เหยื่อทางเพศของนักบวช

เหยื่อทางเพศของนักบวช

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

สังคมไทยเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุตามกาลเวลา แต่สถิติความผิดของพระและวัดปรากฏให้เห็นเป็นระยะทั้งด้านพฤติกรรมบุคคลหรือการฉ้อฉลทรัพย์สินในวัด อันเกิดจากสถาบันดูแลพระและวัดพัฒนาวิธีควบคุมหรือลงโทษไม่ทันเวลา  อีกทั้งข้อปฏิบัติต่างๆไม่พัฒนาเข้ากับยุคสมัยเราจึงเห็นพระพกมือถือตั้งแต่รุ่นพื้นฐานถึงทันสมัย พระเล่นอินเตอร์เนต พระขับรถ พระเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า พระหาซื้อเกมคอมพิวเตอร์หรือซื้ออุปกรณ์อิเลคทรอนิค เนื่องจากสถาบันทางพุทธศาสนาซึ่งมีหน้าที่คุมความประพฤติหรือดูแลวัตรปฏิบัติของพระก้าวตามไม่ทันยุคสมัยทางวัตถุหรือพฤติกรรมทางสังคม จึงไม่มีบทบังคับที่เข้าได้กับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า สิ่งใดพระควรทำ พึงละเว้น พระจึงกระทำไปตามความเห็นส่วนตัวที่คิดว่าไม่ขัดต่อพระธรรม แต่อาจขัดต่อสายตาประชาชนก็ได้ ขณะที่พระผู้ใหญ่มิได้เอาใจใส่ต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่จึงไม่ได้ออกข้อบัญญัติหรือความเห็นเด็ดขาดเกี่ยวกับวัตรปฏิบัติของพระยุคใหม่ ทำให้ขาดบรรทัดฐานที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยอันเป็นการทำลายศรัทธาประชาชนที่ไม่แน่ใจว่าการกระทำใดถูกหรือผิดต่อหลักศาสนา นอกจากนั้น การดูแลความประพฤติของพระที่แสดงตนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระธรรมหรือกฎหมายอย่างไม่ทั่วถึงหรือเชื่องช้าหรือปกป้องพวกพ้องกัน ทำให้พระบางองค์ทำร้ายลูกหลานชาวบ้านด้วยพฤติกรรมทางเพศวิตถารต่อเนื่องอันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อพุทธศาสนา

เมื่อได้ชมสารคดีเกี่ยวกับการทำผิดทางเพศต่อลูกหลานชาวบ้านของนักบวชในต่างประเทศซึ่งนำเสนอแง่มุมมอง ความรู้สึกของเหยื่อเด็กและพฤติกรรมของผู้ใหญ่ที่คำนึงถึงภาพพจน์ของโบสถ์ มากกว่าชะตากรรมของเหยื่อซึ่งกระทบต่อชีวิตของเด็กยาวนาน อันเนื่องจากความเชื่อฝังลึกว่าศาสนาและบุคคลในศาสนาไม่มีวันทำผิดได้ เขาหรือเธอซึ่งทำหน้าที่นักบวชจึงใช้โอกาสและความศรัทธานี้ทำร้ายลูกหลานชาวบ้านซึ่งให้ความอุปถัมภ์ศาสนาอย่างต่อเนื่อง การศึกษาวิจัยพฤติกรรมของนักบวชต่อเหยื่อทางเพศของเขาในต่างประเทศจะพบรูปแบบเดียวกัน คือ อาศัยความศรัทธาของเหยื่อและครอบครัวต่อนักบวช และ การพูดจาข่มขู่เพื่อลดความนับถือตัวตนของเหยื่อลง

ตัวอย่างคดีที่นักบวชในต่างประเทศล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กในชุมชนที่เขาทำหน้าที่อยู่ในโบสถ์ต้องอาศัยความกล้าหาญของเหยื่อเด็กในอดีตที่เกิดเหตุลวนลามหรือข่มขืนในวัย 10 ขวบซึ่งต้องอาศัยเวลาผ่านไปมากกว่า 20 ปี เหยื่อเด็กทนทุกข์ต่อความรู้สึกไม่ดีกับภาพอดีตที่เขากระทำต่อเธอถึง 3 ปีเต็มก่อนย้ายไปอยู่ที่อื่นและไปก่อกรรมกับเด็กอื่นอีก ขณะดำเนินคดีตำรวจสามารถรวบรวมเหยื่อส่วนหนึ่งได้ 78 รายในเขตต่างๆ และสามารถจับเขาลงโทษในศาลได้เมื่อเขามีอายุ 82 ปีโดยได้รับโทษจำคุกเพียง 3 ปีเมื่อยอมรับสารภาพความผิดข้อหาลวนลามเด็กแลกกับข้อหาข่มขืนเด็กบางคน เมื่ออัยการต้องการให้เขารับโทษจำคุกโดยเร็วจากอายุที่มากของเขาและเพื่อช่วยให้เหยื่อมีความรู้สึกดีขึ้นเมื่อผู้กระทำความผิดได้รับโทษต่อหน้าพวกเธอซึ่งหลายคนก็มีอายุสูงแล้วอันน่าจะช่วยบำบัดจิตได้ระดับหนึ่ง หลังจากเขารับโทษในคุกได้สามเดือนก็ตาย เหยื่อบางคนรู้สึกว่าเขารับโทษน้อยไปเมื่อเทียบกับความทุกข์ที่เหยื่อแบกรับนานหลายสิบปีหรือบางคนก็ตายแบบอมทุกข์แล้ว แต่อย่างน้อยก็ชดเชยความทุกข์ได้บางส่วนที่เขาตายคาคุกและประกาศความผิดของเขาต่อสาธารณชนได้สำเร็จ

เหยื่อทางเพศของนักบวชบอกเล่าความทุกข์ที่ต้องเก็บภาพอัปยศวัยเด็กที่ไร้เดียงสาไว้ในใจ เมื่อเติบโตขึ้นความรู้สึกและภาพนั้นหลอกหลอนเธอตลอดชีวิตเมื่อสามารถแยกแยะถูกผิดทางศีลธรรมได้ ทุกคนบอกตรงกันว่า นักบวชจะพูดย้ำฝังความคิดของเหยื่อเด็กว่า เขาเป็นผู้ชำระล้างบาปหนาของเด็กโดยการละเมิดทางเพศด้วยการลวนลามหรือข่มขืนซึ่งในเวลานั้นเด็กแยกแยะพฤติกรรมนี้ไม่ได้ ส่วนเหยื่อเด็กคือ ผู้ทำบาปหนา การบอกกล่าวเรื่องของเขาและเธอคือการทำบาปเพิ่มขึ้น ขณะที่เขาเพิ่มการกระทำลามกและผิดกฎหมายตามวัยของเหยื่อ ส่วนเหยื่อก็จมปลักกับคำพูดของเขาที่ลดทอนคุณค่าหรือความนับถือตนลงตลอดเวลาที่เขาทำร้ายเด็ก แม้เด็กบางคนมีความกล้าบอกเล่าให้พ่อแม่รับทราบ แต่พวกเขาไม่ยอมเชื่อหรือไม่ฟังเด็ก บางครั้งก็ลงโทษเด็กรุนแรงเพราะคิดว่าเด็กพูดโกหกโดยไม่สืบสวนข้อเท็จจริงก่อน ทำให้นักบวชสามารถทำร้ายเหยื่อได้ต่อไปโดยเด็กมิอาจขัดขืนได้ บางรายพ่อแม่ผลักดันให้ลูกหลานเป็นเหยื่อของเขาด้วยความไม่รู้หรือไม่เชื่อคำพูดของเด็ก ทำให้เด็กบางรายเสียความรู้สึกและมองตนต่ำจนทำร้ายตัวเองด้วยการหนีออกจากบ้านหรือฆ่าตัวตาย เหยื่อหลายรายจมในความทุกข์กับการกระทำของนักบวชคนนั้นแล้วไม่เห็นคุณค่าของตน จึงทำลายชีวิตด้วยการตกเป็นทาสยาเสพติด ฆ่าตัวตายไม่สำเร็จก็ต้องพิการตลอดชีวิต เหยื่อเหล่านั้นตอบตรงกันว่า พวกเขารู้สึกว่าชีวิตไม่มีคุณค่าอีกต่อไปตามคำพูดของนักบวช ความจริงของเธอไร้ค่าในสายตาของคนอื่น สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอคือตราบาปติดตัว จึงไม่คิดว่าควรมีชีวิตอยู่แล้ว

เมื่อเหยื่อเด็กคนหนึ่งซึ่งเติบโตและมีครอบครัวแล้วต้องการปกป้องเด็กหญิงคนอื่นจากเงื้อมมือนักบุญคนบาปคนนี้และเพื่อชำระล้างบาปในใจตามความเชื่อทางศาสนา จึงเริ่มต้นฟ้องคดีและติดตามหาเหยื่ออื่นมาขึ้นศาลด้วยความกล้าหาญ หากไม่ใช่ความร่วมใจของเหยื่อเพื่อปกป้องเด็กอื่นและเพื่อเตือนผู้บริหารทางศาสนาให้เอาใจใส่ต่อนักบวชมากขึ้น แล้วควรกำจัดนักบวชไม่ดีไปจากวงการโดยเร็ว อีกด้านหนึ่งความศรัทธาและยึดถือต่อศาสนามากเกินไปและไม่ใช่ทางที่ถูกต้องของคนในสังคมหรือชุมชน คือ เหยื่อต้องสูญเสียครอบครัวหรือเพื่อนไป เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า การฟ้องนักบวชหรือองค์กรทางศาสนาเป็นเรื่องที่มิควรกระทำและเป็นบาป จึงต่อต้านและประณามเหยื่อ แทนที่จะตำหนิหรือช่วยกำจัดนักบวชไม่ดีและประพฤตินอกรีต หรือแสดงความสงสารเหยื่อ หรือเข้าใจความทุกข์ของเหยื่อ ความศรัทธาต่อนักบวชในฐานะตัวแทนองค์ศาสดาเป็นจุดอ่อนที่พวกนอกรีตใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายศาสนาและผู้ศรัทธา จึงควรปรับปรุงทัศนคติและมุมมองต่อนักบวชว่า เขามิใช่องค์ศาสดา แต่เป็นผู้ทำหน้าที่เผยแพร่คำสอนและแผ่เมตตาแทนองค์ศาสดาผู้บริสุทธิ์ นักบวชยังมีเลือดเนื้อ ควบคุมกิเลสตัณหาได้ดีกว่าบุคคลธรรมดา แต่วันที่เขาปล่อยให้กิเลสตัณหาครอบงำจิตใจ สร้างความชั่วทรามต่อชาวบ้าน ต่อสังคม เขามิใช่นักบวช มิใช่ตัวแทนองค์ศาสดา อีกต่อไป อันเป็นการสอนให้ประชาชนรู้จักใช้เหตุผล รู้จักแยกแยะบุคคลออกจากศาสนา เนื่องจากบุคคลย่อมมีดีหรือชั่วกันได้ในแต่ละวงการ รวมทั้งวงการศาสนาย่อมอาจมีแกะดำสอดแทรกได้ แต่ศาสนานั้นสะอาด บริสุทธิ์ และปรารถนาดีต่อผู้ศรัทธาเสมอ

ทุกศาสนาสอนให้คนทำความดี ความชอบ และอยู่ในกรอบของกฎหมายตามยุคสมัย ให้ความเคารพนักบวชหรือผู้เผยแพร่ศาสนา แต่มิได้สอนให้เชื่องมงายว่า นักบวชจะเป็นผู้ประพฤติดีและอยู่ในกรอบของคำสอนศาสดาทุกคน โดยเฉพาะพระธรรมของศาสนาพุทธบอกย้ำให้ชาวพุทธต้องใช้สติในการมองแยกแยะคนดี คนชั่ว มิใช่เชื่องมงาย แต่ผู้นับถือศาสนามักยึดมั่น ถือมั่น ว่านักบวชคือตัวแทนศาสดาที่ทำความผิดไม่ได้ ทั้งที่ความจริงนักบวชคือ มนุษย์มีลมหายใจ มิใช่องค์ศาสดาผู้มีเมตตา บางคนอาจพลั้งเผลอหรือควบคุมกิเลสตัณหาไม่ได้ จึงกระทำละเมิดคำสอนขององค์ศาสดา

คำว่า นักบวช เป็นการเรียกขานผู้เผยแพร่ศาสนาซึ่งแต่ละศาสนาจะมีคำเรียกชื่อตำแหน่งแตกต่างกันไป ศาสนาคริสต์อาจเรียกว่า หลวงพ่อ หลวงพี่ นักเทศน์ ส่วนศาสนาพุทธเรียกว่า พระ ความเชื่อส่วนใหญ่เกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้คือ ต้องให้ความนับถือและเคารพเพราะถือเป็นตัวแทนองค์ศาสดา ส่วนใหญ่พวกเขาประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมและพระธรรมคำสอนของศาสดาอย่างเคร่งครัดจึงทำให้แต่ละศาสนาดำรงมาได้หลายพันปี ในทางกลับกันเมื่อนักบวชประพฤติละเมิดกฎหมายหรือทำร้ายชาวบ้าน การควบคุมดูแลหรือลงโทษแก่นักบวชนอกรีตมักทำเชื่องช้าหรือเมินเฉยด้วยข้ออ้างว่าปกป้องชื่อเสียงสถาบันศาสนาของตน ขณะเดียวกันครอบครัวของเหยื่อหรือสมาชิกชุมชนเมินเฉยต่อเหยื่อเพียงแค่ความเชื่อฝังหัวว่า นักบวชเป็นตัวแทนองค์ศาสดาที่ทำผิดไม่ได้ การฟ้องหรือร้องเรียนนักบวชนอกรีตคือการทำบาป ทั้งที่ควรชื่นชมความกล้าของเหยื่อในการแฉความเลวร้ายของเขาเพื่อป้องกันสังคมหรือมิให้มีเหยื่อคนต่อไป โดยเฉพาะเป็นการช่วยรักษาศาสนาให้เป็นที่ศรัทธาต่อไปยาวนาน

สาวกของทุกศาสนามีหน้าที่ปกป้อง คุ้มครอง และสืบทอด คำสอนในศาสนาของตนให้ยืนยงยาวนาน พระในพุทธศาสนามีหน้าที่เผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อดำรงศาสนาให้อยู่ยืนนาน การปกป้องคุ้มครองมิใช่การปิดบัง กลบเกลื่อน ความชั่วของพระ เพราะมันเป็นการทำลายศาสนาในระยะยาวและเป็นการเข้าใจผิดพลาดในหน้าที่สาวกของศาสนา นอกจากนั้นทัศนคติต่อพระหรือนักบวชสำหรับชาวบ้านก็ต้องใช้สติปัญญาและวิจารณญาณ มิใช่ยึดแค่เขาเป็นพระย่อมไม่มีวันทำผิดกฎหมายหรือผิดคำสอนของพระธรรม ความเชื่อถือต่อพระหรือนักบวชเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรมีต่อนักบวชที่ดีเท่านั้น หากเป็นนักบวชชั่วร้ายก็ต้องเร่งกำจัดไปจากวงการศาสนาเพื่อปกป้องศาสนาและชุมชนให้ปลอดภัยและสงบสุข มิฉะนั้น ลูกหลานของชาวบ้านจะกลายเป็นเหยื่อที่ใช้สถานภาพนักบวชล่วงละเมิดหรือทำร้ายสมาชิกชุมชนและทำลายหลักศาสนาในเวลาข้างหน้า

วิธีป้องกันมิให้นักบวชประพฤตินอกรีต คือ ความเคารพนับถือบุคคลหรือตำแหน่งใดอย่างมีสติสัมปชัญญะ ดูแลสอดส่องพฤติกรรมของผู้เผยแพร่ศาสนาที่เชื่อว่าเป็นตัวแทนองค์ศาสดาซึ่งต้องรักและเมตตาต่อชาวบ้าน มิใช่ทำร้ายผู้ศรัทธาด้วยกิเลสส่วนตัว วันใดที่นักบวชกระทำละเมิดกฎระเบียบบ้านเมืองหรือพระธรรม เขาย่อมมิใช่นักบวชอีกต่อไป ชาวบ้านจึงมีสิทธิ์นำเขาไปรับโทษตามกฎหมายได้เสมอ ควรเป็นทัศนคติของสาวกศาสนาพึงรำลึกไว้เสมอ อย่ายึดมั่นต่อบุคคล แต่ต้องยึดคำสอนขององค์ศาสดาหรือพระธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก เมื่อพบนักบวชหรือพระนอกรีตต้องเป็นหน้าที่ของสาวกศาสนากำจัดเขาไปจากวงการศาสนาโดยเร็ว

ชาวบ้านต้องตรวจสอบดูแลพฤติกรรมนักบวชเพื่อให้ศาสนาอยู่ยืนนานและไม่ต้องถูกทำร้ายจากความเชื่อถือในนักบวช โดยรับฟังทุกคำบอกเล่าของเหยื่ออย่างมีสติ ปราศจากอคติ ไม่ยึดมั่นต่อนักบวชเกินเหตุ ให้ความเมตตาและเป็นธรรมแก่เหยื่อบริสุทธิ์ การรักษาชุมชนและความเชื่อทางศาสนามิใช่การปิดบัง กลบเกลื่อน นักบวชนอกรีต แต่ต้องเน้นกำจัดพวกเขาจากวงการศาสนาให้เร็วที่สุดเพื่อปกป้องชุมชน ครอบครัวของท่าน และเพื่อรักษาศาสนาให้บริสุทธิ์ไว้ คณะผู้ดูแลนักบวชต้องทำงานรวดเร็วเพื่อกำจัดนักบวชนอกรีต เยียวยาเหยื่อและครอบครัวซึ่งเป็นผู้ศรัทธาต่อศาสนา มิใช่การปกป้องศาสนาและนักบวชนอกรีตด้วยการปิดบัง กลบเกลื่อน ความชั่วร้ายที่คนไม่ดีกระทำไว้เพราะเหตุผลด้านชื่อเสียง การดำรงคงอยู่ของศาสนาต้องมาจากความประพฤติของนักบวชที่เคร่งครัดในพระธรรม คำสอนของศาสดา และความศรัทธาของสาวกศาสนา องค์กรดูแลศาสนาและนักบวชต้องเน้นการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้เผยแพร่ศาสนาและปรับปรุงข้อปฏิบัติให้ทันยุคสมัยเป็นที่ยอมรับของประชาชน ส่วนประชาชนต้องเปิดใจรับข้อมูล ข่าวสาร รอบด้านที่เกี่ยวพันกับศาสนาและนักบวช เพื่อช่วยดูแล รักษา ศาสนาให้สะอาดและเป็นที่พึ่งทางใจแก่ประชาชนยาวนาน องค์กรศาสนาและประชาชนต้องร่วมแรงใจกันดูแลและพัฒนาศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองยาวนาน อย่าทำลายศาสนาด้วยการรักษานักบวชนอกรีตหรือปกป้องชื่อเสียง การคงอยู่ของศาสนาต้องพึ่งพาความจริงแท้และแรงศรัทธาของประชาชน

 

************************

One thought on “เหยื่อทางเพศของนักบวช

  1. เห็นด้วยกับ ข้อความ ของคุณ เป็นอย่างยิ่ง และปัจจุบัน ก็ได้เห็น พระสงฆ์ เดินตามห้างสรรพสินค้าบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่าดูเลย แต่ก็ไม่เห็นมีองค์กรใด ที่คอย ตรวจสอบ แล้วควรออกกฏระเบียบ ในเรื่องต่างๆ เหล่านี้บ้าง ซึ่งถึงแม้น ยุค สมัยนี้การเดินตามห้างสรรพสินค้าไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับ พระสงฆ์ หรือนักบวช ก็ไม่ควรมีกิจ ที่จะต้อง มาเดินในสถานที่นี้ ซึ่งถ้าต้องการเพียงซื้อหาอุปกรณ์ สื่อการสอน ญาติโยม ก็น่าจะให้ลูกศิษย์ลูกหา ดำเนินการแทนได้ ไม่สมควรที่ท่าน จะมาเดินเลือกซื้อ เสียเอง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่าดู เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องยอมรับ ในยุคสมัยนี้ สื่อสารด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็มีพระสงฆ์ สมัยใหม่ ใช้ในการสื่อสาร ให้ความรู้ กับประชาชน ซึ่งก็เป็นการยกระดับ การสอน ที่ทันสมัย เป็นที่น่าชื่นชม แต่ก็มีอีกหลายท่าน ไม่ได้ใช้ ในการให้ประโยชน์ กับประชาชน แต่ใช้เพื่อ ประโยชน์ส่วนตน อันนี้ ก็เป็นภาพที่สะท้อน ให้เห็น ถึง ความเสื่อม ที่ไม่รู้ว่าจะมี องค์กรใด คอยทำหน้าที่ดูแล ให้อยู่ใน ศีลธรรมอันดีงามได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s