ใต้เงาบาป 20

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป
บทประพันธ์ของ “ช่อมณี”
20.
เสียงเคาะประตูห้องทำให้เจ้าของร่างสันทัด  ใบหน้าเคร่งซึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารบนโต๊ะ  จำต้องลุกมาเปิดประตูให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือน  นั่นคือสาวสวยร่างเล็กบาง  ใบหน้างดงาม  ซึ่งยืนยิ้มหวานอยู่
“ ไอรีน ! “
หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาในห้องพักอันโอ่โถงของโรงแรม ที อาร์ พาวิลิเลี่ยน  ซึ่งพลัชเช่าพักเป็นการชั่วคราวระหว่างตบแต่งแมนชั่นหรูหราย่านรัชดาภิเษกที่เพิ่งซื้อมาเมื่อไม่นานนี้เอง
“ คุณมาถึงเมื่อไรล่ะ ? “   พลัชเอ่ยถาม  สายตายังคงมองเอกสารในมือ 
ไอรีนจูบแก้มสากของอีกฝ่าย  พลางลากเก้าอี้อีกตัวมาวางใกล้ชายหนุ่ม
“ คิดถึงคุณจัง ! “   หล่อนบอกเสียงหวาน  แล้วตัดพ้อชายหนุ่มว่า   “ คุณไม่โทร.ไปหาฉันหลายอาทิตย์เลยนะคะ พลัช “
“ ผมกำลังศึกษางานโรงแรมอยู่ “   เขาตอบเสียงขรึม   “ คุณยังไม่ตอบผมเลยนะ “
“ ฉันมาถึงเมื่อเช้านี้เอง  จึงแวะไปดูห้องเช่าของคุณแม่ที่แมนชั่นเดียวกับคุณ  เพื่อปรับปรุงไว้ทำงานของฉันค่ะ “
พลัชนั่งอ่านเอกสารไปเรื่อยๆ  ขณะที่ไอรีนเดินไปหยิบเครื่องดื่มเย็นฉ่ำเพื่อแก้กระหาย
“ คุณจะพักรอที่โรงแรมนี้สินะ “
“ ใช่ค่ะ “   หล่อนตอบด้วยรอยยิ้ม   “ ฉันจองห้องสูทไว้แล้ว  จึงมาหาคุณไงคะ “
“ หลังจากที่คุณพูดท้ารบกับมันตรินีแล้ว  มีปฏิกริยาอะไรบ้างไหม  ไอรีน “
“ เมื่อสองวันก่อนตรีส่งอี-เมล์มาให้ฉันค่ะ “   ไอรีนค่อยๆดื่มอย่างใจเย็น  ท่าทีผ่อนคลาย
พลัชเงยหน้าขึ้นมองสาวสายเลือดสิงคโปร์ด้วยความอยากรู้   “ เธอบอกว่าอะไรรึ ? “
“ ภายในสามเดือนนี้หากฉันไม่ได้ข้อมูลลับตามที่ตกลงกันไว้  จะถือว่าฉันพ่ายแพ้ “
“ ผู้หญิงคนนั้นชิงตัดหน้ากำหนดเส้นตายเองหรือนี่ ! “
ไอรีนเหยียดยิ้ม   “ ตรีประมาทฝีมือของฉันมากไป  เรื่องนี้ฉันใช้เวลาเดือนเดียวก็จัดการได้แล้ว “
“ มั่นใจมากนะ ! “   เขามองอีกฝ่ายอย่างพินิจ
สาวสวยยักไหล่เล็กน้อย   “ ในวงการแฮกเกอร์ของโลก  ฉันนับว่าอยู่ในอันดับต้น  ตรีไม่มีทางเทียบได้  ดังนั้นฉันจึงท้าให้แม่นั่นมาสู้ในโลกของฉันไงล่ะ  พลัช “
“ คุณไม่ควรประมาทผู้หญิงที่มีไอคิวระดับอัจฉริยะอย่างมันตรินี “
“ ตรีเป็นนักทดสอบเกมคอมพ์ชั้นยอดในเอเชียก็จริง  แต่เมื่อเธอเข้ามาในโลกของ
แฮกเกอร์  ก็เป็นเพียงฝุ่นธุลีเท่านั้น  ชัยชนะเป็นของฉันแน่ค่ะ “
พลัชกล่าวอย่างแปลกใจว่า  “ ผมได้ข่าวว่าเธอยังใช้ชีวิตปกติมาก  ราวกับไม่สนใจเรื่องของคุณเลยนะ ไอรีน “
“ ตรีเป็นคนใจเย็น  จะไม่มีใครรู้หรอกว่า  เธอคิดอะไรอยู่  เราจะเห็นต่อเมื่อความคิดของเธอเกิดเป็นรูปร่างเท่านั้น  ดังนั้นจึงให้คุณส่งคนคอยเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของเธอไงคะ “
“ ตอนนั้นคุณจะแก้ไขทันรึ ? “
ไอรีนหัวเราะในลำคอ  แววตามาดมั่น   “ ฉันไม่มีวันพ่ายแพ้ในเกมที่ฉันกำหนดขึ้นหรอกค่ะ พลัช “
“ คุณเล่นเกมนี้เพราะเรื่องผู้ชายคนนั้นหรือ ไอรีน “   เขาถามเสียงจริงจัง
หญิงสาวทรุดนั่งบนเก้าอี้ใกล้ชายหนุ่ม  พลางเหยียดยิ้มนิดๆ   “ ฉันต้องมีชัยชนะเหนือมันตรินี  เพื่อลบล้างคำสบประมาทของเพื่อนๆที่เคยบอกว่าในรุ่นของฉัน  จะไม่มีใครโดดเด่นเหนือผู้หญิงคนนั้นได้ “
“ เมื่อก่อนเธอได้ชัยชนะเหนือคุณ  ได้หัวใจของผู้ชายที่คุณรัก  ได้รับคำชมในผลงานที่สร้างสรรค์แทนตำแหน่งของคุณซึ่งเคยได้รับมาหลายปี  จึงกลายเป็นความแค้นในใจของคุณตลอดมาสินะ ไอรีน “
สาวสิงคโปร์พยักหน้ายอมรับ  ดวงตาเปล่งประกายวาวโรจน์   “ สวรรค์เล่นสกปรก  เมื่อให้ฉันมาเกิดเป็นเลิศในด้านคอมพิวเตอร์  ทำไมต้องส่งมันตรินีมาด้วยนะ  ฉันไม่เข้าใจเลย “
“ คุณไม่คิดบ้างหรือว่า  โลกนี้มีความยุติธรรมเสมอ “
ไอรีนมองชายหนุ่มด้วยแววตาระแวง   “ ฉันรู้สึกว่าคุณกำลังพูดเข้าข้างตรีนะ “
“ ผมพูดตามหลักการเท่านั้น “   เขากล่าวแก้ตัวทันที   “ ถึงอย่างไรผมต้องอยู่ฝ่ายเดียวกับแม่พัชนีเสมอ “
“ เป็นการจำใจรึ พลัช “
ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปาก  แล้วผุดลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ  ไอรีนมองเจ้าของริมฝีปากบางเฉียบด้วยท่าทางครุ่นคิด  จิตใจหวาดหวั่นชอบกล  หล่อนเริ่มหวั่นเกรงว่าความสูญเสียของรักในอดีต  อาจหวนกลับมาเกิดกับหล่อนอีกครั้ง  มันตรินีช่างเป็นศัตรูหัวใจของหล่อนเสียจริง  ต้องรีบทำลายผู้หญิงคนนั้น ก่อนที่พลัชจะถลำตัวไปอีก

           เช้าวันหนึ่งปรานต์ อัครชัย เดินนำหญิงสาวร่างเล็กบาง  ใบหน้ากลม  สวมแว่นตากรอบโตสีทอง  เข้าไปในห้องปฏิบัติการฝ่ายข้อมูลของบริษัทพิตรพิบูลกรุ๊ปแล้วแนะนำให้รู้จักกับพนักงานทุกคนที่รับผิดชอบในฝ่ายนั้น  มันตรินีชะงักเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับชัชอดีตคนรักที่เป็นรองหัวหน้าฝ่ายข้อมูล  หล่อนยิ้มทักทายเล็กน้อยก่อนจะเดินตามปรานต์ไปยังห้องทำงานที่จัดไว้แล้ว
“ เมื่อต้องการอะไรก็บอกพวกเขาได้ “
มันตรินีพยักหน้ารับรู้  พลางกวาดตามองไปรอบห้องนั้น   “ นี่เป็นห้องทำงานของหัวหน้าฝ่ายมิใช่หรือคะ ? “
“ ใช่แล้ว “   เขาตอบเสียงเรียบ  พลางทรุดนั่งบนโซฟายาว   “ คุณสุดาลาพักร้อนไปเที่ยว
ยุโรป  อีกสองอาทิตย์จึงกลับมาทำงาน  ดังนั้นช่วงนี้คุณใช้ห้องนี้ไปก่อน  ผมจะจัดห้องที่เป็น
สัดส่วนให้ทีหลัง “
“ ไม่จำเป็นก็ได้ค่ะ “ หล่อนกล่าวขึ้น  แววตาแจ่มใส   “ ฉันทำงานในเวลาไม่นานนัก  จึงไม่ต้องทำให้ยุ่งยากหรอก “
“ ผมยังไม่เห็นด้วยที่คุณจะเอาเรื่องของลุงพศ  ไปทำแบบนี้นะ “
มันตรินีมองเห็นสีหน้าเครียดของชายหนุ่ม  จึงถอนใจหนัก   “ ฉันไม่ใช่คนเลือกนะคะ “
“ ถ้าคุณทำพลาด  สิ่งที่ลุงพศสร้างมา  จะพังทลายนะ “
หญิงสาวนิ่งอึ้งไป  ปรานต์ผุดลุกขึ้น  พลางกล่าวเตือนเสียงจริงจังว่า   “ ผมหวังว่าคุณจะไม่ใช้โอกาสนี้แก้แค้นปู่ของคุณหรอกนะ “
เสียงเคาะประตูดังขึ้น  ชัชก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารปึกหนึ่ง  พลางเอ่ยว่า
“ ผมนำแผนภูมิการป้องกันข้อมูลของเรามาให้แล้วครับ “
ปรานต์มองผู้เข้ามาใหม่นิดหนึ่ง  แล้วหันมาทางหญิงสาว   “ ผมไม่รบกวนงานของคุณแล้วนะ คุณตรี “
มันตรินีมองตามเจ้าของร่างสูงโปร่งอย่างครุ่นคิดแกมหนักใจ  คำพูดของปรานต์ทำให้หล่อนรู้สึกขุ่นใจ  แต่เขาไม่เปิดโอกาสให้ตอบโต้ได้เลย
“ ตรี ! “   ชัชเรียกหญิงสาวเมื่อเห็นฝ่ายนั้นนิ่งเงียบไป
มันตรินีรู้สึกตัว  จึงหันมาสนใจเอกสารเบื้องหน้า  พลางถามว่า  “ ช่วงนี้มีรายงานการเจาะเข้าหาข้อมูลของเราไหมคะ  ชัช “
“ คุณหมายถึงการขโมยข้อมูลรึ ! “
“ ใช่ ! “
ชัชยืนทบทวนความคิดสักครู่  จึงตอบว่า   “ เมื่อวานนี้มีรายงานว่า  บางคนพยายามเปิดรหัสช่วงแรกของเรา  แต่ก็ล่าถอยไป  ผมสั่งเฝ้าจับตาดูอยู่ “
หญิงสาวขยับแว่นตากรอบโต  เมื่อมองแผนภูมิแผ่นใหญ่บนโต๊ะ  ปากพึมพำว่า
“ บางทีเราต้องปรับปรุงระบบเล็กน้อย  เพื่อเตรียมรับมือกับพวกแฮกเกอร์เสียแล้ว “
“ แฮกเกอร์ ! (นักขโมยข้อมูลทางคอมพิวเตอร์) ”
มันตรินีเหลือบตามองชัชนิดหนึ่ง  ก่อนจะเอ่ยจริงจังว่า   “ คุณต้องไม่พูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ฉันทำให้ใครฟังทั้งสิ้น  แม้แต่ฝ่ายบริหาร “
ชัชทำท่าจะทักท้วง  หญิงสาวกล่าวย้ำเสียงเข้มว่า   “ ฉันจะรายงานโดยตรงกับท่านประธานและคุณปรานต์เอง  หากคุณสงสัยในคำสั่งของฉัน  ก็ไปถามทั้งสองคนได้ “
“ ผมจะทำตามที่คุณต้องการ “  ชัชจำใจรับคำ  เพราะปรานต์เพิ่งบอกกับเขาเองว่าคำสั่งของหญิงสาวคือคำสั่งจากประธานบริษัท
มันตรินีก้มหน้าอ่านเอกสาร  ขณะที่ชัชมองดูหญิงสาวที่เขาเคยรักด้วยหัวใจหนักอึ้ง
“ ตรี ! “
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบนัยน์ตาของชัชเป็นเชิงถาม   “ มีอะไรคะ ? “
“ ผมขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น “
“ ฉันลืมไปแล้ว “   หล่อนตอบเสียงเย็น   “ คุณกับฉันยังเป็นเพื่อนกันได้ “
“ ผม……. “
มันตรินียิ้มนิดๆ   “ ฉันอยากให้คุณลืมอดีตเสีย  เราต่างกำลังเริ่มต้นเดินตามเส้นทางที่เลือกแล้ว  จึงไม่ควรคิดถึงอดีตอีกนะคะ “
“ ผมเพียงอยากอธิบายเท่านั้น “
“ ไม่จำเป็นหรอกค่ะ “   หล่อนกล่าวตอบ  แววตาเย็นเฉียบ   “ คุณกลับไปทำงานเถอะ  ฉันต้องการศึกษาเอกสารนี้ตามลำพัง “
ทั้งสองคนหันไปมองผู้เข้ามาใหม่  เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของสาวใหญ่ร่างสูง  ใบหน้าตกแต่งงดงามด้วยเครื่องสำอางสีเข้มที่ก้าวเข้ามาในห้องนั้น
“ ฉันคงไม่ได้มารบกวนการรื้อฟื้นความหลังของพวกเธอหรอกนะ “   สิดาพรกล่าวเสียดสีคนทั้งสองอย่างจงใจ
ชัชมีสีหน้าเจื่อน  แล้วขอตัวกลับไปทำงาน  โดยไม่ลืมปิดประตูห้อง  เพื่อให้มันตรินีกับ
สิดาพรได้อยู่ด้วยกัน
“ เธอคงจำได้นะว่า  ไม่ได้เป็นพนักงานที่นี่ “   สิดาพรพูดข่มอีกฝ่ายก่อนเมื่อนั่งบนเก้าอี้ว่าง
มันตรินียังคงก้มหน้าอ่านเอกสารบนโต๊ะโดยไม่มีทีท่าสนใจผู้เป็นน้องสาวของบิดา
“ ฉันพูดกับเธออยู่นะ ตรี “   สาวใหญ่ตวาดด้วยความฉุนเฉียว
“ กำลังฟังอยู่ค่ะ “
“ ทำไมไม่มองฉัน ?! “
“ ฉันไม่อยากเสียเวลาค่ะ “   มันตรินีตอบเสียงเรียบ  ดวงตายังไม่ละจากเอกสารเบื้องหน้า
สิดาพรพยายามระงับความโกรธไว้เต็มที่  พลางบอกเสียงขุ่นว่า   “ พ่อสั่งให้ปรานต์คอยประสานงานกับเธอ  หวังว่าเธอจะไม่เข้าใจผิดในตัวเขานะ “
“ เข้าใจผิดอะไรคะ ? “   หล่อนเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นอา
สาวใหญ่เชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง  แล้วกล่าวเน้นว่า   “ เธออาจหลงคิดว่าปรานต์เอาใจเธอเพราะชอบน่ะสิ “
“ คุณมาเพื่อต้องการเตือนฉันสินะ “
“ ฉันเห็นว่าเธอเป็นหลานหรอกนะ  จึงเตือนเพราะไม่อยากให้เศร้าใจทีหลัง “
มันตรินีหัวเราะหึในลำคอ  ดวงตามองอีกฝ่ายอย่างสมเพช   “ ฉันรู้สึกว่าประธานสรพศเลือกคุณมารับผิดชอบบริษัท พี อาร์ อินเวสเมนต์ เป็นการผิดพลาดมาก “
สาวใหญ่ถลึงตามองหลานสาวอย่างโกรธจัด  ขณะที่มันตรินีกล่าวต่อไปโดยไม่แคร์สายตาคมกร้าวคู่นั้นว่า   “ เขาน่าจะให้คุณไปจัดการโรงแรมม่านรูดมากกว่า  เพราะสมองของคุณคิดวนเวียนแต่เรื่องเพศเท่านั้น “
“ นี่แก…….. “
สิดาพรผุดลุกขึ้นยืน  สีหน้าโกรธ  แววตากร้าว  ไม่อาจหาคำพูดมาตอบโต้ได้ทันใจนัก
“ ฉันเข้าใจดีว่าคุณกำลังระแวงฉัน “   หล่อนกล่าวเสียงเย็น  พลางมองอีกฝ่ายเขม็ง   “ ขอให้เข้าใจด้วยว่า  ฉันมาทำงานไม่ใช่มองหาผู้ชายมานอนด้วย  โปรดอย่าพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้อีก “
สิดาพรทำท่าจะพูดโต้  เจ้าของใบหน้ากลมพูดแทรกขึ้นอีกว่า
“ ฉันได้ตอบสิ่งที่คุณต้องการได้ยินแล้ว  เชิญออกไปได้ค่ะ “
สาวใหญ่เดินสะบัดหน้าออกไปด้วยความขุ่นใจที่โดนไล่ออกมาอย่างไม่ไว้หน้าจากคำพูดของหลานสาวของตัวเอง  โดยไม่มีโอกาสโต้ตอบอย่างใดเลย
“ นายปรานต์เนี่ย  มีเสน่ห์มากขนาดนี้เชียว ! “   มันตรินีพึมพำ  พลางส่ายหัวไปมาอย่างระอา  เมื่อนึกถึงเจ้าของดวงตาคมดุของปรานต์ที่มักรู้เท่าทันความคิดของหล่อนเสมอ

                  เวลาเดียวกันนั้นขณะที่ปรานต์ อัครชัย กำลังนั่งสนทนาอยู่กับชนิตว์นักข่าวสาวที่โซฟายาวในห้องทำงานของเขา  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  เขาจึงลุกไปรับสาย  พลางพูดคุยอยู่พักใหญ่  จึงวางสายลง  สีหน้าเคร่งขรึม
“ วันนี้ผมคงคุยได้แค่นี้ “   ปรานต์บอกเสียงเครียด  เมื่อเขาเดินกลับมาหานักข่าวสาวสวย
ชนิตว์พยักหน้าเข้าใจโดยดี  ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า   “ ผมจะให้เลขานัดหมายอีกครั้งแล้วกัน “
“ ไม่มีปัญหาค่ะ “
“ ขอโทษที่ทำให้เสียเวลาของคุณนะครับ “
“ คุณคงมีธุระด่วนมากสิคะ “
ปรานต์ยิ้มที่มุมปาก  แววตารู้เท่าทัน   “ อย่าคิดว่าจะได้ข่าวจากผมเลย คุณนิตว์ “
“ ฉันพูดจากใจจริงนะเนี่ย “   หล่อนมองค้อนชายหนุ่ม  แล้วกล่าวอำลาเจ้าของห้อง
ปรานต์จึงเดินไปค้นหาแฟ้มหนึ่งมาเปิดอ่านสักครู่  พลางผุดลุกขึ้น  ดวงตาเป็นประกายกร้าว   “ ไอ้วัฒน์เริ่มแผลงฤทธิ์  โผล่หางจิ้งจอกมาแล้ว ! “

           ปรานต์ อัครชัย เดินทางมายังบริษัท เค พี เอ โฮลดิ้ง  แล้วไปนั่งรอบิดาซึ่งกำลังเข้าประชุมอยู่  เวลาผ่านไปสักพักประธานบริษัทเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนเพลีย
“ มาแล้วรึ ปรานต์ “
เมื่อผู้เป็นบิดาทรุดนั่งบนเก้าอี้แล้ว  ชายหนุ่มจึงเอ่ยตอบว่า   “ ผมได้รับโทรศัพท์จากเลขาของพ่อ  ก็รีบมาทันทีครับ “
“ ลูกอ่านกระดาษแผ่นนี้สิ ! “   ขัมน์ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ลูกชาย
เมื่อปรานต์อ่านข้อความในเอกสาร สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
“ พ่อนึกไม่ออกเลยว่า  เซ็นชื่อในเอกสารนี้ได้อย่างไร “   ขัมน์กล่าวเสียงขื่น  แววตาสลด
“ หุ้นของพ่อจะกลายเป็นของนายวัฒน์หรือครับ ? “
ขัมน์พยักหน้าช้าๆ ชายหนุ่มถามขึ้นว่า   “ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร  โดยพ่อไม่รับรู้เลย “
“ พ่อคิดว่า……… “
“ เขาใช้เวลาที่พ่อลืมตัวหรือครับ ? “   ปรานต์กล่าวแทรกขึ้นด้วยเสียงขุ่นกร้าว
“ มันคงเป็นแบบนั้นแหละ “
“ ยังมีเอกสารอื่นอีกไหมครับ ? “   เขาถามเสียงรัว  แววตาวิตก
“ พ่อไม่รู้จริงๆ “
ปรานต์นิ่งคิดครู่หนึ่ง  พลางบอกเสียงเย็นลงว่า   “ เราต้องมีทางออก  เพื่อช่วงชิงหุ้นคืนมา “
“ เป็นความผิดของพ่อเอง ปรานต์ “   ขัมน์ครางเสียงขื่น   พลางใช้มือกุมศีรษะไว้
“ ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งตีโพยตีพายนะครับ “
ขัมน์มองผู้เป็นลูกชายด้วยแววตาขมขื่น   “ หากพ่อไม่เลี้ยงงูพิษไว้  เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่ “
ปรานต์ได้แต่นิ่งเงียบ  ขณะที่ผู้เป็นบิดาถอนใจหนัก   “  มีอีกเรื่องที่ลูกควรรู้ไว้นะ ปรานต์ “
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น  ขัมน์ยื่นเอกสารอีกฉบับให้ลูกชาย
“ หุ้นส่วนบางคนได้ขายหุ้นของเราไปแล้ว  เพราะพิษเศรษฐกิจ “
ปรานต์อ่านรายละเอียดที่ชี้แจงสัดส่วนการถือหุ้นใหม่ซึ่งนายวัฒน์ได้ยื่นให้ที่ปประชุมผู้บริหารรับทราบ  สีหน้าของ เขาเครียดขึ้นมากกับรายชื่อผู้ถือหุ้นคนใหม่
“ นางพัชนี ธนวัตร ! “
“ คนๆนั้นกำลังคืบคลานเพื่อกลืนบริษัทที่พ่อสร้างมา “   ขัมน์บอกเสียงต่ำ  น้ำตาคลอ
   “ โดยมีปาลิตาส่งเสริมอยู่ด้วย “
“ พ่อหมายความว่า……. “
“ ลิตาโอนหุ้นของตัวเองให้วัฒน์ไปแล้ว “
“ บ้าที่สุด !  “   ปรานต์มีอาการหัวเสียหนัก  ไม่นึกว่าน้องสาวจะหลงใหลผู้ชายคนนั้นมากขนาดนี้
เสียงเคาะประตูดังขึ้น  เลขาส่วนตัวของขัมน์นำเอกสารมาส่งให้ประธานบริษัท เค พี เอ โฮลดิ้ง
“ วัฒน์นัดประชุมใหญ่อาทิตย์หน้าเพื่อเปลี่ยนตัวประธานกรรมการใหม่ “
ปรานต์รับเอกสารมาอ่านดู  ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างไม่พอใจ   “ มันจะไล่พ่อ ! “
ขัมน์นิ่งอึ้งไป  ขณะที่ลูกชายกำกระดาษแผ่นนั้นแน่น  พลางกัดกรามเป็นสันนูน
“ ผมไม่ยอมให้พวกนั้นทำลายบริษัทของเราได้ง่ายๆหรอก “
“ ลูกคิดทำอะไรรึ ? “
“ ผมจะต้องหาวิธีแก้ไขปัญหานี้ “   เขาผุดลุกขึ้น  พลางกล่าวกับบิดาว่า
“ ขอเวลาไปปรึกษากับผู้รู้ก่อนนะครับ พ่อ “
ขัมน์มองเจ้าของร่างสูงโปร่งที่เดินออกไปด้วยความเห็นใจยิ่งกับสิ่งที่ปรานต์กำลังเผชิญเบื้องหน้า  อันเกิดจากตัวเขาเองที่ก่อขึ้น
********โปรดติดตามตอนต่อไป**********

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s