เทศกาลเสียภาษีมาถึงแล้ว จ่าย/หนี ?

จ่ายหรือหนีภาษี ?

 

เขียนโดย ลูกแก้ว

 

เทศกาลเสียภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเริ่มต้นตั้งแต่มกราคมถึงมีนาคมสำหรับคนทั่วไป จากนั้นจะเป็นคิวของนิติบุคคล พฤติกรรมหนึ่งที่ได้ยินเสมอของผู้เสียภาษีกลุ่มหนึ่ง คือ การหนีภาษีเพื่อจ่ายเงินน้อยลงหรือไม่ต้องเสียสักบาท แม้แต่ยุคไซเบอร์ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ยังมีความเชื่อเรื่องนี้ฝังหัวไว้ ทำให้กฎกติการะเบียบของกรมสรรพากรจึงออกมาถี่ยิบเพื่อป้องกันหรือใช้ลงโทษพวกหนีภาษีอย่างไม่ปรานี อันส่งผลให้คนสุจริตต้องเดือดร้อนกับมาตรการเหล่านั้นด้วย บางมาตรการก็หยุมหยิมและเพิ่มภาระหนักแก่ผู้เสียภาษี แต่สร้างความสบายแก่เจ้าหน้าที่รัฐในการไม่ต้องรับผิดชอบใดๆกับความเสียหายของเอกชน เมื่อเน้นเพียงว่าต้องเก็บเงินภาษีให้เต็มที่และให้ผลดีต่อการเลื่อนตำแหน่งหรือเงินเดือนหรือเงินโบนัสพิเศษของเจ้าหน้าที่สรรพากร

การลดภาระเสียภาษีนั้นกรมสรรพากรมีกฎระเบียบให้ผู้เสียภาษีนำไปใช้ลดหย่อนกันได้ เพื่อมิให้หนีภาษี แต่หลายคนก็ไม่เปลี่ยนแนวความคิดด้วยความเห็นแก่ตัวหรือบางมาตรการของรัฐไม่ยืนอยู่บนความเป็นธรรมระหว่างผู้เสียภาษีและรัฐ แต่ยึดถือว่าให้จ่ายภาษีมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ การวิ่งไล่จับหนูจึงเริ่มต้นขึ้นมานานและคงยากจะหาจุดจบได้ ตราบเท่าที่กรมสรรพากรไม่ปรับปรุงกฎระเบียบที่เอาเปรียบ ไม่เป็นธรรม ไม่ยอมรับความจริงในการทำมาหากินของชาวบ้านหรือทำการค้าขายของนักธุรกิจในโลกปัจจุบัน แล้วปรับแก้ไขให้เป็นที่พอใจแก่ผู้เสียภาษี มันเป็นความเห็นแก่ตัวของฝ่ายรัฐด้วย

การเลี่ยงภาษีโดยชอบด้วยกฎหมาย คือ การใช้ข้อกฎหมายให้ลดหย่อนเป็นประโยชน์เต็มที่ จักช่วยลดเงินภาษีที่ต้องจ่ายลงโดยไม่ผิดกฎหมาย เพราะข้อกำหนด ระเบียบ ใช้บังคับกับทุกคนเท่าเทียมกันไม่ว่าคนรวย คนจน ล้วนใช้สิทธิดังกล่าวได้ หากมีข้อยกเว้นจึงต้องกำหนดให้ชัดเจนไว้ ดังนั้น คนไทยที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดก็ใช้สิทธินี้ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและเป็นที่รู้กันดี คือ ระเบียบการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยกำหนดยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีกับกรมสรรพากรอีก หากคนไทยซื้อขายหุ้นแล้วได้กำไรจากความต่างด้านราคา จักไม่ต้องนำรายได้ส่วนนี้ไปยื่นเสียภาษีอีก ดังนั้น หากผู้เสียภาษีคนใดมีรายได้จากความต่างด้านราคาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่ต้องนำยอดรายรับนี้ไปเสียภาษีบุคคลธรรมดาตอนสิ้นเดือนมีนาคมอีก ในทางกลับกัน ถ้าเป็นการซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือไม่จดในตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม จักต้องนำยอดรายรับทั้งจำนวนไปคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีด้วย สังเกตได้ว่า ผู้เสียภาษีมีทางเลือกว่าจะใช้สิทธิ์แบบใด ซื้อขายนอกหรือในตลาดหลักทรัพย์ ถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ กรมสรรพากรไม่มีอำนาจบังคับให้เลือกข้อที่ให้ประโยชน์แก่หน่วยงาน มันเป็นสิทธิ์ขาดของผู้เสียภาษีและไม่มีกฎหมายหรือระเบียบให้อำนาจแก่กรมสรรพากรไว้ อีกทั้งไม่อาจนำข้ออ้าง หลักจริยธรรม ไปหักล้างข้อกฎหมายนี้ด้วย เพราะหลักจริยธรรมิใช่กฎหมาย

กรณีหนีภาษีนั้นจะเป็นการทำตัวเลขรายได้ให้น้อยลง เพิ่มรายจ่ายให้สูงขึ้นถึงขั้นขาดทุนก็ได้ วิธีควบคุมตัวเลขนั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างเจ้าของกิจการกับนักบัญชีซึ่งรู้หลักเกณฑ์ด้านบัญชีหรือภาษีอย่างดี พร้อมด้วยความใจกล้าในการแก้ไขตัวเลขให้ผิดไปจากความจริง ค่าตัวนักบัญชีนอกรีตที่ไร้จรรยาบรรณจึงสูงพิเศษเพื่อแลกกับการจ่ายเงินน้อยลงและความเสี่ยงของเขา เจ้าของกิจการก็ยอมทุ่มเทได้เพราะคิดว่าคุ้มค่า มันส่งผลให้กรมสรรพากรต้องออกมาตรการรุนแรงหนักขึ้นและหยุมหยิมเพื่อหวังสะกัดกั้นการหนีภาษี แต่มันส่งผลกระทบต่อผู้สุจริตด้วยเพราะถูกมองเหมาแบบสันนิษฐานว่า ผู้เสียภาษีเป็นพวกทุจริตและตั้งตนเป็นศัตรูกับประชาชนไว้ก่อน

อีกข้อหนึ่งที่มีอยู่ในสังคมไทยนานแล้ว คือ การรีดไถของเจ้าหน้าที่สรรพากรเพื่อแลกเงินภาษีที่เพิ่มขึ้นแบบเทียม หมายความว่า เขาสั่งผู้เสียภาษีให้แต่งตัวเลขเพื่อดูมีรายได้สูง แล้วจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น แต่ยังน้อยกว่ารายได้จริง เจ้าของกิจการจำยอมเพราะคิดว่าคุ้มค่ากับเงินสินบนที่จ่ายแก่เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งจะได้เลื่อนตำแหน่ง/เพิ่มเงินโบนัสที่หาเงินเข้ารัฐได้สูงกว่าปีก่อนแถมไปด้วย

การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป็นสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่ผู้เสียภาษีใช้ได้ แต่การหนีภาษีทั้งหมดเป็นการกระทำผิดกฎหมายที่มีบทลงโทษหนัก เป็นเงินเพิ่ม เงินปรับ ทวีคูณ ถ้าถูกตรวจพบ บางคนเถียงว่าจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ไปแล้ว เรื่องก็เงียบ เก็บเงินที่หนีภาษีไว้ไปจ่ายอย่างอื่นดีกว่า พวกเขาลืมไปว่า ท่านจะเป็นเหยื่อรีดไถของเจ้าหน้าที่รัฐเลวทรามไปตลอดกาลเพื่อแลกเงินหนีภาษี หากนำเงินสินบนที่ต้องจ่ายปิดปากเจ้าหน้าที่แล้วเขากลับมาข่มขู่รีดไถไปให้ลูกหลานซื้อขนมกิน ยังมีประโยชน์มากกว่าการจ่ายให้เจ้าหน้าที่แล้วปัญหาไม่จบแท้จริง ท่านจะเป็นทาสตลอดกาล เป็นแหล่งเงินทองของเจ้าหน้าที่รัฐคนแล้วคนเล่าที่ผัดเปลี่ยนหน้ามาไถท่านไม่สิ้นสุด

การเสียภาษีเป็นหน้าที่สำคัญของคนไทย เพราะเงินภาษีจะเปลี่ยนเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนไทยหรือช่วยพัฒนาบ้านเมืองได้ การทำบัญชีของบุคคลหรือนิติบุคคลให้ถูกต้อง นำรายได้หลังใช้สิทธิลดหย่อนตามกฎหมายแล้วไปจ่ายภาษีแก่รัฐ เปรียบเสมือนแบ่งปันเงินกันใช้ กรมสรรพากรไม่มีวันฉกเงินทั้งหมดในกระเป๋าของท่านไป เพราะเขาต้องการให้คนไทยทำงานหาเงินแล้วเสียภาษี มิใช่ฆ่าผู้เสียภาษี เขาไม่ได้ประโยชน์ใดในการกำจัดผู้เสียภาษี การเลี่ยงภาษีโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นสิทธิ์ของคนไทยที่รัฐยอมให้ทำได้ แต่การหนีภาษีเป็นการละเมิดกฎหมายที่ต้องรับบทลงโทษ ท่านอาจต้องติดคุก เสียเงินเพิ่มเงินปรับ มันจักคุ้มค่ากับเงินหนีภาษีจริงหรือ ? หลายท่านที่เคยหนีภาษีและถูกจับได้ ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่คุ้มกันเลย ถ้ายอมเสียภาษีให้ถูกต้อง เงินที่เหลือนำไปใช้อย่างสบายใจกว่า ดังนั้น บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลต้องใส่ใจกับการทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้มากขึ้น เน้นการทำบัญชีหรือการจ่ายภาษีให้ถูกต้องตามจริงโดยปรึกษากับนักบัญชีมีจรรยาบรรณ จักเก็บเงินไว้ใช้ได้นาน ไม่ต้องนอนผวาทุกคืน อายุความเรียกเงินภาษีที่จ่ายไม่ถูกต้องนานถึง 10 ปี ถ้าไม่อยากทรมานใจหรือนอนหวาดกลัวตลอดอายุความ ก็ควรจ่ายภาษีให้ครบถูกต้อง

เวลานี้กรมสรรพากรเฝ้ามองการตั้งคณะบุคคลเพื่อเลี่ยงภาษีด้วยเจตนาแอบแฝง ทำให้ออกกฎระเบียบควบคุมผู้เสียภาษีประเภทนี้แล้ว การตรวจเน้นพิเศษกับคณะบุคคล เชื่อว่า ผู้เสียภาษีประเภทนี้ต้องรับความเดือดร้อนแน่นอน เขาตรวจย้อนหลังได้ยาวถึง 5 ปี มันหมายความว่าคณะบุคคลถูกเพ่งเล็งว่าตั้งขึ้นเพื่อหนีภาษีเป็นหลัก จึงต้องตรวจเข้มคุณสมบัติของบุคคลที่รวมตัวกันตั้งเป็นคณะบุคคลเพื่อเสียภาษีอันไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย หลายคนอาจถูกตรวจภาษีย้อนหลัง เงินปรับ เงินเพิ่ม หรือติดคุกด้วย มันคุ้มค่ากับเงินที่หนีภาษีได้หรือไม่ เมื่อท่านถูกตรวจพบ ? ถ้าพบเจ้าหน้าที่รีดไถ พูดจาเหยียดแคลน ปฏิบัติหน้าที่ไม่ดี ก็ร้องเรียนผู้บังคับบัญชาหรือกรมสรรพากรหรือกระทรวงการคลังก็ได้ อย่าหนีภาษีเด็ดขาด เงินภาษีเป็นทุนพัฒนาบ้านเมืองของคนไทย ถ้าไม่ใช้เงินภาษี คนไทยคงไม่สะดวกสบายอย่างวันนี้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่สรรพากรต้องตระหนักด้วยว่า เงินเดือนหรือเงินโบนัสของท่านมาจากเงินภาษีที่ประชาชนทำมาหากินแล้วแบ่งปันให้ท่านเพื่อช่วยดูแลประเทศแทนประชาชน ท่านเป็นแค่ตัวแทน จึงต้องรับใช้และทำงานตามหน้าที่เท่านั้น ควรให้เกียรติแก่ผู้เสียภาษีอย่างเท่าเทียมกัน มิใช่ตั้งตนเป็นเจ้านายหรือศัตรูของผู้เสียภาษี

 

***************************

2 thoughts on “เทศกาลเสียภาษีมาถึงแล้ว จ่าย/หนี ?

  1. ้เคยอ่านพบข้อความร้องเรียน เรื่อง เจ้าหน้าที่สรรพากร จัดให้ เจ้าของกิจการผู้สียภาษี ตกแต่งตัวเลข เพื่อให้ดูมีรายได้มากขึ้น จะได้เสียภาษี เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังน้อยกว่ารายได้ที่แท้จริงที่เจ้าของกิจการได้รับ ซึ่งเจ้าของกิจการก็คิดว่าคุ้ม กับการที่จะได้จ่ายภาษีน้อยกว่าความเป็นจริง เพียงจ่ายเป็นสินบน ให้กับเจ้าหน้าที่สรรพากรเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้น เลื่อนตำแหน่ง ไปทำงานด้านอื่น ก็ถูกเจ้าหน้าที่สรรพากร คนใหม่ ซึ่งกำลังสร้างผลงาน ตรวจสอบย้อนหลัง จนรู้ว่าเจ้าของกิจการ รายนี้ ตกแต่งตัวเลขรายรับ ทำให้เสียภาษี น้อยกว่าที่เป็นจริง จึง ดำเนินการ ฟ้องศาล เพื่อให้ลงโทษ ปรับ และคิดอัตราดอกเบี้ย ย้อนหลัง และลงโทษจำคุก โดยผู้ประกอบการรายนั้น ไม่อาจโต้แย้ง และกล่าวโทษ เจ้าหน้าที่คนก่อน ที่ร่วมกัน ปรับแต่งตัวเลขได้เลย เพราะไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะอ้างถึงได้ ซึ่งเท่ากับ ประชาชน ต้องเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดแต่ผู้เดียว โดยที่เจ้าหน้าที่รัฐ กลับลอยนวล ได้แต่หาผลประโยชน์ จาก ความไม่รู้ของประชาชน จะมีวิธีการใดบ้าง ที่จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเท่านั้นที่ต้องรับผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว

  2. ก.ม.ไทยกำหนดหน้าที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาต้องกระทำได้โดยผู้กล่าวหา ดังนั้น ถ้าคิดจะกล่าวหาจนท.ก็ต้องเสาะหาเก็บหลักฐานความผิดไว้ แล้วนำไปใช้ฟ้องร้องเรียนทีหลัง ถ้าขาดหลักฐานก็ต้องรับผิดชอบการหนีภาษีเองเพราะก.ม.บัญญัติว่าหน้าที่เสียภาษีเป็นของคนไทย ถ้าโต้แย้งต้องมีหลักฐานเพียงพอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s