พรก.ฉุกเฉิน กกต. กับ การเลือกตั้ง

ถาม       พรก.ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายประเภทใด ?

ตอบ       มันมีชื่อเต็มว่า พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายใช้ชั่วคราวเฉพาะกิจเท่านั้น จึงได้ชื่อว่า พระราชกำหนด มิใช่พระราชบัญญัติ ประกาศใช้โดย มติคณะรัฐมนตรี เมื่อมีสาเหตุตามที่กำหนดไว้ หากหมดสาเหตุนั้น ต้องยกเลิกโดยมติคณะรัฐมนตรี วัตถุประสงค์เพื่อความมั่นคงของประเทศชั่วระยะเวลาหนึ่ง รัฐบาลที่ร่างกฎหมายฉบับนี้หวังจะใช้ทดแทน กฎอัยการศึก ซึ่งมีความรุนแรงสูงและเป็นที่หวั่นเกรงของต่างชาติอย่างยิ่ง ดังนั้น พรก.ฉุกเฉินถือเป็นอันดับสองรองจากกฎอัยการศึกที่ใช้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพคนไทยที่รัฐธรรมนูญไทยกำหนดไว้ จึงให้ทำเพียงชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น

 

ถาม       ทำไมพรก.จึงลดทอนสิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญลงได้ ?

ตอบ       มันเกิดจากแนวคิดว่า เมื่อบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤตเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเหตุอื่นที่รุนแรงสูงสุด สิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญอาจขัดขวางการคลี่คลายปัญหาเร่งด่วนจากฝ่ายรัฐได้ จึงต้องมีกฎหมายเพื่อความมั่นคงออกมาลดทอนสิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญลงชั่วเวลาหนึ่ง อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังกำหนดว่า จะไม่ใช้ข้อความในรัฐธรรมนูญข้อใด ต้องมีกฎหมายเฉพาะออกมาใช้บังคับ ไม่อาจใช้คำสั่งรัฐบาลอย่างเดียว ทั้งนี้จึงมอบอำนาจให้คณะรัฐบาลเป็นผู้พิจารณาใช้กฎหมายฉบับนี้หรือไม่

 

ถาม       พรก.ฉุกเฉินมีความรุนแรงอย่างไร ?

ตอบ       กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจแก่นายทหารใหญ่ซึ่งรับมอบอำนาจจากคณะรัฐบาลให้บังคับใช้กฎหมายกับประชาชนได้ตามใจชอบเพื่อนำความสงบมาสู่สังคมหรือรัฐโดยเร็วที่สุด เมื่อใช้อำนาจในกฎหมายนี้คณะรัฐบาลและประชาชนต้องอยู่ภายใต้บังคับของคณะบริหารก.ม.ที่นายทหารระดับสูงเป็นประธาน เขาคนนี้จะเป็นผู้อำนาจสูงสุดในการสั่งกองทหารติดอาวุธ ตำรวจติดอาวุธ สั่งหน่วยงานราชการทุกแห่งได้เสมือนเขาคือ ผู้นำประเทศทีเดียว มีอำนาจในการออกข้อห้าม ข้อบังคับ ใดๆก็ได้ อำนาจสำคัญที่กระทบต่อเสรีภาพประชาชน คือ อำนาจสั่งจำคุกใครก็ได้เป็นเวลา 1 เดือน โดยไม่ต้องแจ้งข้อหา ไม่ต้องส่งศาล ขังที่ค่ายทหารหรือสถานที่ใดก็ได้ การฆ่าประชาชนโดยคำสั่งของคณะบริหารฯได้รับการคุ้มครองโดยไม่ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญา ขั้นตอนสอบสวนส่งฟ้องคดีไม่ใช้บังคับกับการกระทำที่เกิดขึ้นโดยคำสั่งตามพรก.ฉบับนี้

 

ถาม       ทำไมจึงไม่ควรใช้พรก.ฉุกเฉินในพื้นที่เลือกตั้ง ?

ตอบ       พรก.ฉุกเฉินมักมีข้อห้ามที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนในการแลกเปลี่ยนความคิดทางการเมือง การชุมนุมรวมตัวกันทางการเมือง ขณะที่การเลือกตั้งต้องมีการหาเสียง พูดจาโจมตีกันด้านนโยบายหรือพฤติกรรมของคู่แข่ง ศอฉ.มีคำสั่งห้ามพูดหาเสียงใส่ร้ายป้ายสี ห้ามพูดให้แตกแยกกัน โดยอำนาจของศอฉ.และมิได้กำหนดประเภทหรือชนิดของคำพูดใดที่ต้องห้ามให้เห็นชัดเจน ศอฉ.ย่อมใช้ดุลพินิจลงโทษใครก็ได้ที่กระทำละเมิดคำสั่งดังกล่าวโดยไม่มีกระบวนพิจารณาต่อสู้ใดๆอย่างเป็นธรรม มันเป็นรูปแบบที่มองเห็นภาพชัดๆ คือ ถ้าข้าหมั่นไส้ ก็สั่งจับคนแล้วบอกว่ามีความประพฤติส่อให้เกิดความแตกแยกทางสังคม จับขังคุก 1 เดือนโดยไม่ต้องผ่านศาลเลย

 

ถาม       พรก.ฉุกเฉิน กับ ดุลพินิจ คือ ตัวสร้างความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้งใช่หรือไม่ ?”

ตอบ       ดุลพินิจ เป็นมุมมอง ความเห็น ต่อปัญหาหนึ่ง โดยอาศัยความรู้สึกนึกคิด ความรู้ ส่วนบุคคล เมื่อมองปัญหานั้น มันจะยุติธรรมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ดุลพินิจ ดังนั้น ดุลพินิจจึงดิ้นได้ ไม่มีมาตรฐาน เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้านำไปใช้เมื่อมีจิตอคติ ย่อมสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา ศอฉ.แต่งตั้งมาจากรัฐบาลที่กำลังเป็นคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง มีพฤติกรรมใช้อำนาจเกินขอบเขตเพื่อทำลายศัตรูการเมืองมาเป็นระยะ ณ เวลาเลือกตั้งศอฉ.ก็ไล่ล่าตามรังควานศัตรูการเมืองอยู่แล้วมาคุมเลือกตั้งด้วย หลักวิญญูชนย่อมรู้ดีว่า ศอฉ.จะต้องเข้าข้างฝ่ายรัฐบาลที่ถือเป็นผู้ให้กำเนิดแก่ตนมากกว่าให้ความเป็นธรรม

 

ถาม       ศอฉ.จะทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลให้ชนะเลือกตั้ง ?

ตอบ       แม้การเลือกตั้งจะมีคณะกรรมการเลือกตั้งดูแลตามหน้าที่ เมื่อพรก.ฉุกเฉินยังใช้บังคับเท่ากับยกเว้นอำนาจหน้าที่องค์กรในรัฐธรรมนูญด้วย ดุลพินิจของศอฉ.จะอยู่เหนือกกต. ถ้ากกต.พิจารณาพฤติกรรมหาเสียงอย่างหนึ่งว่าถือเป็นเรื่องการหาเสียงทางการเมืองที่กระทำได้ แต่ศอฉ.ตัดสินว่า การหาเสียงนั้นสร้างความแตกแยกในสังคมหรือใส่ร้ายป้ายสีพรรครัฐบาล ดุลพินิจของศอฉ.ภายใต้พรก.ฉุกเฉินจะถือเป็นที่สุด ศอฉ.มีอำนาจจับผู้สมัครพรรคคู่แข่งของรัฐบาลขังคุกเป็นเวลา 1 เดือน โดยไม่ต้องแจ้งข้อหาตามกฎหมายใดได้ทันที รัฐบาลจะไร้คู่แข่งในสนามเลือกตั้ง ยิ่งถ้าศอฉ.มีข้อบังคับเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครที่ถูกคำสั่งจำคุกจากศอฉ.หมดสิทธิ์ในการหาเสียงหรือได้รับคะแนนเลือกตั้ง จะมีผลเท่ากับตัดสิทธิ์ผู้สมัครคนนั้นให้พ่ายแพ้ทันที อำนาจเด็ดขาดตามพรก.ฉุกเฉินช่วยเหลือทางการเมืองได้ง่ายมาก เมื่อศอฉ.โดยนายทหารใหญ่สนับสนุนรัฐบาลชัดเจนอยู่แล้ว จึงปล่อยให้รัฐบาลแพ้ในสนามเลือกตั้งไม่ได้ อาจเรียกว่า การโกงโดยกฎหมาย

 

ถาม       วิธีใดที่ป้องกันการใช้อำนาจเพื่อช่วยผู้สมัครเลือกตั้งฝ่ายใดโดยพรก.ฉุกเฉิน ?

ตอบ       พรก.ฉุกเฉินเป็นรองแค่กฎอัยการศึก ผู้มีอำนาจในศอฉ.เท่ากับเป็นผู้นำประเทศอีกคนหนึ่ง ถ้าทำปฏิวัติจับนายกฯก็ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายฉบับนี้ การใช้พรก.เปรียบเสมือนเมืองไทยมีผู้บริหารประเทศสองคนในเวลาเดียวกัน ประธานศอฉ.จะมีอำนาจเหนือรัฐบาลไม่ว่าจะประกาศใช้บังคับทั้งประเทศหรือเฉพาะพื้นที่เนื่องจากเขาสั่งกองทัพทหารติดอาวุธ สั่งข้าราชการทุกหน่วยงานได้เอง จึงไม่มีทางป้องกันการใช้อำนาจล้นฟ้านี้ได้ หากพูดเฉพาะการเลือกตั้ง ต้องอยู่ที่ความร่วมใจระหว่างประชาชนผู้ใช้สิทธิกับพรรคคู่แข่งของรัฐบาล คือ พรรคคู่แข่งต้องระมัดระวัง ประคองตัว ให้ถึงวันเลือกตั้ง อย่าให้ศอฉ.มีข้ออ้างใช้พรก.จับผู้สมัครหรือทีมงานได้ ส่วนผู้ใช้สิทธิก็ต้องร่วมใจกันเดินเข้าคูหาเลือกตั้งเพื่อทำหน้าที่ของตนมากที่สุดเพื่อเลือกส.ส.ฝ่ายที่ภักดีต่อประชาธิปไตยแท้จริง รักความเป็นธรรม หรือ พวกที่เป็นเหยื่ออยุติธรรมเพื่อให้เขาพ้นเงื้อมมือโฉดชั่วของรัฐบาลโดยใช้อำนาจศอฉ.สร้างชัยชนะให้ตัวเองอย่างไร้น้ำใจนักกีฬา

 

****************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s