ใต้เงาบาป 13.1

เฉพาะอ่านออนไลน์

ใต้เงาบาป 13.1
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

ตอนเช้าก่อนจะเดินทางไปโรงเรียนมันตรินีรู้สึกแปลกใจที่เห็นภัคธีมายืนรออยู่ที่เชิงบันไดหน้าบ้าน  สีหน้าบูดบึ้ง

เมื่อคืนนี้ฉันเห็นคุณปรานต์มาส่งเธอ  ไปไหนกันมา  ? “

มันตรินีเผยอยิ้มเล็กน้อย   ฉันไปช่วยสอนน้องสาวของเขาจนกระทั่งฟ้ามืด  คนทางบ้านไม่มีใครว่างมารับ  เขาจึงขับมาส่งที่นี่ค่ะ

เธอไปเกี่ยวข้องกับน้องปัญญาอ่อนนั่นได้ยังไง

หมอพรเป็นคนขอร้องให้ช่วยค่ะ    มันตรินีตอบเสียงไม่พอใจเล็กน้อยกับคำพูดดูถูกของญาติผู้พี่

ภัคธีมาเชิดหน้าขึ้น  น้ำเสียงกร้าวยามบอกว่า   เธอคงรู้นะว่าคุณปรานต์เป็นเพื่อนชายของฉัน  ไม่ควรใกล้ชิดเกินไป

ฉันจะจำคำเตือนของพี่ค่ะ

ภัคธีมาเดินสะบัดหน้าไปขึ้นรถของหล่อน  ขณะที่ญาติผู้น้องยืนส่ายหัวไปมา

คุณคุยอะไรกันรึ ! “   ชายร่างสันทัด  ผิวคล้ำเอ่ยถามขึ้น

พี่สิต ! “

รู้สึกว่าคุณภัคจะมีอารมณ์ไม่ดีเลยนะครับ    สังสิตมองค้นหา

ฉันชี้แจงเรื่องที่คุณปรานต์มาส่งเมื่อคืนนี้    มันตรินีตอบเรื่อยๆ  ขณะเดินไปกับชายหนุ่มเพื่อไปขึ้นรถของเขา

เธอเข้าใจรึ !? “

ฉันพูดความจริงนี่นา    มันตรินียักไหล่  พลางหันมามองชายหนุ่มบ้าง   พี่สิตไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ  ที่พี่ภัคสนใจคุณปรานต์มากขนาดนี้

ทำไมต้องรู้สึกด้วยล่ะครับ ? “

ฉันรู้นะว่าพี่สิตชื่นชอบพี่ภัคมานานแล้ว    หล่อนพูดตรง  แววตาค้นหาเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีทีท่าเฉยชาชอบกล

สังสิตเหยียดยิ้มที่มุมปาก   หลายปีก่อนผมชื่นชอบของแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยพบ  แต่เวลาที่ผ่านมาผมเรียนรู้ว่าตัวเองรู้จักแยกแยะมากขึ้น  นึกย้อนกลับไปยังอดหัวเราะไม่ได้

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าพี่สิตยังชอบพี่ภัคอยู่หรือเปล่า

สังสิตมองสบนัยน์ตากลมโตของมันตรินีแล้วอมยิ้ม  พลางกล่าวเย้าว่า   อันที่จริงคุณน่าจะเข้าใจคำตอบของผมได้ง่ายนะ  คุณหนูอัจฉริยะ

พี่พูดเหน็บแนมฉันนี่นา    มันตรินีบอกด้วยสีหน้างอง้ำ

สังสิตหัวเราะในลำคอ  ขณะนำรถเคลื่อนออกไปจากบ้านธมนันท์   เรายังมีงานใหญ่รออยู่ที่โรงเรียนนะ คุณตรี

หญิงสาวถอนใจหนัก   โชคดีที่คุณยายไปดูแลในวันนี้ด้วย  ม่ายงั้นเราอาจโดนอาจารย์ที่ไม่เห็นด้วยเล่นงานหนักแน่

                             

เช้าวันนี้โรงเรียนธีระวิทยามีชายหญิงแปลกหน้าหลายคนกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์และสถานที่เพื่อใช้ตรวจเด็กนักเรียนด้วยอาศัยความร่วมมือของเหล่าอาจารย์กับตำรวจท้องที่  ภารโรงปิดประตูโรงเรียนทันที  ตำรวจนอกเครื่องแบบกระจายตัวไปอยู่ตามรั้วโรงเรียนเพื่อป้องกันการหลบหนีของนักเรียนที่เป็นเป้าหมาย

ประกาศให้นักเรียนทราบหรือยัง คุณกิ่ง    นางนวลพรรณซึ่งยืนมองการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการเอ่ยถามขึ้น

นางกิ่งแก้วผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ตอบเสียงสุภาพว่า   ฉันประกาศแล้ว  อาจารย์ประจำชั้นกำลังเตรียมเด็กตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ฯค่ะ

ดูแลให้ดีนะ

ค่ะ คุณแม่

นางนวลพรรณบอกอีกว่า   เมื่อได้รับผลตรวจของเด็กทั้งหมด  คุณต้องแจ้งให้ฉันทราบด้วยนะ

อาจารย์ใหญ่รับคำ  ทั้งสองจึงเดินไปตรวจความพร้อมกับเหล่าเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติงานอย่างจริงจัง

 

มันตรินีเดินตรวจทุกตึกเรียน  พร้อมกำชับกับเหล่าแม่บ้านที่กำลังควบคุมนักเรียนอยู่ที่หน้าห้องน้ำของตึกนั้นๆให้รอบคอบมากขึ้น  จากนั้นจึงเดินไปดูที่หลังโรงเรียน  คิ้วโค้งงามขมวดแน่นเมื่อเห็นนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งกำลังรุมล้อมนักเรียนหญิงสองคนด้วยท่าทีคุกคาม

ตอนนี้พวกเธอควรอยู่ในตึกเรียนสิ   มันตรินีก้าวเท้าเข้าไปยังกลุ่มนั้น

วิชัยซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มหันขวับมองด้วยตาเป็นประกายกร้าว   เรากำลังคุยธุระกันอยู่

อาจารย์สาวร่างสันทัดปรายตามองนักเรียนหญิงทั้งสองซึ่งยังมีสีหน้าหวาดกลัว  พลางบอกเสียงเฉียบขาดว่า   พวกเธอกลับขึ้นตึกเดี๋ยวนี้

กลุ่มของวิชัยมีท่าทางขัดขืน  ขณะที่นักเรียนหญิงก้มหน้าแล้วเดินไปยังตึกเรียนโดยดี

หากยังอยากสวมชุดนักเรียน  ก็รีบขึ้นตึกเสีย    มันตรินีเริ่มมีทีท่าแข็งกร้าวบ้าง

อาจารย์ไม่มีสิทธิ์บังคับพวกเราให้ตรวจปัสสาวะนะ    วิชัยพูดแหวอย่างไม่หวั่นเกรง

เธอไม่อยากให้อาจารย์รู้ความจริงล่ะมัง

วิชัยอึกอักกับรอยยิ้มเท่าทันของอาจารย์สาวแห่งโรงเรียนธีระวิทยา  พลางตอบกระแทกเสียงว่า   เรามีเสรีภาพเท่ากัน  อาจารย์กำลังบังคับพวกเรา

ตราบใดที่พวกเธออยู่ในโรงเรียน  ก็ต้องเชื่อฟังอาจารย์    มันตรินีพูดเสียงเย็นเฉียบ  

อีกทั้งการกระทำครั้งนี้ก็เพื่ออนาคตของนักเรียน  โดยไม่ได้เห็นแก่ชื่อเสียงของโรงเรียนเลยนะ

พวกเราไม่ไป ! “   สมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนด้วยความเดือดดาล 

กลุ่มของวิชัยต่างพากันปีนกำแพงโรงเรียนโดยเร็ว  ทันใดนั้นมีชายกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามาจับนักเรียนทั้งหมดไว้อย่างแน่นหนา 

มันตรินียิ้มโล่งใจ  เมื่อเห็นชายร่างสันทัด  ล่ำสันยึดกุมตัววิชัยหัวหน้ากลุ่มนักเรียนไว้  โดยตำรวจนอกเครื่องแบบจัดการกับเด็กที่เหลือ

โชคดีที่พี่สิตมาทันนะคะ    มันตรินีบอกเสียงใส   พวกนี้กำลังปีนกำแพงหนีเชียว

สังสิตยิ้ม  ประกายตากร้าว   มีเด็กมาบอกว่าคุณกำลังถูกรุมอยู่  ผมกับตำรวจจึงรีบมา

ทันที

อาจารย์สาวยิ้มเจื่อน   ขอบคุณมาก พี่สิต

คุณไปติดตามผลตรวจจะดีกว่านะครับ    เขาบอก  แล้วขอตัวนำวิชัยกลับขึ้นตึกเรียน

มันตรินีก้มมองนาฬิกาข้อมือ  พลางทอดถอนใจ   เกือบได้เวลานัดแล้ว  ต้องรีบไปล่ะ

 

ขณะที่อาจารย์สาวร่างสันทัดเดินหิ้วกระเป๋าสะพายใบใหญ่ออกจากโรงเรียนธีระวิทยาอย่างเร่งรีบ  พลันรถตู้สีดำแล่นมาจอดเทียบฟุตบาธ  ชายฉกรรจ์สองคนเดินมากระชากร่างมันตรินีเต็มแรง  หล่อนดิ้นรนเต็มที่  แต่ชายอีกคนซึ่งเพิ่งเดินลงมาจากรถได้ใช้ผ้าชุบยาสลบโปะจมูกของหล่อนโดยเร็ว  ร่างหญิงสาวอ่อนระทวยทันใด  กระเป๋าสะพายประจำตัวจึงหลุดร่วงกองอยู่กับพื้น  จากนั้นรถคันนั้นก็แล่นหายไปโดยไม่มีผู้ใดได้เห็นเลย  เนื่องจากเป็นช่วงปลอดคนเดินพอดี

 

ปรานต์ อัครชัย ขับรถมารับสาวสวยในชุดเสื้อผ้าทันสมัย  สีแดงเพลิง ที่โรงแรมใหญ่ย่านลาดพร้าวตามนัดหมาย  จากนั้นเขาก็พาหล่อนไปยังแมนชั่นใหญ่แถวสุขุมวิท

ลงไปกันเถอะ    ปรานต์บอกเสียงจริงจัง  แล้วเดินนำไป

กัญญามองอย่างสงสัย  แต่ยอมตามไปโดยดี  ชายหนุ่มพาไปดูห้องว่างชั้นล่างที่มีป้ายติดขายด่วนไว้ที่กระจก

ปรานต์ผลักประตูกระจกเข้าไป  พลางกวาดตามองไปรอบห้องนั้นอย่างพอใจ

คุณว่าห้องนี้เหมาะใช้ทำการค้าขายไหม  กัญญา

ก็ดีนี่คะ    กัญญาตอบ

ช่วงนี้ที่ดินราคาตกมาก  กอปรกับเจ้าของตึกนี้ขาดสภาพคล่องสูง  เพื่อนของผมแนะนำให้ซื้อไว้  ผมจึงนึกถึงคุณก่อน

หมายความว่า…….. “

ผมจะซื้อให้คุณ ! “  เขากล่าวเน้นเสียง  แววตาจริงจัง

กัญญามองตัดพ้อ   คุณไม่ต้องการให้ฉันทำงานแบบนั้นแล้วสินะ

อาชีพนางทางโทรศัพท์ไม่ยั่งยืน    เขาบอกเสียงอ่อนโยน   เมื่อก่อนคุณไม่มีทางเลือก  แต่บัดนี้คุณเลือกได้  น่าจะลองกลับมาใช้ชีวิตแบบผู้หญิงธรรมดามั่งนะ

แต่ฉัน…… “

ท่าทางลังเลใจของเพื่อนสาว  ทำให้ชายหนุ่มเอื้อมมือมาบีบไหล่ทั้งสองของหล่อน  แววตาอ่อนโยน

ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร  เรายังคงเป็นเพื่อนกันเสมอ กัญญา

หญิงสาวโผซบอกอุ่นของปรานต์ที่หล่อนปรารถนาทุกเวลา  น้ำเสียงสั่นเครือยามกล่าวว่า

  คุณรู้ดีนี่นาว่า  ฉันต้องการอะไร  จึงยอมทำงานให้คุณจนกระทั่งวันนี้

ผมซาบซึ้งในความรู้สึกที่ดีของคุณมาก    เขาจูบเรือนผมดำขลับของกัญญา    เรายังพบกันได้

แต่ไม่มีวันใกล้ชิดกันเหมือนคืนนั้นสินะ    กัญญาพูดเสียงขื่น  ยามนึกถึงคืนแห่งความสุขที่ปรานต์เผลอไผลไปกับหล่อนด้วยฤทธิ์ของสุรา  นับแต่วันนั้นเขามีความระมัดระวังตัวมากเพื่อมิให้เกิดเรื่องนั้นอีก  ตรงข้ามกับหญิงสาวซึ่งไม่เคยลืมวันนั้นเลย  เพราะเป็นครั้งแรกที่หล่อนได้มีความสุขกับชายที่ตนรักตั้งแต่ครั้งที่อยู่ในพม่า  ปรานต์เป็นผู้ชายในดวงใจของหล่อนเสมอมา

ปรานต์พยักหน้า  พลางใช้มือเชยคางมนงามของกัญญาขึ้น  นัยน์ตาของทั้งสองมองสบกัน

ผมอยากเก็บมิตรภาพในหัวใจของเราไว้อย่างมั่นคง  โดยไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง

คุณกล่าวด้วยคำพูดที่งดงามจริงนะ    กัญญาผละจากอ้อมแขนของเขาด้วยหัวใจเจ็บร้าวยิ่ง   หากคนที่ยืนเบื้องหน้าของคุณเป็นเด็กสาวคนนั้น  คุณคงไม่พูดปฏิเสธแบบนี้สินะ  ปรานต์

ดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มส่งประกายหม่นเล็กน้อย  ปรานต์บอกเสียงขรึมว่า

ถ้ามีวันนั้นจริง  ผมคงเป็นแบบคุณนั่นแหละ  คนที่ถูกปฏิเสธ ! “

กัญญามองค้นหา ท่าทีอ่อนลง   เมื่อคุณทราบผลลัพธ์นั้น  ทำไมจึงเมินเฉยต่อฉันล่ะคะ ? “

ปรานต์ยืนถอนใจหนัก  ก่อนจะตอบว่า   สองปีนับแต่คุณตรีกลับเมืองไทย  ผมคิดทดสอบใจตัวเองโดยไม่ยอมพบกับเธอ  คุณรู้ไหมว่าผมพบคำตอบอย่างไร

กัญญามองนิ่ง  หัวใจเต้นรัวกับคำตอบของอีกฝ่าย

ใบหน้าของปรานต์บ่งบอกความเจ็บปวดชัดเจน  ยามเอ่ยว่า   ผมไม่เคยลืมเด็กสาวคนนั้นได้เลย  เมื่อได้เห็นอีกครั้ง  ผมมีความสุขที่เห็นความก้าวหน้าของเธอ

ทำไมคุณไม่บอกเธอล่ะ ? “

เรามีอายุต่างกันถึงสิบสองปีเชียวนะ    เขาบอกเสียงขื่นขม

 

                                                           ************** โปรดติดตามตอน 13.2 *************

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s