สัญญาอาฟตากับ 21 ธุรกิจไทย

21 ธุรกิจไทย กับ สัญญาอาฟตา

เขียนโดย  มณีอักษร

 

ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2553 สัญญาอาฟตาซึ่งมีสมาชิกอาเชียนมีพันธกรณีต่อกันว่า แต่ละหมวดสินค้าจะต้องลดภาษีนำเข้าลงเหลือ 0% โดยบางประเทศอาจขยายเวลาลดภาษีไปด้วยการเจรจาผ่อนผันกันได้ หลังการเจรจาสัญญาการค้าระหว่างประเทศอาเชียนสำเร็จแล้ว ได้ให้เวลาแต่ละประเทศเตรียมตัวเองเพื่อเข้าสู่สนามการค้าเสรีระหว่างชาติอาเชียน บัดนี้ สัญญาอาฟตาเกี่ยวกับ 21 ธุรกิจของชาติอาเชียนต้องลดภาษีนำเข้าเหลือแค่ 0 % มีผลใช้บังคับครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553

หมวดสินค้าและงานบริการสำหรับ 21 ธุรกิจที่ต้องลดภาษีนำเข้าในแต่ละประเทศเหลือ 0% ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก ต่อเรือซ่อมเรือ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์พลาสติก แร่อโลหะใช้ทำก่อสร้าง อัญมณีเครื่องประดับ พวกสันทนาการ สินค้ารีไซเคิล ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำมันจากพืชหรือสัตว์ ธัญพืช ข้าว แป้ง บริการ ก่อสร้าง โรงแรมและภัตตาคาร การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์  ให้เช่าสินทรัพย์ งานวิจัยและพัฒนา บริการเสริมสร้างสุขภาพ สปา และสังคม

เมื่อการเจรจาระหว่างชาติอาเชียนเรื่องหมวดสินค้าที่จะใช้บังคับในสัญญาอาฟตาเสร็จสิ้น แต่ละประเทศมีเวลาเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่การแข่งขันเสรีระหว่างประเทศมากพอควร เพื่อให้โอกาสประชาชนและเจ้าของธุรกิจปรับตัวเตรียมรับมือกับข้อตกลงการค้าเสรีอาเชียนหรืออาฟตา รัฐบาลปรับปรุงธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบรุนแรงจากสัญญาฉบับนี้ ประเทศไทยและธุรกิจไทยมีเวลาปรับตัวมาระยะหนึ่ง แต่สองสามปีที่ผ่านมาการปฏิวัติและสถานการณ์การเมืองไม่มั่นคงส่งผลต่อการส่งเสริม ให้ความรู้ แก่ธุรกิจไทยเพื่อช่วยบรรเทาผลเสียหาย แนะนำการปรับตัว ความช่วยเหลือจากภาครัฐหยุดชะงักหรือถูกหน่วงเวลา ดังนั้น เมื่อสัญญาอาฟตามีผลใช้บังคับแล้ว เอกชนไทยบางธุรกิจอาจต้องพบความเสียหายมากจนถึงปิดกิจการได้ ขณะที่รัฐบาลก็ไม่ได้เตรียมรับมือกับสินค้าของชาติอาเชียนที่ใช้สิทธิตามสัญญาอาฟตาเพราะมิได้ศึกษากติกาอย่างถ่องแท้และไม่ได้เตรียมข้อบังคับหรือการตรวจสอบหรือบทลงโทษธุรกิจต่างชาติที่ทำละเมิดสัญญาอาฟตาอย่างรัดกุม เมื่อรัฐและเอกชนโดยเฉพาะธุรกิจไทยขนาดกลางหรือย่อมไม่มีความพร้อมเท่าชาติอาเชียนอื่น ย่อมสร้างความเสียหายมากกว่าการหาประโยชน์เพิ่มจากสัญญาอาฟตาฉบับนี้

ธุรกิจทั้ง 21 อย่างที่อยู่ในสัญญาอาฟตาทำให้เสียภาษีนำเข้าเพียง 0% หรือภาษาชาวบ้านคือ ไม่เสียภาษีแล้ว มันบังคับให้ลดภาษีลงเท่านั้น แต่ไม่ริดรอนสิทธิอื่นที่แต่ละประเทศจะออกกติกาควบคุมการนำเข้าได้ ต่อไปนี้กติกานำเข้าสินค้าใน 21 ประเภทธุรกิจจะมีตามมาอย่างเข้มงวดเพื่อคุ้มครองธุรกิจของตนในแต่ละประเทศมิให้เดือดร้อนหนัก เล่ห์กลทางการค้าในชาติอาเชียนจักลึกซึ้งเพิ่มขึ้น นักธุรกิจไทยควรหาความรู้เกี่ยวกับสัญญาอาฟตาเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆเอื้อต่อการทำมาค้าขายให้มากที่สุด แม้แต่การค้าขายทางเนตก็ได้รับประโยชน์นี้ด้วย นอกจากนั้น การปรับตัวเพื่อต่อสู้กับการลงทุนจากชาติอาเชียนด้วยสัญญาอาฟตาเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องไม่ลืมว่า นักลงทุนชาติอาเชียนมาทำการค้าในไทยเพื่อดึงเงินของคนไทยกลับไปประเทศของเขาโดยอาศัยสิทธิประโยชน์จากสัญญาอาฟตา ขณะที่ธุรกิจไทยบริการคนไทยมาช้านาน พูดจาภาษาเดียวกัน เมื่อค่าบริการ ราคาสินค้า ใกล้เคียงกัน ลูกค้ารู้สึกไม่ถูกเอาเปรียบ เขาย่อมสบายใจที่จะซื้อสินค้าไทยมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ข้าวไทยขายถุงละ 100 บาท ข้าวเวียดนามขาย 80 บาททั้งที่เป็นข้าวประเภทเดียวกัน ลูกค้ามักเลือกราคาถูกกว่าเสมอ มันจึงขึ้นอยู่ที่การบริหารต้นทุน การตลาดโดนใจ ควบคุมความอยากได้กำไรให้อยู่ในขอบเขตอันควร ถ้าคนไทยเลือกใช้วิธีเอากำไรสูงเป็นหลัก ไม่สนใจคุณภาพ ไม่ปรับวิธีการตลาดให้เหมาะสมกับเสรีทางการค้าระหว่างชาติอาเชียน จักสูญเสียลูกค้าแน่นอน เนื่องจากวันนี้ลูกค้าไทยใช้สติเลือกซื้อสินค้าโดยไม่สนใจสัญชาติ คิดเพียงว่าราคาสมเหตุผลกับคุณภาพหรือไม่ การบริหารต้นทุนและการตลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญในเวทีการค้าเสรีวันนี้ของประเทศไทย มิใช่อาศัยความชาตินิยมอย่างเดียว ธุรกิจไทยต้องปรับปรุงตัวเอง รัฐบาลต้องสร้างกติกาหรือระเบียบเพื่อควบคุมการค้ามิให้เอาเปรียบกันเกินไปและดูแลผลประโยชน์ธุรกิจไทยให้มากขึ้นอย่างเป็นธรรมด้วย คนไทยมีสินค้าและราคาให้เลือกซื้อเพิ่มขึ้น ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนชาติอาเชียน

 

*******************************

3 thoughts on “สัญญาอาฟตากับ 21 ธุรกิจไทย

  1. สัญญาอาฟตามีระยะเวลากี่ปี ใช้เฉพาะสินค้า 21 ชนิดเท่านั้น หรือว่าต่อไปภายหน้า อาจจะขยายครอบคลุมสินค้าชนิดอื่นๆ อีก และ สินค้าของไทย จะสามารถแข่งขัน กับประเทศที่ มีค่าแรงงานต่ำกว่าได้หรือไม่ การค้าเสรีนี้ น่าจะทำให้เราเสียเปรียบ ประเทศจีน ซึ่งสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ราคาจะต่างจากของเราพอตัว เคยมีบางประเทศ ออกข้อบังคับ ในเชิง กีดกันทางการค้า เช่น ในรูปเสื้อผ้า สินค้าจากประเทศจีน จะมีราคาถูกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเสื้อผ้าที่ขายกันในประเทศของเขา ทำให้ ธุรกิจเสื้อผ้าในประเทศนั้น เป็นอันต้อง เสียหาย ขาดทุน จึงมีการกีดกันทางการค้า จำกัดปริมาณ การนำเข้าเสื้อผ้าจากจีน ในกรณีเช่นนี้ จะเกิดกับประเทศไทย ได้หรือไม่ หากสินค้าจากประเทศจีน เข้ามาทำตลาด แล้ว มีราคาต่ำมาก จนทำให้นักธุรกิจ บ้านเราไม่อาจทำธุรกิจแข่งขันได้ น่าจะทำให้ นักธุรกิจบ้านเราเสียเปรียบไม่น้อย และเรื่องการท่องเที่ยว หากประเทศเพื่อน บ้านเปิดเสรี ไม่เก็บภาษี แล้วการท่องเที่ยว ของบ้านเรา จะสามารถแข่งขัน กับเพื่อนบ้านได้หรือไม่

  2. ข้อตกลงการค้าเสรีอาฟต้าใช้บังคับได้จนกว่าจะมีการเจรจาเปลี่ยนแปลงใหม่ ส่วนสินค้าในอาฟต้าเริ่มต้นที่ 21 ชนิด ยังมีสินค้าอื่นเปิดต่อไปในปีถัดไปแล้วแต่กำหนดในข้อตกลงนั้น เป็นการเปิดการค้าเสรีเต็มรูปกับชาติสมาชิกอาเชียนเท่านั้น ยังมีสัญญาที่ชาติอาเชียนทำกับจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ซึ่งรอผลใช้บังคับต่อไปอีก สัญญานี้ให้ลดภาษีลงเหลือ 0% แต่ไม่รวมถึงการใช้มาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ธุรกิจไทยซึ่งรัฐบาลทำได้ ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อข้อตกลงกีดกันทางการค้าโลกที่ไทยเซ็นสัญญาไว้ ไทยต้องคิดเองว่าจะวางมาตรการใดคุ้มกันหรือให้ความเป็นธรรมแก่ธุรกิจไทยได้ ไทยเซ็นไว้กับชาวโลกและอาฟตา จึงต้องระวังพิเศษด้วยเพราะสมาชิกอาฟตาก็เซ็นสัญญาฉบับเดียวกับไทย ธุรกิจไทยต้องปรับตัวเองเข้ากับอาฟตา เพราะชาติอื่นเรียนรู้และใช้สิทธิประโยชน์นั้น อย่าลืมว่า ไทยก็ได้สิทธิประโยชน์ถ้าไปทำการค้าที่ประเทศสมาชิกนั้นด้วยแม้ทางเนตก็ได้ประโยชน์ การตลาดไทยต้องปรับปรุงหนัก ควบคุมต้นทุนของตนให้ดี คุณภาพเหมาะสมกับราคา ลูกค้าชอบราคาเป็นธรรม มีไมตรีจิต เป็นหลัก จึงรักษาลูกค้าได้ รัฐบาลก็ต้องรู้เท่าทันและใช้ก.ม./ข้อบังคับ ต้องออกมาคุ้มครองธุรกิจไทยในขอบเขตอันควร มิใช่ปกป้องเหมือนเด็กน้อย การค้าเสรีคือ ทุกคนมีสิทธิซื้อ/ขายได้อย่างอิสระ ลูกค้ามีอำนาจเลือกสินค้าได้ตามใจชอบ ไม่ถูกเอาเปรียบเกินควร ลูกค้าไทยมีทางเลือกมาขึ้น ถ้าข้าวไทยราคาสูงเพราะผูกขาดมานานไม่เป็นไปตามต้นทุนจริง เมื่อข้าวเวียดนามคุณภาพเดียวกันเข้ามาขายโดยไม่เสียภาษี ราคาจะใกล้เคียงกับของไทย ลูกค้าไทยก็มีสิทธิเลือกซื้อได้อิสระ จะยอมให้พ่อค้าไทยเอาเปรียบต่อไปได้อย่างไร? มันจะเกิดการปรับตัวของพ่อค้าไทยให้เข้าสู่ราคาเป็นธรรมและแท้จริง เวลานั้นคนไทยจะซื้อสิ้นค้าไทยก็สบายใจได้เพราะไม่ถูกเอาเปรียบเกินควรเพียงแค่เป็นสินค้าไทยเท่านั้น ลูกค้าไทยต้องซื้อสินค้าอย่างฉลาดด้วยเมื่อมีทางเลือกเพิ่มขึ้นแล้ว

  3. ขอเพิ่มเติมว่า แม้ไทยจะต้องลดภาษี แต่มาตรการอื่นเพื่อปกป้องสินค้าไทยยังทำได้ถ้าไม่ขัดต่อข้อตกลงอาฟตาหรือการค้าโลก เช่น กำหนดคุณภาพมาตรฐานสินค้าที่นำเข้าไทย การตรวจสอบรับรองคุณภาพสินค้าชาติอาฟต้า ชาติใดทุ่มตลาดทำลายสินค้าไทยต้องใช้ก.ม.ป้องกันการทุ่มตลาดที่มีใช้อยู่ในไทยดำเนินคดีได้ เป็นต้น ขึ้นอยู่ที่รัฐบาลไทยจะใช้มาตรการใดหรือกำหนดกติกามาล้อมรั้วบ้านไว้ รัฐบาลต้องรู้เท่าทันและระวังบ้านของตัวเองด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s