ใต้เงาบาป 19

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป
บทประพันธ์ของ ช่อมณี
19.

ช่วงบ่ายวันอาทิตย์มันตรินีแต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดสีขาว  กางเกงขาสั้น   แล้วเดินเข้าไปในห้องเล่นสควอชของโรงแรม ที อาร์ พาวิลเลี่ยน เพียงลำพัง  หล่อนวิ่งตีลูกสควอชไปมาจนกระทั่งเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า  หายใจหอบเล็กน้อย  ขณะกำลังทรุดนั่งพัก  พลันอาการเวียนศีรษะเกิดขึ้น  ทำให้หญิงสาวทรุดฮวบลงกับพื้น  ดวงตาพร่ามัว
“ ตาของฉัน ?! “   หล่อนเริ่มตกใจ  จึงรีบหลับตานิ่ง
มันตรินีนั่งพิงผนังห้องสักครู่ใหญ่  เสียงประตูเปิดทำให้หล่อนหันไปมองผู้เข้ามาใหม่ภาพที่พร่ามัวเริ่มชัดขึ้น  ชายหนุ่มร่างสันทัด  ผิวขาวในชุดกีฬาสีฟ้าอ่อนกำลังยืนมองหล่อนอยู่
“ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ? “   พลัชถามขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวซีดมาก
มันตรินีสะบัดศีรษะไปมาเพื่อขับไล่อาการเวียนศีรษะที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
“ ฉันคงโหมเล่นหนักไปหน่อย “
พลัชยื่นขวดน้ำเย็นฉ่ำให้อีกฝ่าย   “ ดื่มน้ำสักนิด  อาจช่วยได้นะครับ “
“ ขอบคุณค่ะ “   หล่อนรับขวดน้ำมาดื่มโดยดี
เครื่องดื่มเย็นฉ่ำทำให้หญิงสาวสดชื่นขึ้นมาก  สมองปลอดโปร่งบ้าง
พลัชทรุดนั่งเคียงข้าง  พลางอมยิ้มน้อยๆ   “ ผมตั้งใจมาชวนคุณเล่นสคอชนะเนี่ย  “
“ งั้นรึ ? “   หล่อนมองอีกฝ่ายอย่างค้นหา
“ คุณไม่ได้มาเล่นนานมากนะ “
“ ปกติฉันไม่เล่นบ่อยอยู่แล้ว  นอกจากเครียดเท่านั้น “   ดวงตาของมันตรินีมองไปยังผนังห้องสีขาวแน่วแน่
“ คุณจะเล่นกับผมไหมล่ะ ? “
“ ได้สิ ! “
“ คุณพร้อมแล้วรึ ? “   เขาถาม  ท่าทางไม่มั่นใจนัก
หญิงสาวผุดลุกขึ้น  พลางส่งลูกสควอชให้พลัช   “ คุณเสริฟก่อนนะ ! “
“ ได้เลย “   เขาตอบรับ  หัวใจแช่มชื่น
ทั้งสองสลับกันตีไปมาอย่างดุเดือดและเต็มกำลัง  เวลาผ่านไปสักพักใหญ่  จึงกลับมานั่งพักที่มุมหนึ่งของห้องเล่น
“ ผมไม่ได้เล่นเกมที่สนุกแบบนี้มานานเหลือเกิน “   เขาบอกด้วยเสียงหอบเล็กน้อย  พลางใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของเขา
“ ทำไมล่ะคะ? “
“ ส่วนใหญ่คนเล่นกับผม  มักชอบออมมือไว้  หรือเล่นไม่เป็น  ก็จำใจเล่น  จึงทำให้เกมไม่สนุก “
“ โลกธุรกิจก็เป็นแบบนี้แหละ “   มันตรินียิ้มเล็กน้อย
พลัชจ้องหญิงสาวเขม็ง   “ เราจะได้เล่นสนุกแบบนี้อีกไหมครับ ? “
“ ฉันไม่รับปากในสิ่งที่เป็นอนาคตหรอกค่ะ “
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงลั่น  ดวงตาเปล่งประกายสดใส   “ ผมชอบคำตอบของคุณจัง “
“ อันที่จริงเวลาที่คุณหัวเราะ  ดูดีกว่าการตีหน้าขรึมเสียอีก “
พลัชมีท่าทีขัดเขินกับคำพูดของหญิงสาวที่กำลังจ้องมองเขาอยู่  “ ผมถือเป็นคำชมนะครับ “
มันตรินีผุดลุกขึ้น  พลางกล่าวว่า   “ บางครั้งฉันรู้สึกว่า  คุณสร้างภาพเพื่อปกปิดความเป็นตัวตนแท้จริง  มันน่าจะทำให้คุณอึดอัดนะ “
“ เมื่อครู่นี้ผมได้ปลดปล่อยไปแล้ว “   เขาตอบรับเป็นนัย  สีหน้าเริ่มเคร่งขรึมอีกครั้ง
“ ฉันไม่ชอบเห็นภาพของคุณ ! “   หล่อนบอกเสียงเข้ม  พลางหัวเราะในลำคอ
พลัชนั่งนิ่ง   สมองครุ่นคิดกับคำพูดแทงใจของหญิงสาว
มันตรินีเดินไปที่ประตู  พลางหันมาถามกับชายหนุ่มไว้   “ ตัวตนของคุณอยู่ที่ไหนคะ คุณพลัช “
พลัชมองตามเจ้าของร่างเล็กที่พูดแทงใจของเขาอย่างจัง  พลันดวงตาของเขาส่องประกายวับ  ริมฝีปากแย้มออกเล็กน้อย
“ คุณอาจเป็นผู้หญิงคนแรกที่พบตัวตนของนายพลัชคนนี้ก็ได้  ผมกำลังรอว่าเมื่อไรคุณจะพบสิ่งที่ผมซ่อนไว้ด้วยเวลาอันยาวนานเหลือเกิน  มันตรินี “
ทั้งสองไม่มีโอกาสทราบเลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของปรานต์ อัครชัยซึ่งหยุดยืนมองอยู่ไม่ห่างจากห้องเล่นสควอชนั้น ดวงตาสีเข้มฉายแววกังวลใจกับความสัมพันธ์ของพลัชกับมันตรินี

ปรานต์แวะมาออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสของโรงแรม ที อาร์ พาวิลเลี่ยนซึ่งเขาเป็นสมาชิกอยู่  ในวันอาทิตย์นี้เนื่องจากเขาไม่มีนัดพิเศษกับใคร  จึงอยากใช้เวลาส่วนตัวให้เป็นประโยชน์กับตัวเองบ้าง  หลังจากที่เขาเล่นอุปกรณ์ออกกำลังกายไปหลายชนิด  จึงเดินมาหยุดพักเหนื่อยที่หน้าต่างกระจกใสบานยาว  ทำให้เขาได้เห็นบรรยากาศของชานเมืองกรุงเทพฯในวันอาทิตย์  ซึ่งบริเวณถนนมีรถยนต์แล่นผ่านไปมาไม่มากนัก  สมองและจิตใจของเขาผ่อนคลายกับภาพเบื้องหน้าอย่างมาก
“ สวัสดีค่ะ คุณปรานต์ “
ชายหนุ่มกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดเหงื่อบนใบหน้า  ต้องชะงักมือไว้ทันที  เมื่อได้ยินเสียงทักทายนั้น
“ คุณชนิตว์ ! “   ปรานต์หันมามองหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกางเกงยีนส์ที่ยืนยิ้มอยู่
“ คุณยังจำฉันได้หรือคะ ? “
เสียงหัวเราะสดใสของนักข่าวสาวทำให้ลูกค้าหนุ่มที่กำลังเล่นอุปกรณ์ในห้องนั้นต่างหันมามองด้วยความสนใจ
“ เราต่างพบกันในสถานการณ์ที่ไม่โรแมนติค  แต่น่าจดจำมิใช่หรือครับ “
ชนิตว์เดินตามนักธุรกิจหนุ่มไปยังม้านั่งยาวที่มุมหนึ่งของห้องฟิตเนส  เขานั่งเหยียดขาด้วยท่าทางสบาย  ใบหน้าคมคายแลดูเรียบเฉย
“ เชิญนั่ง ! “   เขาผายมือไปยังที่ว่างข้างกาย
“ ฉันมีเรื่องอยากรบกวนคุณสักหน่อยค่ะ “
“ คงไม่ใช่ให้ผมไปบู๊กับนักเลงที่ไหนนะครับ “   เขากล่าวล้อในที  โดยไม่หันมามองนักข่าวสาวเลย
ชนิตว์ส่ายหน้าปฏิเสธ   “ ไม่ใช่แน่นอน “
ปรานต์นิ่งเงียบ  เพื่อปล่อยให้หญิงสาวเอ่ยจุดประสงค์ของหล่อนก่อน
“ ตอนนี้ฉันรับงานเขียนบทความในนิตยสารซึ่งอยู่ในเครือหนังสือพิมพ์ที่ฉันทำงานอยู่  มันกำลังเปิดตัวเป็นครั้งแรก  จึงอยากหาเรื่องที่น่าสนใจ  แต่ไม่หนักเกินไป “
“ คุณต้องการให้ผมช่วยอะไรล่ะ ? “
“ ฉันอยากสัมภาษณ์คุณลงในนิตยสารค่ะ “
ปรานต์เลิกคิ้วนิดหนึ่ง  สีหน้าประหลาดใจ   “ ทำไมจึงเลือกผม  ทั้งที่มีนักธุรกิจโด่งดังตั้งหลายคน “
“ พวกเขาเป็นที่น่าสนใจก็จริง  แต่ฉันไม่ต้องการข้อมูลซ้ำ “   ชนิตว์ตอบจริงจัง
“ เท่าที่ฉันตรวจสอบมา  นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงมีน้อยคนที่ชอบเก็บตัว  ไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับนักข่าวมากนัก  โดยเฉพาะชีวิตส่วนตัว  ซึ่งคุณก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกของฉันค่ะ “
“ ตัวผมน่าสนใจขนาดนั้นเชียว “   เขาหัวเราะในลำคอ  ดวงตาฉายแววครุ่นคิดบางอย่าง
“ ฉันเชื่อว่ามีหลายคนสนใจใคร่รู้จักคุณปรานต์ อัครชัย ซึ่งทำให้นิตยสารที่เปิดตัวใหม่มีความเด่นในตลาดค่ะ “
ปรานต์หมุนผ้าขนหนูผืนเล็กในมืออย่างชั่วใจ  ขณะที่ชนิตว์พยายามพูดกล่อมว่า
“ ฉันรับรองจะไม่เขียนเรื่องที่คุณไม่ต้องการให้เปิดเผย  เราคุยกันได้นะคะ “
“ ถ้าผมปฏิเสธล่ะ ? “   เขาถามหยั่งเชิง
“ เมื่อฉันเลือกคุณ  ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ข้อมูลจากคุณ  ไม่มีวันถอยแน่ “
“ คุณคงคิดให้คุณตรีมาบีบผมอีกสินะ คุณนักข่าว “
“ มันใช้ได้ผลทุกทีนี่นา “   ชนิตว์กล่าวรับโดยดี  พลางหรี่ตามองอีกฝ่าย
“ คุณอยากให้ฉันใช้วิธีนั้นไหมล่ะ ? “
“ นี่แหละคือวิสัยของนักข่าวที่ผมไม่ชอบเท่าไร “   เขากล่าวหยันในที
ชนิตว์ยักไหล่   “ มันเป็นหน้าที่ของฉันในการหาข่าว  โดยอาศัยทุกวิธีค่ะ “
“ ผมยอมช่วยคุณก็ได้  แต่มีข้อตกลงกันก่อนนะ “
“ พูดมาสิคะ “
ปรานต์หันมาจ้องนักข่าวสาวสวยเขม็ง   “ คุณต้องไม่นำมันตรินีไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของคุณเด็ดขาด  ไม่ว่ากรณีใดๆ “
“ หมายความว่า……”
“ ห้ามพาเธอไปหาข่าวใดๆ หรือใช้ประโยชน์จากความเป็นเพื่อนของคุณกับเธอเพื่อหาข่าว “
ชนิตว์มองอีกฝ่ายอย่างค้นหา   “ ทำไมต้องยื่นข้อเสนอแบบนี้คะ  คุณปรานต์ “
“ ชีวิตนักข่าวเจาะลึกแบบคุณมีอันตรายแค่ไหน  คุณคงทราบดี “    เขาบอกเสียงจริงจัง
“ ผมมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้เพื่อนของคุณ  จึงไม่อยากมีเรื่องยุ่งยากบ่อยๆ “
“ มีแค่นั้นจริงรึ ? “
ปรานต์ไม่สนใจดวงตาล้อเลียนของนักข่าวสาว  พลางกล่าวย้ำว่า   “ ผมไม่สนใจว่าคุณจะคิดอะไร  ถ้าไม่ตกลง  คุณก็กลับไปได้แล้ว “
“ ข่าวลือที่ว่าตรีเป็นหลานปู่ของคุณสรพศ พิตรพิบูล ก็เป็นความจริงสินะ “
ชายหนุ่มไม่ยอมตอบคำถามนั้น  ชนิตว์พูดต่อไปว่า   “ เมื่อครู่นี้คุณบอกว่ามีหน้าที่ดูแลตรี  แสดงว่าเจ้านายของคุณต้องเป็นคนสั่งแน่เลย “
“ คุณคงสืบเรื่องที่สงสัยมาแล้ว  ผมจึงไม่จำเป็นต้องตอบ “
“ ฉันจะถือว่าเป็นคำตอบของคุณนะคะ “   นักข่าวสาวพูดสรุปด้วยรอยยิ้ม
“ ผมไม่ได้ตอบ ! “   เขาย้ำเสียงหนัก  สีหน้าดุ
ชนิตว์อมยิ้ม   “ เราวกกลับมาที่เรื่องเดิมดีกว่า “
ปรานต์นั่งเงียบ  ขณะที่นักข่าวสาวเอ่ยตอบว่า   “ ฉันรับปากคุณก็ได้   ถ้าตรีอาสาไปเอง  จะถือว่าฉันผิดสัญญาไม่ได้นะ “
“ คุณติดต่อกับเลขาของผม…….. “   เขาผุดลุกขึ้น  น้ำเสียงขึงขัง   “ เธอจะกำหนดเวลาสัมภาษณ์ให้คุณเอง “
“ การเจรจาจบแล้วหรือคะ ? “   หล่อนตอบเสียงสูง  ท่าทางเสียดายเวลาอันน้อยนิดนี้มาก
“ คุณได้สิ่งที่ต้องการแล้วนี่นา “
ชนิตว์โพล่งออกมาว่า   “ หากคนที่พูดกับคุณเป็นตรี  คุณจะมีท่าทางเย็นชาแบบนี้ไหม คุณปรานต์ “
ชายหนุ่มตวัดสายตาไม่พอใจมองนักข่าวสาว  แล้วเดินตัวตรงไปยังประตูห้องฟิตเนส  ซึ่งภัคธีมาญาติสาวของมันตรินีกำลังยืนรออยู่  สีหน้าของสาวสายบึ้งตึงเมื่อเห็นปรานต์คุยกับชนิตว์
“ ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ คุณภัค “   ปราน์บอกเสียงนุ่ม  เมื่อพากันเดินออกมาจากห้องฟิตเนสของโรงแรม
“ นักข่าวนั่นมารบกวนอะไรคุณหรือคะ ? “
“ เธออยากสัมภาษณ์ผมสักครั้ง “   เขาเล่าอย่างไม่ใส่ใจนัก
ภัคธีมารู้สึกสนใจทันใด   “ คุณรับปากหรือเปล่าคะ ? “
“ ผมยังไม่อยากเป็นศัตรูกับนักข่าวหรอกนะ “
“ คราวนี้คุณต้องดังแน่  เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่คุณยอมพบกับนักข่าว “   ภัคธีมามองชายหนุ่มอย่างปลื้มใจแกมสงสัย   “ แม่นั่นพูดอะไรนะ  คุณจึงยอมรับปากได้คะ “
ปรานต์หัวเราะในลำคอ  ดวงตาเป็นประกาย   “ อย่าสนใจเรื่องนั้นเลย  คุณช่วยคิดดีกว่าว่าเราจะไปกินข้าวเย็นที่ไหนดี “

รุ่งเช้าเมื่อปรานต์ อัครชัยเดินทางมาที่บริษัทพิตรพิบูลกรุ๊ป  ดวงฤดีเลขาสาวของชายหนุ่มบอกให้เขาไปพบประธานบริษัทฯทันที  เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย  จากนั้นจึงเดินไปยังห้องทำงานของสรพศ พิตรพิบูล เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นสิดาพรกำลังนั่งรออยู่
“ ฉันมีเรื่องจะประกาศให้ทั้งสองคนทราบไว้ “   ประธานบริษัทกล่าวเสียงเข้ม  เมื่อชายหนุ่มทรุดนั่งบนเก้าอี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สิดาพรกับปรานต์กำลังตั้งใจฟังเต็มที่  สรพศประกาศเสียงชัดเจนว่า   “ ฉันขอให้พวกเธอร่วมมือกับมันตรินีสำหรับงานที่ตรีกำลังจะทำ “
“ งานของเด็กคนนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเราคะ ? “
“ พ่อไม่ต้องการคำถาม ! “   สรพศบอกเสียงเด็ดเดี่ยว
สิดาพรมีสีหน้าไม่พอใจ  แต่ไม่กล้าตอบโต้
“ ตรีจะไปดูแลฝ่ายข้อมูลของบริษัท “   สรพศพูดต่อไป  สีหน้าขึงขัง   “ คำขอร้องของตรีเท่ากับเป็นคำสั่งของพ่อ  หวังว่าจะเข้าใจคำพูดนี้นะ สิดา “
“ ค่ะ “   สิดาพรจำใจรับปาก  แววตาไม่พอใจ
สรพศหันมาทางปรานต์   “  เธอช่วยประสานงานให้ตรีด้วยนะ ปรานต์ “
“ ได้ครับ “
“ ลูกกลับไปทำงานได้แล้ว  พ่อจะปรึกษางานกับปรานต์สักหน่อย “
สิดาพรก้าวออกไปจากห้องนั้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัวยิ่ง  เพราะผู้เป็นบิดาทำเหมือนไม่ไว้วางใจหล่อน  มักปรึกษาเรื่องสำคัญกับปรานต์  โดยไม่ยอมให้หล่อนรับรู้เสมอ

เมื่อสิดาพรปิดประตูห้องทำงานของประธานบริษัทพิตรพิบูลกรุ๊ป  ปรานต์เห็นประธานสูงวัยถอนใจเฮือกใหญ่  พลางเอนกายพิงเก้าอี้  หลับตานิ่ง
“ เธอคิดว่าสิดาจะยอมเชื่อฟังคำพูดของฉันไหม ปรานต์ “
“ ไม่หรอกครับ “   ปรานต์ตอบมั่นใจ
“ ทำไมรึ ? “
“ ลุงไม่ยอมบอกเหตุผลให้ชัดเจน  คุณสิดาย่อมไม่อาจรับได้ “
“ ฉันรับปากกับเด็กนั่นว่าจะไม่บอกใครอีก “   สรพศบอกอย่างหนักใจ   “ ยกเว้นตัวเธอเท่านั้น “
ปรานต์เลิกคิ้วนิดหนึ่ง  ประหลาดใจยิ่ง   “ คุณตรียอมให้บอกกับผมหรือครับ ? “
“ ใช่แล้ว “
ปรานต์นั่งฟังอย่างตั้งใจ  ขณะที่สรพศกล่าวหนักใจว่า   “ แม้ฉันจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้  แต่มันเป็นคำขอร้องของตรี  เป็นครั้งแรกที่เด็กคนนั้นยอมขอจากปู่คนนี้  ฉันไม่อาจปฏิเสธได้  แล้วก็หวั่นใจมากด้วย “
ประธานบริษัทจึงเล่าเรื่องการสนทนาระหว่างเขากับมันตรินีทั้งหมดให้ชายหนุ่ม  สีหน้าของปรานต์เรียบเฉยยามรับฟังคำบอกเล่านั้น  สมองครุ่นคิดหนัก
“ มันเกี่ยวพันกับการจับตัวเธอไปในครั้งนั้นใช่ไหมครับ ? “
สรพศพยักหน้ารับ   “ ตรียอมรับโดยดี  และย้ำว่าเป็นเรื่องส่วนตัว “
“ มันกำลังพัวพันกับอดีตของลุงนะครับ “   ปรานต์พูดเชิงตำหนิหญิงสาวในที   “ หากคุณตรีพ่ายแพ้  ชื่อเสียงและชีวิตของลุงจะถูกทำลายลงทันที  ผมคิดว่าไม่คุ้มกันเลยที่ลุงยอมรับปากกับเธอครับ “
“ ฝ่ายนั้นต้องการขโมยข้อมูลของเราจึงบีบคั้นตรีให้เล่นเกมนี้ด้วย  ดังนั้นตรีไม่มีทางหลีกเลี่ยงศึกครั้งนี้และฉันคิดว่าเมื่อตรีอาสาจะช่วยป้องกันข้อมูล  ย่อมดีกว่าใช้คนนอก “
“ คุณตรีอาจทราบเรื่องบริษัทยาคุนะครับ “
สรพศถอนใจยาว  แววตากังวล   “ เธอก็รู้นี่นาว่านั่นจะเป็นงานสุดท้ายที่ฉันทำใกล้เสร็จสิ้นแล้ว  เมื่ออธิบายให้ตรีฟัง  คงไม่มีปัญหาหรอก “
“ ผมเกรงว่าจะไม่เป็นที่คาดไว้สิครับ “
สรพศกล่าวสรุปเสียงเข้มว่า   “ เราต้องสนับสนุนงานของตรีทุกทาง  เพื่อผลสำเร็จในการปกป้องความลับของเรา  ฉันเชื่อมั่นในคำพูดของตรีที่ว่า  เราจะชนะอย่างเดียวเท่านั้น “
“ คุณลุง ! “
“ อันที่จริงเราก็ไม่มีทางเลือกมากนักนะ ปรานต์ “  สรพศบอกเสียงอ่อนลง
“ ผมเข้าใจครับ “   เขายอมรับเหตุผลของอีกฝ่ายได้ในที่สุด
ปรานต์ยื่นแฟ้มบางไปเบื้องหน้าของประธานบริษัทฯ  พลางกล่าวเสียงเรียบว่า   “ เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนผมได้ทราบว่ามีคนมากว้านซื้อหุ้นของโรงแรมที อาร์ พาวิลเลี่ยนจากหุ้นส่วนคนอื่น  ตอนนี้เขามีหุ้นอยู่เกือบสิบเปอร์เซนต์และได้เข้าร่วมทีมผู้บริหารแล้วครับ “
สรพศเปิดแฟ้มออกดู  จึงเห็นภาพชายหนุ่มใบหน้าสี่เหลี่ยม  คมคาย  ดวงตาเรียวเล็กเป็นประกายสุกใสริมฝีปากบางเม้มสนิทแสดงถึงความเป็นคนเจ้าอารมณ์
“ เขาชื่อพลัช ธนวัตร “   ปรานต์บอกเสียงขรึม   “ เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นคนใหม่ในการเข้ามาบริหารโรงแรมนั้น “
“ ผู้ถือหุ้นตัวจริงคือ พัชนี ธนวัตร ใช่ไหม ? “
“ ใช่ครับ “
ดวงตาของสรพศเจิดจ้าทันใด  ปากพึมพำว่า   “ ผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินเข้ามาใกล้ฉันแล้วสินะ “
“ พลัช เป็นลูกเลี้ยงของเธอ “   ชายหนุ่มเล่าเสียงเนิบๆ   “ พ่อเป็นคนงานไทยที่หลบไปทำงานที่สิงคโปร์  คุณพัชนีช่วยเหลือให้รอดจากคุกและการโบยตีด้วยหวาย  จากนั้นก็ได้ทำงานขับรถให้เธอ  จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุทางรถเสียชีวิตตอนที่ลูกชายอายุเพียงสิบขวบ  ส่วนแม่ชาวสิงคโปร์ทำงานเป็นแม่บ้านให้คุณพัชนีเพิ่งตายด้วยมะเร็งปอดเมื่อสามปีก่อน “
“ เขาทำงานอะไร ? “
“ กิจการเทรดดิ้งและกองทุนระดับนานาชาติซึ่งมีเงินทุนมหาศาลโดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์  ผมยังได้รับรายงานเบื้องลึกอีกว่า  พวกเขาทำงานด้านขายข้อมูลของบริษัทชั้นนำทั่วโลก  ซึ่งทำรายได้ให้อย่างมาก  และกำลังเป็นที่จับตามองของตำรวจสากลอยู่ “
“ เมื่อสิบปีก่อนฉันก็ให้คนสืบความเคลื่อนไหวของพัชนีกับสามีของเธอซึ่งรับจ้างหาข้อมูลป้อนพวกกองทุนต่างๆเพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุนในตลาดหุ้น  ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงคนนั้นยังสืบทอดงานนี้ได้อีก  ทั้งที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ “
“ ไอรีนเป็นเด็กที่เธอช่วยเหลือในการศึกษา  เป็นคนสานงานขโมยข้อมูลนี้ต่อไป “
เขาส่งภาพสาวสวยชาวสิงคโปร์ที่สวมแว่นตากรอบโตให้อีกฝ่าย   “ เธอเป็นเด็กกำพร้า  เป็นญาติห่างๆกับแม่ของพลัช  มีความฉลาดเป็นเลิศ “
“ พัชนีรู้จักใช้คนทำงาน  นับว่าน่ากลัวทีเดียว “
“ ไอรีนยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับคุณตรี ! “   เขาพูดเสียงเข้ม  แววตาวิตกเล็กน้อย
“ ตอนนี้ยังมาเป็นคู่แข่งกันอีก  ผมจึงหวั่นใจมาก “
“ การเรียนของทั้งสองเป็นอย่างไรล่ะ ? “
“ แม้คุณตรีจะเรียนเก่งกว่าไอรีน  แต่ในวงการแฮกเกอร์ของโลก  ผู้หญิงสิงคโปร์คนนี้อยู่ในระดับต้นๆ  เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้ามาก  ส่วนคุณตรีเคยแต่ผลิตเกมคอมพิวเตอร์เท่านั้น  มันแทบจะเปรียบกันไม่ได้เลยสำหรับการแข่งขันของคนทั้งสองนะครับ “
สรพศนิ่งอึ้งไปกับข้อมูลที่ได้รับ  ปรานต์ตั้งข้อสังเกตว่า   “ การที่ไอรีนเลือกบริษัทของลุงเป็นเงื่อนไขในการท้าสู้กับคุณตรี  น่าจะมีเหตุผลมากกว่าการอยากเอาชนะคุณตรี “
“ ตรีบอกฉันเพียงแค่นั้น ! “
“ บางทีคุณตรีอาจปิดบังลุงไว้  “   ปรานต์บอก  สีหน้าครุ่นคิด   “ คุณตรีกับไอรีนอาจมีความแค้นต่อกันเกี่ยวกับเรื่องในอดีตก็ได้นะครับ “
“ มันจะเกี่ยวกับความแค้นของฉันกับพัชนีหรือเปล่านะ ? “   สรพศพึมพำ
“ ผมเดาว่า  ไอรีนใช้เรื่องนี้  เพื่อแก้แค้นส่วนตัวและทำงานให้ผู้มีพระคุณไปพร้อมกัน “
“ ตรีทราบเรื่องของไอรีนกับพัชนีไหม ? “
“ ผมไม่ทราบครับ “
สรพศถอนใจหนักหน่วง   “ ตรีคงไม่รู้ว่ากำลังกลายเป็นหมากตัวหนึ่งที่พัชนีใช้แก้แค้นตัวฉันล่ะมัง “
“ ลุงมีความแค้นอะไรกันครับ ? “   เขาถามตรง   “ ฝ่ายนั้นทุ่มเทเงินและกำลังเต็มที่เพื่อโค่นล้มลุง  มันต้องเป็นความแค้นที่หนักมากสิครับ “
“ ฉันอยากลืมมันเหลือเกิน ปรานต์ “
ชายหนุ่มนั่งนิ่ง  ขณะที่สรพศใช้สายตาเหม่อมองไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังทบทวนเรื่องราวในอดีตที่เจ็บปวด
“ เรื่องนี้ทำให้ฉันต้องสูญเสียลูกชายและครอบครัวไป  โดยไม่มีโอกาสกล่าวขอโทษกับสารัชเลย “
ปรานต์มองเห็นสีหน้าและน้ำเสียงที่ขมขื่นของประธานบริษัทฯยามบอกเล่าเหตุการณ์ขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับนางพัชนี ธนวัตร ซึ่งทำให้ต้องมีการล้างแค้นเกิดขึ้นในเวลาปัจจุบันนี้
“ ตอนนี้สิ่งที่ฉันกลัวคือ  พัชนีจะทำร้ายลูกของสารัช  ซึ่งฉันยอมรับไม่ได้ “   สรพศกล่าวสรุปในตอนท้าย  หลังจากเล่าเรื่องราวจบลง
ดวงตาของปรานต์มีแววครุ่นคิดหนัก   “ ลุงต้องยืนหยัดเป็นเสาหลักต่อไป  จึงปกป้องคุณตรีได้นะครับ “
สรพศมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจนัก  ชายหนุ่มจึงกล่าวขยายความว่า   “ ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมสู้กับลุงโดยตรง  แต่กลับเล่นงานป้านวลพรรณซึ่งถือเป็นเสาเอกอันหนึ่งของลุง  นั่นแสดงว่าเธอยังเกรงกลัวอิทธิพลของลุงอยู่  ดังนั้นเราต้องเตรียมแผนรับมือกับเธอ  หากคุณตรีทำงานไม่สำเร็จ “
“ เธอหมายความว่า…….. “
“ ลุงจะปล่อยให้เธอทำลายเสาเอกทั้งสองของเราไม่ได้ ! “   ปรานต์บอกเสียงเฉียบขาด  แววตาเด็ดเดี่ยว
“ จริงสินะ.……… “   สรพศพึมพำเมื่อนึกบางอย่างได้   “ ขัมน์กับนวลพรรณมีหุ้นจำนวนมากอยู่ในพิตรพิบูลกรุ๊ป “
“ นอกจากหุ้นที่เป็นชื่อของคนทั้งสองแล้ว  ยังมีบริษัทของพวกเขาถือหุ้นของเราอีกด้วย  นั่นคือวิธีทำลายบริษัทของเราจากด้านในของคุณพัชนีนะครับ “
“ ฉันมองเห็นแผนการของพัชนีแล้ว “
ปรานต์มีสีหน้ากังวล  เมื่อเอ่ยขึ้นว่า   “ เมื่อวานนี้ผมเห็นพลัชเล่นสควอชกับคุณตรีอย่างสนิทสนม  ผมเกรงว่านี่จะเป็นหนึ่งในแผนการแก้แค้นของฝ่ายนั้น “
“ เธอต้องขัดขวางไม่ให้ผู้ชายคนนั้นทำลายหลานสาวของฉันนะ ปรานต์ “
ชายหนุ่มมีความหนักใจกับคำสั่งของผู้มีพระคุณ  ขณะที่สรพศกล่าวย้ำว่า
“ ฉันมั่นใจว่าพวกนั้นคิดหลอกตรีเท่านั้น “
“ บางทีเธออาจไม่คิดอะไรก็ได้ “
สรพศสั่งเสียงเฉียบขาดว่า   “ เธอต้องหาโอกาสเตือนตรีไม่ให้ยุ่งกับนายคนนั้น “
“ ผมจะพยายามครับ “
“ หากพวกนั้นคิดทำร้ายหลานสาวของฉัน  แม้ต้องแลกด้วยชื่อเสียงและชีวิต  ฉันก็ยอมทำเหมือนในอดีตอีกครั้ง  เพื่อปกป้องลูกของสารัช “
คำพูดเด็ดเดี่ยวของสรพศทำให้ชายหนุ่มรู้สึกชื่นชมแกมหวาดหวั่น  ประวัติศาสตร์กำลังจะย้อนรอยอีกครั้งแล้วหรือนี่  เขาหวังว่าด้วยสมองและประสบการณ์ของเขาคงแก้ปัญหาหนักอึ้งให้กับครอบครัวพิตรพิบูล  อัครชัย  และธมนันท์  รวมทั้งมันตรินีผู้หญิงดื้อรั้นคนนั้นได้

**********โปรดติดตามตอนต่อไป*********

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s