การประหารด้วยยาพิษ

เข็มฉีดยาบรรจุยาพิษ
เข็มฉีดยาบรรจุยาพิษ

ประหารชีวิตด้วยยาพิษ

เขียนโดย  มณีอักษร 

การลงโทษผู้กระทำความผิดมีมาแต่โบราณนับพันปีแล้ว สมัยก่อนโทษที่ใช้ เช่น โบยตี ทำงานหนัก จำคุก ประหารชีวิต เป็นต้น โทษประหารชีวิตถือเป็นโทษสูงสุดแต่โบราณแล้ว มักใช้กับความผิดที่รุนแรงซึ่งสร้างความเสียหายต่อสังคม ต่อผู้ปกครองบ้านเมือง กระบวนการตัดสินคดีก่อนลงโทษประหารชีวิตจะต้องทำอย่างรอบคอบและเป็นผู้กระทำความผิดแท้จริงเท่านั้นเพื่อความเป็นธรรมต่อครอบครัวของผู้กระทำความผิดและของผู้เสียหาย

เมื่ออดีตโทษประหารชีวิตเริ่มต้นจากการแขวนคอ ตัดคอ ทุบตีจนตาย และพัฒนาไปถึงการยิงเป้านักโทษ ส่วนการประหารชีวิตในไทยที่มีการจดบันทึกไว้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ การตัดคอ การทุบด้วยท่อนจันทน์ การยิงปืน แล้วแต่ลักษณะความผิดและคุณสมบัติของผู้กระทำผิด ต่อมาหลายประเทศมีความเชื่อกันว่า การยิงปืนเป็นการสร้างความทรมานแก่นักโทษ จึงคิดค้นหาวิธีตายที่สบายขึ้นจนกระทั่งมาถึงการใช้ยาพิษ โดยอยู่บนพื้นฐานความคิดว่าร่างกายของมนุษย์เปรียบคล้ายเครื่องจักร แต่ละส่วนมีการทำงานเฉพาะหน้าที่ ถ้าเพียงปิดการทำงานทีละจุด มนุษย์จะมีอาการคล้ายคนนอนหลับและหยุดหายใจหรือตายอันถือว่าไม่ทรมานเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ปืนยิงจนกว่าจะตาย

การคัดเลือกยาพิษเพื่อใช้ประหารชีวิตให้เหมาะสมกับแนวคิดการตายที่ไม่ทรมาน โดยเน้นคุณสมบัติทางเคมีของสารและจัดลำดับการฉีดสารแต่ละตัวไว้ ดังต่อไปนี้

1. โซเดียมไธโอเพนธัล                 ทำให้หมดสติหรือหลับ

2. แพนคูโรเนียมโบรไมด์             ทำให้ระบบประสาทหยุดการทำงาน

3. โปตัสเซียมคลอไรด์                  ทำให้หัวใจหยุดทำงาน

การฉีดสารเคมีแต่ละตัวตามลำดับจะส่งผลต่อนักโทษ คือ การหลับ ระบบประสาททุกส่วนหยุดการทำงานลง จากนั้นหัวใจจะค่อยๆหยุดเต้นและไม่หายใจในที่สุด นักวิทยาศาสตร์และนักทัณฑวิทยาเชื่อว่า วิธีประหารชีวิตด้วยสารพิษจักไม่ทำให้นักโทษต้องทรมานเมื่อเทียบกับการยิงปืนใส่ร่างนักโทษจนกว่าจะหมดลมหายใจตามที่ใช้กันมาหลายปีแล้ว และเป็นการประหารด้วยความเมตตา แต่หลายประเทศก็ยกเลิกโทษประหารชีวิตเพราะเห็นว่าเป็นความทารุณโหดร้าย แล้วเน้นที่การจำคุกนักโทษรุนแรงเหล่านั้นอย่างเข้มงวดแทนการฆ่าให้ตายตกตามกันอันเป็นแนวคิดลงโทษในอดีต ไม่ว่าจะมีโทษประหารชีวิตหรือไม่ จักสังเกตได้ว่า การกระทำผิดรุนแรงและโหดเหี้ยมยังมีให้เห็นในสังคมเสมอ วิธีป้องกันดีที่สุด คือ บ่มเพาะสั่งสอนสมาชิกในครอบครัวให้มีเมตตาสูง เห็นคุณค่าชีวิตของผู้อื่นเยี่ยงเดียวกับชีวิตของตน เคารพกฎหมายบ้านเมือง ถ้าเริ่มต้นที่ครอบครัวอย่างดีแล้ว สังคมจักรับผลพลอยได้จากการอบรมสั่งสอนที่ดีนี้ด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โทษประหารชีวิตจักไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

******************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s