ใต้เงาบาป 11.1

เฉพาะอ่านออนไลน์

ใต้เงาบาป 11.1
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

ปรานต์ อัครชัย เดินหอบแฟ้มเข้ามาในห้องทำงาน  คิ้วขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นขัมน์ผู้เป็นบิดานั่งเหม่อลอยอยู่ที่เก้าอี้ของเขา

พ่อครับ

ขัมน์สะดุ้งเล็กน้อย  พลางส่งยิ้มเจื่อน   กลับมาแล้วหรือ  ปรานต์

ผู้เป็นบิดาเปลี่ยนมานั่งที่โซฟายาว  ปรานต์ทรุดนั่งที่เก้าอี้ของเขา  สีหน้ายุ่งยาก

ผมไปเช็ครายการที่แผนกของบริษัทขนส่งครับ

มีปัญหาอะไรรึ ? “   ขัมน์ซักถามอย่างสนใจ

เมื่อเช้านี้มีลูกค้ามาโวยวายที่บริษัทขนส่งซึ่งผมไปตรวจงานพอดี   ปรานต์เล่าด้วยแววตาหนักใจ   เขาบอกว่าวัฒน์กักสินค้าของเขาไว้  เพราะไม่ยอมจ่ายใต้โต๊ะให้ครับ

สินค้าอะไร ? “

ข้าวหอมมะลิประเภทบรรจุถุง

ขัมน์นั่งฟังอย่างใช้ความคิด   ปรานต์บอกต่อไปว่า  ผมจึงเร่งงานขนส่งให้ลูกค้าคนนี้  เพิ่งขนขึ้นเรือเมื่อครู่นี้เองครับ

ลูกตรวจสอบเรื่องนี้หรือเปล่า ? “

ปรานต์พยักหน้า   คนงานที่จัดคิวตู้คอนเทนเนอร์ไม่ยอมตอบคำถามของผม  แต่ผมไปถามพรรคพวกที่ท่าเรือ  จึงได้เรื่องมาบ้าง

วัฒน์ทำจริงใช่ไหม ? “

ครับ   ดวงตาของปรานต์ส่องประกายวับ   สินค้าคือหัวใจสำคัญของบริษัทขนส่ง  ระยะหลังบัญชีบริษัทบอกตัวเลขกำไรที่ลดลง  เพราะวัฒน์ไม่เอาใจใส่งานและเรียกเงินใต้โต๊ะกับลูกค้าจนเป็นที่เอือมระอา

ขัมน์นิ่งฟัง  ขณะที่ปรานต์พูดเสนอว่า   การกระทำแบบนี้ทำให้เสียระบบ  หากไม่แก้ไข  ลูกค้าจะหนีหมดนะครับ  พ่อ

พ่อคงไว้ใจเขามากเกินไป   ขัมน์ตอบเสียงต่ำ  บริษัทจึงตกต่ำเพียงนี้  เอาเถอะ  พ่อจะแก้ไขทันที

ปรานต์รู้สึกพอใจอยู่บ้างกับคำพูดของบิดา  ขัมน์มองลูกชายอย่างชั่งใจ  ก่อนจะเอ่ยถามว่า   ลูกรู้จักกับพลัช ธนวัตรหรือ ? “

ชายหนุ่มมองไม่เข้าใจ  ขัมน์จึงพูดขึ้นว่า   พ่อเห็นแฟ้มที่นักสืบส่งให้ลูก

พ่อไม่ควรอ่านแฟ้มตอนผมไม่อยู่    น้ำเสียงของปรานต์กระด้างขึ้น

ขัมน์ไม่สนใจ  พลางถามย้ำว่า  ลูกมีเรื่องกับเขาหรือ ? “

เขาทำร้ายเพื่อนของผม    ปรานต์ตอบเสียงขุ่น   ผมจึงอยากรู้ประวัติของเขา  เพราะเขาพูดทิ้งท้ายเป็นเชิงท้าทายฝากเพื่อนของผม  ซึ่งผมก็นึกไม่ออกว่าทำอะไรกับเขาไว้

คิ้วของขัมน์ขมวดแน่น  น้ำเสียงหนักยามเอ่ยว่า  ลูกอยากรู้เหตุผลที่เขาตามรังควานก็ควรเอาแฟ้มนี้ไปให้ลุงพศอ่านสิ

พ่อเล่าให้ฟังไม่ได้หรือ ? “   เขารู้สึกสงสัยกับคำพูดเป็นนัยนั้น

ขัมน์ส่ายหน้าช้าๆ  แววตาวิตกกังวล   ลุงพศจะบอกเอง  เมื่อเห็นสมควร  ปรานต์

 

วัฒน์ซึ่งเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัท เค พี เอ คอนเทนเนอร์  กำลังนั่งมองตัวเลขในสมุดบัญชีของเขาด้วยความสุขใจ  การลักลอบนำเข้าดอลลาร์มาขายในตลาดมืดทำกำไรให้หนุ่มใหญ่เป็นจำนวนมากระหว่างสามเดือนมานี้  เสียงเคาะประตูทำให้เขาจำต้องละสายตาจากตัวเลขนั้น

ท่านประธานเรียนเชิญคุณไปพบที่ห้องของท่านค่ะ    เลขาสาวรายงานเสียงหวาน

วัฒน์ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง  ปากพึมพำว่า   มีเรื่องอะไรหรือ ? “

ดิฉันไม่ทราบค่ะ

หนุ่มใหญ่พยักหน้ารับรู้  เมื่อเลขาสาวออกไปจากห้องแล้ว  เขาจึงสอดสมุดบัญชีใส่ในลิ้นชักตามเดิม  แล้วเดินตัวตรงไปอย่างมาดมั่น

 

เมื่อวัฒน์เดินเข้าไปภายในห้องทำงานของประธานเค พี เอ โฮลดิ้ง  จึงเห็นขัมน์ อัครชัย นั่งอยู่ที่โซฟายาว  โดยมีปรานต์ผู้เป็นลูกชายนั่งเคียงข้าง

นั่งสิ วัฒน์    ขัมน์กล่าวเสียงเข้ม  สีหน้าจริงจัง

เมื่อลูกน้องคนสนิทนั่งลงเรียบร้อย  ขัมน์เอ่ยเน้นเสียงว่า   ฉันได้รับการร้องเรียนว่ามีการรับเงินใต้โต๊ะในการเช่าคอนเทนเนอร์และการส่งสินค้าของเรา  นายเคยได้ยินไหม ? “

ผมจะตรวจสอบก่อนครับ    วัฒน์พูด  ไม่กล้าสบสายตาคาดคั้นในทีของผู้เป็นเจ้านาย

ฉันสืบมาแล้วว่าเป็นฝีมือของใคร

ปรานต์นั่งฟังอยู่เงียบๆ  ขณะที่วัฒน์เริ่มมีท่าทางอึดอัด

ฉันมักเตือนลิตากับนายซึ่งดูแลบริษัทในเครือเสมอว่า  อย่าริอ่านเก็บเงินใต้โต๊ะจากลูกค้า  มันทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงและเสียระบบ  แต่นายก็ยังฝ่าฝืน

ผม……. “

ขัมน์ตวาดเสียงดังด้วยใบหน้าขึงขังว่า   นายยังเห็นฉันอยู่ในสายตาอีกรึ วัฒน์

วัฒน์นั่งนิ่ง  ใจกรุ่นโกรธ  แต่จำต้องเก็บงำไว้ก่อน  เพราะยังไม่ถึงเวลาเหมาะสม

นายคงชื่นชมกับรายได้จากการขนดอลลาร์เถื่อนมากสินะ…… “   ขัมน์พูดอย่างรู้ทัน

  ……จึงไม่เชื่อฟังฉันอีก

ผม….. “  วัฒน์อึกอัก

ดวงตาของขัมน์วาวโรจน์ขึ้น   เรื่องค้าดอลลาร์เถื่อนกับเรียกเงินใต้โต๊ะ  ทำให้ฉันผิดหวังในตัวนายมากนะ

ผมจะปรับปรุงตัวเองครับ

ขัมน์เหยียดยิ้ม  พลางส่ายศีรษะไปมา   เพื่อเห็นแก่ลิตาฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง  จะไม่มีคราวหน้าแล้วนะ วัฒน์

ปรานต์มองท่าทางของวัฒน์อย่างไม่เชื่อใจนัก  เขายังรักษาสีหน้าให้ปกติที่สุด

ตั้งแต่นี้ไปฉันจะให้ปรานต์ไปศึกษาปัญหาและทำรายงานเสนอต่อฉันทุกเดือน  เพื่อจะปรับปรุงบริษัท  นายต้องช่วยเหลือเขาให้มากล่ะ

วัฒน์ปรายตามองลูกชายของประธานสูงวัย   ได้ครับ

ถ้าลูกน้องคนใดในบริษัทไม่ให้ความร่วมมือกับปรานต์  นายจะต้องรับผิดชอบในฐานะผู้จัดการใหญ่    ขัมน์กล่าวย้ำหนักแน่นทั้งน้ำเสียงและแววตา

ฉันจะไล่ออกทันที  โดยไม่มีการสอบสวนด้วย  เข้าใจชัดไหม วัฒน์

ครับ    วัฒน์รับคำ  แล้วเดินออกไป  เมื่อเจ้านายบอกให้ออกไปได้

เมื่ออยู่กันตามลำพังขัมน์หันมาบอกกับลูกชายว่า   วัฒน์เหมือนงูเห่า  ลูกต้องเป็นหมองูที่มีพลังจึงจะสยบเขาได้

พลังของคนมีวันหมดได้……. “  ปรานต์ตอบเสียงเรียบ  ผมจะไม่ยอมเลี้ยงงูเห่าเด็ดขาด

บางครั้งงูเห่าก็ทำงานให้หมองูได้ดีกว่างูเขียวธรรมดานะ  ปรานต์

ผู้เป็นลูกชายยิ้มที่มุมปาก   เรามีหลักการทำงานที่ต่างกัน ! “

วันหนึ่งเมื่อลูกดูแลบริษัทของพ่อ   ขัมน์บอกเสียงเย็น  แววตามาดมั่น   ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักการของลูกเท่านั้น

ผมดีใจที่พ่อยอมรับความคิดของผม

ขัมน์หัวเราะ   ตอนนี้ลูกต้องเคารพในหลักการของพ่อก่อนนะ  ปรานต์

ปรานต์ยิ้ม  พลางก้มศีรษะรับ  จากนั้นทั้งสองจึงเดินออกไปด้วยกันเพื่อกลับบ้านอัครชัย

 

วัฒน์กลับเข้าห้องทำงานด้วยอารมณ์หงุดหงิดยิ่งหลังการสนทนากับประธานขัมน์ อัครชัย เพราะเขากำลังถูกจับตามองและลดทอนอำนาจ

บ้าที่สุด  ไอ้แก่    วัฒน์กัดกรามแน่น  นัยน์ตาลุกวาว

ฉันจะโค่นแก  ก่อนที่แกจะล้มฉัน ! “   เขากล่าวอาฆาต  พลางหยิบกระดาษเปล่าที่มีลายเซ็นของประธานกลุ่มโฮลดิ้งมาเพ่งมองด้วยใจมาดหมายบางอย่าง

 

ณ บ้านอัครชัยภายในห้องนอนของนัชชาลูกสาวต่างมารดาของขัมน์ อัครชัย  จิตแพทย์สาวใหญ่วัยห้าสิบปี  ร่างผอม  สันทัด  ผิวคล้ำกำลังยืนมองเด็กสาวซึ่งป่วยด้วยโรคออทิสซึ่มที่นั่งกดคีย์บอร์ดของเครื่องโน้ตบุ๊คเพื่อเล่นเกมคอมพิวเตอร์ตามที่มันตรินีสอนไว้

เธอมีท่าทีสนใจเล่นเกมและเรียนรู้การใช้อุปกรณ์ได้ไวมากค่ะ    มันตรินีกระซิบบอกหมอพรเพ็ญจิตแพทย์สูงวัย

หมอพรเพ็ญเดินนำมันตรินีกับอุษาผู้เป็นพี่เลี้ยงออกห่างมา  พลางเอ่ยเสียงเย็นว่า   เด็กออทิสติคมีพัฒนาการในทุกด้านที่ช้ามาก  ไม่ยอมรับรู้สิ่งรอบข้างจึงทำให้ไม่อาจเรียนรู้ได้เหมือนเด็กทั่วไป  ดังนั้นวิธีรักษาพื้นฐานคือดึงเด็กออกจากโลกของเขาให้ได้และสอนให้ดูแลตัวเอง

ไม่มีทางรักษาให้หายหรือคะ ? “   อุษาถาม  แววตาสงสาร

หมอพรเพ็ญส่ายหน้า   เราทำได้เพียงช่วยให้นัชชาดูแลตัวเองได้มากที่สุด  แต่โชคดีที่

นัชชาไม่มีอาการหูหนวก  เพียงแต่ไม่ยอมพูดเท่านั้น

หมอแน่ใจหรือคะว่าเธอไม่ได้เป็นใบ้    มันตรินีถามอย่างสงสัยยิ่ง

เราทดสอบเด็กมาแล้ว  ผลยืนยันว่านัชชาสามารถพูดได้    หมอพรเพ็ญกล่าวยืนยัน  

ครั้งหนึ่งในระหว่างทดสอบให้อยู่คนเดียว  เธอเปล่งเสียงได้  แต่พอให้พูดเป็นคำๆ  เธอได้แต่นิ่ง  เราจึงมั่นใจว่านัชชาไม่ยอมพูดเท่านั้น

หมอพรเพ็ญหันมาทางอุษาซึ่งเป็นพี่เลี้ยง  เธอต้องระวังไม่ให้นัชชาเล่นมือบ่อยนัก  เพราะนั่นหมายถึงการอยู่ในโลกของตัวเอง  และควรสอนให้ทำกิจกรรมเหมือนคนปกติเช่น การยกจานที่กินข้าวไปที่ครัว  หรือเช็ดทำความสะอาดเล็กๆน้อยๆ โดยเฉพาะการกินอาหาร  ต้องให้ทำเอง

อุษาบอกเสียงอ่อยว่า   หนูสงสารคุณนัชชามากเพราะเธอนั่งนิ่งเป็นชั่วโมงโดยไม่ยอมกินเลยนะคะ  หมอ

มันตรินีอมยิ้ม  แววตาปรานียามมองเด็กน้อยร่างผอมบางซึ่งกำลังสนใจภาพเคลื่อนไหวบนจอคอมพิวเตอร์

เธอต้องทำใจแข็งบ้างนะ  เพื่อการเรียนรู้ของนัชชาเอง

อุษารับคำ  หมอพรเพ็ญหันมาทางมันตรินี  แล้วพาหญิงสาวไปที่โต๊ะเล็กซึ่งมีกระดาษหลายแผ่นวางอยู่

หมอได้พบว่านัชชามีความสนใจในคอมพิวเตอร์และเลียนแบบการใช้ได้เยี่ยมมาก  เด็กมีการพัฒนาดีขึ้นกับการใช้คอมพ์เพื่อสื่อความหมายกับคนภายนอกได้  แต่หมออยากใช้เพื่อดึงความสนใจของเด็กมาเรียนภาษาเพื่อใช้ติดต่อกับคนมากกว่า

มันตรินีพินิจมองภาพวาดด้วยมือของนัชชา  รูปเด็กหญิงเดินอยู่ในอุโมงค์ที่มีหลายสีทำให้หล่อนสนใจเป็นพิเศษ

ฉันว่านัชชามีจินตนาการที่แปลกดีนะคะ   หล่อนยื่นภาพวาดเด็กในอุโมงค์ให้ผู้เป็นจิตแพทย์

ภาพพวกนี้ถ่ายทอดออกมาจากโลกของเธอ    หมอพรเพ็ญมองด้วยความชื่นชม

ฝีมือไม่เลวนะ  ดีกว่าหมอเสียอีก

มันตรินีหัวเราะ   บางทีฉันอาจต้องสอนการวาดภาพให้เธอบ้างล่ะ  เผื่อจะดีขึ้น  และหมอจะจ้างให้ฉันช่วยสอนหมอด้วยก็ได้นะคะ

หมอพรเพ็ญยิ้มกว้าง   ฉันแก่เกินกว่าจะวาดการ์ตูนแล้ว

ไม่มีใครแก่เกินเรียนนะคะ หมอ

หมอยอมแพ้สำหรับเรื่องนี้ล่ะ    หมอพรเพ็ญตอบยิ้มๆ   เธอจะยอมช่วยหมอสักครั้งไหม ตรี

มันตรินีมองนัชชาอย่างชั่งใจ   ก่อนจะตอบว่า   ตกลงค่ะ

หมออยากให้เขียนรายงานของนัชชาด้วย  เพื่อใช้ประกอบการเขียนหนังสือเกี่ยวกับเด็กออทิสติคของหมอ  คงไม่รบกวนเธอมากนะ

ฉันยินดีช่วยหมอด้วยความเต็มใจ    มันตรินีตอบเสียงเข้ม   ถึงอย่างไรฉันก็ช่วยหมอพิมพ์งานมากว่าครึ่งเล่มแล้วนี่คะ

งานของหมอเสร็จเมื่อไหร่  จะเลี้ยงข้าวสักมื้อนะ    หมอพรเพ็ญพูดพร้อมกับรอยยิ้ม

ทั้งสองยุติการสนทนาเพียงนั้น  เมื่อชายสองคนก้าวเข้ามาในห้องนอนของนัชชา

หมอพรมานานแล้วหรือครับ ? “   ขัมน์ อัครชัยกล่าวทักด้วยท่าทางสนิทสนม

ปรานต์มองเจ้าของร่างเล็กซึ่งยืนเคียงข้างจิตแพทย์สาวใหญ่ด้วยแววตาดีใจ

สักพักใหญ่ล่ะคะ

ขัมน์มองมาที่หญิงสาวร่างเล็ก  ใบหน้ากลมซึ่งสวมแว่นตากรอบทอง  จิตแพทย์สาวใหญ่จึงกล่าวแนะนำว่า   นี่คือผู้ช่วยพัฒนาทักษะให้กับนัชชา  เธอชื่อมันตรินีค่ะ

มันตรินียกมือไหว้เจ้าของบ้านอัครชัย  ขัมน์รับไหว้ด้วยท่าทีสงสัย

พัฒนาทักษะหรือครับ ? “

หากคุณมีเวลาสักนิด  หมอจะอธิบายให้ฟังค่ะ

ขัมน์รีบตอบทันทีว่า   ผมมีเวลาแน่  เชิญหมอที่ห้องหนังสือดีกว่าครับ

หมอพรเพ็ญยิ้มรับ  พลางหันมาทางมันตรินี  เธอเก็บข้าวของแล้วไปรอที่รถนะจ๊ะ

ได้ค่ะ    มันตรินีรับคำ  แล้วเดินไปหานัชชา  โดยไม่มองลูกชายเจ้าของบ้านเลย

 

นัชชานั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่มันตรินีนำติดตัวมาด้วย  เด็กสาวจ้องภาพบนจออย่างสนใจเต็มเปี่ยม  สีหน้ายังคงเรียบเฉยมาก  หญิงสาวทรุดนั่งบนเก้าอี้ข้างเด็กสาว

ฉันต้องกลับบ้านแล้วนะ    มันตรินีบอก

นัชชายังคงจ้องจอภาพโดยไม่สนใจกับคำพูดนั้น  หญิงสาวตัดสินใจจับใบหน้าของเด็กสาวให้หันมาที่ตัวหล่อน

หมดเวลาเล่นเกมแล้วจ๊ะ  นัชชา    หล่อนกล่าวย้ำเสียง

ดวงตากลมโตของนัชชาแลดูว่างเปล่า  เด็กสาวพยายามหันหน้ากลับไปที่จอภาพ  แต่

มันตรินีไม่ยินยอม

เธอควรสนใจที่ฉันพูด  มิฉะนั้นจะไม่ได้เล่นเกมอีก  เข้าใจไหม นัชชา

นัชชาเม้มริมฝีปาก  เมื่อกำลังถูกอีกฝ่ายขัดใจ  ด้วยกิริยาเช่นนี้ทำให้มันตรินีรู้สึกใจชื้นขึ้นกับปฏิกริยาโต้ตอบของเด็กสาว

ปรานต์กับอุษามองคนทั้งสองอยู่ห่างๆ ขณะที่มันตรินีจ้องมองดวงตากลมโตของนัชชาเขม็ง

 

สักวันฉันจะไปเที่ยวในโลกของเธอบ้างนะ

เด็กสาวมองนิ่ง  สีหน้าราบเรียบ  หญิงสาวหยิบภาพเขียนเด็กสาวเดินอยู่ในอุโมงค์ขึ้นมาไว้เบื้องหน้า

ฉันจะทำให้เธอเข้าไปท่องในอุโมงค์เหมือนในภาพนี้    มันตรินีกล่าวเน้นเสียง

แล้วพบกันคราวหน้านะจ๊ะ  นัชชา

มันตรินีพยักหน้าให้อุษานำนัชชาออกไปจากห้องได้แล้ว  จากนั้นหล่อนก็เก็บโน้ตบุคส์ส่วนตัวอย่างคล่องแคล่ว

ปรานต์เดินมาหยุดอยู่ใกล้หญิงสาว  พลางเอ่ยถามว่า   คุณคิดใช้คอมพิวเตอร์สื่อสารกับนัชชาหรือ ? “

หมอหวังใช้มันสอนให้เธอสื่อสารกับคนอื่นได้ค่ะ

จะได้ผลรึ ? “   เขารู้สึกว่าจะเหลือเชื่อ

มันตรินีตอบเสียงเรียบว่า   มีคนเคยใช้วิธีนี้แล้ว  คนไข้มีอาการดีขึ้น  อีกทั้งนัชชามีทักษะด้านการใช้คอมพ์  หมอพรจึงอยากลองพัฒนาดูค่ะ

นัชชาเป็นหนูทดลองแล้วรึ  ! “

คุณคงไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนี้ตลอดไปมิใช่หรือ ? “   หล่อนบอกเสียงเข้ม   ดังนั้นคุณจึงไม่มีทางเลือกมากนัก

ผมเข้าใจโรคของนัชชาดี    เขาถอนใจหนัก   จึงหวังเพียงให้เธอดูแลตัวเองได้มากที่สุดเท่านั้น

หมอพรกับฉันก็หวังเช่นนั้นค่ะ

ปรานต์มองอีกฝ่ายเขม็ง   ขอบคุณที่คุณมาช่วยนัชชา  แม้จะไม่เต็มใจนัก

มันตรินีมองตาวาววับ   ฉันเพียงอยากช่วยดึงเด็กคนนั้นกลับมาสู่โลกนี้  เหมือนกับที่หมอพรเคยทำกับฉันสำเร็จ  ก่อนที่ฉันจะเป็นบ้าไปเสียก่อน

ปรานต์รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้มาก  มันตรินีเคยเป็นคนไข้ของหมอพรเพ็ญหรือนี่ !

มันเป็นงานที่ท้าทายสำหรับฉันค่ะ    หล่อนพูดทิ้งท้าย  ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั้น

 

                                                    ********* โปรดติดตามตอน 11.2 **********

                                                                 สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s