ละเมิด กับ บกพร่อง

                                              ละเมิด กับ บกพร่อง
                                                                                   เขียนโดย  ลีลา LAW

              ตำแหน่งหน้าที่ย่อมคู่กับความรับผิดชอบเสมอ ดังนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งใดควรทำงานด้วยความรอบคอบและใส่ใจกับงาน จึงมีความสำเร็จที่ดี หากวันใดที่ขาดการเอาใจใส่ต่อหน้าที่และสร้างความเสียหายขึ้น จักต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหายด้วย บางครั้งอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยหรือประมาทเพื่อยกเว้นความผิดไม่ได้ โดยเฉพาะฝนฟ้าอากาศซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อ้างกันบ่อยเพื่อปัดความรับผิดชอบ แต่หลายคดีศาลไม่รับฟังเป็นเหตุยกเว้นความผิดสำหรับผู้ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
              กรณีศึกษาเกี่ยวกับเหตุยกเว้นความผิดจากงานในหน้าที่รับผิดชอบซึ่งอาจพบได้ในชีวิตประจำวันของใครสักคน ศาลได้พิพากษาเป็นบรรทัดฐานเรื่องการบกพร่องในงานของเจ้าหน้าที่รัฐไว้ใน คำพิพากษาฎีกาที่ 5205/2550  วันเกิดเหตุฝนตกไม่มากและลมพัดไม่แรง ต้นจามจุรีริมทางหลวงล้มทับผู้ตายขณะขับรถจักรยานยนต์ไปตามทางหลวงจนเป็นเหตุให้ผู้ตายต้องถึงแก่ความตาย มิใช่เกิดจากเหตุสุดวิสัยตามที่กล่าวอ้างไว้ แต่ถือเป็นความบกพร่องของกรมทางหลวงที่ไม่โค่นหรือปล่อยปละละเลยไม่สั่งเจ้าหน้าที่ไปโค่นต้นจามจุรีที่มีสภาพผุกลวง เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อันเป็นการกระทำละเมิดต่อทายาทของผู้ตาย กรมทางหลวงจึงต้องรับผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 บัญญัติว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต แก่ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น ด้วย
                 จากคำพิพากษาข้างต้นย่อมเห็นว่า กรมทางหลวงมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของถนนทางหลวงและต้นไม้ริมทางหลวงด้วย เมื่อต้นไม้ที่ผุกลวงสร้างความเสียหายไม่ว่าความตายหรือบาดเจ็บแก่ผู้อื่น จึงอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงซึ่งมิอาจอ้างลมฟ้าอากาศหรือข้ออ้างที่ว่า ท่านไม่ขับรถไปแถวนั้น ก็ไม่โดนต้นไม้ล้มทับ โดยถือเป็นเหตุสุดวิสัยเพื่อยกเว้นความรับผิดฐานละเมิด การไม่ทำสิ่งที่ควรกระทำเยี่ยงผู้อยู่ในหน้าที่นั้นพึงกระทำ ถือเป็นการบกพร่องในหน้าที่ แล้วเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ย่อมถือเป็นการกระทำละเมิด จึงนำไปใช้กับกรณีอื่นได้เช่น เสาไฟของการไฟฟ้านครหลวงที่เอนใกล้ล้ม แต่ยังไม่เร่งจัดการเสาให้ตรงหรือติดตั้งเสาใหม่ในเวลาอันควรด้วยความละเลย หลงลืม หรือไม่ใส่ใจ เป็นต้น ถ้าเกิดอันตรายแก่บุคคลใด ย่อมเป็นความรับผิดชอบที่มิอาจปฏิเสธได้ในการต้องชดใช้ค่าเสียหายฐานละเมิดเช่นเดียวกับกรมทางหลวงตามคำพิพากษาดังกล่าวด้วย เมื่อมีตำแหน่งหน้าที่ย่อมมีความรับผิดชอบติดตามไปเสมอ ดังนั้น ผู้ใดอยู่ในตำแหน่งจึงต้องให้ความเอาใจใส่ต่องานของตนให้มากที่สุด จึงใช้เป็นข้ออ้างเหตุสุดวิสัยเพื่อปกป้องตนเองมิให้ต้องมีความผิดฐานละเมิดต่อผู้อื่นได้

                         ****************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s