ใต้เงาบาป 12.1

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 12.1
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

บ่ายวันหนึ่งสังสิตขับรถมาส่งมันตรินีที่บ้านอัครชัยตามที่หล่อนร้องขอและไม่ยอมให้อยู่รับกลับ  เพราะได้นัดให้ชัชมารับแล้ว  สังสิตจึงจำใจขับรถกลับไป  เมื่อหญิงสาวเดินตามเด็กรับใช้เข้ามาที่ห้องรับแขกของบ้านนั้น  ต้องตกใจที่เห็นสาวใหญ่ร่างสูงแต่งตัวสวยงามกำลังหยิกข่วนนัชชาเด็กสาวที่หล่อนมาพบ  โดยเด็กสาวไม่มีการตอบโต้อย่างใด

ฉันสั่งแกไม่ให้เข้ามายุ่มย่ามที่ห้องรับแขก  ก็ไม่ยอมเชื่อฟัง    ปาลิตาบอกเสียงดุ  มือหยิกแขนของนัชชาอย่างไม่ปรานี

ข้าวของในห้องนี้ราคาแพงมากนะ  เด็กเวร

หยุดนะ ! “   มันตรินีตะโกนเสียงกร้าว  แล้วคว้าร่างนัชชามาไว้ในอ้อมแขน

ปาลิตามองตาลุกวาวด้วยความโกรธ   แกเป็นใคร? “

คุณเป็นผู้ใหญ่ประเภทไหนจึงทำร้ายเด็กป่วยที่ไม่มีทางตอบโต้

นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของฉัน    ปาลิตาตวาดเสียงลั่น   แกอย่ามายุ่ง ! “

มันตรินียังไม่ยอมปล่อยนัชชา  แม้อีกฝ่ายจะพยายามฉุดดึงเพียงใด  เด็กน้อยซุกใบหน้าแนบกับร่างของหญิงสาวไว้  ริมฝีปากเม้มแน่น

ช่วยฉันไล่มันไปทีสิ ! “   ปาลิตาหันมาทางเด็กรับใช้ซึ่งยืนตะลึงมองคนทั้งสอง

ฉันไม่ยอมให้คุณทำร้ายนัชชา    มันตรินีผลักร่างสูงสมส่วนของปาลิตาโดยแรง

แก…… “   ปาลิตาโผเข้าตบหญิงสาวแปลกหน้าด้วยท่าทางโกรธจัด

มันตรินีดึงนัชชาหนีไปอีกทาง   ทำให้อีกฝ่ายถลำไปข้างหน้าอย่างเสียหลัก  จากนั้นทั้งสองก็รีบออกจากห้องนั้น

ฉันจะตบแก ! “  ปาลิตาคำรามลั่น  นัยน์ตาวาวโรจน์ที่ถูกขัดใจ

หยุดนะ ลิตา    เสียงชายหนุ่มดังขึ้น  ทำให้เท้าทั้งสองของปาลิตาชะงักทันใด

มันตรินีกับนัชชายืนอยู่ข้างหลังชายหนุ่มที่เข้ามาระงับความรุนแรงได้ทันพอดี  ปรานต์มองผู้เป็นน้องสาวด้วยประกายตาดุ กร้าว

เธอจะเที่ยวตบตีคนในบ้านนี้ไม่ได้นะ ! “

พี่ปรานต์……. “  ปาลิตามีท่าทางฮึดฮัด  พลางชี้มือไปที่มันตรินี   มันมายุ่งกับฉันตอนที่สั่งสอนเด็กบ้านั่น  ฉันจะไล่มันออกไป

เด็กบ้านั่นเป็นน้องสาวของเธอ  และคุณตรีเป็นแขกของพ่อกับพี่    ปรานต์บอกเสียงกร้าว  นัยน์ตาฉายแววจริงจัง   เธอไม่มีสิทธิ์ไล่คนทั้งสอง

มันกล้าพูดว่าเจ้าของบ้าน  ฉันไม่ยอมนะ  พี่ปรานต์

เธอควรขึ้นไปนั่งสงบสติในห้องได้แล้ว ลิตา

ปาลิตาทำท่าจะเถียง  ผู้เป็นพี่ชายกล่าวย้ำเสียงว่า   กลับห้องเดี๋ยวนี้ ! “

ปาลิตาจำใจเดินกระแทกส้นเท้ากลับไปยังห้องพักด้วยความเจ็บแค้นที่ถูกพี่ชายออกปากไล่อย่างไม่ไว้หน้าเลย

ผมขอโทษที่น้องสาวทำแบบนี้นะ  คุณตรี    เขาหันมาทางคนทั้งสองซึ่งยืนอยู่

มันตรินีถามเสียงห้วนนิดๆว่า   คุณเตรียมห้องสอนให้เราหรือยังคะ ? “

ผมจะพาไปเอง

ฉันอยากได้อุปกรณ์ทำแผลด้วยค่ะ

ปรานต์หันไปสั่งเด็กรับใช้นำสิ่งของที่หญิงสาวต้องการไปให้  แล้วเดินนำไปยังห้องพิเศษที่ขัมน์ผู้เป็นบิดาจัดไว้เพื่อมันตรินีกับนัชชาตามที่หมอพรเพ็ญร้องขอไว้

 

ห้องพิเศษที่จัดไว้ให้นัชชากับมันตรินีเป็นห้องโล่งกว้าง  ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ประดับมาก  นอกจากโซฟายาวตัวหนึ่ง  โต๊ะเขียนหนังสือกับเก้าอี้ของเด็กสาววัยสิบปี  บนโต๊ะมีเครื่องคอมพิวเตอร์วางไว้

นั่งลงจ๊ะ นัชชา    มันตรินีพาเด็กสาวมานั่งที่โซฟายาว

นัชชายังคงมีสีหน้าและแววตาเฉยชา  ไม่มีเสียงร้องโอดครวญสักคำยามที่หญิงสาวแตะบาดแผลถลอกจากการหยิกข่วนของพี่สาวต่างมารดา

ปรานต์ยืนมองห่างเล็กน้อย  ขณะที่มันตรินีทำความสะอาดและใส่ยาที่แผลถลอกเหล่านั้น

เธอจะต้องบอกฉันเมื่อเจ็บแผล   เข้าใจไหม นัชชา    หล่อนจับใบหน้าของนัชชาให้มองหญิงสาวไว้

นัชชาเม้มริมฝีปากแน่น   แววตาว่างเปล่าไร้การตอบโต้  มันตรินีจ้องนัยน์ตาคู่นั้นอย่างมุ่งมั่น   สักวันฉันจะเข้าไปในโลกของเธอ  เราจะคุยกันได้

หลังจากทำแผลเสร็จเรียบร้อย  หญิงสาวพานัชชาไปนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์  แล้วเดินมาหาปรานต์

ฉันหวังว่าคุณจะบอกน้องสาวไม่ให้รังแกนัชชาอีก  เพราะมันจะก่อปัญหาทางจิตซ้ำเติมอาการของเธอ

ผมจะเตือนเธอเอง    ปรานต์รับปากโดยดี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก…….. “   มันตรินีพูดด้วยความไม่พอใจนัก   ฉันเห็นบาดแผลหลายแห่งตามแขนของเธอซึ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้  คุณต้องระงับความบ้าให้ได้  ม่ายงั้นก็ส่งตัวไปให้หมอพรบำบัดทางจิตก็ได้

ปรานต์หัวเราะในลำคอ  ก่อนตอบว่า   ปาลิตายังไม่บ้าหรอก  เพียงแต่มีความกดดันจากอดีตที่เธอยังไม่อาจละวางไว้ได้เท่านั้น  ผมจะคุยกับเธอเอง

มันตรินีมองอย่างไม่มั่นใจ  แล้วหันไปสนใจกับเด็กสาวซึ่งนั่งก้มหน้าเล่นกับมือทั้งสองราวกับว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนั้นเลย

ฉันจะใส่โปรแกรมกับเครื่องนี้เพื่อให้เธอเล่นเกมได้  คอยดูนะ    มันตรินีบอกกับเด็กสาว  พลางกุมมือทั้งสองนั้นไว้  เพื่อให้มาสนใจกับจอภาพเบื้องหน้า

ปรานต์ยืนมองคนทั้งสองสักครู่  จึงปลีกตัวออกมาเพื่อให้มันตรินีสอนนัชชาเพียงลำพัง

 

ปาลิตานั่งหอบอยู่บนเตียงหลังจากขว้างปาข้าวของในห้องนอนกระจัดกระจายเกลื่อนบนพื้น  ประตูห้องเปิดออกปรานต์เดินเข้ามาด้วยท่าทางเคร่งขรึม  สายตากวาดมองทั่วห้องอย่างตำหนิ

การขว้างปาข้าวของเพื่อระบายอารมณ์  ไม่ใช่วิสัยของคนดีจะพึงกระทำนะ

ฉันไม่ใช่คนดี ! “   ปาลิตาตอบเสียงกระด้าง  ไม่ยอมสบตากับพี่ชาย

ปรานต์ถอนใจหนัก  แล้วทรุดนั่งบนเก้าอี้ว่างในห้องนั้น   พี่เคยเตือนไม่ให้เธอทำร้าย

นัชชาอีก  เธอยังไม่เชื่อเลยนะ

ฉันไม่ลืมอดีตที่ทรมาน  แต่พี่ลืมหมดแล้ว

นัชชาไม่ใช่คนผิด ! “   ปรานต์พูดเน้นเสียง   เด็กคนนั้นเกิดมาด้วยความบริสุทธิ์  ไม่สมควรมารับโทษของผู้ใหญ่ที่ก่อขึ้นนะ ลิตา

มันควรรับโทษแทนแม่ของมัน !     ผู้เป็นน้องสาวบอกยืนกราน

ถ้าเธอไม่อยากทะเลาะกับพ่อ  ก็ไม่ควรยุ่งกับนัชชา    เขาเตือนผู้เป็นน้องสาว   หากพ่อหมดความอดทนกับเธอ  พี่คงช่วยเธอไม่ได้แน่

พ่อจะฆ่าลูกสาวคนนี้  ก็ให้มันรู้ไป

คำพูดท้าทายของปาลิตา  ทำให้ปรานต์ส่ายหน้าอย่างระอา   พ่อเป็นคนแข็ง  และไม่มีเห็นแก่เธอหรือพี่  ถ้าพ่อตั้งใจตัดขาด  ก็ไม่มีใครเปลี่ยนใจได้  อีกทั้งนัชชาก็เป็นน้องสาวที่มีจิตใจไม่ปกติ  เธอควรตระหนักในเรื่องนี้บ้าง  หวังว่าเธอจะคิดตรองในคำเตือนของพี่บ้างนะ ลิตา

พี่เข้าข้างเด็กบ้านั่น ! “   ปาลิตามองตัดพ้อ   แล้วยังเข้าข้างนังคนนั้นมาฉีกหน้าน้องสาวของพี่ด้วย  พี่ไม่รักฉันแล้วสินะ

พี่มีน้องสาวคนเดียว  เราต่างลำบากมาด้วยกัน  พี่ก็ไม่ลืม    ปรานต์ตอบเสียงจริงจัง  แววตาตำหนิ   แต่พี่ต้องการให้เธอรู้จักให้เกียรติคนอื่นบ้าง  เธอน่าจะจำวันที่เราถูกพวกตำรวจพม่าพูดลบหลู่เกียรติของเราได้  ความรู้สึกเจ็บปวดเพียงใดเธอจึงไม่ควรทำเช่นนั้นกับคนอื่นสิ

พี่พูดเข้าข้างพวกมัน ! “

เราคงพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว    ปรานต์ผุดลุกขึ้น  พลางย้ำเสียงตอนท้ายอีกว่า   หากพี่รู้ว่าเธอยังทำร้ายนัชชาอีก  เราจะต้องคุยกันหนักกว่านี้แน่  ปาลิตา   

คำเรียกชื่อเต็มของน้องสาวทำให้ปาลิตาเริ่มหวั่นใจกับน้ำเสียงและท่าทีเอาจริงของปรานต์ซึ่งไม่เคยพูดขู่เท่านั้น  แต่เขาจะตอบโต้จริงจังเสมอหากไม่ยอมเชื่อฟังโดยดี

ทำไมทุกคนจึงรวมหัวกันเล่นงานฉันคนเดียว ! “   ปาลิตาพึมพำ  นัยน์ตาดุ  แล้วคว้ากระเป๋าเดินไปจากห้อง  เพื่อออกไปนอกบ้านอย่างอารมณ์เสีย

 

เมื่อใกล้เวลาเลิกงานชัชซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายข้อมูลของบริษัทพี อาร์ อินเวสเมนท์จึงเก็บข้าวของบนโต๊ะเพื่อเตรียมตัวขับรถไปรับมันตรินีตามที่นัดหมายไว้พอดี  เลขาของสิดาพรเรียกให้เข้าไปพบผู้เป็นเจ้านาย  ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจยิ่ง

นั่งสิ  คุณชัช    สิดาพรกล่าวขึ้นเมื่อชายหนุ่มเข้ามาในห้องทำงานของหล่อน  เจ้านายสาวสวยมองพินิจลูกน้องหนุ่มที่มีใบหน้าคมเด่น   ฉันมีเรื่องที่อยากรบกวนคุณสักหน่อย

อะไรครับ ? “  

ฉันมีนัดจะพาลูกค้าไปเลี้ยงข้าวเย็นวันนี้    สิดาพรพูดด้วยสีหน้าจริงจัง    แต่รถที่ฉันส่งซ่อม ไม่เสร็จตามกำหนด  จึงอยากวานให้ช่วยพาฉันและลูกค้าไปกับรถของคุณ  จะได้ไหมคะ? “

วันนี้หรือครับ ? “    ชัชมีอาการลังเลใจ

เราต้องออกไปเดี๋ยวนี้  และคงต้องกลับค่ำมาก

ชัชมีทีท่าครุ่นคิดหนัก  สิดาพรมองเห็นท่าทางของชายหนุ่ม  จึงกล่าวว่า   หากคุณไม่สะดวก  ก็ไม่เป็นไรนะ   ฉันจะลองหาคนอื่น

ผมยินดีช่วยคุณครับ    ชัชตัดสินใจได้ในที่สุด  นี่เป็นโอกาสแรกที่เขาได้รับใช้เจ้านายสาวสวยอย่างใกล้ชิด  จะปล่อยไปได้อย่างไร……

รถของคุณจอดชั้นไหน ? “

ชั้น 3 ครับ

คุณไปรอฉันที่หน้าลิฟต์ชั้นสาม  แล้วฉันจะตามไปทีหลัง    สิดาพรสั่งพลางส่งสายตาหวานเล็กน้อย

ชัชเดินออกมาด้วยความหวังในใจบางอย่าง   จากนั้นเขาจึงฝากข้อความให้มันตรินีทางเพจเจอร์  แล้วเดินไปยังลิฟต์ทันที
 
******************** โปรดติดตามตอน 12.2 ***************************
สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s