การปฏิปักษ์ของบุคคล

บุคคล กับ การปฏิปักษ์

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการพิจารณาข้อพิพาทคือ ความเป็นกลางของผู้ตัดสินหรือผู้ฟ้องหรือคณะสอบสวนเบื้องต้น เนื่องจากการมีผลประโยชน์หรือความมีส่วนได้ส่วนเสียหรือความเป็นศัตรูต่อกันย่อมบิดเบือนข้อเท็จจริงได้ง่าย ทำให้เกิดผลเสียต่อข้อพิพาทหรือความไม่เป็นธรรมต่ออีกฝ่าย ดังนั้น บทกฎหมายจึงให้ความสำคัญว่า คณะสอบสวน หรือ ผู้ตัดสิน ต้องไม่ส่อพฤติกรรมว่าเป็นอริกับคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอันส่งผลร้ายต่อความเป็นกลาง ซึ่งภาษาราชการเรียกว่า ความเป็นปฏิปักษ์ ต่อกัน

ความหมายในพจนานุกรมไทยของ ปฏิปักษ์ ซึ่งเป็นคำนามหรือประธาน หมายถึง ศัตรู ข้าศึก และฝ่ายตรงข้าม การทำตนเป็นปฏิปักษ์ จึงตีความได้ว่า การประพฤติตนเป็นศัตรูต่ออีกฝ่ายคำนี้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของหมวดครอบครัวเป็นเหตุหย่าของสามีภรรยา ข้อ 6  “ทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง” หมายความว่า สามีหรือภริยามีพฤติกรรมที่แสดงความเป็นศัตรูมุ่งร้ายต่อกัน เช่น ฉ้อโกงเงินในครอบครัวไปเล่นพนันหรือปลอมแปลงลายมือชื่อเพื่อก่อหนี้สินโดยไม่ฟังคำเตือนจนฐานะครอบครัวล้มละลาย ก่นด่าตำหนิดูแคลนกัน เป็นต้น ถือเป็นเหตุหย่าในศาลได้ นอกจากนั้น ยังมีการใช้ศัพท์ตัวนี้ในประมวลวิธีพิจารณาคดีแพ่งหรือคดีอาญาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ตัดสินคดีที่ถือว่าทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อคู่ความและทำให้คดีขาดความยุติธรรมได้ หากฝ่ายใดร้องขอว่าผู้ตัดสินมีพฤติกรรมดังที่ระบุไว้ก็มีสิทธิร้องขอเปลี่ยนบุคคลอื่นที่มีความเป็นกลางไปทดแทนได้

การทำตนเป็นปฏิปักษ์ของคณะสอบสวนหรือผู้ตัดสินส่งผลต่อความไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นกลาง และผลตัดสินที่เบี่ยงเบนไปด้วยจิตอคติ หากการเป็นปฏิปักษ์เกิดขึ้นตั้งแต่กระบวนการยุติธรรมขั้นต้น เช่น ตำรวจ คณะสอบสวน และอื่นๆ ย่อมส่งผลต่อการพิจารณาของคณะตัดสินที่กฎหมายบังคับว่าต้องใช้ข้อมูลในสำนวนสอบสวนกับพยานเท่าที่ยื่นไว้ ยิ่งพบกับผู้ตัดสินที่มีจิตปฏิปักษ์ต่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยเมื่อไม่ยอมใช้อำนาจสั่งสอบสวนเพิ่มเติมหรือสืบพยานเพิ่มจนกว่าไม่มีข้อสงสัยค้างคาใจอีก เขาย่อมสร้างคำตัดสินที่อยุติธรรมและทำลายชีวิตคนอื่นและครอบครัวได้ง่ายมาก

การเป็นปฏิปักษ์ต่อกันเป็นนามธรรมที่ให้สัมผัสหรือมองเห็นได้ชัด ต้องอาศัยวิธียืนยันด้วยคำสอนทางกฎหมายที่เป็นไปตามหลักสัจธรรม คือ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา หมายถึง การกระทำหรือการแสดงออกย่อมบอกเจตนาของเขา ดังนั้น การพิจารณาว่ามีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์หรือไม่ จึงต้องใช้การแสดงออกต่อผู้อื่นหรือในสังคมเป็นเครื่องชี้วัดเท่านั้น การปฏิปักษ์อาจแสดงทางกายก็ได้ เช่น หาเรื่องชกต่อย คำพูดอาฆาตมาดร้าย เคยทะเลาะวิวาทกัน การพิพาททางคดีกันมาก่อน เป็นต้น ส่วนการแสดงปฏิปักษ์ทางจิตใจอาจทำได้โดย ให้ความเห็นทางวาจาหรือการเขียนบทความที่บ่งบอกความเกลียดชัง  การไม่เป็นกลาง การให้ความเท็จ ย่อมบอกว่าเขาหรือเธอมีจิตอคติหรือไม่เป็นกลางต่ออีกฝ่ายด้วยการแสดงผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ การกระทำหรือการแสดงออกในทางปฏิปักษ์ต่อสาธารณชนหรือต่อบุคคลที่สาม ย่อมมองเห็นความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันได้ตามหลักวิญญูชนและหลักกฎหมาย

การร้องเรียนว่าคณะสอบสวนหรือตำรวจหรืออัยการทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งด้วยพฤติกรรมแสดงความเห็นให้ร้ายตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งสอบสวนข้อมูลในเรื่องพิพาทกัน อาจชี้ได้ว่าผู้สอบสวนมีจิตอคติและมุ่งร้ายต่ออีกฝ่าย ย่อมใช้อำนาจในการแสวงหาหรือสร้างหลักฐานเพื่อทำลายล้างศัตรูได้ง่ายมาก อันส่งผลต่อความไม่เป็นธรรมต่ออีกฝ่าย ส่วนข้อวินิจฉัยที่ว่า การเป็นปฏิปักษ์ต่อกันต้องมาจากการทำหน้าที่เกี่ยวข้องหรือมีสายสัมพันธ์ตรงข้ามกันจึงใช้สิทธิโต้แย้งและถือเป็นปฏิปักษ์ได้เป็นการมองมิติเดี่ยวและไม่ได้ยืนบนหลักกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา อันที่จริงแล้วควรพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายคู่พิพาทว่า จิตอคติเกิดขึ้นได้ไหม ถ้าคณะสอบสวนเคยแสดงต่อสาธารณชนทางกายหรือจิตใจผ่านสื่อมวลชนหรือบุคคลอื่นส่อว่าเกลียดชัง ใส่ร้ายป้ายสี พูดสาปแช่ง กล่าวแสดงความมีอคติ แม้พวกเขาจะไม่ใช่พี่น้อง ญาติสนิท หรือคู่ชกต่อยด้วยพละกำลังกัน ด้วยหลักวิญญูชนและหลักความเป็นธรรมต้องเลี่ยงให้บุคคลจำพวกที่ส่อจิตปฏิปักษ์หรือกายปฏิปักษ์เข้ายุ่งเกี่ยวกับงานยุติธรรมทุกระดับสำหรับคู่พิพาทเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด คณะสอบสวนข้อมูลเบื้องต้นหรืออัยการที่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อคู่ความอีกฝ่ายสามารถบิดเบือนข้อมูลอันส่งผลให้ผู้ตัดสินพิจารณาผิดพลาดและมิอาจให้ความเป็นธรรมได้สมบูรณ์ โดยเฉพาะผู้ตัดสินที่ขาดประสบการณ์หรือไม่เท่าทันคู่ความทั้งสองฝ่ายจนกลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างศัตรูให้แต่ละฝ่าย

โจทก์กับจำเลยเป็นหน้าที่ทางกฎหมายและเป็นความเชื่อแต่ละฝ่าย บางประเภทของข้อพิพาทต้องมีคณะสอบสวนแยกต่างหากเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงนำเสนอต่อผู้ตัดสิน  ดังนั้น ผู้สอบสวนรวบรวมข้อมูลหรือผู้ตัดสินจะมีความเป็นปฏิปักษ์ทางกาย วาจา หรือใจ ต่อคู่พิพาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะจักบิดเบือนความจริง ไม่ยุติธรรม มีจิตอคติ ทำลายกระบวนการยุติธรรมให้ย่อยยับและไม่เป็นที่น่าเชื่อถือของคนอื่น จึงต้องกำจัดคนที่มีพฤติกรรมปฏิปักษ์ ถ้าต้องการให้ข้อพิพาทได้รับความเป็นธรรมแท้จริง  ไม่เลือกบุคคลที่เคยให้ร้ายป้ายสี มีความเห็นตรงกันข้ามกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเด่นชัด ถ้าตั้งผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันเข้าไปในงานยุติธรรม ย่อมส่อแสดงตั้งแต่ต้นว่าความไม่เป็นธรรมกำลังอยู่เหนือความยุติธรรมแน่แล้ว สันนิษฐานได้ทันทีว่า ข้อพิพาทที่มีคู่ปฏิปักษ์เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายฝ่ายเดียวโดยปราศจากการให้ความเป็นธรรมนั้น อีกฝ่ายจักได้คำตัดสินที่ไม่เที่ยงธรรม

การให้ความเคารพต่อคำตัดสินใดที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งกฎหมายให้อำนาจไว้เป็นเรื่องที่คนไทยต้องรับฟังไว้ แต่ความเชื่อถือหรือไม่ต่อคำตัดสินนั้น ถือเป็นความรู้สึกของมนุษย์ เป็นเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญไทยคุ้มครองไว้ว่าคนไทยมีสิทธิเสรีภาพแสดงความเห็นพ้อง เห็นแย้ง ต่อทุกเรื่องในสังคมได้ แต่ต้องไม่ขัดขวางกระบวนการที่สืบเนื่องจากคำตัดสินที่ทำตามกฎหมายนั้น คนไทยต้องแยกแยะระหว่างการให้ความเคารพกับความเห็นต่อคำตัดสินใดๆ การเชื่อถือโดยไม่คิดวิเคราะห์ก่อน ถือเป็นความงมงายอย่างขาดสติปัญญาอันนำพาให้สังคมไทยเสื่อมทรามและล่มสลายได้ ถ้ามีคนประเภทนี้มากเกินไป คือ คนเชื่อทุกคำพูดของบางบุคคลเท่านั้น ตำแหน่งหรือชื่อเสียงของบุคคลมิได้ยืนยันความเป็นคนดี คนเที่ยงธรรม แต่ต้องดูพฤติกรรมหรือการทำงานในตำแหน่งของเขาว่าดีหรือยุติธรรมจริงหรือไม่ การรับฟังมุมอื่นจากปากคนอื่นก็ช่วยยืนยันสรรพคุณเลอเลิศของเขาได้อย่างมาก เปิดหู เปิดตา ให้กว้าง ช่วยมองเห็นตัวตนแท้จริงของเขาได้

 

*****************************

6 thoughts on “การปฏิปักษ์ของบุคคล

  1. อยากนำไปใช้อ้างอิง ขอทราบชื่อจริงผู้เขียนได้หรือไม่คะ

    1. ยินดีให้นำเนื้อหาไปเผยแพร่ ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน เนื้อหาที่เขียนอ้างอิงนั้นยืนบนหลักกฎหมายและเป็นมุมมองส่วนตนต่อหัวข้อนั้น ผู้เขียนยืนยันได้ว่าเป็นนักกฎหมายเรียนจบเนติบัณฑิตและเขียนจากความรู้ด้านนี้โดยตรงที่เรียนมา ขอบคุณที่สนใจเนื้อหาเรื่องนี้

    1. asgem@ymail.com เป็นอีเมล์ที่คุณอยากได้สำหรับ “ลูกแก้ว” ยินดีและขอบคุณมากที่สนใจเนื้อหาบทความนี้อย่างยิ่ง อยากทราบอะไรหรือต้องการอะไร ก็เขียนเมล์ไปคุยกันได้ทุกเวลา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s