โลกกว้างของเพื่อนพิการ

จอย สด และเยล เพื่อนสามเกลอ

                                โลกกว้างของเพื่อนพิการ 
                                                                           เขียนโดย  ลูกแก้ว

        สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ได้ชมสารคดีชีวิตซึ่งได้รับรางวัลแนวให้กำลังใจคนดีเด่นของ รายการ คนค้นคน ชื่อ สามเกลอเพื่อนยาก อันเป็นการบอกเล่าการต่อสู้ชีวิตในโลกใบใหม่ของคนพิการทั้งสามจากโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ซึ่งมีแนวคิดแปลกแยกกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน โดยมุ่งมั่นอยากใช้ชีวิตในโลกนอกรั้วโรงเรียนซึ่งเป็นโลกของคนปกติ ทั้งที่พวกเขาได้รับการดูแลใกล้ชิดอย่างดีจากโรงเรียนและครอบครัว หวังว่าพวกเขาจะใช้ความรู้ในดูแลตัวเองจากการสอนของโรงเรียนไปใช้นอกรั้วได้ พวกเขาจมอยู่กับความกลัวมาตลอดชีวิตด้วยปมด้อยด้านร่างกาย คำบอกเล่าของเพื่อนหรือรุ่นพี่ซึ่งต้องออกไปใช้ชีวิตนอกรั้วตามวาระแล้วไม่ประสบความสำเร็จหรือทุกข์ยากแสนสาหัส มันจึงเป็นเงาหลอนรุ่นน้องๆให้ขลาดกลัวการอยู่ใช้ชีวิตนอกรั้วโรงเรียนก่อนเวลาอันควร
         กฎระเบียบของโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่มีกำหนดเวลาสำหรับดูแลสั่งสอนการใช้ชีวิตของเด็กพิการ เมื่อเด็กถึงวัยอันควรก็ถูกผลักดันออกสู่โลกกว้างอย่างไม่เต็มใจหลังจากรับการดูแลอุ้มชูและสอนการใช้เครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆในโลกปกติ แต่คนพิการต้องมีการดัดแปลงบ้าง เด็กที่ผ่านการเรียนของที่นั่นจึงมีความสามารถสูงในการดูแลตัวเอง สิ่งที่มักขาดไปคือ ทักษะการใช้ชีวิตในโลกกว้างนอกรั้วโรงเรียนร่วมกับคนปกติโดยเฉพาะเด็กที่ปรับตัวช้า จักมีแรงกดดันพิเศษในการดำรงชีพนอกรั้วโรงเรียน สิ่งที่คนทั้งสามเสนอผ่านรายการ คนค้นคน คือ แนวคิดแปลกแยกและความกล้าของ สด เยล และ จอย
       แรงผลักดันแรกคือ เยลและจอย สอบเข้าโควต้าพิเศษได้ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นเมื่อพวกเขาต้องไปเรียนทุกวัน หากเลือกอยู่โรงเรียนหรือกลับไปอยู่บ้าน จะมีความลำบากพิเศษด้านการเดินทางและค่าใช้จ่ายสูงมากตอนไปเรียนหนังสือระดับปริญญาตรี สิ่งที่พวกเขาแตกต่างจากคนพิการโดยทั่วไปคือ ความอยากเรียนหนังสือเพื่อให้มีความรู้สูง ขณะที่คนพิการจำนวนหนึ่งไม่มีโอกาสนั้นเนื่องจากสภาพการเงินครอบครัวไม่เอื้ออำนวยหรือสภาพร่างกาย และสิ่งที่มักขัดขวางการเรียนรู้ของคนพิการ คือ จิตกล้าหาญเผชิญโลกกว้างเพื่อหาความรู้ใส่ตัว จักสังเกตได้ว่าคนพิการที่มีความรู้สูง มักจะมีมุมมองและความกล้าแตกต่างจากคนพิการทั่วไปอย่างมาก คนพิการกลุ่มนี้ถือเป็นเพชรน้ำดีของวงการคนพิการเพราะประกอบด้วยหัวใจกล้า สมองดี และจิตมุ่งมั่นเพื่อทลายโลกในใจของตนออกสู่โลกแห่งความเป็นจริงซึ่งมีทั้งทุกข์และสุขซึ่งคนปกติก็ต้องพบเจอเท่าเทียมกัน
        การก้าวออกสู่โลกแห่งความเป็นจริงสำหรับคนพิการที่ถูกเลี้ยงดูในโรงเรียนเฉพาะคนพิการเป็นเรื่องยากมาก เพราะพวกเขามีความสุขกับเพื่อนที่อยู่ในสภาพเดียวกันหรือใกล้เคียงกันมานับแต่จำความได้ ครูหรือพี่เลี้ยงถูกคัดเลือกไปดูแลพวกเขาด้วยหัวใจรักและเมตตาเป็นหลัก โรงเรียนมุ่งมั่นสอนให้เด็กรู้จักดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานได้ สอนหนังสือระดับมาตรฐานกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนใหญ่จะสอนถึงระดับมัธยมปลาย จากนั้นเด็กก็ต้องกลับสู่ครอบครัวแล้วเลือกเส้นทางชีวิตกันว่าจะเรียนหรือทำงานต่อไป
        โลกในโรงเรียนเฉพาะคนพิการนั้นจะช่วยสอนการดูแลตัวเองของเด็กเพื่อเตรียมสู่โลกนอกรั้วโดยเน้นการใช้อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก เพื่อให้เด็กสามารถอยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนได้และมีความสุขขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยให้เด็กรู้ว่ามิได้มีตัวคนเดียวในโลก ยังมีเพื่อนพิการอีกมากมาย มุมมองต่อลูกพิการที่พ่อแม่ควรจะมีไว้ก็จะได้จากโรงเรียนนี้ สังคมนอกโรงเรียนจะสบายใจขึ้นเมื่อแน่ใจว่าคนพิการดูแลตัวเองได้ดีในระดับหนึ่งโดยมิใช่ภาระของสังคมดังที่เคยปลูกฝังในสังคมไทยมาช้านานจากแนวคิดเหยียดแคลน โรงเรียนเฉพาะคนพิการช่วยคลายปมในสังคมไทยของคนปกตินี้ได้อย่างดี
         ปัญหาอย่างหนึ่งที่คนต้นเรื่อง สามเกลอเพื่อนยาก เสนอให้สังคมเห็นคือ ความกลัวในหัวใจของเด็กพิการในสถาบันแห่งนั้น กลัวการเผชิญโลกกว้างนอกรั้วโรงเรียน ซึ่งจะกลายเป็นทักษะดำเนินชีวิตที่แท้จริงซึ่งเด็กควรมีก่อนถูกผลักออกสู่โลกแห่งความเป็นจริงตามระเบียบของโรงเรียน คนพิการจำนวนมากช็อคกับสภาพสังคมนอกรั้วโรงเรียนทำให้เกิดแรงกดดันหนัก บ้างก็ทนไม่ได้จนต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านไม่กล้าต่อสู้อีกเลย บ้างก็บอบช้ำหนักจนถึงขั้นรู้สึกว่าด้อยคุณค่าไป บ้างก็ประสบความสำเร็จ ล้วนมีทั้งด้านดีและไม่ดีซึ่งถ่ายทอดให้เพื่อนหรือรุ่นน้องรับทราบ พวกเขาจึงมีความกลัวฝังใจสืบทอดกันมา ถ้าไม่ถูกบังคับด้วยระเบียบ ก็จะอยู่ในรั้วโรงเรียนที่รู้สึกว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ต้องออกไป เขาหรือเธอมักรับไม่ได้กับโลกกว้าง ทำให้หลายคนไม่ยอมเรียนหนังสือให้สูงขึ้น ไม่กล้าทำงานเพราะอายสายตาคนอื่น ความกลัวและความอายของคนพิการคือ กำแพงสีขาวที่พวกเขาสร้างขึ้นในใจและแน่นหนามาก อันเป็นอุปสรรคต่ออนาคตของพวกเขาซึ่งจะยิ่งแคบขึ้นอีก ใครทลายกำแพงนี้ได้ จึงเรียกว่าผู้กล้า ซึ่งนายสด คนต้นเรื่องคนแรกที่ทำลายกำแพงใจของตนออกไปได้ก่อน และไม่สนใจคำด่า คำตำหนิจากเพื่อนในโรงเรียนเรื่องแนวคิดของเขาและคำชักชวนเพื่อนอีกสองคนไปสู่โลกกว้างด้วยกัน
          ถ้ามองให้ลึกจากสารคดีเรื่อง สามเกลอเพื่อนยาก ต้องขอยกย่องหัวใจแกร่งและกล้าของ นายสด ซึ่งออกจากโรงเรียนไปเรียนสารพัดช่างก่อน โดยมีแนวคิดแปลกแยกและกล้าพอจะออกไปยืนนอกรั้วโรงเรียน แม้จะมีเพื่อนหรือพี่เลี้ยงคัดค้านหรือท้วงติงด้วย ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงครอบครัวเพราะไม่ได้มีการเอ่ยถึงด้วย การทำลายกำแพงความกลัวที่ฝังลึกตั้งแต่เด็กไปสู่โลกกว้างนอกรั้วโรงเรียนนั้นต้องอาศัยความกล้าและลดความอายตนก่อน ดังที่นายสดเล่าว่า ทีแรกเขาไม่กล้าออกไปซื้อข้าวกินนอกบ้านเพราะความอายสายตาคนอื่นมองเขาเป็นตัวประหลาด แต่เขาคิดอีกมุมหนึ่งคือ ถ้าไม่กล้าเผชิญสายตาคนอื่น ก็ต้องอดตาย จึงเป็นแรงกระตุ้นให้เขาออกไปนอกบ้านได้ครั้งแรก ทั้งนี้ต้องขอคารวะน้ำใจชาวบ้านหรือพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นที่แสดงน้ำใจไมตรีแก่เขา อันเป็นการให้กำลังใจแก่เขาอย่างมาก ทำให้นายสดปรับตัวกับโลกใบใหม่ของเขาได้เร็วขึ้น นอกเหนือจากใช้วิชาความรู้ที่โรงเรียนสอนไว้
        เมื่อเยลกับจอยสอบเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้และสดมองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นถ้าเพื่อนยังอยู่โรงเรียนหรือกลับบ้าน พวกเขาจะไปเรียนลำบากขึ้นและอาจทำลายกำลังใจการเรียนในวันข้างหน้า เขากล้าพอจะพูดชักจูงเพื่อนทั้งสองออกมาใช้ชีวิตในโลกกว้างร่วมกันเพื่อปรับชีวิตให้เข้ากับคนปกติ สร้างความกล้าใช้ชีวิต กล้าสู้สายตาคนอื่น ลดความอายในปมด้อยของตนลง เพื่อใช้ชีวิตและเรียนหนังสืออย่างมีความสุขขึ้น อันเป็นเรื่องสำคัญของคนที่ต้องเรียนหนังสือ แต่มีร่างกายพิการ ซึ่งต้องมีกำลังใจสูงพิเศษกว่านักศึกษาปกติ อีกอย่างหนึ่งของความโชคดีคือ มหาวิทยาลัย ครูอาจารย์ และนักศึกษาส่วนใหญ่ มีทัศนคติที่ดีต่อนักศึกษาพิการ ยอมปรับตัวเข้าหาและเข้าใจพวกเขา ช่วยเหลือเพื่อนในส่วนที่เพื่อนพิการทำไม่ได้จริงๆ เอื้ออารีด้านวิชาการที่อ่อนด้อยของเยลและจอย สถาบันก็ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางในรั้วมหาวิทยาลัย ครูอาจารย์ผ่อนปรนและแนะนำสิ่งที่ทำทดแทนกันได้โดยไม่ทำให้มาตรฐานความรู้ตกต่ำไป เมื่อทัศนคติต่อคนพิการเรื่อง ภาระทางสังคม เปลี่ยนไป โลกกว้างใบนี้ก็ต้อนรับคนพิการมาอยู่ร่วมกันเพิ่มขึ้นและมีความรู้สึกดีต่อกันยิ่งขึ้น
        ทักษะการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างคนปกติกับคนพิการต้องเริ่มต้นที่ทัศนคติต่อกันก่อน แผ่นดินไทยเปี่ยมด้วยความเมตตาและโอกาสเท่าเทียมกันซึ่งคนปกติหรือคนพิการมีสิทธิเสรีภาพใช้สิ่งนี้ร่วมกันได้ หวังว่าความเมตตา กรุณา ของคนปกติจะช่วยเพิ่มทักษะการใช้ชีวิตในโลกกว้างของคนพิการ และช่วยทลายกำแพงความกลัวให้น้องพิการในโรงเรียนเฉพาะออกไปสู่อีกโลกหนึ่ง เพราะความจริงของชีวิตคนพิการอยู่นอกรั้วโรงเรียน อนาคตจะกว้างหรือแคบของคนพิการที่กล้าหาญขึ้นอยู่กับทัศนคติและการให้โอกาสของคนปกติ กายแข็งแกร่ง จิตกล้าหาญ เป็นหัวใจสำคัญที่คนพิการจะอยู่ในโลกกว้างใบนี้ได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ มิใช่การนั่งจมกองทุกข์ในห้องเล็กๆกับความกลัวเกาะกินใจตลอดไป

**********************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s