรักที่หล่อนมีให้กับหนุ่มญี่ปุ่นคนนั้นยังคงติดตรึงใจมิรู้ลืม  หล่อนจะยอมรับชายอื่นได้อีกหรือ  เขาเฝ้าครุ่นคิดด้วยความสิ้นหวังอยู่ลึกๆ

 

ภายในห้องอาหารญี่ปุ่นของโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท  วัฒน์หนุ่มใหญ่นั่งคุยกับนักธุรกิจสาวสวยอยู่  ประตูห้องรับรองพิเศษเปิดออกลูกสาวสวยของสรพศ พิตรพิบูลก้าวเข้ามาพลางทรุดนั่งบนเบาะนั่งนุ่ม  สีหน้าเรียบเฉย

“ ไม่นึกว่าแขกพิเศษของคุณพัชนีคือ คุณสิดาพร “   วัฒน์มองด้วยความฉงน

สิดาพรมองหนุ่มใหญ่เชิงหยันในที   “ ฉันแปลกใจมากที่เห็นคุณที่นี่  ผู้หญิงที่นั่งข้างคุณน่าจะเป็นปาลิตานะคะ “

วัฒน์มีสีหน้าเจื่อนเล็กน้อย  นางพัชนีกล่าวตัดบทว่า   “ เรามาคุยธุรกิจกันนะคะ “

“ คุณต้องการอะไร ? “   สิดาพรถามขึ้น

วัฒน์เห็นนางพัชนียิ้มเย็น  ขณะที่หล่อนตอบว่า   “ คุณทราบดีว่าพ่อของคุณมีกำลังทรัพย์มากเพียงไหน  การโค่นอำนาจของเขามิใช่เรื่องง่าย  ดังนั้นฉันจึงอยากขอความร่วมมือจากคุณ “

“ ทำไมจึงคิดว่าฉันจะยอมร่วมมือด้วยล่ะ ? “

นางพัชนียิ้มเหยียด   “ ความสัมพันธ์ของคุณกับพ่อไม่ดีนัก  ฉันพูดถูกใช่ไหม ? “

“ ฉันยอมบอกความเคลื่อนไหวของมันตรินีในบริษัท  ไม่ได้หมายความว่าจะโค่นพ่อของฉันด้วยนะ “

“ คุณคงเกลียดหลานสาวมากสินะ  จึงร่วมมือกับเรา “   วัฒน์พูดหยันในที

สิดาพรถลึงตามองหนุ่มใหญ่  พลางตอบเสียงขุ่นว่า   “ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน ! “

วัฒน์ยอมเงียบเสียงเมื่อมองสบนัยน์ปรามของม่ายสาวนักธุรกิจ

“ หากคุณคิดจะเป็นเจ้าของกิจการทุกอย่างของเขา ก็ต้องร่วมมือกับเรา “   นางพัชนีบอกเสียงเข้ม

สิดาพรนิ่งคิด  แล้วถามว่า   “ คุณมีความสามารถจะสู้กับเขารึ ? “

“ คุณคงรู้ข่าวที่ฉันเข้าครอบครองบริษัทของขัมน์ อัครชัยและโรงแรมของนวลพรรณ  ซึ่งเป็นเสาหลักของเขา  แต่จะโค่นพ่อของคุณได้  เราต้องทำลายชื่อเสียงของเขา  เพื่อทำให้เพื่อนคนอื่นถอยห่างออกไป  จากนั้นคุณก็ได้ทุกสิ่งตามที่ต้องการอย่างง่ายดาย “

“ คุณทุ่มเทโดยไม่ต้องการผลประโยชน์จริงรึ ! “

นางพัชนีเหยียดยิ้ม  นัยน์ตาพราวระยับ   “ ฉันกลับมาเพื่อแก้แค้นคนที่เปลี่ยนชีวิตของฉันด้วยความร้ายกาจ “

“ พ่อของฉันทำอะไรให้คุณเกลียดชังได้ขนาดนี้ “

“ เขาไม่เคยเล่าเลยรึ !  “    ม่ายสาวนักธุรกิจมองอย่างแปลกใจ

สิดาพรส่ายหน้า   “ พ่อไม่ยอมให้เอ่ยถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวพันกับพี่สารัช  เขาสรุปสั้นๆว่า  คุณพยายามทำลายอนาคตของพี่ชายเท่านั้น “

“ ความรักของฉันคือการทำลายสารัชรึ ! “

“ คุณจะเล่าให้ฟังได้ไหม ? “

“ ไม่จำเป็น “   นางพัชนีตอบเสียงเครียด   “ ทุกครั้งที่ต้องเอ่ยถึงอดีต  ฉันเจ็บปวดมาก  คนที่ควรรับรู้ความเจ็บของฉันมีเพียงสองคนเท่านั้น “

“ ใครคะ ? “

“ พ่อของคุณกับมันตรินี ! “

สิดาพรรับรู้ถึงความเลือดเย็นของอีกฝ่ายที่เกิดขึ้นจากการสะสมความแค้นนานปีด้วยความหวั่นเกรงในใจ

“ ฉันจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทนล่ะ ? “

“ หุ้นในมือของสรพศทั้งหมด ! “   นางพัชนีบอกเสียงหนัก

วัฒน์พูดขยายความว่า   “ คุณจะเป็นเจ้าของบริษัทพิตรพิบูลกรุ๊ปเพียงคนเดียว  โดยไม่ต้องแบ่งกับมันตรินีตามที่พ่อของคุณตั้งใจไว้ทีแรก  หลังจากแก้แค้นพ่อของคุณแล้ว  คุณพัชนีจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบริษัทนี้อีก “

“ น่าสนใจดี ! “

ทั้งสามนั่งปรึกษากันอีกพักใหญ่  สิดาพรจึงแยกตัวกลับไป

“ ทำไมคุณไม่ยึดบริษัทเสียเลย ? “   วัฒน์ถามข้องใจ

นางพัชนียิ้มเหยียด   “ ฉันต้องการให้ทายาทของเขาเป็นคนทำลายบริษัทที่เขารัก “

“ หมายความว่า………. “

“ สิดาพรเป็นพวกโลภมาก  ไม่มีสมองในการทำธุรกิจ  แม้ได้บริษัทมาอยู่ในมือ  ก็รักษาไว้ได้ไม่นาน  ตอนนั้นคุณจะแย่งมาด้วยฝีมือของคุณ  ก็ไม่ผิดข้อตกลงของฉันกับผู้หญิงคนนั้นหรอก “

ดวงตาของวัฒน์เจิดจ้าขึ้นทันใดกับข้อแนะนำของม่ายสาวผู้นี้  ทันใดนั้นทั้งสองต้องสะดุ้งวาบเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งเปิดประตูออกอย่างแรง

“ ปาลิตา ! “   วัฒน์อุทาน  ใจหายวาบเมื่อเห็นดวงตาวาวโรจน์ของผู้เข้ามาใหม่  ขณะที่นางพัชนียังคงมีท่าทีสงบเฉยอยู่

สาวใหญ่ผิวคล้ำเนียนมองน้ำตาคลอ  ริมฝีปากขบกันแน่น  ขณะที่วัฒน์เอ่ยถามเสียงเครียดว่า   “ คุณมาที่นี่ได้อย่างไร ลิตา “

“ ฉันมาทานข้าวกับเพื่อนที่นี่  จึงได้พบคุณไงล่ะ “   ปาลิตาตอบ  สีหน้าหมองเศร้า

วัฒน์ผุดลุกขึ้น  แล้วเดินไปหาลูกสาวของนายขัมน์ อัครชัย   “ ผมกำลังคุยธุระอยู่  คุณกลับบ้านไปก่อนนะ ลิตา “

ปาลิตาปัดมือของอีกฝ่ายที่เอื้อมมาแตะผิวกายของหล่อน  น้ำเสียงสั่นเครือยามเอ่ยว่า   “ มีคนเคยบอกฉันว่า  เห็นคุณกับผู้หญิงอื่นในโรงแรมม่านรูด  ฉันยังไม่เชื่อ  ตอนนี้ฉันเห็นคุณนั่งแนบชิดกับผู้หญิงคนนั้น  คุณบอกทีสิว่าฉันควรเชื่อสายตาของตัวเองไหม ? “

วัฒน์ยืนอ้ำอึ้ง  ปาลิตามองชายหนุ่มด้วยความผิดหวังอย่างแรง  พลางพูดตัดพ้อว่า  “ ฉันยอมทะเลาะกับพ่อเพื่อคุณ  แม้แต่หุ้นในมือก็โอนให้คุณโดยไม่ลังเล  คุณตอบแทนความรักของฉันด้วยการทรยศหรือคะ วัฒน์ “

“ พูดจาเหลวไหล ! “   วัฒน์ตวาดเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อน  พลางผลักไสหญิงสาวให้ออกไป   “ เราจะกลับไปคุยกันที่บ้าน  ออกไปได้แล้ว ลิตา “

“ คุณไล่ฉันรึ ! “

“ ใช่ ! ”  วัฒน์พูดยืนกรานหนักแน่น  โดยไม่แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายสักนิด 

นางพัชนีมองเยาะกับสภาพของปาลิตาที่ยืนมองอย่างหมดอาลัย  หล่อนกำลังสะใจกับทายาทของนายขัมน์ อัครชัยที่ผิดหวังกับทุกสิ่งในชีวิตจากฝีมือของชายคนรักที่หลอกลวงหาประโยชน์  นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการแก้แค้นที่หล่อนจัดการให้เกิดขึ้น  บัดนี้มันได้ประสบความสำเร็จแล้ว

ปาลิตาสะบัดหน้าเดินออกไปทันที  วัฒน์จึงมาทรุดนั่งใกล้ม่ายสาวสวยด้วยท่าทางฉุนเฉียว

“ โลกมันกลมจริงๆ ! “    เขาบ่นอุบอิบ

นางพัชนีพูดเตือนว่า   “ คุณน่าจะไปพูดเอาใจเสียหน่อย  ถึงอย่างไรปาลิตาก็ช่วยให้คุณสมหวังในวันนี้ได้ “

“ ผมได้หุ้นในมือของปาลิตาทั้งหมดแล้ว  ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มีความหมาย “   วัฒน์ตอบอย่างไม่ยี่หระ

“ ผู้ชายเลือดเย็น ! “   หล่อนพูดเสียงเข้ม  แล้วชักชวนให้ชายหนุ่มพาไปเที่ยวที่อื่น  วัฒน์ซึ่งคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่ฉลาด  ไม่มีวันรู้เลยว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของนักธุรกิจสาวใหญ่ในการแก้แค้นครอบครัวอัครชัย  เมื่องานของหล่อนสำเร็จลง  เขาก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไปเช่นกัน

 

*******โปรดติดตามตอนต่อไป********

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s