ใต้เงาบาป 18

                                      เฉพาะอ่านออนไลน์
                                        ใต้เงาบาป 18
                                                                                     บทประพันธ์ของ ช่อมณี
                                                        18.

             คำบอกเล่าที่พรั่งพรูออกจากปากของมันตรินีทำให้ชินหนุ่มญี่ปุ่นมีสีหน้าครุ่นคิดหนัก  ขณะที่มันตรินีก็มีความหนักใจกับการตัดสินใจในเวลานั้นเช่นกัน
“ ผมไม่นึกเลยว่าเรื่องของผมกับไอรีน  จะทำให้คุณต้องลำบากใจในวันนี้ “   ชินบอกกับหญิงสาวเป็นภาษาญี่ปุ่น  แววตาสลด
“ เรื่องของคุณเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น “   มันตรินีพูดอย่างมั่นใจ   “ อันที่จริงเธอต้องการเอาชนะฉัน  เพื่อลบล้างสิ่งที่ติดค้างในใจ  โดยอ้างเรื่องของคุณเป็นสาเหตุ “
“ คุณน่าจะบอกเหตุผลไป  บางทีไอรีนจะเลิกอาฆาตคุณ “
หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ   “ เรื่องระหว่างไอรีนกับฉันไม่มีวันจบ  นอกจากจะรู้ผลแพ้ชนะเท่านั้นค่ะ ชิน “
“ ไม่มีหนทางอื่นเลยรึ ? “
“ ไม่มีค่ะ “
ชินถอนใจหนัก  แววตาวิตก   “ คุณกับไอรีนอยู่บนเส้นทางที่แตกต่างกัน  การที่ไอรีนเลือกวิธีนี้  เท่ากับได้เปรียบนะ ตรี “
“ ฉันทราบดีค่ะ “
“ แล้วทำไม…… “
มันตรินีกล่าวขัดขึ้นว่า   “ ฉันเคยรับปากจะไม่แพร่งพรายเรื่องของเรากับใคร  จึงต้องเลือกวิธีนี้ “
“ ผมอยากขอร้องให้คุณบอกกับไอรีนเถอะ “
“ ฉันจะไม่ทำค่ะ “   หล่อนกล่าวเสียงหนัก  ดวงตาฉายแววจริงจัง   “ เรื่องนี้มันควรเป็นความลับสำหรับเราเท่านั้น  คนอื่นไม่มีสิทธิ์รับรู้ “
“ ตอนนั้นผมไม่ควรให้คุณรับปากจะไม่บอกใครเลย  ตอนนี้สิ่งนั้นกลับทำร้ายคุณและครอบครัว “
มันตรินีนั่งนิ่ง  ริมฝีปากเม้มสนิท  แล้วกล่าวว่า   “ ฉันคิดว่ารับมือกับไอรีนได้ “
“ มันเกี่ยวพันถึงปู่ของคุณนะ “   ชินกล่าวอย่างมีกังวล   “ หากคุณทำพลาด  ข้อมูลถูกส่งให้ตำรวจสากล  ครอบครัวพิตรพิบูลจะไม่มีวันสงบ  นอกจากตำรวจจะเฝ้ามองยังอาจถูกพวก
อิทธิพลมืดซึ่งเขาเคยช่วยฟอกเงินคุกคามและกำจัดเพื่อทำลายหลักฐานอีกนะ ตรี “
“ ฉันทราบดีค่ะ “
“ นี่เป็นเรื่องใหญ่นะ ! “   ชินมองหญิงสาวอันเป็นที่รักเขม็ง
“ สิ่งที่ฉันกังวลในขณะนี้คือ  ฉันควรเริ่มต้นที่ไหน  และเมื่อไรต่างหาก “
“ ไอรีนกำหนดเวลาหรือไม่ ? “
หญิงสาวส่ายหน้า   “ ไม่ค่ะ “
“ คุณต้องกำหนดเวลาเอง ตรี “   ชินพูดย้ำเสียง  สีหน้าเครียด   “ ผมไม่อยากให้คุณเอาชนะไอรีนเพียงอย่างเดียว  แต่จงกำจัดเธอออกไปจากขบวนการแฮกเกอร์ของโลกไซเบอร์เนตแห่งนี้ด้วย “
“ กำจัดรึ ?! “
“ ถูกต้อง “   เขาตอบเสียงจริงจัง
“ แต่เราเป็นเพื่อนกันนะคะ “
“ เมื่อคุณตัดสินใจขึ้นเวทีแข่งขันกับไอรีน  จะต้องทำให้จริงจัง  มิฉะนั้นคุณจะพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ต่อสู้เลย “
หญิงสาวมีท่าทีลังเลเล็กน้อย  ชินจึงกล่าวย้ำเสียงว่า   “ เมื่ออยู่บนเวทีต่อสู้  จะไม่มีความเป็นมิตรใดๆ  หากไม่ต้องการความพ่ายแพ้  คุณต้องเอาชนะศัตรูเบื้องหน้า  จะใจอ่อนไม่ได้ “
“ ฉันเข้าใจดีค่ะ “
“ ในฐานะที่ผมเป็นตำรวจ  ผมจึงอยากฝากงานกำจัดแฮกเกอร์คนนี้ไว้กับมือของคุณด้วย “   เขาบอก  ดวงตาเป็นประกายมาดมั่น   “ ตอนนี้ไอรีนเป็นโจรขโมยข้อมูลระดับโลก  ไม่ใช่นักศึกษาเหมือนในอดีต  คุณต้องจำไว้นะ ตรี “
“ ฉันอาจเอาชนะเธอได้  แต่การกำจัดออกไปจากวงการ  คงเป็นเรื่องยากสำหรับฉันนะ ชิน “
หนุ่มญี่ปุ่นยิ้มเย็น   “ หากคุณยอมรับปากจะช่วยกำจัดไอรีน  ผมจะช่วยเรื่องนั้นเอง “
มันตรินีมองหนุ่มคนรักอย่างชั่งใจ  ก่อนจะพยักหน้ารับคำ   “ ตกลงค่ะ “
“ คราวนี้เรามาคุยกันว่าควรเริ่มต้นอย่างไร  ส่วนวิธีเอาชนะไอรีน  ผมมั่นใจว่าคุณต้องคิดได้เอง “
หญิงสาวยิ้มแหย  สีหน้าละเหี่ยใจยิ่ง   “ ฉันสารภาพเลยว่าตั้งแต่วันที่รับปากกับไอรีน  ฉันขบคิดตลอดมา  แต่ยังนึกหาวิธีไม่ได้เลยค่ะ “
ชินมองอย่างให้กำลังใจ  พลางบีบมือนุ่มของหญิงสาวด้วยความรู้สึกอ่อนโยน
“ จงปล่อยใจให้ว่าง   มองไปรอบตัวของเรา  คุณจะเห็นทางสว่างได้ในที่สุด “
“ ฉันอยากให้คุณช่วยจัง “   หล่อนพูดอ้อนชายหนุ่ม
ชินหัวเราะเบาๆ   “ คุณจะเอาชนะไอรีนได้ด้วยตัวเอง  ผมขอเป็นแค่ผู้ให้กำลังใจแก่คุณ  เพราะไม่อยู่ในฐานะจะช่วยอย่างเปิดเผยได้  หวังว่าจะเข้าใจนะครับ “
“ ฉันเข้าใจคุณเสมอ “
“ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องบอกไว้ก่อน……”   เขามองอีกฝ่ายเขม็ง   “ เมื่อคุณคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องบอกเรื่องนั้น  ก็จงทำได้เลย  ผมอนุญาตแล้ว “
“ ชิน ! “   มันตรินีมองค้นหา
“ เวลาที่ผ่านมาทำให้ผมปลงใจได้มากมาย  และไม่แคร์เรื่องนั้นอีก  ผมยอมรับได้แล้ว ตรี “
หญิงสาวนั่งนิ่ง  ริมฝีปากเผยอยิ้มเล็กน้อย   “ ต่อไปนี้การจะบอกหรือไม่  กลายเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของฉันแล้วสิ “
“ ใช่ ! “
“ ขอบคุณค่ะ ชิน “   หล่อนมองด้วยความซาบซึ้งใจยิ่ง
“ นี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะเริ่มต้น “
“ เริ่มต้นอะไรคะ?  “
“ ความสัมพันธ์ในอดีตที่พ่อของคุณไม่มีโอกาสทำไงล่ะ “
มันตรินีมีท่าทางงุนงง  ชินหนุ่มญี่ปุ่นจึงอธิบายแผนการในการรับมือกับไอรีนให้หญิงสาวอย่างละเอียด

            เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วชินหนุ่มญี่ปุ่นจึงจูงมันตรินีมาหาสรพศ พิตรพิบูล พร้อมกับกล่าวอำลากับเจ้าของงานเลี้ยงด้วยท่าทางนอนน้อม  โดยมีหญิงสาวทำหน้าที่ล่าม  เมื่อเขาหันมาทางหญิงสาว  จึงเห็นดวงตากลมโตมองอย่างละห้อยโหยหาของมันตรินี
“ อย่าทำหน้าแบบนี้สิ “   เขาบีบมือนุ่มของหล่อนแน่น    “ สักวันเราจะพบกันอีก “
“ เมื่อฉันได้รับชัยชนะ  คุณจะพบกับฉัน  สัญญาได้ไหม ชิน “
หนุ่มญี่ปุ่นชะงักเล็กน้อย  ขณะที่สรพศ  ปรานต์  สังสิต  ซึ่งยืนอยู่ใกล้เคียงก็ตั้งใจฟังคำตอบของเขาอยู่เช่นกัน
“ ตกลงจ๊ะ ตรี “
มันตรินีโผเข้าสู่อ้อมแขนอันแข็งแกร่งของชินอย่างไม่แคร์สายตาของใคร  พลางกระซิบข้างหูว่า   “ ฉันยังรักคุณอยู่ ชิน “
“ ผมก็เช่นกัน ! “   เขาตอบเสียงแผ่ว   “ แต่ยังหวังจะเห็นครอบครัวที่ดีของคุณด้วยนะ ตรีที่รัก “
ทั้งสองยืนมองสบนัยน์ตากันนิ่ง  หัวใจสองดวงซึ่งได้เคยหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวแม้บัดนี้จะแยกจากกัน  แต่ยังซึมซับความอบอุ่นและห่วงใยต่อกันได้เสมอมิเสื่อมคลาย
มันตรินีมองชินกับปรานต์เดินออกไปจากตึกใหญ่ด้วยความรู้สึกสะท้อนใจยิ่ง
“ น่าเสียดายนะที่เขาต้องกลับญี่ปุ่นเสียแล้ว “   สรพศเอ่ยขึ้นจากใจ
หญิงสาวหันมาทางเจ้าของบ้านสูงอายุ  พลางบอกเสียงเข้มว่า   “ ฉันมีเรื่องต้องการปรึกษากับคุณเป็นการส่วนตัวค่ะ “
สรพศเลิกคิ้วนิดหนึ่ง  สิดาพรแหวใส่หลานสาวว่า   “ เธอไม่ยอมเรียกปู่สักคำ  อกตัญญูมาก ตรี “
ปู่หลานสองคนมองสบนัยน์ตากันนิ่ง  สรพศจึงโบกมือห้ามลูกสาวทันที  พลางบอกปรามเสียงแข็งว่า   “ เงียบเถอะ ! “
“ เราไปคุยกันที่ห้องหนังสือก็แล้วกัน “  สรพศกล่าวแล้วลุกขึ้นยืน  จากนั้นจึงเดินนำ
มันตรินีออกไปจากห้องโถงใหญ่  โดยมีสายตาริษยาของสิดาพรมองตามไป

           ณ ห้องผู้โดยสารขาออกของสนามบินดอนเมืองซึ่งมีผู้คนเดินกันขวักไขว่  ปรานต์ยืนอยู่เคียงข้างกับชินหนุ่มญี่ปุ่น  เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเจ้าหน้าที่ให้ขึ้นเครื่องบินได้แล้ว  ทั้งสองจึงกล่าวร่ำลากันตามมรรยาท
“ ผมขอบคุณที่เชิญมาร่วมงานในวันนี้ครับ คุณปรานต์ “   ชินกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ  แววตาเป็นมิตร
“ ผมควรเป็นคนกล่าวขอบคุณต่างหาก “   ปรานต์ตอบเป็นภาษาเดียวกัน   “ คุณทำให้ปู่กับหลานได้พบกันโดยไม่ทะเลาะกันเสียก่อน  มันทำให้ท่านดีใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองพบกัน “
“ อันที่จริงตรีเป็นคนใจอ่อน  เพียงแต่….. “   ชินพูดเว้นระยะนิดหนึ่ง  ดวงตาฉายแววครุ่นคิด   “ เธอไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร  ขอเพียงมีคนแนะนำทางออกให้  ผมเชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี “
“ คุณเข้าใจเธอมากที่สุดเลยนะครับ “
ชินอมยิ้ม  นัยน์ตามองชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างค้นหา   “ ผมคิดว่ากำลังมีอีกคนที่รู้ใจตรีแล้วนะ “
ปรานต์เลิกคิ้วสงสัย  หนุ่มญี่ปุ่นหัวเราะเบาๆ   “ คุณไงล่ะ ! “
“ ผมไม่เข้าใจ “   ปรานต์เบือนหลบสายตาของชินเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ
“ ผมคิดว่าปู่ของตรีคงไม่ใช่ต้นคิดในการเชิญผมมางานนี้  เพื่อหวังให้เธอแปลกใจหรอก “
ชินมองรู้ทัน   “คุณนั่นแหละที่เสนอตัวผม  ซึ่งหมายความว่าคุณรู้จักตรีได้อย่างลึกซึ้ง  รู้กระทั่งความคิดของเธอ “
ปรานต์ยืนนิ่งอึ้ง  ขณะที่ชินกล่าวต่อไปด้วยเสียงเยือกเย็นว่า   “ สิ่งที่ผมอยากบอกกับคุณคือ  ตรีเป็นผู้หญิงที่ต้องเติบโตเกินวัยแท้จริง  เพราะสมองอันปราดเปรื่องของเธอ  อันที่จริงเธอกำลังรู้สึกโดดเดี่ยวและขลาดกลัวกับทุกสิ่ง  ความเข้มแข็งที่คุณเห็นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกคลุมจิตใจที่อ่อนแอเท่านั้น “
ปรานต์มองหนุ่มญี่ปุ่นที่กำลังถอนใจหนัก  ยามที่อีกฝ่ายเอ่ยว่า   “ หากเป็นเมื่อสองปีก่อน  ผมคงช่วยทดแทนสิ่งที่ตรีทำไม่ได้  แต่เดี๋ยวนี้ต้องฝากให้คุณช่วยทำล่ะมัง “
ปรานต์หัวเราะในลำคอ   “ คุณคงเข้าใจผิดมั้ง “
“ เท่าที่ผมได้สัมผัสกับคนที่ได้ใกล้ชิดกับตรี  แม้เพียงเวลาสั้นๆ  ผมเชื่อในสายตาของตัวเองว่าคุณมีศักยภาพที่ดีในการดูแลผู้หญิงคนนั้นได้  โดยเฉพาะหัวใจที่แข็งแกร่ง “
“ ผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณกับตรีเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก  ทำไมจึงต้องแยกกันทั้งที่รักกันอยู่ “
ชินหัวเราะเสียงขื่น  แววตาหมองหม่น   “ พระเจ้าไม่ประทานศักยภาพที่ดีแก่ผมล่ะมัง “
ปรานต์ไม่เข้าใจคำตอบของหนุ่มญี่ปุ่นเลย  เสียงเรียกของเจ้าหน้าที่ดังขึ้นอีกครั้ง  ชินจึงยื่นมือมาข้างหน้า
“ ผมหวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผิดหวังนะ  ผมเชียร์อยู่ “
“ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้ชายใจกว้างแบบคุณอยู่ในโลกนี้นะ คุณชิน “
หนุ่มญี่ปุ่นยิ้มกว้าง  นัยน์ตาเศร้าหมอง    “ หากคุณอยู่ในสภาพเดียวกับผม  ย่อมทำแบบเดียวกันเพราะผมรักตรีด้วยหัวใจทั้งสี่ห้อง  “
ปรานต์ยืนอึ้งกับคำพูดหนักแน่นของอีกฝ่าย  จึงยื่นมือไปสัมผัสด้วยมิตรไมตรี
“ ผมดีใจที่ได้พบกับคุณชิน  และรับรู้ว่าคุณตรีรักผู้ชายที่ดีมาก “
“ เคยรักเท่านั้นครับ “   ชินกล่าวท้วงเสียงต่ำ    “ ตอนนี้เธอเป็นอิสระแล้ว “
“ คุณยังจำได้ไหมว่า  ผมฝากให้คุณถามเรื่องนั้นกับเธอ “
ชินยิ้มเข้าใจ   “ ตรีเล่าให้ฟังแล้ว แต่เธอกำชับไม่ให้บอกใคร  ดังนั้นคุณควรไปถามเธอเองจะดีกว่านะ “
“ ผมเคยถามแล้ว  ได้รับคำปฏิเสธ “
“ ไม่นานนี้คุณคงเข้าใจทุกอย่างเองแหละ  เพราะตรีต้องมีผู้ช่วย “   ชินกล่าวเสียงเข้ม  แววตาเป็นประกาย   “ คุณน่าจะเป็นคนๆนั้น “
ปรานต์ทำท่าจะซักถาม  หนุ่มญี่ปุ่นโบกมืออำลาเสียก่อน  แล้วก้าวเท้าจากไปอย่างเร็ว  โดยทิ้งความสงสัยไว้กับชายหนุ่มผมสั้นเกรียนที่แลดูเคร่งขรึมเหลือเกินคนนี้

         ขณะเดียวกันที่บ้านพิตรพิบูลกำลังต้อนรับแขกพิเศษที่ไม่ได้รับเชิญจากเจ้าภาพคนหนึ่ง  สาวใหญ่วัยห้าสิบปี  รูปร่างสูง  ผอม ใบหน้าเรียวยาวตกแต่งด้วยเครื่องสำอางสีเข้มเพื่อกลบเกลื่อนริ้วรอยของวัยอันร่วงโรย  แต่งกายด้วยเสื้อผ้ามีระดับ  หล่อนยืนรอเจ้าภาพ  ขณะที่สิดาพรรีบวิ่งไปหาผู้เป็นบิดาที่ห้องหนังสือโดยเร็ว
“ มีอะไรรึ ? “   สรพศถามขึ้น  เมื่อก้าวออกมาจากห้องหนังสือ
สิดาพรมีสีหน้าตื่นตระหนก   “ เกิดเรื่องแล้วค่ะ พ่อ “
ผู้เป็นลูกสาวกระซิบบางอย่างกับสรพศ  ทำให้สีหน้าของเขาเครียดขึ้นฉับพลัน  มันตรินีซึ่งเดินตามออกมามองด้วยความสงสัยยิ่ง
สรพศหันมากล่าวกับหลานสาวด้วยเสียงเข้มว่า   “ เธอคงอยากเห็นคนที่ทำให้ปู่กับพ่อของเธอต้องทะเลาะกัน  ตามมาสิ ตรี “
มันตรินีสาวเท้าตามสรพศกับสิดาพรไปยังห้องโถงทันที  ทำไมสองคนนั้นจึงต้องมีท่าทีหวาดวิตกกับการปรากฏตัวของผู้หญิงคนนั้นนะ

       สาวใหญ่ร่างสูงผอมในชุดเสื้อผ้าเนื้อดี  สีสด  ท่าทางภูมิฐาน  ยืนมองเจ้าของบ้านพิตรพิบูลซึ่งเดินมาอย่างเชื่องช้าโดยใช้ไม้เท้าพยุงกายไว้  ดวงตาสีเข้มแลดูสงบเยือกเย็น  ริมฝีปากแย้มออกเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย
“ ท่านดูแก่ไปมากนะคะ “
“ ฉันไม่นึกว่าวันนี้จะได้พบกับเธอนะ พัชนี “   สรพศกล่าวตอบ  สีหน้าเรียบเฉย
มันตรินีจ้องสาวใหญ่ซึ่งเป็นต้นเหตุให้พ่อของหล่อนต้องทะเลาะกับสรพศอย่างพินิจ  สาวใหญ่คนนี้ยังคงเห็นริ้วรอยแห่งความงามในอดีต  แต่สิ่งที่หล่อนรู้สึกหนาวเยือกในใจคือดวงตาที่แลดูสงบ  แต่แฝงเร้นความร้อนแรงบางอย่างซึ่งหล่อนสัมผัสได้อย่างคาดไม่ถึง
“ ฉันทราบว่าเป็นวันเกิดของท่าน  จึงมาเพื่ออวยพรท่าน “
สรพศยิ้มเย็น   “ เธอคงไม่ตั้งใจบินจากสิงคโปร์  เพื่ออวยพรฉันอย่างเดียวล่ะมัง “
นางพัชนีหัวเราะเสียงสูง   “ แม้วัยของท่านจะร่วงโรย  แต่สมองของท่านยังดีอยู่มากนะคะ “
สิดาพรมองตาลุกวาว  พลางบอกเสียงกร้าวว่า   “ ให้เกียรติกันบ้างสิ ! “
นางพัชนีปรายตามองลูกสาวของสรพศเล็กน้อย  แล้วเดินมาหยุดเบื้องหน้าของชายสูงวัยร่างสันทัด  ผมสีขาวโพลน  ซึ่งยืนอยู่ติดกับสิดาพรนั่นเอง
“ ไม่ได้พบกันนานเลยนะ คุณขัมน์ “   นางพัชนีกล่าวทักทาย  พลางเหยียดยิ้ม   “ ท่าทางของคุณคงสบายดีสินะ “
ขัมน์กล่าวตอบเสียงเย็นว่า   “ ดีมากครับ “
“ ฉันยังคิดถึงท่านกับคุณเสมอ “
คำพูดของนางพัชนีบ่งบอกความนัยกับคนทั้งสองอย่างชัดเจน  ขัมน์มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย  ขณะที่สรพศยังคงนั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักด้วยท่าทางมั่นคง
“ ถ้าฉันเดาไม่ผิด  คุณคงเป็นลูกสาวของสารัชสินะ “   นางพัชนีเอ่ยขึ้น  เมื่อเดินมาหยุดมองหญิงสาวใบหน้ากลมที่สวมชุดสีเหลืองเด่นสะดุดตาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของเจ้าของบ้านพิตรพิบูล
“ คุณมีดวงตาและริมผีปากเหมือนกับเขามาก “   สาวใหญ่มองมันตรินีด้วยแววตาหม่นหมองเล็กน้อย  ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวเหมือนเช่นเดิม
นางพัชนีปรายตามาทางเจ้าของบ้านพิตรพิบูล  ยามบอกว่า   “ เมื่อก่อนฉันคงเป็นคนโชคร้าย  จึงไม่มีโอกาสมีลูกสาวที่สวยและน่าภูมิใจเช่นคุณนะ  น่าเสียดายจริงๆ “
“ ฉันภูมิใจที่เป็นลูกของพ่อสารัชกับแม่นันทาแล้วค่ะ “   มันตรินีกล่าวเน้นเสียง
“ กตัญญูดีค่ะ ! “
เสียงหัวเราะของนางพัชนีช่างบาดหูผู้ที่ได้ยินยิ่งนัก  ดวงตาคมดุของหล่อนยามมอง
มันตรินีทำให้หญิงสาวรู้สึกหนาวเยือกในใจ  แขกที่มาร่วมงานเลี้ยงต่างไม่เข้าใจคำพูดและท่าทางของนางพัชนีที่แสดงต่อหน้าเจ้าของบ้านนี้นัก
“ เธอต้องการอะไร พัชนี “   สรพศถามเสียงจริงจัง
มันตรินีเห็นสาวใหญ่เดินไปหยุดเบื้องหน้าของเจ้าของบ้านสูงอายุด้วยท่าทางมาดมั่นขณะที่สรพศยังคงนั่งนิ่ง  ไม่มีท่าทางหวั่นเกรงอีกฝ่ายแต่อย่างใด
“ ฉันมาแสดงความเคารพท่านตามมารยาทในฐานะคนเคยรู้จักกัน  เคยเป็นเจ้านายของฉัน  และ……. “
สาวใหญ่กวาดตามองศัตรูหัวใจทีละคน  พลางกล่าวเสียงเครียดว่า   “ ฉันจะทวงหนี้ระหว่างพวกเราค่ะ “
“ เธอมั่นใจมากสินะ  จึงประกาศแบบนี้ “    สรพศเอ่ยเสียงเรียบ
“ แน่นอนค่ะ ท่าน “
ขัมน์มองสบนัยน์ตากับเจ้าของบ้านพิตรพิบูล  สีหน้าของเขาบ่งบอกความหนักใจเต็มที่  ขณะที่สรพศเพียงเหยียดยิ้มที่มุมปากเท่านั้น
“ ท่านคงไม่ลืมนะว่าติดหนี้กับฉันไว้ “
“ เราไม่มีหนี้ต่อกันสักหน่อย “   สรพศตอบเสียงหนัก  ท่าทางไม่สะทกสะท้านใดๆ 
นางพัชนีจ้องอีกฝ่ายด้วยแววตาขุ่นขวาง  น้ำเสียงดุยามกล่าวว่า   “ ท่านลืมแล้วหรือว่าทำอะไรไว้ “
“ ฉันมีอายุมากแล้ว  อาจหลงลืมเรื่องของเธอไปบ้าง “   สรพศมองท้าทาย   “ ถ้าช่วยเล่าทบทวนความจำให้ฉันบ้างก็ดีนะ  เผื่อว่าคนในงานเลี้ยงนี้อาจช่วยสะกิดความจำของฉันได้ “
สาวใหญ่ชะงักงันเมื่อได้ยินคำพูดท้าทายอีกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง  พลางเหลียวมองผู้คนรอบข้างที่กำลังจ้องมองด้วยความอยากรู้เต็มที่
“ ฉันมั่นใจว่าทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง  หากมีสิ่งใดที่ผิด  เธอก็เล่ามาสิ พัชนี “
คำพูดเร่งเร้าของสรพศ  ทำให้นางพัชนียืนคอแข็ง  แววตากร้าว  ริมฝีปากขบกันแน่น ก่อนจะพูดว่า  “ อีกไม่นานฉันจะหักเขี้ยวของท่าน  เป็นแมวแก่ที่รอวันตายอย่างไม่สงบใจได้แน่ “
ทุกคนในงานต่างตกตะลึงกับคำพูดอาฆาตของสาวใหญ่  ส่วนสรพศยังคงมีสีหน้าสงบเยือกเย็นเช่นเดิม
นางพัชนีทำท่าจะก้าวออกไปจากห้องโถงนั้น  เจ้าของบ้านสูงวัยเรียกหล่อนไว้ก่อน  สาวใหญ่หันมามองด้วยความสงสัย
“ ฉันไม่ใช่เสือ  ไม่ใช่แมว  แต่เป็นมังกรที่ไม่มีวันแพ้เธอแน่นอน  พัชนี “
“ เราจะได้เห็นกัน ! “   นางพัชนีบอกเสียงขุ่น  แล้วเดินออกไปทันที
ชั่วแวบหนึ่งมันตรินีรู้สึกพอใจกับคำประกาศที่เข้มแข็งของสรพศ  หล่อนเห็นขัมน์เข้าไปประคองเจ้าของบ้านพิตรพิบูลเพื่อเข้าไปพักผ่อนที่ห้องนอน  โดยให้สิดาพรคอยต้อนรับแขกของเขาไปก่อน
มันตรินีชวนให้สังสิตพากลับบ้านหลังจากจัดแจงธุระส่วนตัวเสร็จสิ้นแล้ว  โดยมีกัญญาขอติดรถกลับที่พักด้วย  ดังนั้นเมื่อปรานต์ อัครชัยกลับมาที่บ้านพิตรพิบูลจึงไม่พบกับคนทั้งสาม  แต่ได้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากคำบอกเล่าของสิดาพรนั่นเอง

           ภายในห้องนอนของสรพศ  ขัมน์ประคองร่างเจ้าของบ้านให้นอนบนเตียง  แต่สรพศไม่ยอมนอน  จึงนั่งพิงพนักเตียง  สีหน้ากังวล  โดยมีขัมน์เพื่อนสนิททรุดนั่งลงข้างเตียง
“ ในที่สุดเธอก็กลับมาแก้แค้นพวกเราแล้วนะ พี่พศ “   ขัมน์เอ่ยทำลายความเงียบก่อน
สรพศถอนใจหนัก   “ นายคิดว่าฉันทำผิดหรือเปล่า ขัมน์ “
“ นี่ไม่ใช่เวลามาแจกแจงความผิดนะครับ “
“ นายคิดว่าเราจะรับมือกับพัชนีได้ไหม ? “   สรพศถามตรง
“ หากเป็นเมื่อหลายปีก่อน  ผมมั่นใจ  แต่เดี๋ยวนี้พวกเราต่างมีอายุมากแล้ว  ทำให้ผมไม่แน่ใจ “
“ เราถอยไม่ได้แล้วนะ ขัมน์ “
“ ผมเข้าใจครับ พี่พศ “   ขัมน์ยังมีท่าทีกังวลอยู่บ้าง
“ ฉันเกรงว่าเธอจะดึงตรีมาเล่นเกมนี้ด้วย “   สรพศบอกอย่างหนักใจ   “ ฉันไม่ต้องการให้เด็กคนนั้นต้องเดือดร้อนกับเรื่องในอดีตของเราเลย “
“ มันเกี่ยวพันกับครอบครัวของตรีนะครับ “
“ หากพัชนีทำร้ายหลานของฉัน  จะไม่มีการปรานีมันอีกแน่ “   สรพศขบกรามแน่น
“ บางทีเธออาจเห็นแก่ความรักที่มีกับสารัชก็ได้นะครับ “
สรพศส่ายศีรษะไปมา   “ ตอนนี้ความรักที่เคยมีได้กลายเป็นความแค้นที่จะระบายใส่ตรีในฐานะผู้สืบทอดของสารัชกับนันทาที่เธอคิดว่าแย่งชายคนรักไป “
“ หมายความว่า……… “
สรพศขมวดคิ้วเล็กน้อย   “ บางทีเรื่องที่ตรีคุยกับฉัน  อาจเกิดจากแผนของพัชนีก็ได้นะ “
“ ตรีพูดอะไรครับ ? “   ขัมน์ถามด้วยความสงสัย
เสียงเคาะประตูทำให้ทั้งสองยุติการสนทนาเพียงนั้น  ปรานต์ก้าวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้า
ห่วงใยเต็มที่
“ คุณลุงเป็นอย่างไรบ้างครับ ? “
“ ดีขึ้นมากแล้วล่ะ “   สรพศตอบ  พลางส่งยิ้มเพลีย
“ ผมได้ยินว่าเกิดเรื่องที่นี่……. “
สรพศกล่าวตัดบทชายหนุ่มว่า   “ ฉันอยากนอน  ไว้จะเล่าให้ฟังในรายละเอียดนะ “
ปรานต์จำใจพยักหน้ารับ  แล้วเดินตามขัมน์ผู้เป็นบิดาไปโดยดี

        ขัมน์และปรานต์ อัครชัย นำรถเคลื่อนออกจากบ้านพิตรพิบูลหลังจากเสร็จสิ้นงานเลี้ยงวันเกิดของสรพศ พิตรพิบูล ทั้งสองต่างมีสีหน้ากังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายชั่วโมงก่อน
“ พ่อเล่าให้ฟังได้ไหมว่า  ทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องมาทวงหนี้จากคุณลุง “
“ ลูกถามจากสิดาพรแล้วไม่ใช่รึ ? “   ขัมน์ถามรู้ใจ
“ เธอรู้เพียงว่าลูกชายของลุงพศเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ “
ขัมน์นั่งถอนใจ  ดวงตาเหม่อมองไปนอกหน้าต่างรถ  ปากก็ถามลูกชายว่า
“ ลูกนำแฟ้มประวัติของพลัช ธนวัตรไปให้ลุงพศดูหรือยัง  ปรานต์ “
“ ยังเลยครับ “   ปรานต์ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง   “ ช่วงนี้มีงานชุกมาก  ผมจึงลืมไป “
“ ลูกเอาแฟ้มไปให้ลุงพศ  บางทีลูกจะเข้าใจเรื่องครอบครัวนั้นรวมทั้งสาเหตุที่ตรีมีท่าทีเกลียดชังปู่ของตัวเองก็ได้“
“ พ่อหมายความว่า……. “
“ พ่ออยากให้ลุงพศเป็นคนตัดสินใจว่า  ลูกควรรับรู้ความลับนั้นมากแค่ไหน “
“ ความลับรึ ! “
ขัมน์ยิ้มเศร้า   “ ตอนนี้สิ่งที่เคยทำในอดีต  กำลังส่งผลลัพธ์มายังลุงพศกับพ่อแล้ว  บางครั้งพ่อคิดว่าตอนนั้นเรามีใจกรุณาเกินไปล่ะมัง  จึงต้องมีสภาพเช่นนี้ “
ปรานต์ทำท่าจะซักถามต่อไป  แต่ผู้เป็นบิดาพลันหลับตานิ่ง  ทำให้เขาจำใจเงียบแล้วเก็บความสงสัยไว้ในใจด้วยความอัดอั้นเต็มที่

                              ********โปรดติดตามตอนต่อไป*********

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s