ใต้เงาบาป 14.2

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 14.2
 
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

หลังจากมันตรินีออกไปจากห้องนั้นแล้ว  สาวใหญ่วัยประมาณห้าสิบปีเศษร่างสูง  ผอมเกร็ง  ใบหน้าเรียวยาว  โหนกแก้มสูง  ผิวคล้ำ  แต่งกายภูมิฐาน  ก้าวเท้าเข้ามาหาไอรีนซึ่งยืนนิ่งอยู่กลางห้องแคบนั้น

เด็กคนนี้นับว่าฉลาดมาก  ก่อนไปยังทำให้เธอต้องยอมรับข้อเสนอในการคุ้มครองชีวิตของตัวเองได้นะ ไอรีน

ตรีเป็นคู่แข่งที่เหมาะสมกับฉันมาก  ไม่มีทางหาใครมาเทียบได้อีกค่ะ

นางพัชนีผู้เป็นแม่บุญธรรมพยักหน้าเห็นด้วย  พลางกล่าวย้ำเสียงว่า

แม่ยอมให้ใช้เรื่องนี้มาบีบบังคับมันตรินีให้แข่งขันกับเธอ  แต่คงรู้นะว่าข้อมูลพวกนั้นสำคัญต่อความแค้นในใจของแม่มากเพียงใด

ไอรีนกล่าวเน้นว่า   ฉันจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังแน่ค่ะ

แม่ก็คิดว่าประสบการณ์ในวงการแฮกเกอร์ของเธอมีมากกว่าฝ่ายนั้น  คงชนะอย่างง่ายดาย  จึงยอมช่วยเหลือและร่วมเสี่ยงกับเธอ   ครั้งนี้สิ่งที่ติดค้างในใจมาหลายปีของเธอคงถูกชะล้างเสียทีนะ ไอรีน

ขอบคุณมากค่ะ แม่    ไอรีนมองอย่างซึ้งใจเต็มที่

ทั้งสองจึงเดินออกจากห้องแคบนั้นด้วยความมั่นใจกับแผนการที่วางไว้

 

มันตรินีถูกพามายังรถตู้คันหนึ่งซึ่งจอดรออยู่  ชายหนุ่มใช้มือกดศีรษะของหญิงสาวเพื่อให้ก้มลงเมื่อจะก้าวเข้าไปนั่งในรถ  เสียงทุ้มนุ่มกับกลิ่นน้ำหอมแบบนี้ของเขาหล่อนรู้สึกคุ้นๆชอบกล  แต่นึกไม่ออกว่าเคยได้สัมผัสตั้งแต่เมื่อไร

นายต้องพาไปส่งให้ถึงบ้านของเธอนะ    ชายหนุ่มพูดกำชับ  หลังจากที่ส่งหญิงสาวขึ้นรถตู้เรียบร้อย

ลุกน้องร่างเล็กล่ำสันแสยะยิ้ม  ยามกล่าวว่า   คุณวิชิตสั่งผมไว้แล้ว  รับรองได้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ชายหนุ่มจึงหลีกทางให้อีกฝ่ายเดินไปที่รถ  ลูกน้องคนเดิมหันมากระซิบว่า   โชคดีของเธอนะที่เป็นแขกของคุณพลัช  ม่ายงั้นผมคงได้กำไรจากสินค้าชิ้นนี้ไปแล้ว

ชายเจ้าของใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม  นัยน์ตาเข้มยืนเม้มริมฝีปากด้วยแววตาครุ่นคิดยามมองรถตู้ที่นำมันตรินีออกไปจากสถานที่แห่งนี้  สาวสวยร่างเล็ก  บางก้าวมาอยู่ข้างหลังชายหนุ่มด้วยฝีเท้าเบากริบ

อาลัยผู้หญิงคนนั้นหรือไงคะ พลัช    ไอรีนเอ่ยขึ้น  แววตาจับมองชายหนุ่มอย่างค้นหา

พลัชหันมามองสบตากับอีกฝ่าย   ทำไมจึงคิดแบบนั้นล่ะ? “

ไอรีนยักไหล่   ฉันเห็นคุณมองรถคันนั้นอยู่นานเชียว

พลัชยิ้มที่มุมปากนิดๆ  พลางกล่าวกลบเกลื่อนว่า   ผู้หญิงคนนั้นอยู่กับฝ่ายตรงข้าม  อีกทั้งเป็นศัตรูของคุณ  ทำไมต้องไปอาวรณ์นักหนาล่ะ

ไอรีนยิ้มกว้าง  เมื่อไม่เห็นความผิดปกติของเขา  พลางจูบแก้มสากของอีกฝ่ายด้วยความรัก

คุณคิดว่าฉันจะชนะในเกมนี้ไหมคะ? “

สูสีนะ ! “   พลัชตอบเสียงเรียบ  แววตาเยือกเย็น

ดวงตาของไอรีนเปล่งประกายไม่พอใจ   คุณพูดเข้าข้างผู้หญิงคนนั้น

ผมวิเคราะห์อย่างเป็นกลางนะ ไอรีน

พลัชโอบเอวบางของเพื่อนสาวอย่างเอาใจ  ยามเอ่ยอีกว่า   ประวัติของมันตรินีและการพูดโต้ตอบของคุณกับเธอ  ทำให้ผมรู้จักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น  เธอสามารถพลิกสถานการณ์ที่ล่อแหลมกับชีวิตของตัวเอง  ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบที่คุณต้องปกป้องคู่แข่งอย่างเธอ  โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านใดๆ  นี่นับว่าเธอควบคุมตัวเองได้เยี่ยมมาก  แม้เธอจะเป็นศัตรู  แต่ผมก็อดนับถือผู้หญิงคนนี้ไม่ได้

คุณไม่ได้หลงใหลตรีนะ    ไอรีนกล่าวอย่างระแวง

พลัชหัวเราะในลำคอ  ดวงตาฉายแววเหี้ยมดุ   มันตรินีกับครอบครัวเป็นศัตรูที่ผมต้องทำลายให้สิ้นซาก  คุณอย่าห่วงเลย  เพราะผมอยู่ข้างเดียวกับคุณเสมอ

คุณคิดว่าฉันอาจแพ้ได้สินะ

อย่าประมาทคู่ต่อสู้สิ ไอรีน    เขากล่าวเตือนจากใจ

ถึงอย่างไรพลัชกับไอรีนก็เติบโตมาด้วยกัน  เขาเข้าใจดีว่าหากไอรีนพ่ายแพ้ในครั้งนี้  หล่อนจะเสียใจเพียงไรเพราะมันตรินีคือเป้าหมายสำคัญในชีวิตของหล่อนมานานแล้ว

 

เวลาเดียวกันนั้นภายในห้องทำงานของบ้านพิตรพิบูล  ชายชราซึ่งเป็นเจ้าของบ้านกำลังนั่งรอฟังข่าวคราวการหายตัวไปของมันตรินีด้วยความร้อนใจ  โดยมีสังสิตกับกัญญาสาวพม่าซึ่งสรพศเคยช่วยเหลือให้อยู่เมืองไทยอย่างถูกกฎหมายเมื่อหลายปีก่อน  คอยฟังข่าวด้วย  ส่วนปรานต์กำลังยืนคุยโทรศัพท์กับลูกน้องเพื่อสืบข่าวของมันตรินี

ได้เรื่องไหม ปรานต์    สรพศถามเสียงรัว  เมื่อปรานต์วางสายแล้ว

สังสิตกับกัญญาหันมองด้วยความสนใจเช่นกัน  ขณะที่สีหน้าของชายเจ้าของทรงผมสั้นเกรียนแลดูวิตกกังวลมาก

วิชิตกับลูกน้องเป็นคนพาคุณตรีไปครับ

สรพศถามต่อไปด้วยสีหน้าโกรธจัดว่า   พวกมันเป็นใคร ? “

เขาเป็นลูกน้องของเสี่ยปอครับ

นายวิชชาที่กำลังเตรียมสมัครส..นั่นรึ ! “  สรพศนึกทบทวนความจำสักครู่ 

ปรานต์พยักหน้ารับ  เขาเคยส่งเลขามาขอพบกับคุณลุงเมื่ออาทิตย์ก่อน  แต่ถูกปฏิเสธไป  บางที…… “

เขาคิดขู่ฉันรึ ! “  สรพศกัดกรามกรอด   ฉันตอบไปแล้วว่าไม่ยุ่งกับพวกค้ายาบ้า  พวกเขายังกล้าทำแบบนี้อีกหรือ  คงไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาสินะ

คุณปรานต์บอกว่าพวกที่จับคุณตรีเป็นพวกค้ายาบ้าหรือครับ ? “   สังสิตถามขึ้น  แววตาครุ่นคิด

ใช่    ปรานต์ตอบ  พลางมองด้วยความสงสัย

กัญญาบอกด้วยความวิตกว่า   ฉันเคยได้ยินว่าพวกค้ายาโหดร้ายมาก  บางครั้งก็บังคับฉีดยาแก่เหยื่อเพื่อให้ติดยา  แล้วจับไปขายตัว  ไม่รู้ว่คุณตรีจะเป็นอย่างไรบ้างสิ

หากตรีเป็นอะไร  ฉันจะฆ่าพวกมัน     สรพศคำรามลั่น  แววตาโกรธจัด

ปรานต์มองผู้เป็นเจ้านาย   แล้วเอ่ยว่า   ผมให้ลูกน้องไปสืบหาที่อยู่ของพวกนั้น  คงต้องใช้เวลาสักหน่อย

ผมคิดว่าคนพวกนั้นอาจไม่พอใจที่คุณตรีเป็นต้นคิดในการกำจัดพวกค้ายาบ้าในโรงเรียน  ทำให้ตัวแทนของเขาถูกจับตามองจนค้าขายไม่ได้  จึงตอบโต้แบบนี้

ทั้งหมดในห้องต่างคิดตรองกับคำบอกเล่าของสังสิต  สรพศนั่งด้วยใบหน้าเครียดขรึม

ปรานต์เริ่มเห็นด้วยกับสังสิต    ผมไม่คิดว่าเสี่ยปอจะกล้าทำกับคุณลุงโดยอาศัยเรื่องคำปฏิเสธของเรา  อีกอย่างไม่มีใครทราบว่าคุณตรีเป็นหลานของลุงนะครับ

ปรานต์พูดมีเหตุผลนะคะ  ลุงพศ

สรพศมองคนทั้งสามอย่างร้อนใจ   ฉันต้องการตรีกลับมาอย่างปลอดภัย   เธอจะทำอะไรก็ได้  ขอให้ตรีกลับมาแล้วกัน

ก่อนที่คนทั้งสี่จะปรึกษากันต่อไป  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  สังสิตซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุด  จึงรับสาย

สีหน้าของสังสิตดีขึ้น  เมื่อได้รับฟังข้อความจากอีกฝ่าย  เขากล่าวว่า

ผมจะรีบกลับไปครับ  ท่าน

หลังจากวางสายเรียบร้อย  สังสิตกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า   คุณนวลบอกว่าคุณตรีกลับบ้านโดยปลอดภัยแล้วครับ

เธอเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ? “   กัญญาถามขึ้นด้วยความห่วงใย

สรพศตั้งใจฟังเต็มที่  ขณะที่สังสิตเล่าสรุปว่า   คุณชนิตว์พบคุณตรียืนถูกมัดแขนและปากอยู่หน้าบ้านธมนันท์ครับ

ฉันต้องการรายละเอียดมากกว่านี้  เธอรีบกลับไปสืบจากตรี    สรพศบอกเสียงเครียด  แววตาจริงจัง

ครับ    สังสิตรับคำ  แล้วเดินลากขาซ้ายซึ่งพิการออกไปจากห้องโดยเร็ว

ปรานต์เห็นเจ้าของบ้านพิตรพิบูลถอนใจโล่งอก  จึงกล่าวปลอบว่า   คุณตรีคงไม่เป็นอะไรหรอกครับ

คุณนวลไม่ได้บอกอะไรอีก  แสดงว่าไม่มีเรื่องร้ายแรง  ลุงอย่ากังวลเลยนะคะ    กัญญาเอ่ยขึ้นบ้าง

สรพศถอนใจเฮือกใหญ่   ฉันก็หวังเช่นนั้น

ผมจะไปส่งกัญญาก่อนนะครับ    ปรานต์เอ่ยกับเจ้าของบ้านสูงวัย

ขอบใจที่มาหาฉันในเวลาเช่นนี้  กัญญา

หญิงสาวส่งยิ้มหวาน  แววตาจริงใจ   เมื่อลุงไม่สบายใจ  มันเป็นสิ่งที่ฉันสมควรทำแล้วค่ะ

สรพศมองชายหญิงคู่นี้เดินออกไปด้วยความซาบซึ้งใจ  ไม่นึกเลยว่าปรานต์  กัญญา  กับ

สังสิต  ซึ่งเขาเคยช่วยเหลือให้รอดพ้นจากผลของสงครามกลางเมืองในพม่า  จะมีสำนึกในบุญคุณของเขามากมายเช่นนี้   เมื่อนึกเปรียบเทียบกับหลายคนที่เขาเคยช่วยเหลือให้พ้นจากความทุกข์ยาก  คงมีแต่ปรานต์  กัญญา  และสังสิต นี่แหละซึ่งเป็นที่พึ่งพิงของเขาได้อย่างสนิทใจที่สุด
************* โปรดติดตามตอนต่อไป **************
สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s