การบังคับชำระหนี้

                             การบังคับชำระหนี้
                                                                           เขียนโดย  เนติมา

     เป็นที่คาดหมายกันว่า ปีพ.ศ. 2554 จะเกิดภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เนื่องจากลูกค้าของไทยต่างอยู่ภาวะหนี้สูงและระบบการเงินล้มเหลวหนัก จึงมีการตักเตือนคนไทยให้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังที่สุด โดยใช้ตัวอย่างเศรษฐกิจต่ำในปีพ.ศ. 2540 ที่ไทยต้องอยู่ในสถานภาพลูกหนี้ของกองทุน ไอ เอ็ม เอฟ เป็นบทเรียนเตือนความจำไว้ ณ วันนี้คนไทยได้ผ่านยุคตกต่ำและรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจมาแล้ว แต่บางคนก็อาจพบกับภาวะหนักอกจากหนี้สินที่พอกพูนขึ้นและการจ่ายคืนหนี้ทำได้ยากหรือทำไม่ได้เลย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำส่งผลกระทบถึงลูกหนี้ด้วยการถูกไล่ออกจากงานหรือกิจการสร้างรายได้น้อยลง ขณะที่หลายคนยังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อประเภทต่างๆ ไม่เรียบร้อย ผลที่ตามมาของการไม่ชำระหนี้ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี คือ การยึดทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ค้าง
              สภาพการบังคับหนี้ตามกฎหมายจะเกิดขึ้นเมื่อศาลพิพากษาคดีแล้ว การฟ้องคดีของเจ้าหนี้นั้นต้องการได้รับคืนหนี้ให้มากที่สุดจากการยึดทรัพย์สินหรืออายัดเงินเดือนเพื่อแบ่งปันชำระหนี้ มันจึงเป็นสิ่งที่ลูกหนี้ไม่อยากพบเจอที่สุด ภาพอีกด้านที่จะบอกเล่าให้ฟังไว้สำหรับลูกหนี้ คือ ถ้าเป็นเจ้าหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อที่ไม่มีการค้ำประกันหรือจำนองที่ดินไว้ มักไม่อยากฟ้องบังคับหนี้จากบ้านที่ยังผ่อนไม่เสร็จ เนื่องจากหลักกฎหมายกำหนดว่า ถ้าขายทอดตลาดบ้านที่ยังผ่อนอยู่ เมื่อได้เงินมาแล้ว ต้องจ่ายแก่ผู้รับจำนองก่อนจนเสร็จสิ้น หากมีเงินเหลือ จึงจ่ายแก่เจ้าหนี้ผู้ฟ้องคดี นั่นหมายความว่า เจ้าหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อทั่วไปอาจได้รับเงินคืนไม่ครบจำนวนหนี้ก็ได้ ส่วนผลอีกด้านหนึ่งของการฟ้องคดีที่กระทบต่อลูกหนี้โดยตรงและสร้างความเจ็บปวดยิ่ง คือ สิทธิอายัดเงินเดือนเพื่อนำมาแบ่งปันชำระหนี้ ซึ่งจะใช้ได้ผลกับลูกหนี้ที่ยังมีการงานทำอยู่และเจ้าหนี้มีโอกาสได้เงินคืนมากกว่าการบังคับขายทรัพย์สิน โดยเฉพาะเจ้าหนี้ผู้ฟ้องคดีไม่ต้องแบ่งปันเงินเดือนกับผู้รับจำนองทรัพย์สินด้วย ถ้าเป็นลูกหนี้ตกงาน ไม่มีทรัพย์สินอื่น เจ้าหนี้จึงมีทางเลือกเดียวในการบังคับขายทรัพย์สิน อย่างน้อยก็ยังอาจได้เงินคืนบางส่วน ดีกว่าไม่ได้รับสักบาทเดียว
                   การเป็นหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อทุกประเภทในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและลูกหนี้เสี่ยงกับการตกงาน เจ้าหนี้จะเข้มงวดพิเศษในการมองหาลูกหนี้ที่เริ่มจ่ายผิดเวลาเพื่อจัดการคดีโดยเร็ว เพราะช่วงแรกลูกหนี้มักยังมีเงินออมหรือทรัพย์สินอยู่ จึงต้องเรียกคืนหนี้ให้ได้เร็วที่สุด ดาบสำคัญของเจ้าหนี้อีกอย่างหนึ่ง คือ ประวัติทางธุรกรรมของลูกหนี้จากรายงานของเจ้าหนี้จะส่งผลร้ายต่อลูกหนี้ในอนาคต ถ้าเข้าไปอยู่ในบัญชีดำหลังจากถูกฟ้องคดีแล้ว ลูกหนี้พึงระวังให้มากไว้ สิ่งที่ลูกหนี้ทำได้ในภาวะเศรษฐกิจน่าหวาดเสียวเช่นนี้ คือ ถ้ายังไม่ตกงาน ก็ต้องขยันทำงาน สร้างประโยชน์แก่องค์กรให้มากที่สุด ลดหนี้บัตรฯให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย จำกัดค่าใช้จ่ายลงโดยเร็ว ส่วนคนที่ตกงานและมีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อ ต้องเข้าเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อช่วยผ่อนคลายภาวะหนี้แต่ละเดือนลง แสดงความจริงใจที่จะไม่หนีหนี้ ก่อนการเจรจาต้องไม่หยุดการชำระหนี้เด็ดขาดเพราะผลร้ายมากกว่าผลดี คือ ท่านต้องพบเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจำนวนสูง ค่าใช้จ่ายทวงหนี้ ที่ต้องบวกเพิ่มกับหนี้เดิม เจ้าหนี้ส่วนใหญ่ต้องการเงินคืนมากที่สุด ย่อมช่วยผ่อนปรนแก่ท่านเพื่อให้จ่ายคืนเงินได้มากที่สุด ลูกหนี้จึงต้องรักษาเวลาจ่ายเงินอย่างมากเพื่อสร้างเครดิตและความไว้วางใจในสายตาของเจ้าหนี้ จำกัดการใช้จ่ายให้มากที่สุดเพื่อใช้เงินออมนานพอที่จะได้งานใหม่
                 ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรอบใหม่นี้จักสกัดคนอ่อนแอออกไปเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2540 มาแล้ว คนที่แข็งแกร่งหรือจัดการชีวิตอย่างรอบคอบและถูกวิธีเท่านั้นจักอยู่รอดปลอดภัยพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้ คนมีหนี้และตกงานจักเป็นกลุ่มแรกที่รับผลกระทบจากภาวะตกต่ำนี้จึงควรค้นหาวิธีจัดการปัญหาเบื้องหน้าที่รออยู่อย่างมีสติและประคับประคองตัวเองให้อยู่รอดโดยมีกำลังใจของสมาชิกครอบครัวเป็นพลังในการฝ่าฟันอุปสรรคข้างหน้าที่นักวิชาการคาดการณ์ไว้ว่า จะหนักหน่วงมากกว่าปีพ.ศ.2540 โดยประเมินจากสภาพบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐหรือยุโรปที่หลายคนต้องถูกยึดบ้านที่ผ่อนกันมานานหลายสิบปีและสถิติการตกงานเพิ่มสูงเพราะการปิดตัวของบริษัทเอกชนซึ่งถือเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้น ปัญหาดังกล่าวต้องเกิดขึ้นในไทยเช่นเดียวกันแต่ความหนักเบาอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ปัญหาหนักแท้จริงตกอยู่กับลูกจ้างหรือประชาชนทั่วไปทั้งสิ้น เพราะหนี้สินท่วมตัว เครดิตธุรกรรมติดลบ ถูกฟ้องเป็นคดีในศาลหรืออาจตกเป็นคนล้มละลายก็ได้ ดังนั้น ในวาระวิกฤตเช่นนี้ประชาชนที่ไม่มีหนี้และคุมค่าใช้จ่ายไม่เกินรายได้ถือเป็นผู้โชคดีที่สุดและอยู่ในกลุ่มคนที่อยู่รอดในเวทีเศรษฐกิจผันแปรมากที่สุด ขณะที่ผู้เป็นลูกหนี้และอาจเสี่ยงต่อการตกงานจำเป็นต้องบริหารชีวิตและการเงินอย่างรอบคอบและจำกัดการใช้เงินให้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอดเนื่องจากเจ้าหนี้ไม่อยากมีคดีความในศาลและต้องการเงินคืนเท่านั้น จึงต้องมีความจริงใจในการเจรจาขยายเวลาผ่อนให้เหมาะสมกับรายได้จริงเพื่อป้องกันมิให้เกิดการบังคับชำระหนี้ทางกฎหมายซึ่งสร้างผลกระทบหนักแก่ลูกหนี้กับครอบครัวอย่างแน่นอน หากเจ้านายไม่เห็นคุณค่าต่อองค์กรหรือคุณภาพบุคคลตกต่ำ ย่อมต้องกำจัดภาระของกิจการเพื่อลดต้นทุนแรงงานลงและคนที่ถูกกำจัดพวกแรก คือ คนด้อยคุณภาพและไม่มีประโยชน์ต่อกิจการ ในภาวะยากลำบากของลูกจ้างการรักษาหน้าที่การงานไว้เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะช่วยรักษาสภาพลูกหนี้ที่ดีไว้ได้เนื่องจากลูกจ้างเกือบทุกคนต่างมีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานแล้ว นอกจากนั้นต้องรักษาระเบียบวินัยการเงินและการผ่อนชำระหนี้ให้เคร่งครัดขึ้น หวังว่าลูกหนี้ทั้งหลายจักไม่ต้องอยู่ในสภาพถูกบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเพราะเจ้าหนี้ไม่เชื่อถือเครดิตของลูกหนี้ สุดท้ายนี้ จงอย่าหวังให้รัฐบาลมาช่วยปลดปล่อยหนี้สินแทนลูกหนี้เพราะมิใช่หน้าที่ของรัฐบาล ผู้ใดก่อหนี้ ก็ต้องชดใช้หนี้ มันเป็นแนวคิดทางกฎหมายซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก สิ่งที่รัฐบาลทำได้ก็เพียงประคับประคองสภาพความเป็นอยู่และการงานให้ลูกหนี้สามารถจ่ายคืนหนี้ได้เท่านั้น จึงขึ้นอยู่กับศักยภาพแท้จริงในตัวลูกหนี้ รัฐบาลแต่ละชุดมีความสามารถไม่เท่าเทียมกันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก การสร้างโอกาสแก่ลูกหนี้จึงอาจทำได้ไม่ดีเท่ากับรัฐบาลในปีพ.ศ. 2544 ก็ได้ ลูกหนี้จึงต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลักดังคำที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่าพึงอาศัยจมูกของคนอื่นหายใจเพราะมันคือความไม่แน่นอน”

                                            **************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s