สิทธิปฏิเสธไม่รับการยื้อชีวิต

เขียนโดย  ลีลา LAW 

         เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมที่มนุษย์ทุกชนชั้นไม่เคยหลีกเลี่ยงได้ แม้จะมีเงินทองอยากซื้อชีวิตมากแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่เคยพ้นความตาย เมื่อบ้านเมืองพัฒนาความรู้และเครื่องมือการรักษาโรคหรือพยุงชีวิตได้ทันสมัย เพียงช่วยให้เขาหรือเธอรอดชีวิตหรือยื้อชีวิตได้พักหนึ่งสุดแต่ระดับความเจ็บป่วยของแต่ละคน การพัฒนาวิธีพยุงชีวิตยังมีอีกด้านหนึ่งที่ควรรู้และกลายเป็นเรื่องที่หลายคนเสนอว่า การพยุงชีวิตอาจเป็นการมีชีวิตต่อไปอย่างทุกข์ทรมาน จึงอยากเลือกใช้สิทธิการตายของตัวเอง

        รัฐธรรมนูญไทยเปิดโอกาสให้คนไทยใช้สิทธิการตายได้โดยมีกฎกระทรวงออกมารับรองและเสนอรูปแบบการแสดงเจตนาล่วงหน้าสำหรับการตายอย่างมีศักดิ์ศรีของตนเยี่ยงเดียวกับชาติตะวันตกยอมรับรองสิทธิประเภทนี้แล้วบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิการตายคือ แพทย์และทีมงาน ไทยมีกฎหมายควบคุมการทำงานของแพทย์และจรรยาบรรณไว้ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แพทย์ต้องใช้วิชาความรู้และเครื่องมือเท่าที่มีเพื่อรักษาชีวิตคนไข้อย่างเต็มความสามารถและบนมาตรฐานสากล อีกทั้งต้องทำงานอย่างความรอบคอบอีกด้วย หากแพทย์คนใดไม่ทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ จักต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ดังนั้น เมื่อคนไข้อยู่ในภาวะโคม่าหรืออาการหนัก จึงเป็นหน้าที่ของแพทย์ต้องรักษาชีวิตคนไข้ให้รอดปลอดภัยเป็นหลัก นอกจากสุดวิสัยจะยื้อรักษาชีวิตไม่ได้ด้วยสภาพโรคและความไม่พร้อมของร่างกายคนไข้เองซึ่งก็ยังมีหลักการประเมินการทำงานของแพทย์และความตายของคนไข้ช่วยชี้ว่า แพทย์ได้ทำงานครบถ้วนมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่

          เมื่อแพทย์ต้องทำงานหลักในการรักษาชีวิตคนไข้ให้รอดปลอดภัยเป็นหลักและทำอย่างสุดความสามารถ วิธียื้อชีวิตหรือลดอันตรายจากการเสียชีวิตจึงไม่พ้นที่แพทย์อาจต้องใช้เครื่องมือหลายชิ้นกับคนไข้ ทั้งแทง เสียบสาย ทุบอก ซึ่งเป็นวิธีการปั๊มหัวใจ เสียบสายน้ำเกลือ ต่อท่อหายใจ เพื่อรักษาหลายระบบในร่างกายให้ทำงานต่อไป หากแพทย์ไม่ทำสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานก็อาจถูกกล่าวหาจากญาติคนไข้ว่า ละเลยการทำงานหรือช่วยชีวิตคนไข้ บางครั้งแม้แพทย์จะทำสิ่งเหล่านั้นกับคนไข้แล้ว แต่ด้วยสภาพโรคและร่างกายคนไข้ที่ทนต่ออาการโรคไม่ได้ ก็อาจสิ้นชีวิตด้วยเหตุสุดวิสัยและสุดความสามารถของแพทย์แล้ว ภาพการใช้เครื่องมือช่วยชีวิตคนไข้หรือการทำงานเพื่อยื้อลมหายใจคนไข้ไว้ อาจเป็นภาพน่าหวาดเสียวของหลายคน ทั้งนี้ทุกอย่างทำเพื่อให้คนไข้รอดชีวิตและเป็นไปตามหลักวิชาชีพกับความรู้ทางการแพทย์ซึ่งทั้งโลกก็เรียนรู้เหมือนกัน

                คนไข้บางคนเป็นโรคร้ายแรงที่รู้วันเวลาตายแน่นอนหรือแก่ชราและมีโรคร้ายรุม อาจรู้สึกว่าเมื่อเวลาสุดท้ายมาถึงก็ไม่อยากให้แพทย์ยื้อชีวิตไว้ เพราะแม้รอดมีลมหายใจ แต่ก็ต้องนอนไร้สติหรือแค่ยื้อความตายออกไปเพียงเล็กน้อย เขาหรือเธออาจไม่อยากให้ใช้วิชาแพทย์หรือเครื่องมือสารพัดแบบกับร่างกายตน และพร้อมใจรับความตายโดยดุษฎี แต่เกรงญาติพี่น้องไม่ยอมรับเรื่องนี้ จึงอาจขอใช้สิทธิเลือกการตายอย่างมีศักดิ์ศรี คือ ตายโดยธรรมชาติ หมายถึง อวัยวะทุกระบบที่ปราศจากเครื่องช่วยชีวิตจะค่อยๆยุติการทำงานตามธรรมชาติด้วยภาวะโรคและสภาพร่างกายคนไข้  ทั้งนี้ กฎหมายยังบังคับให้แพทย์ต้องคอยรักษาประคับประคองจนถึงที่สุด หมายความว่าแพทย์ยังไม่ทิ้งคนไข้ให้ตาย แต่จะให้ยาตามอาการเพื่อประคองคนไข้ให้สิ้นลมหายใจอย่างสงบ ไม่ทุรนทุราย เพียงแค่ไม่ใช้เครื่องมือใดสำหรับช่วยชีวิตตามที่คนไข้สั่งไว้

               หนังสือแสดงเจตนาของบุคคลที่ไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตหรือยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยสามารถทำได้ตั้งแต่ยังมีสติสัมปชัญญะแจ้งความต้องการดังกล่าวไว้กับแพทย์หรือสถานพยาบาลก็ได้ ทั้งนี้ กฎหมายบังคับว่า แพทย์ต้องอธิบายภาวะความเป็นไปของโรคขณะนั้น พร้อมตอบทุกคำถามของคนไข้จนแน่ใจว่าเข้าใจตรงกันเพื่อให้คำยืนยันหรือปฏิเสธก่อนจะทำหนังสือดังกล่าว

           ส่วนกรณีที่บุคคลแสดงเจตนาไม่มีสติสัมปชัญญะดีพอจะสื่อสารได้ แต่ทำหนังสือไว้แล้วเกิดความสงสัยในเนื้อหาข้อความและกำหนดบุคคลอื่นเป็นผู้อธิบายเจตนารมณ์แท้จริงของเจ้าของหนังสือดังกล่าว แพทย์ต้องอธิบายภาวะความเป็นไปของโรคให้บุคคลดังกล่าวทราบและแจ้งรายละเอียดหนังสือแสดงเจตนาที่คนไข้เขียนไว้ก่อนที่จะทำตามหนังสือดังกล่าวด้วย

             แบบแสดงเจตนาไม่ต้องการยืดชีวิตหรือยุติการทรมานจากความเจ็บป่วยนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบไว้ ก็หมายความว่า บุคคลสามารถแสดงเจตนาด้วยวาจาหรือด้วยหนังสือก็ได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างญาติคนไข้กับบุคลากรทางการแพทย์หรือสถานพยาบาล สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติจึงจัดทำแบบแสดงเจตนาของบุคคลเป็นเอกสารหนังสือกรณีไม่ต้องการให้ยืดชีวิตหรือยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยซึ่งมีรายการตามที่กฎหมายระบุไว้ครบถ้วน แล้วยังระบุวิธีช่วยชีวิตที่คนไข้ต้องการใช้หรือไม่ใช้ อีกด้วย ไม่ว่าด้วยวาจาหรือโดยหนังสือ ควรต้องมีพยานรับรู้การแสดงเจตนานั้น

              นอกจากทำหนังสือแสดงเจตนาหรือทำโดยวาจา ก็ต้องมอบเอกสารดังกล่าวหรือบอกให้คณะแพทย์รับทราบ ปัญหาทางปฏิบัติคือ ถ้าแสดงเจตนาด้วยวาจาก็จะถกเถียงในภายหลังกับญาติที่ไม่เคยรู้หรือไม่รับรู้เจตนารมณ์ของคนไข้มาก่อน อันจะทำให้การทำงานของแพทย์ลำบากใจ ดังนั้น การแสดงเจตนาโดยวาจาของคนไข้ที่มีสติสัมปชัญญะขอเสนอให้มีหลักฐานเพิ่มเติมชัดขึ้นโดยถ่ายวิดิโอคำพูดของคนไข้ไว้ยืนยันเจตนารมณ์อีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือคณะแพทย์ทำงานง่ายขึ้นและญาติพี่น้องไม่แคลงใจการทำงานของแพทย์ด้วย

           วาระสุดท้ายของชีวิต กฎหมายตีความหมายว่า คือ ภาวะของผู้แสดงเจตนาอันเกิดจากการบาดเจ็บหรือโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายได้และแพทย์วินิจฉัยจากการพยากรณ์โรคตามมาตรฐานแพทย์ว่า ภาวะนั้นไปสู่การตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระยะเวลาอันใกล้และให้รวมถึงภาวะการสูญเสียหน้าที่อย่างถาวรของเปลือกสมองใหญ่ที่ทำให้ขาดความสามารถในการรับรู้และติดต่อสื่อสารอย่างถาวร โดยปราศจากพฤติกรรมการตอบสนองใดๆที่แสดงถึงการรับรู้ได้ จะมีเพียงปฏิกิริยาสนองตอบอัตโนมัติเท่านั้น ด้วยวิชาความรู้ทางการแพทย์ไทยสามารถตอบได้ว่า เวลาใดคือวาระสุดท้ายของลมหายใจมนุษย์ที่ความรู้ใดก็ไม่สามารถรั้งชีวิตได้ คงทำได้เพียงใช้เครื่องมือยืดชีวิตชั่วเวลาหนึ่งก่อนตายจริง กฎหมายและแพทยสภากำหนดภาวะความตายไว้แล้ว รวมทั้งมาตรฐานพยากรณ์โรคสู่วาระสุดท้ายของแพทย์ไทยแม่นยำและชัดเจน

                   สิทธิที่คนไข้พึงรู้กรณีต้องการแสดงเจตนาไม่ประสงค์ให้ยืดการตายในวาระสุดท้ายแห่งชีวิตหรือยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย คือ การอธิบายภาวะแห่งโรค ความทรมานจากโรคภัย วาระสุดท้ายของผู้เป็นโรคภัยนั้น รายละเอียดหรือข้อมูลการเจ็บป่วยของตนเอง ความเห็นของแพทย์ ประกอบการตัดสินใจ แบบแสดงเจตนาประเภทนี้ขอได้จากทุกโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน ขอย้ำว่า คนไข้ควรหาข้อมูลประเมินอาการของตนให้มากที่สุด สำรวจอารมณ์ความรู้สึกของตนว่ามั่นคง ไม่ท้อแท้ เข้าใจสภาพจริงหรือความต้องการแท้จริงของตัวเอง

                 ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างแบบแสดงเจตนาไม่ยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตหรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยซึ่งมี 2 แบบให้เลือกใช้ตามความปรารถนาของแต่ละบุคคล โดยถือเป็นแบบพื้นฐาน แต่ไม่ได้ห้ามคนไข้เขียนเนื้อหาอื่นที่ให้ความหมายเดียวกับตัวอย่างนี้

 

ตัวอย่างหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข (แบบที่ ๑)

                                                                          เขียนที่ ………………………………………..

                                                                          วันที่ …………………………………..

ข้าพเจ้า(ชื่อ-นามสกุล)………………………………………………………………………..อายุ……..ปี

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน …………………………………………………………………………………..

ที่อยู่ที่ติดต่อได้………………………………………………………………………………………………………….

เบอร์โทรศัพท์ ………………………………………เบอร์ที่ทำงาน …………………………………………………

ขณะข้าพเจ้าทำหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ ข้าพเจ้าประสงค์จะให้ผู้ประกอบ

วิชาชีพเวชกรรมที่ดูแลรักษาข้าพเจ้า รักษาโดยให้ข้าพเจ้ายังมีคุณภาพชีวิตที่ข้าพเจ้ายอมรับได้

ในกรณีที่ข้าพเจ้าตกอยู่ในสภาวะใดสภาวะหนึ่งต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นวาระสุดท้ายในชีวิตของ

ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ต้องการตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น (โปรดทำเครื่องหมาย ในข้อที่ท่านต้องการบางข้อหรือ

ทั้งหมด พร้อมลงชื่อกำกับในข้อนั้นด้วย)

ไม่รู้สึกตัวอย่างถาวร หมายความว่า ข้าพเจ้าไม่อาจรู้ได้ว่ารอบตัวข้าพเจ้ามีใคร

หรือสิ่งใดอยู่เลย และมีโอกาสน้อยมากที่จะกลับฟื้นขึ้นมาจากการสลบนั้น

…………

มีอาการสับสนอย่างถาวร หมายความว่า ข้าพเจ้าไม่อาจจดจำ เข้าใจหรือตัดสินใจ

เรื่องใดๆ ได้ ข้าพเจ้าไม่อาจจำคนที่ข้าพเจ้ารักได้ หรือไม่สามารถสนทนากับเขาได้อย่าง

แจ่มแจ้ง

…………

ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้อย่างอิสระ ซึ่งได้แก่ ไม่อาจพูดได้ยาวๆ

อย่างชัดเจน หรือเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ ต้องให้ผู้อื่นช่วยทำสิ่งต่อไปนี้ให้ คือ ป้อน

อาหาร อาบน้ำ แต่งตัว เดินไม่ได้เอง การฟื้นฟูสภาพหรือการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูใดๆ จะไม่

ทำให้อาการดังกล่าวกระเตื้องขึ้น

…………

อยู่ในภาวะสุดท้ายของการเจ็บป่วย หมายความว่า โรคที่ข้าพเจ้าเป็นอยู่มาถึง

ระยะสุดท้ายแล้ว แม้ได้รับการรักษาเต็มที่แล้วก็ตาม เช่น มะเร็งได้แพร่กระจายไปทั่วโดย

ไม่สนองต่อการรักษาใดๆ ต่อไปอีก หัวใจและปอดได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย

เรื้อรัง จนกระทั่งมีความรู้สึกว่าขาดอากาศอยู่ตลอดเวลา

…………

โปรดให้การรักษาข้าพเจ้าตามความประสงค์ ดังต่อไปนี้ (โปรดทำเครื่องหมาย ในข้อที่ท่าน

ยอมรับหรือไม่ยอมรับ พร้อมลงชื่อกำกับในข้อนั้นด้วย)

. การฟื้นฟูการเต้นของหัวใจและการหายใจ ได้แก่ การกระตุ้นให้หัวใจกลับ

เต้นขึ้นใหม่ หรือทำให้กลับหายใจได้ใหม่ภายหลังจากที่หัวใจหรือการหายใจหยุด

ทำงานแล้ว ซึ่งได้แก่การใช้เครื่องมือไฟฟ้ากระตุ้น กด กระแทกทรวงอก และใช้

เครื่องช่วยหายใจ

ยอมรับ

ไม่ยอมรับ

………………

. การพยุงการมีชีวิต คือ การใช้เครื่องช่วยหายใจติดต่อกันไปตลอดเวลา การให้

สารน้ำและยาทางหลอดเลือดดำ รวมทั้งการใช้เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้ปอด หัวใจ

ไต และอวัยวะอื่นๆ ทำงานต่อไปได้

ยอมรับ

ไม่ยอมรับ

………………

. การรักษาภาวะที่เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นใหม่ เช่น การผ่าตัด การถ่ายเลือด

การให้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นการรักษาภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว แต่ไม่ได้รักษาโรคที่

เป็นอยู่เดิม

ยอมรับ

ไม่ยอมรับ

………………

. การให้อาหารทางท่อ หมายถึง การให้อาหารและนํ้าเข้าไปในกระเพาะอาหาร

ของผู้ป่วย หรือให้ของเหลวเข้าทางหลอดเลือดดำ หรือรวมทั้งการให้อาหารหรือ

นํ้าทางหลอดเลือดแดงด้วย

ยอมรับ

ไม่ยอมรับ

………………

ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ให้บริการไปแล้ว โดยมิได้ทราบถึงเนื้อความใน

หนังสือแสดงเจตนาฉบับนี้หรือไม่ทราบความประสงค์ที่แท้จริงของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องให้ ยุติการ

บริการ (Withdraw) ในสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ยอมรับด้วย

ข้าพเจ้าขอให้สถานพยาบาลหรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขอำนวยความสะดวกตามความ

เหมาะสม ดังต่อไปนี้

o ความประสงค์ที่จะเสียชีวิตที่บ้าน

o การเยียวยาทางจิตใจอื่นๆ (กรุณาระบุ เช่น การสวดมนต์, การเทศนาของนักบวช เป็น

ต้น)………………………………………………………………………………………………………

o …………………………………………………………………………………………………………….

o …………………………………………………………………………………………………………….

ข้าพเจ้าขอมอบหมายให้ (ชื่อ นามสกุล)…………………………………………………….. ในฐานะ

บุคคลใกล้ชิด (ถ้ามี) เป็นผู้แสดงเจตนาแทน เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้

ตามปกติเพื่อทำหน้าที่อธิบายความประสงค์ที่แท้จริงของข้าพเจ้า หรือปรึกษาหารือกับผู้ประกอบวิชาชีพ

ด้านสาธารณสุขในการวางแผนการดูแลรักษาต่อไป

ข้าพเจ้าได้ทำหนังสือแสดงเจตนาต่อหน้าพยาน และทำสำเนาเอกสารมอบให้บุคคลใกล้ชิด และ

พยานเก็บรักษาไว้ เพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลเมื่อข้าพเจ้าถูกนำตัวเข้ารักษาใน

สถานพยาบาล

ลงชื่อผู้ทำหนังสือแสดงเจตนา…………………………………………….

ลงชื่อบุคคลใกล้ชิด………………………………………….

ลงชื่อพยาน………………………………………………….

ลงชื่อพยาน………………………………………………….

ลงชื่อผู้เขียน/ผู้พิมพ์ …………………………………………………….

ผู้ใกล้ชิด (ทำหน้าที่อธิบายความประสงค์ที่แท้จริงของผู้ทำหนังสือ หรือหารือแนวทางการดูแล

รักษากับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ดูแลรักษาข้าพเจ้า เช่น บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร พี่ น้อง หรือ

บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ไว้วางใจกัน)

ชื่อ-นามสกุล ………………………………………..มีความสัมพันธ์เป็น ……………………………..

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ………………………………………………………………………………….

ที่อยู่ที่ติดต่อได้…………………………………………………………………………………………………………

เบอร์โทรศัพท์ …………………………………………………………………………………………………………

พยานคนที่ ๑

ชื่อ-นามสกุล …………………………………………มีความสัมพันธ์เป็น ……………………………

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ………………………………………………………………………………….

ที่อยู่ที่ติดต่อได้………………………………………………………………………………………………………..

เบอร์โทรศัพท์ ………………………………………………………………………………………………………..

พยานคนที่ ๒

ชื่อ-นามสกุล ………………………………………มีความสัมพันธ์เป็น ……………………………..

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน …………………………………………………………………………………

ที่อยู่ที่ติดต่อได้……………………………………………………………………………………………………….

เบอร์โทรศัพท์ ……………………………………………………………………………………………………….

ผู้เขียนหรือผู้พิมพ์หนังสือนี้แทนผู้ทำหนังสือแสดงเจตนา

ชื่อ-นามสกุล ………………………………………มีความสัมพันธ์เป็น ……………………………

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ……………………………………………………………………………….

ที่อยู่ที่ติดต่อได้………………………………………………………………………………………………………

เบอร์โทรศัพท์ …………………………………………………………………………………………………_

                     ตัวอย่างหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข (แบบที่ ๒)

                                                                                       วันที่ ……………………………..

ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) …………………………………………………………………..อายุ……..ปี

บัตรประชาชนเลขที่ ………………………………………………………………………………………………….

ที่อยู่ที่ติดต่อได้ ……………………………………………………………………………………………………..

เบอร์โทรศัพท์ ……………………………………………เบอร์ที่ทำงาน …………………………………….…..

ขณะทำหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ และมีความประสงค์ที่จะแสดงเจตนาที่จะ

ขอตายอย่างสงบตามธรรมชาติ ไม่ต้องการให้มีการใช้เครื่องมือใดๆ กับข้าพเจ้า เพื่อยืดการตายออกไป

โดยไม่จำเป็นและเป็นการสูญเปล่า แต่ข้าพเจ้ายังคงได้รับการดูแลรักษาตามอาการ

  • • เมื่อข้าพเจ้าตกอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือ
  • • เมื่อข้าพเจ้าได้รับทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บหรือโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายได้

ข้าพเจ้าขอปฏิเสธการรักษาดังต่อไปนี้ (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ และให้เซ็นชื่อกำกับหน้าข้อที่ท่าน

เลือก)

o การเจาะคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ

o การใช้เครื่องช่วยหายใจ

o การให้สารอาหารและนํ้าทางสายยาง

o การเข้ารักษาในห้องไอ.ซี.ยู (I.C.U.)

o การกระตุ้นระบบไหลเวียน

o กระบวนการฟื้นชีพเมื่อหัวใจหยุด

o การรักษาโรคแทรกซ้อนด้วยยาหรือวิธีการรักษาใดๆ

o ………………………………………………………………………………………………………..

o ………………………………………………………………………………………………………..

o ………………………………………………………………………………………………………..

ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ให้บริการดังกล่าว โดยมิได้ทราบถึงเนื้อความใน

หนังสือแสดงเจตนาฉบับนี้หรือไม่ทราบความประสงค์ที่แท้จริงของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องให้ผู้นั้นกรุณา

หยุดการบริการ(Withdraw)ต่อไปนี้ด้วย ได้แก่

o การใช้เครื่องช่วยหายใจ

o การให้สารอาหารและนํ้าทางสายยาง

o ………………………………………………………………………………………………………..

o ………………………………………………………………………………………………………..

o ………………………………………………………………………………………………………..

ข้าพเจ้าขอให้สถานพยาบาลหรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขอำนวยความสะดวกตามความ

เหมาะสม ดังต่อไปนี้

ความประสงค์ที่จะเสียชีวิตที่บ้าน

o การเยียวยาทางจิตใจ(กรุณาระบุ เช่น การสวดมนต์, การเทศนาของนักบวช)

o ………………………………………………………………………………………………………..

ข้าพเจ้าขอมอบหมายให้ (ชื่อ นามสกุล) …………………………………………………….. ในฐานะ

บุคคลใกล้ชิด (ถ้ามี) เป็นผู้แสดงเจตนาแทน เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้

ตามปกติ เพื่อทำหน้าที่อธิบายความประสงค์ที่แท้จริงของข้าพเจ้า หรือปรึกษาหารือกับแพทย์ในการวาง

แผนการดูแลรักษาต่อไป

ข้าพเจ้าได้ทำหนังสือแสดงเจตนาต่อหน้าพยาน และทำสำเนาเอกสารมอบให้บุคคลใกล้ชิด และ

พยานเก็บรักษาไว้ เพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลเมื่อข้าพเจ้าถูกนำตัวเข้ารักษาใน

สถานพยาบาล

ผู้แสดงเจตนา…………………………………………….ลงชื่อ

บุคคลใกล้ชิด……………………………………………ลงชื่อ

พยาน…………………………………………ลงชื่อ

พยาน…………………………………………ลงชื่อ

ผู้ใกล้ชิด (ทำหน้าที่อธิบายความประสงค์ที่แท้จริงของผู้ทำหนังสือ หรือหารือแนวทางการดูแล

รักษากับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ดูแลรักษาข้าพเจ้า เช่น บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร พี่ น้อง หรือ

บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ไว้วางใจกัน)

ชื่อ-นามสกุล ………………………………………..มีความสัมพันธ์เป็น ………………………………

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน …………………………………………………………………………………..

ที่อยู่ที่ติดต่อได้………………………………………………………………………………………………………….

เบอร์โทรศัพท์ ………………………………………………………………………………………………………….

พยานคนที่ ๑

ชื่อ-นามสกุล ………………………………………มีความสัมพันธ์เป็น ………………………………..

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน

……………………………………………………………………………………

ที่อยู่ที่ติดต่อได้………………………………………………………………………………………………………….

เบอร์โทรศัพท์ ………………………………………………………………………………………………………….

พยานคนที่ ๒

ชื่อ-นามสกุล ………………………………………….มีความสัมพันธ์เป็น ……………………………

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน …………………………………………………………………………………..

ที่อยู่ที่ติดต่อได้………………………………………………………………………………………………………….

เบอร์โทรศัพท์ ………………………………………………………………………………………………………….

ผู้เขียนหรือผู้พิมพ์หนังสือนี้แทนผู้ทำหนังสือแสดงเจตนา

ชื่อ-นามสกุล …………………………………………..มีความสัมพันธ์เป็น …………………………..

หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน …………………………………………………………………………………..

ที่อยู่ที่ติดต่อได้………………………………………………………………………………………………………….

เบอร์โทรศัพท์ ………………………………………………………………………………………………………….

รูปแบบหนังสือแสดงเจตนาไม่รับบริการสาธารณสุขเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตหรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย โดยเขียนด้วยลายมือตัวเองด้วยเนื้อหาเดียวกันก็ได้ ทั้งนี้ควรมีพยานเซ็นชื่อรับรู้ด้วย เพื่อความรอบคอบว่าจะไม่มีผู้ใดทำผิดเพี้ยนจากเจตนาของคนไข้ ก่อนจะเซ็นชื่อก็ควรซักถามแพทย์ถึงวิธีการต่างๆในหนังสือมีผลอย่างไร ทำอย่างไร เป็นสิทธิคนไข้ที่จะซักถามให้เข้าใจกระจ่างและแพทย์มีหน้าที่ต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจละเอียดด้วย หวังว่าตัวอย่างหนังสือดังกล่าวจะช่วยให้ข้อมูลชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับวิธียืดการตายหรือยุติการทรมานพื้นฐานที่ต้องกระทำต่อคนไข้ เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้แสดงเจตนาได้ผู้มีชื่อเสียงและมีเกียรติในสังคมไทยหลายคนได้ใช้หนังสือแสดงเจตนาดังกล่าวกันมากขึ้น ดังเช่น น.พ.วิทูร อึ้งประพันธ์ หรือ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เป็นต้น

สิทธิการตายอย่างมีศักดิ์ศรีนั้นเป็นสิทธิส่วนตัวของคนไทย การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงจะทำได้โดยคนไข้เท่านั้น กฎหมายไม่อนุญาตให้ญาติพี่น้องเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของคนไข้ดังเช่นเดียวกับพินัยกรรมคนตาย ถ้าเป็นไปได้คนไข้ควรทำความเข้าใจระหว่างสมาชิกในครอบครัวก่อนทำหนังสือดังกล่าวเพื่อความสบายใจของครอบครัวและไม่มีปัญหาต่อการทำงานของทีมแพทย์หรือลดความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับญาติคนไข้

 

*****************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s