ใต้เงาบาป 11.2

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 11.2
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

หลังจากที่หมอพรเพ็ญกับมันตรินีเดินทางจากไปแล้ว  ขัมน์จึงเรียกปรานต์ผู้เป็นลูกชายเข้าไปพบที่ห้องทำงาน

พ่อรู้สึกว่าลูกรู้จักกับผู้ช่วยของหมอพรเพ็ญนะ  ปรานต์

คุณตรีเป็นลูกสาวของคุณสารัช ! “   ปรานต์ตอบเสียงเรียบ

หลานสาวของพี่พศหรือนี่  ! “

ชายหนุ่มพยักหน้ายืนยัน  ขัมน์ถอนใจเฮือกใหญ่   พ่อไม่นึกว่าหลานสาวจะโตขนาดนี้นะ  เธอกับปู่คงยังไม่คุยกันเลยสินะ

เธอยังมีทิฐิที่สืบทอดมาจากคุณสารัชนั่นแหละครับ

เมื่อไหร่พี่พศจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์เสียทีนะ

ปรานต์ยิ้มที่มุมปาก    คงไม่นานหรอกครับ

ลูกมั่นใจหรือ  ปรานต์

น้ำยังกัดเซาะหินกร่อนได้……. “  เขาบอกเสียงมั่นใจ   ผมเชื่อว่าเวลากำลังทำให้คุณตรีลดความทิฐิลงได้  อีกทั้งคุณนวลพรรณก็อยู่กับเธอ  ดังนั้นจึงเหลือเพียงเวลาอันเหมาะสมของทั้งสองคนเท่านั้น

ขัมน์นึกถึงสรพศซึ่งเขานับถือเป็นพี่ชายด้วยความเห็นใจยิ่ง  หากไม่ใช่ความใจร้อนของสรพศ พิตรพิบูลที่ออกปากขับไล่สารัชลูกชายเมื่อมีการโต้เถียงกันเมื่อหลายปีก่อน  ครอบครัวนั้นคงอยู่กับพร้อมหน้า  ไม่ใช่แตกกระจายเช่นทุกวันนี้

พ่อคุยกับหมอได้เรื่องอย่างไรบ้างครับ ? “

หมอจะใช้วิธีรักษาแบบใหม่กับนัชชา    ขัมน์บอก  แววตากังวล   และขอเก็บข้อมูลเพื่อใช้วิจัยต่อไป

พ่ออนุญาตหรือครับ ? “

มันไม่มีผลร้ายกับนัชชานี่นา    ขัมน์ตอบ  พลางย้ำว่า   พ่อไว้ใจหมอพรในการรักษานัชชา ! “

ผมไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ครับ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น  ปาลิตาพาร่างสูงสมส่วนของหล่อนเข้ามาในห้องนั้นด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

พ่อให้พี่ปรานต์ไปคุมคุณวัฒน์ที่บริษัทหรือคะ ? “

วัฒน์บอกลูกรึ ? “   ขัมน์ย้อนถาม  สีหน้าไม่พอใจ  ขณะที่ปรานต์นั่งเงียบอยู่

ปาลิตายืนอ้ำอึ้ง  พลางกระชากเสียงว่า   พ่อไม่น่าทำแบบนี้กับลูกน้องเก่านะ

เขาเล่าเรื่องที่พอตำหนิเขาด้วยหรือเปล่า ? “

ผู้เป็นลูกสาวไม่อาจตอบได้  เพราะวัฒน์ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่บิดาถามสักนิด

ขัมน์มองตำหนิ   ก่อนที่ลูกจะอาละวาดใส่พ่อ  ควรใช้สมองคิดให้รอบคอบหน่อย  พ่อทำทุกอย่างมีเหตุผลเสมอ  ลูกน่าจะรู้จักพ่อดีนะ  ลิตา

ปาลิตาชะงักคำพูดที่คิดจะเอ่ยทันที  ยามสบนัยน์ตาแข็งกร้าวของบิดา

พ่อให้ปรานต์ไปศึกษางานที่บริษัทของวัฒน์เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาหมักหมม  มันผิดตรงไหน

พ่อสั่งวัฒน์ก็ได้นี่นา    ปาลิตาบอกอ้อมแอ้ม  ท่าทีอ่อนลง

วัฒน์ต้องปรับปรุงตัวเองให้พ่อไว้วางใจ ! “

พ่อคะ……. “

ขัมน์บอกเสียงเฉียบขาดว่า   พ่อไม่เปลี่ยนความตั้งใจให้ปรานต์ไปเรียนรู้งานที่นั่น  หากวัฒน์ทำงานได้ดีเหมือนเดิม  พ่อจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย  และหวังว่าลูกจะไม่เข้ามายุ่งในเรื่องนี้นะ

ต่อไปพ่อคงให้พี่ปรานต์มาคุมฉันด้วยสินะ

ขัมน์มองลูกสาวอย่างไม่พอใจ  จึงเอ่ยเน้นเสียงว่า   ปรานต์จะต้องเรียนรู้งานทุกอย่างของพ่อ  นั่นเป็นสิ่งที่เขาจำต้องทำ

ปาลิตาสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างขุ่นใจ  ขณะที่ผู้เป็นบิดาถอนใจหนัก

ลิตาอาจเข้าใจผิดนะครับ

ลูกน่าจะรู้นะว่าวัฒน์กับลิตากำลังระแวงว่าลูกจะชิงอำนาจของเขาที่เคยมี

ปรานต์นิ่งไป  ขัมน์กล่าวต่อไปว่า   หลายปีมานี้พ่อไม่วางใจสองคนนั้น  ลูกต้องเรียนรู้งานโดยเร็ว  เพื่อดึงอำนาจกลับมาจัดการใหม่

พ่อ……. “   ปรานต์มองค้นหาแกมวิตก

พ่อไม่มีเรี่ยวแรงและเวลามากพอที่จะทำได้    ขัมน์บอกเสียงขื่น  พ่อก็ไม่อยากเสียบริษัทที่สร้างมากับมือเช่นกัน  ลูกจึงเป็นความหวังสุดท้ายของพ่อ  

ปรานต์เริ่มหนักใจกับภาระที่บิดามอบหมายให้เขาโดยแทบไม่มีโอกาสตั้งตัวเลย

 

เช้าวันเสาร์มันตรินีนั่งหมกตัวอยู่ในห้องทำงานของบ้านธมนันท์ขณะที่ชัชเพื่อนชายเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเบิกบานยิ่ง

ทำงานแต่เช้าเชียวนะ  คุณตรี

คุณก็มาหาฉันแต่เช้าเช่นกัน  มีอะไรหรือเปล่าคะ    มันตรินีพูดดักคอ

ชัชหัวเราะร่วน  นัยน์ตาเรียวเล็กมองวอนในที   ผมอยากชวนไปทานข้าวด้วยกันเพื่อฉลองงานใหม่ของผม

หญิงสาวมีท่าทางลังเลใจ  ชัชพูดตัดพ้อว่า   ผมชวนไปข้างนอกทีไร  คุณต้องคิดนานมาก  ไม่ไว้ใจผมหรือไง

ฉันห่วงงานของตัวเองต่างหาก

คุณจะปฏิเสธผมรึ ! “   ชัชเริ่มมีสีหน้าบูดบึ้ง

สักพักเขาจึงมีอารมณ์ดีขึ้น  เมื่อมันตรินีบอกเสียงอ่อนว่า   ฉันกำลังตอบตกลงต่างหาก  เพราะยินดีกับเพื่อนด้วยค่ะ

หญิงสาวบอกอีกว่า   ฉันขอเก็บงานที่เหลือก่อน  เดี๋ยวค่อยไปนะ

ผมรอได้ ! “

ชัชชะโงกหน้าไปมองภาพหน้าจอซึ่งเป็นรูปการ์ตูนเด็กสาวสไตล์ญี่ปุ่นที่สวยงามจนน่าทึ่ง

คุณกำลังเขียนเกมอะไรรึ ? “   ชัชทรุดนั่งเคียงข้างอย่างสนใจ

มันตรินีอมยิ้ม   เกมสอนเด็ก  ฉันทำไว้ใช้ส่วนตัวค่ะ

ภาพสวยมากเลย

หญิงสาวหยิบหนังสือการ์ตูนที่อ่านอยู่และนำมาเป็นต้นแบบให้ชายหนุ่มดู

ฉันเห็นภาพนี้สวยดี  จึงนำมาใช้เป็นตัวหลักในการเล่นเกม

คุณวาดได้สวยมาก   ชัชกล่าวชมจากใจ   ผมไม่นึกว่าคุณจะมีฝีมือวาดได้ดีเพียงนี้

ตอนเรียนเขียนโปรแกรมเกมที่ญี่ปุ่น  อาจารย์เคยแนะให้เราหาความรู้ด้านการวาดไว้  เพื่อใช้ในการเขียนภาพ  มิฉะนั้นสิ่งที่เราคิดไว้อาจถูกบิดเบือนเมื่ออยู่ในมือของฝ่ายอื่น  เนื่องจากไม่เข้าใจความต้องการของเรา  ฉันจึงหมั่นฝึกไว้เสมอ  กอปรกับชอบอ่านการ์ตูนอยู่แล้วด้วย

มันเล่นยังไงรึ ! “ 

ฉันยังทำไม่สมบูรณ์……. “   หล่อนกดปุ่มบนคีย์บอร์ดทำให้ภาพเปลี่ยนไปยังจุดเริ่มต้นของเกมที่หญิงสาวค้นคิด   ตอนนี้ฉันให้ชื่อว่าอุโมงค์มหัศจรรย์  โดยใช้เด็กสาวเป็นตัวเดินเรื่องผจญภัยในนั้น  ซึ่งมีทั้งการต่อสีให้ตรงกัน  หลบก้อนหินที่หล่นลงมา….. “

เป็นการฝึกใช้เมาส์สินะ

ถูกต้องค่ะ    หล่อนตอบรับ  พลางเล่าต่อไปว่า   แต่ละเกมแม้เล่นชนะได้  ยังต้องเปิดประตูอุโมงค์ด้วย  โดยการสะกดคำให้ถูกต้อง  ซึ่งฉันคิดจะใช้การพิมพ์กรอกและพูดสอนประกอบโดยอาศัยผู้ช่วยอีกคน

เป็นการฝึกพิมพ์ดีดให้ถูกต้องด้วย

คุณมีความเห็นเพิ่มเติมไหมคะ? “  

คุณก็ทำได้ดีแล้วนี่นา    ชัชตอบ  แววตาชื่นชม

มันตรินีหันไปสนใจงานเขียนภาพที่ค้างไว้  ปากก็ถามขึ้นว่า   งานใหม่ของคุณเป็นอย่างไรบ้างคะ ? “

ผมได้พบกับคุณสิดาพรเจ้าของบริษัทแล้วนะ    ชัชเล่าเสียงเบิกบาน  นัยน์ตาสดใส  

เครื่องคอมพ์ของเธอเสีย  หัวหน้าสั่งให้ผมไปดูให้  เราจึงได้คุยกัน  คนในบริษัทบอก

เธอเป็นคนดุ  แต่ผมไม่เห็นแบบนั้นเลย

มันตรินีชำเลืองมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มอยู่เงียบๆ  เสียงนิ้วมือกดคีย์บอร์ดดังรัวอยู่เป็นระยะ

เธอเป็นคนสง่างาม  เก่งกาจ  พูดจาไพเราะ

คุณพูดชมเจ้านายหรือนางงามบนเวทีกันแน่คะ     มันตรินีเอ่ยล้อในที

ชัชรู้สึกตัว  จึงพูดกลบเกลื่อนว่า   ผมคิดว่าคุณสิดาพรเป็นผู้หญิงเก่ง  มีทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ  เพียบพร้อมไปหมด

แบบนี้คงมีเจ้าของแล้วสิ

เคยมี    ชัชตอบ  ขณะใช้มือพลิกนิตยสารในมือเพื่อฆ่าเวลา

เธอเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมจริงๆ    หล่อนบอกยิ้มๆ พลางมองเย้าเพื่อนหนุ่ม

คุณคงเป็นหนึ่งในแมลงภู่ที่คิดตอมดอกไม้หอมสินะ

ชัชสะดุ้งวาบในใจ  รีบเอ่ยเสียงรัวว่า   ผมไม่บังอาจขนาดนั้นหรอก  อีกอย่างผมมีดอกไม้คู่ใจอยู่แล้ว  ทำไมต้องไปขวนขวายหากระดังงาลนไฟด้วยล่ะ

กระดังงาที่ไม่โดนลนไฟก่อน  ก็ไม่มีใครเห็นคุณค่าของดอกไม้ชนิดนี้นะคะ

หล่อนพูดย้อนในทีแบบไม่จริงจังนัก

คิดเลยเถิดไปแล้ว  คุณตรี    ชัชพูดตัดบท  แล้วผุดลุกขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความในใจซึ่งเขาไม่อยากให้มันตรินีรับรู้

ผมจะไปรอข้างนอกนะ

มันตรินีมองตามเจ้าของร่างสูงชลูดด้วยแววตาครุ่นคิด  หล่อนรู้สึกสังหรณ์ใจในพฤติกรรมและคำพูดของชัชที่อาจคิดทำบางสิ่งเพื่อหวังในอนาคตโดยใช้ทางลัดซึ่งหล่อนมักได้ยินจากผู้คนในสังคมเสมอ  หล่อนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับสิดาพรซึ่งนับได้ว่าเป็นญาติคนหนึ่งของหล่อน

 

เย็นวันเสาร์นิธิศได้นำเรื่องการขอซื้อหุ้นเพิ่มเพื่อช่วยสภาพคล่องทางการเงินให้กับโรงแรมที อาร์ พาวิลเลี่ยน มาปรึกษากับนางนวลพรรณผู้เป็นมารดา  โดยมีนางกิ่งแก้วลูกสะใภ้นั่งฟังอยู่ด้วย

ผมไม่อยากให้พลัชเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโรงแรมมากนัก  แต่ก็ต้องการเงินลงทุนของเขา  ผมจึงอยากปรึกษากับแม่ก่อน    นิธิศบอกอย่างหนักใจ  หลังจากเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว

นางนวลพรรณนิ่งคิดเล็กน้อย  แววตาเห็นใจ  ยามเอ่ยเสียงเย็นว่า   ลูกคิดว่าช่วยตัวเองมากพอแล้วหรือ  ก่อนจะไปขอความช่วยเหลือจากเขาน่ะ

นิธิศมองผู้เป็นมารดาอย่างไม่เข้าใจ   ขณะที่มารดากล่าวต่อไปว่า   เมื่อลูกไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่งมาก ก็ต้องช่วยตัวเองมากขึ้น  เพื่อพิสูจน์ฝีมือของลูกเอง

ผมไม่เข้าใจครับ

นางกิ่งแก้วเห็นมารดาของสามียิ้มเย็น  นิธิศนั่งฟังอย่างสนใจ

ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้  ธุรกิจต้องปรับตัวให้เร็วจึงจะอยู่รอด   นางนวลพรรณบอกเสียงเรียบ   เมื่อก่อนเราเคยได้กำไรร้อยบาท   ภาวะเช่นนี้เราต้องลดความโลภในใจบ้าง  ขอเพียงมีกำไรไม่ถึงร้อยบาท  แต่มีลูกค้าเพิ่มขึ้น ย่อมดีกว่าเป็นโรงแรมร้าง

คำพูดของมารดาทำให้นิธิศเริ่มเห็นแสงสว่างในการแก้ปัญหาบ้างแล้ว

กำแพงในใจของลูกคือความโลภ  จึงทำให้ไม่อาจหาทางออกได้    ผู้เป็นมารดากล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ   เมื่อลูกมอบความจริงใจให้กับคนอื่น  จะไม่มีใครทอดทิ้งลูก  งานบริการต้องการความจริงใจเช่นกัน

นิธิศยิ้มกว้าง  สมองปลอดโปร่งขึ้นบ้าง   ผมเข้าใจแล้วครับ  แม่

เมื่อลูกลดความโลภในใจลงได้  จะเกิดอำนาจต่อรองขึ้นในมือ  เวลานั้นธนาคารต้องยอมเจรจากับลูก  รวมทั้งนายพลัชคนนั้นก็บีบลูกไม่ได้

ผมจะรีบแก้ไขโดยเร็วครับ

นางนวลพรรณเห็นใบหน้าสดใสของลูกชายจึงยิ้มสุขใจยิ่ง  แล้วกล่าวเตือนว่า   ลูกต้องทำด้วยความอดทนและใจเย็น   หากอยากให้แม่ช่วย  ก็บอกได้เลยนะ นิธิศ

ครับ แม่

นิธิศขอตัวกลับบ้านพักซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณบ้านธมนันท์นั่นเอง   ผู้เป็นมารดาพยักหน้าอนุญาต

แม่จะคุยกับคุณกิ่งก่อน

นิธิศพยักหน้ารับรู้  แล้วเดินออกไปโดยเร็ว  สมองปลอดโปร่งขึ้นมาก  ภายในห้องจึงเหลือเพียงนางนวลพรรณอยู่กับผู้เป็นสะใภ้

แม่ไตร่ตรองอย่างดีเกี่ยวกับเรื่องที่คุณกิ่งเล่าให้ฟังแล้วนะ

นางกิ่งแก้วมองหนักใจ   ฉันไม่กล้าตัดสินใจเพราะเกี่ยวพันกับชื่อเสียงของโรงเรียน  จึงต้องเรียนปรึกษากับคุณแม่ก่อนค่ะ

แม่คิดว่าคุณกิ่งควรให้ความร่วมมือกับตำรวจ ! “

นางกิ่งแก้วทำท่าจะพูดขัด  แต่มารดาของสามีกล่าวขึ้นว่า   เมื่อเราเป็นอาจารย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตของเด็ก  เราต้องเอาใจใส่ต่อเด็กมากกว่าชื่อเสียงของโรงเรียน

แต่…….. “

หากเราไม่จัดการกับปัญหาเสียแต่ต้น  ปัญหาจะยิ่งหมักหมม    นางนวลพรรณพูดเสียงเข้มเล็กน้อย   ไม่มีความลับในโลก  หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้  สักวันพ่อแม่ทราบเรื่องเอง  เราจะแก้ไขก็สายเกินไปแล้ว

นางกิ่งแก้วยังไม่ยินยอมนัก   ฉันยังกังวลกับความเข้าใจผิดของพ่อแม่และตัวเด็ก

เธอทำหนังสือชี้แจงเป็นรายคนไปเลย    นางนวลพรรณพูดเสนอแนะ   จำไว้นะ  ต้องตรวจเด็กทุกคน  ไม่มีการเลือกปฏิบัติ   เราจะได้ตัวเลขที่แน่นอน    และขอให้ตำรวจทำอย่างเงียบที่สุด

พวกเขาบอกแล้วว่าจะทำเงียบๆค่ะ

ฉันจะไม่ยอมให้เด็กค้ายาบ้ามีอำนาจเหนืออาจารย์ของเราเด็ดขาด ! “

นางกิ่งแก้วมีท่าทางตกใจ   คุณแม่ทราบเรื่องของตรีแล้วหรือคะ ? “

เธออย่าคิดว่าฉันอยู่บ้านแล้วจะไม่รู้เรื่องของโรงเรียนสิ  คุณกิ่ง    นางนวลพรรรณมองตำหนิในที   เรื่องใหญ่แบบนี้ไม่ควรปิดบังฉัน   เราควรคิดแก้ไขด้วยกัน

ฉันไม่อยากให้คุณแม่ต้องกังวลค่ะ

ถ้าอาจารย์ใหญ่ไม่เข้มแข็ง  เด็ดเดี่ยว  พวกอาจารย์อื่นๆกับเด็กดีจะพึ่งใครได้ล่ะ  คุณกิ่ง

ฉันทราบแล้วว่าควรทำอย่างไรค่ะ    นางกิ่งแก้วบอกหนักแน่น   แววตามาดมั่น

นางนวลพรรณยิ้มพึงใจ   ฝากธีระวิทยาไว้ในมือของเธอแล้วนะ คุณกิ่ง

 

เช้าวันจันทร์นิธิศ ธมนันท์ เรียกประชุมฝ่ายการตลาดกับภัคธีมาผู้เป็นลูกสาวทันที  เมื่อทุกคนนั่งประจำตำแหน่งแล้ว  เขาจึงกล่าวเสียงเฉียบขาดว่า

ผมต้องการให้ใช้ราคาห้องอัตราใหม่ไปทำตลาดกับทัวร์ทั้งในและนอกประเทศ  โปรดทำด้วยความกระตือรือร้นหน่อย  เพื่อความอยู่รอดของโรงแรมนี้

ภัคธีมาเห็นอัตราใหม่ในเอกสารซึ่งบิดาแจกให้ก่อนประชุม  จึงกล่าวท้วงว่า

ราคานี้ต่ำมากไปนะคะ พ่อ

เราต้องการลูกค้ากับเงินสด  จึงต้องลงมาสู้ราคากัน    นิธิศตอบเสียงเข้ม

โรงแรมจะต้องควบคุมต้นทุนไว้  เพื่อใช้ราคาต่ำดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ  ต่อไปนี้ทุกคนต้องทำงานหนักขึ้น  หวังว่าคงเข้าใจสภาพโรงแรมนะครับ

แล้วเปอร์เซนต์ที่ให้กับบริษัททัวร์ล่ะคะ ? “   พนักงานคนหนึ่งเอ่ยถาม

รักษาอัตราเดิมไว้  เพียงลดราคาห้องลงเท่านั้น  บริษัทไม่เสียหายมากนัก  คิดว่าคงไม่มีปัญหา  หากมีกรณีพิเศษพวกคุณก็เสนอเป็นรายๆมาให้ผมพิจารณา

ทำแบบนี้เหมือนลดเกรดโรงแรมนะคะ    ภัคธีมามีท่าทีไม่พอใจ

นิธิศยิ้มขรึม   ถ้าเราดูตัวเลขอย่างแท้จริง  เราพียงลดกำไรลงบ้างเท่านั้น  หากไม่ทำแบบนี้  เราจะไปไม่รอด  ในภาวะเช่นนี้ต้องประคองสภาพของเราให้ผ่านพ้นไปได้  โดยกระทบกับเกรดตามความรู้สึกในใจให้น้อยที่สุด

ภัคธีมาเม้มริมฝีปากแน่น  ท่าทางขัดเคืองใจยิ่ง

นิธิศกล่าวย้ำว่า   ทุกคนทำไปตามนโยบายของผม  แล้วรายงานทุกสัปดาห์เพื่อปรับแผนใหม่หากมีอุปสรรค  ชัดเจนไหม ? “

ทุกคนรับคำแล้วเดินออกไปเตรียมงานโดยเร็ว  พอดีเลขาสาวของนิธิศเข้ามารายงานว่า 

 คุณพลัชรอพบอยู่ที่ห้องทำงานของท่านค่ะ

เขามาฟังคำตอบของเราแน่นอน   ภัคธีมาบอกอย่างกังวล  พลางหันมาถามบิดาว่า 

พ่อจะตอบอย่างไรคะ ? “

เดี๋ยวก็รู้ ! “   เขาตอบ  แล้วเดินนำไปยังห้องทำงานด้วยท่าทางมาดมั่นใจ

 

ชายหนุ่มร่างสันทัดแต่งตัวด้วยชุดสูทสีเข้มนั่งรอในห้องทำงานของนิธิศ ธมนันท์ ได้สักครู่  ประตูเปิดออกนิธิศกับภัคธีมาเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นของประธานโรงแรม

ผมเพิ่งประชุมทีมงานเสร็จ  จึงมาช้าไปนิด  คงไม่ถือสานะครับ    นิธิศกล่าวขึ้นก่อน  เมื่อทรุดนั่งที่เก้าอี้เรียบร้อยแล้ว  โดยมีภัคธีมานั่งอยู่ที่โซฟายาวด้วยสีหน้าหนักใจ

ผมจะเดินทางกลับสิงคโปร์ในช่วงบ่าย  จึงอยากฟังคำตอบครับ

นิธิศนิ่งไปนิดหนึ่ง  ก่อนจะเอ่ยเน้นเสียงช้าๆว่า   ผมยังยืนกรานจำนวนหุ้นและราคาตามที่เสนอไว้เดิม  ส่วนการที่คุณอยากมีส่วนในโรงแรมมากกว่าการถือหุ้นธรรมดา  ผมย่อมยินดีต้อนรับผู้ร่วมงานใหม่ที่จะช่วยพัฒนาที่นี่

พลัชขมวดคิ้วแน่น  รู้สึกแปลกใจกับการตัดสินใจแบบคาดไม่ถึงของนิธิศเช่นนี้

คุณคงทราบว่าผมต้องการเป็นกรรมการบริหารด้วย

เมื่อคุณมีจำนวนหุ้นตามข้อบังคับของโรงแรม  ก็จะเป็นกรรมการได้     นิธิศตอบเสียงเย็น

ส่วนการขาดสภาพคล่องทางการเงิน  ผมกำลังแก้ไขอยู่  คราวหน้าเราค่อยเจรจาใหม่ก็ได้ครับ

คุณนิธิศค่อนข้างมั่นใจมากนะครับ    พลัชมองอย่างพินิจ

ผมมั่นใจว่าจะรักษาโรงแรมไว้ได้    นิธิศตอบเท่าทันในจุดมุ่งหมายของนักธุรกิจหนุ่มผู้นี้

เมื่อได้รับคำตอบแล้ว  ผมคงต้องลาเสียที    พลัชกล่าวขึ้น  สีหน้าเฉยชา

ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั้น  ชายหนุ่มยังเอ่ยอีกว่า   หากคุณต้องการกู้เงินสด  อย่าลืมคิดถึงบริษัทของผมนะ  ยังไงเราก็ทำธุรกิจกันได้

ผมไม่ลืมแน่ครับ

ผมจะให้คำตอบเรื่องคำเสนอขายหุ้นของคุณอีกครั้ง   พลัชบอก  แล้วก้าวออกไปโดยเร็ว

 

ขณะที่พลัชกับไอรีนกำลังนั่งรอขึ้นเครื่องบินอยู่  หญิงสาวสังเกตเห็นอาการเครียดขรึมของพลัชที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทางมายังสนามบิน

คุณยังไม่เล่าให้ฟังเรื่องที่คุยกับคุณนิธิศเลยนะ พลัช

เขาไม่ยอมขายหุ้นเพิ่มทุนในราคาต่ำลงให้กับเรา

ไอรีนมองแปลกใจ   ทำไมปฏิเสธง่ายดายจัง ? “

ผมก็ไม่เข้าใจ    พลัชตอบ  สีหน้าครุ่นคิด   เขาจะขอแก้ไขปัญหาเองสักระยะ  จึงยืนยันข้อเสนอเดิม

ยะโสจัง ! “

ผมกังวลว่าจะไปรายงานกับแม่อย่างไรดี

ไอรีนยักไหล่เล็กน้อย   ท่านไม่ใช่คนไร้เหตุผลนี่นา

เราคงต้องกลับไปคิดหาวิธีเล่นงานพวกมันใหม่เสียแล้ว    พลัชถอนใจหนัก  เมื่อเสียงเตือนให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องดังขึ้น  ทั้งสองจึงเดินเข้าไปในช่องผู้โดยสารขาออกทันที

************** โปรดติตตามตอนต่อไป ************

 สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s