คุณค่าอิสรภาพ

คุณค่าของอิสรภาพ

เขียนโดย  แก้วมณี

 

สารคดีชุดเรื่อง Lock Up Abroad เสนอเรื่องราวชีวิตของคนที่ต้องเข้าคุกในต่างแดนเพื่อเป็นตัวอย่างมิให้คนอื่นหลงทำความผิดและรู้จักชีวิตในคุกของประเทศอื่นๆ เมื่อได้ชมหลายตอนทำให้มองเห็นความเหมือนกันของคนต้นเรื่อง ความทรมานทางกายและจิตใจที่เขาหรือเธอได้รับหลังจากถูกจับขังคุก วิธีรอดพ้นคุกแสนทรมานนั้น เราจักเห็นว่าความทุกข์ทรมานของคนเหล่านั้นล้วนมาจากกิเลส ความไม่รู้จักพอ ใช้ความท้าทายผิดเวลา ผิดสถานที่ การคิดในทางที่ดีเกินไปว่า คนโชคร้ายประจำวันนั้นอาจไม่ใช่เขาหรือเธอก็ได้

หลังจากดูสารคดีนี้ไปหลายตอนจึงมองเห็นความเหมือนกันของพวกเขา คือ ความอยากได้เงินง่ายๆและไม่รู้จักพอเพียง มันมักเริ่มต้นจากความไม่เดียงสา ความเบื่อหน่ายชีวิตเดิมๆ ความทะเยอทะยานแต่ความรู้น้อย การคบหาเพื่อนไม่ดี จากนั้นจะมีข้อเสนอมาสนองความปรารถนาของพวกเขา เช่น ไปเที่ยวและรับของกลับบ้าน ก็ได้เงินมากๆไปใช้หาความสุขได้แล้ว เป็นต้น พวกเขารู้ดีว่าจะต้องขนอะไรกลับบ้าน ณ เวลานั้นเขาคิดเพียงว่าคนโชคร้ายไม่น่าจะเป็นเขาหรือเธอ เพราะหลายคนเคยขนและผ่านพ้นไปอย่างปลอดภัย พวกเขาทราบดีว่าต้องขนยาเสพติดกลับบ้านแลกกับการไปเที่ยวฟรี

ยาเสพติดที่มักนิยมขนข้ามประเทศ เช่น กัญชา โคเคน ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน และอื่นๆ เขาหรือเธอยอมรับข้อเสนอให้เที่ยวฟรีตามเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก มีเงินติดกระเป๋าปึกใหญ่ แลกกับการขนยาเสพติด ควรเรียกว่าเป็นเหยื่อโดยสมัครใจ ส่วนประเทศที่นิยมส่งคนไปขนยาเสพติดกลับบ้าน คือ อินเดีย บราซิล ไทย ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิค ยุโรปตะวันออก เป็นต้น

คนต้นเรื่องบอกเล่าเหตุการณ์ของตนส่วนใหญ่จะมีสัญชาติอเมริกันหรือยุโรป เนื่องจากนิสัยพื้นฐานชอบความท้าทายและมองโลกแคบ อีกทั้งสัญชาติของพวกเขาไม่สะดุดตาหรือจะไม่เป็นเป้าหมายของศุลกากรหรือหน่วยยาเสพติดเพราะประเทศเหล่านั้นมีทัศนคติที่ดีต่อคนอเมริกาหรือยุโรป สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน คือ ความโลภ และ ความมักง่าย ที่คิดว่าเงินมากๆหาได้ด้วยการไปเที่ยวสนุกหรูหรา ทั้งที่เงินรายได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความขยันหมั่นเพียรและวิชาความรู้ติดตัว มันเป็นการทำมาหากินยั่งยืนและปลอดภัยสบายใจด้วย

แผนของพวกค้ายามักมีข้อเสนอจูงใจเหยื่ออย่างมาก คือ ไปเที่ยวฟรีและพักหรูหราในประเทศที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวไม่จำกัดจำนวนเพื่อนร่วมทาง ตอบสนองทุกคำขอของเหยื่อให้มากที่สุด บางคนได้รับเงินติดกระเป๋าปึกใหญ่ด้วย ทั้งนี้เหยื่อทุกคนทราบดีว่าขากลับต้องหิ้วยาเสพติดไปให้เขาเป็นข้อแลกเปลี่ยน เหยื่อยอมรับปากมิใช่เพื่อเงินอย่างเดียว แต่มักคิดว่าหลายคนทำมาหลายครั้งก็ไม่ถูกจับ เขาหรือเธอคงไม่โชคร้ายเพียงนั้น เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึงประเทศเป้าหมาย จะมีคนพื้นเมืองไปรอรับและส่งเข้าโรงแรมหรูโดยจะมีเวลาเที่ยวประมาณ 2-3 วันและมีเงินปึกใหญ่ให้ใช้จ่ายเต็มที่ สิ่งที่พวกค้ายากระทำต่อเหยื่อคือ ให้สนุกรื่นเริงหรูหราเต็มที่ใน 2 วันแรก เมื่อใกล้วันเดินทางกลับจะบีบคั้นให้เหยื่อมิอาจปฏิเสธหรือหนีงานขนยาเสพติดได้โดยย้ายเหยื่อออกจากโรงแรมหรูไปอยู่โมเต็ลเล็กและสกปรกด้วยข้ออ้างว่าเงินหมดและเขาไม่มีจ่ายให้เหยื่ออีกแล้ว พวกเขาต้องรอรับสินค้าเพื่อส่งกลับประเทศเท่านั้น

เมื่อวันที่ความสุขจางหายไปเหยื่อมักเกิดความกลัวที่ต้องขนยาเสพติดกลับไปส่งให้พวกค้ายา แรงบีบคั้นทำให้เหยื่อจำต้องยอมรับงาน และก็เป็นคราวเคราะห์ของพวกเขาที่ถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจับได้พร้อมยาเสพติด แต่ละประเทศมีขั้นตอนจัดการคดีขนยาเสพติดต่างกันไป โดยเฉพาะประเทศยากจนหรือไม่เจริญนักอย่างอินเดียหรือบราซิลหรือยุโรปตะวันออก เพื่อแลกกับอิสรภาพเหยื่อจำต้องหาเงินจำนวนมากไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่เพื่อยุติคดีและปล่อยพวกเขา บางคนก็ทำสำเร็จ บ้างก็ทำได้แค่จ่ายเงินลดโทษจำคุกลงจาก 20 ปี เหลือแค่ 4 ปี สุดท้ายคนที่ต้องช่วยชีวิตของเหยื่อก็คือ ครอบครัว หลายคนต้องยอมกู้เงินเพื่อซื้ออิสรภาพให้ลูกหลานที่ติดคุกในต่างแดนด้วยความรักและห่วงใย

เหยื่อจะบอกเล่าความทรมานที่ได้รับขณะถูกจับและซักถามโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พวกเขามีความรู้สึกกลัวและหวาดหวั่น อุปสรรคด้านภาษายิ่งเพิ่มความกลัวขึ้นเพราะสื่อสารไม่รู้เรื่อง บางครั้งก็ถูกตีทำร้ายจากเจ้าหน้าที่อย่างไร้ความเมตตาหรือผิดหลักสิทธิมนุษยชน ส่วนคนที่ต้องถูกขังคุกก็บอกเล่าความทรมานกายใจที่อยู่ร่วมกับคนคุกขนานแท้ สภาพความหนาแน่นและสกปรกในคุกต่างชาติ วันนั้นทำให้เขาคิดถึงบ้านของครอบครัวและเข้าใจคุณค่าของอิสรภาพอย่างแท้จริง แต่มันก็สายเกินไปแล้ว บางคนเล่าว่านักโทษในคุกจะเกลียดชังนักโทษคดีทำร้ายเด็ก ข่มขืนหรือทำอนาจารเด็กและผู้หญิง ฆ่าคนแก่ พวกนี้จะถูกซ้อมทำร้ายจนตายคาคุก ถ้าผู้คุมไม่ดูแลใกล้ชิด กรณีอย่างนี้ก็เกิดในคุกไทยเช่นกัน มันมาจากอคติที่นักโทษส่วนใหญ่เกลียดชังพวกที่ทำร้ายคนอ่อนแออันถือว่า ไร้ศักดิ์ศรีที่กระทำต่อผู้หญิง เด็ก คนชรา

สิ่งที่เหมือนกันจากคำบอกเล่าของเหยื่อ คือ คุกต่างแดนไม่มีมาตรฐานสูงเท่าอเมริกาหรือยุโรป เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะใช้วิธีการเถื่อนเพื่อบีบคั้นข้อมูลจากเหยื่อ สุดท้ายถ้าเป็นเหยื่อต่างชาติก็เน้นรับเงินก้อนโตแลกกับอิสรภาพในคดีขนย้ายยาเสพติดซึ่งพวกนั้นมีทัศนคติว่า คดีไม่ใหญ่โต เอาเงินซื้อเสรีภาพ จักคุ้มค่ากว่าเมื่อใช้กับเหยื่อต่างชาติที่ยังไม่ได้ขึ้นศาลหรือไม่มีคำพิพากษาคดี บางครั้งเจ้าหน้าที่ข่มขู่ให้เหยื่อติดต่อครอบครัวโดยเร็ว ความเดือดร้อนของครอบครัวเหยื่อคือต้องเร่งหาเงินทองเพื่อซื้ออิสรภาพของลูกหลาน บางคนต้องสูญเสียบ้านแลกเงินหลังจากได้สมาชิกครอบครัวกลับคืนมาแล้ว จิตละโมบหรือมุมมองเข้าข้างตนเกินไปทำให้พวกเขาเต็มใจเป็นเหยื่อชั้นดีของพ่อค้ายาและทำร้ายครอบครัวตนเองในท้ายที่สุด

คดีศิวรักษ์ในคุกเขมรเมื่อมองเปรียบเทียบกับคนต้นเรื่องในสารคดีเรื่องนี้ ทำให้เข้าใจความทรมานกายหรือใจของเขาชัดขึ้น จึงไม่แปลกที่แม่ของเขาจะพยายามทุกทางให้ลูกชายเป็นอิสระโดยเร็ว เมื่อฝ่ายรัฐบาลซึ่งก่อเรื่องมิอาจช่วยเหลือเธอกับลูกได้ ก็ต้องไปขอร้องให้ฝ่ายค้านที่เป็นมิตรกับผู้นำเขมรช่วยเหลือ สิ่งที่เธอต้องการมีอย่างเดียว คือ พาลูกชายกลับเมืองไทย ไม่ต้องติดคุกเขมร คนไทยส่วนใหญ่รู้ดีว่าคุกเขมรนั้นมีสภาพดีหรือแย่เพียงใดเมื่อเทียบกับคุกไทย โชคดีที่แม่ของศิวรักษ์ได้รับความเอื้อเฟื้อจากฝ่ายค้านไทยและท่านฮุนเซน ผู้นำเขมรที่ต้องรักษากฎหมายของเขมรและให้ความเมตตาแก่เหยื่ออย่างศิวรักษ์เป็นกรณีพิเศษ เขาจึงสามารถกลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพได้ด้วยเวลาไม่นานนัก ขณะที่เจ้ากระทรวงที่สร้างปัญหาไม่สามารถช่วยเหลือคนไทยได้ ยังพูดจายุให้เขาต่อสู้คดีในเขมรและติดคุกต่อไปเนื่องจากคดีนี้มีหลักฐานชัดเจนว่าเขากระทำผิดจริง แม้แต่บุคคลในคดีซึ่งเป็นคนไทยอีกคนยอมรับสารภาพด้วย จักเอาหลักฐานใดไปหักล้างเพื่อพ้นความผิดได้ มันหมายความว่า ศิวรักษ์ต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลเขมร หากไม่ได้ไมตรีจิตจากฝ่ายค้านไทยและท่านฮุนเซน ผู้นำเขมรที่ยอมอภัยโทษแก่เขา ศิวรักษ์ต้องนอนในคุกเขมรไม่ต่ำกว่า 4 ปีแน่ ถ้าใครไม่เคยติดคุกในต่างแดนคงไม่เข้าใจว่า ความทรมานกายใจเมื่อต้องอยู่ในนั้นมีมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับการไปเที่ยวในประเทศที่เราพูดภาษาของเขาไม่ได้ นี่คือ คุกที่จำกัดอิสรภาพของนักโทษอาญา มิใช่เมืองท่องเที่ยวที่ต้อนรับนักเที่ยวจากทุกมุมโลกอย่างมีไมตรีจิต

เจ้ากระทรวงต่างประเทศหรือนักการทูตซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างหรูหราเมื่อไปทำงานในต่างแดนย่อมไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงความทรมานที่ถูกจำกัดเสรีภาพและขนาดที่นอน การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น อคติที่นักโทษมีต่อกัน หากเขามีโอกาสไปติดคุกเขมรซึ่งไม่สนใจตำแหน่งนักการทูตหรือเจ้ากระทรวงชาติใด ก็คงรู้ว่าการตัดสินใจเลือกขอความช่วยเหลือจากฝ่ายค้านไทยเพื่อปลดปล่อยลูกชายออกจากคุกนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องสำหรับแม่คนนั้นแล้ว ในทางกลับกันเจ้ากระทรวงฯหรือนักการทูตจะยอมติดคุกเขมรมากกว่ายอมใช้วิธีเจรจาในฐานะมิตรสหายช่วยเหลือศิวรักษ์กลับบ้านหรือ ? ลองถามคนหาเรื่องทำร้ายคนไทยสักหน่อย พ่อแม่ของคนที่ต้องอยู่ในคุกต่างแดน ถ้ามีโอกาสช่วยพ้นคุกได้ จักยอมหาเงินไปซื้ออิสรภาพของเขาไหม ? ถ้าคำพูดหรือน้ำใจของบางคนช่วยปล่อยลูกหลานออกจากคุกได้ ท่านจะไม่ยอมรับวิธีนี้หรือ? คำถามสุดท้ายคือ คนก่อเรื่องสำนึกเสียใจที่ทำกับศิวรักษ์บ้างไหม ? ถ้ากรรมติดจรวดจริง ก็อยากให้ชายสองคนที่เกี่ยวข้องกับคดีศิวรักษ์ได้ใช้ชีวิตในคุกต่างแดนบ้าง คงมองเห็นความทรมานของเขาและครอบครัวชัดขึ้น มิใช่แค่พูดและดูข่าวในห้องทำงานติดแอร์เย็นฉ่ำทั้งวันทั้งคืน ณ วันนี้ศิวรักษ์และแม่รู้จักคุณค่าของอิสรภาพเยี่ยงเดียวกับคนต้นเรื่องในสารคดีฝรั่งชุดนั้นว่า มันล้ำค่าเพียงใด

 

*******************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s