ใต้เงาบาป 10.1

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 10.1
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

มันตรินีนั่งเกร็งตัวเมื่อความเร็วของรถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  แสดงถึงความใจร้อนของปรานต์ อัครชัยที่ต้องการไปพบเพื่อนของเขา  หล่อนลอบถอนใจบ้างตอนที่เขาลดความเร็วลงยามเข้าสู่บริเวณที่มีรถแล่นไปมามากขึ้น  พลันดวงตาสีเข้มของหล่อนเบิกกว้างเมื่อปรานต์เลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก

นี่คุณ……..”

ปรานต์ไม่สนใจนักกับคำพูดที่ชะงักของหญิงสาว  โดยไขกระจกลงเพื่อสอบถามเด็กหนุ่มที่คอยต้อนรับรถของลูกค้าที่มาใช้บริการ  จากนั้นเขาก็ขับรถตามเด็กหนุ่มไปยังห้องพักที่ต้องการ

เมื่อจอดรถเข้าไปด้านในแล้ว  ปรานต์จ่ายเงินให้เด็กหนุ่มซึ่งรับไว้อย่างพอใจ  มันตรินีเห็นเด็กหนุ่มรูดม่านปิดโดยเร็ว  สายตาของเด็กหนุ่มที่มองหล่อนทำให้ใบหน้าชาวูบด้วยความอายอย่างยิ่ง

เพื่อนของคุณมาทำอะไรที่นี่คะ ? “

ปรานต์มองชั่งใจ  ก่อนจะตอบว่า   นี่คือส่วนหนึ่งของสถานที่ทำงานของเธอ ! “

โรงแรมม่านรูด ! “

ผมเสียใจที่ต้องพาคุณมาที่นี่   เขากล่าวเสียงต่ำ  พลางบีบมือนุ่มของหล่อน  ก่อนจะก้าวออกจากรถไป

มันตรินีถอนใจหนัก  พลางเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่ม  แล้วหมุนไปแจ้งให้ทางบ้านธมนันท์ทราบว่าจะกลับบ้านดึกหน่อย

 

มันตรินีก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักซึ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่นัก  มีเตียงนอนใหญ่วางอยู่กลางห้อง  บนเพดานติดกระจกใส  ห้องน้ำเล็กอยู่ด้านหนึ่งของห้อง  หล่อนเห็นหญิงสาวที่มีผ้าห่มคลุมร่างเปลือยกำลังนั่งสะอื้นไห้อยู่ในอ้อมแขนของปรานต์  สิ่งที่น่าตกใจคือบนเตียงมีรอยเลือดเปื้อนอยู่หลายแห่ง  ตามร่างกายของสาวแปลกหน้ามีบาดแผลขีดข่วน  รอยเขียวช้ำปรากฎอยู่

ใครทำกับคุณแบบนี้ ? “

กัญญายังร้องไห้หนัก  ตัวสั่นเทิ้ม  ฉันอยาก……. “

หญิงสาวผุดลุกขึ้น  แล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำโดยเร็ว  เสียงอาเจียนดังเล็ดลอดออกมาให้ทั้งสองได้ยิน

ปรานต์ก้มหยิบเสื้อผ้าของกัญญาซึ่งถูกฉีกจนไม่อาจสวมได้อีก  จึงหันไปบอกกับมันตรินีว่า  ผมจะออกไปซื้อเสื้อผ้ากับยาให้เธอก่อน  คุณช่วยดูแลเธอทีนะ

ฉันไปซื้อให้เองค่ะ

ไม่ต้อง ! “

มันตรินีบอกอย่างใจเย็นว่า  เพื่อนของคุณกำลังต้องการคุณ  ไม่ใช่คนแปลกหน้าอย่างฉัน  ดังนั้นฉันไปซื้อของพวกนั้นเป็นการเหมาะสมแล้ว

แต่มันดึกแล้วนะ  แล้วนี่คือโรงแรม…… “  เขามีอาการลังเล

เชื่อใจฉันได้ค่ะ   หล่อนบอกย้ำ  แล้วเดินออกไปโดยเร็ว

ปรานต์มองตามเจ้าของร่างเล็กด้วยความห่วงใยเช่นกัน  แต่อาการของกัญญาก็ไม่น่าวางใจ

 

หลังจากที่อารมณ์ของกัญญาอยู่ในภาวะปกติพอควร  จึงเล่าเรื่องของลูกค้าคนนี้ที่พูดราวกับว่ารู้จักกับปรานต์  ซึ่งทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ว่าเคยทำให้ใครแค้นมากเพียงนี้

ผมไม่เคยได้ยินชื่อพลัช  ธนวัตรเลยนะ

กัญญามองอย่างห่วงใย   ฉันสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของเขา  คุณต้องระวังตัวด้วย

เขาเจาะจงฝากคำพูดท้าทายผ่านคุณ……. “  เขากล่าวเสียงเรียบ  แววตาครุ่นคิด

นั่นแสดงว่าเขาเตรียมข้อมูลมาอย่างดี

ปรานต์คะ……. “

ผมจะเตรียมรับมือเอง    เขาเอ่ยขัดขึ้น  ตามองอีกฝ่ายด้วยความห่วงใย  ตอนนี้ผมอยากให้คุณรักษาตัวเองก่อน

ฉันถือเป็นคราวเคราะห์ ! “

คุณไม่คิดเลิกบ้างหรือ กัญญา    ปรานต์กล่าวขึ้น  สีหน้าจริงจัง

กัญญายักไหล่   เมื่อเรายังทำงานร่วมกันได้  คุณคงไม่เลิกจ้างฉันหรอกนะ

ผมรู้สึกไม่ยุติธรรมที่ทำกับเพื่อนแบบนี้

ผู้หญิงอย่างฉันไม่มีคุณค่ามากนัก  หากฉันช่วยคุณได้ด้วยอาชีพนี้  ฉันก็เต็มใจทำเพื่อคุณ ปรานต์

ดวงตาที่ฉายแววแห่งความรักและภักดีของกัญญาทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดแกมซาบซึ้งกับน้ำใจของหญิงสาวผู้นี้เหลือเกิน

กัญญา ! “   ชายหนุ่มโอบกอดร่างของกัญญาเพื่อนสนิทที่มีผ้าห่มคลุมร่างนั้นไว้ด้วยความซาบซึ้งใจ   ผมยืนยันเสมอว่า  อยากให้คุณมีชีวิตที่ดีกว่านี้  เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง  เริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะ

คุณยังอยู่ใกล้ชิดกับฉันได้เหมือนเดิมหรือเปล่าล่ะคะ    กัญญามองคาดคั้น  แววตาขมขื่น  ทุกวันนี้ฉันมีโอกาสเห็นคุณ  หากฉันเปลี่ยนไป  เรายังพบกันได้อีกหรือ

คุณคิดมากไปแล้ว  กัญญา

เสียงประตูเปิดทำให้ทั้งสองผละออกจากกันโดยเร็ว  มันตรินีชะงักเล็กน้อยกับภาพของทั้งสองที่เพิ่งสวมกอดกันเมื่อครู่นี้

ฉันได้เสื้อผ้ากับยารักษาบาดแผลแล้วค่ะ   มันตรินีวางสิ่งของไว้บนเตียงแล้วขอตัวไปรอข้างนอก

กัญญาตะลึงนิ่งเมื่อเห็นใบหน้าของมันตรินีถนัดตา  ขณะที่ปรานต์มองตามเจ้าของร่างเล็กด้วยแววตากังวล

เธอคือผู้หญิงในภาพที่คุณติดตัวไว้เสมอนี่นา ! “   กัญญาพึมพำเสียงขื่น

ปรานต์ถอนใจยาว  พลางกล่าวกับกัญญาว่า  อาบน้ำ  เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่  เดี๋ยวผมจะทายาให้เอง

กัญญาทำท่าจะเอ่ยบางอย่าง  แต่นัยน์ตาคมดุของเขาทำให้หล่อนจำใจนำเสื้อผ้าใหม่เดินเข้าห้องน้ำไป

 

มันตรินีทรุดนั่งที่เบาะหน้าของรถด้วยหัวใจสั่นรัว  ภาพของปรานต์กับกัญญายังติดตาของหล่อนอยู่  เสียงเพจเจอร์ดังขึ้นทำให้หล่อนสะดุ้ง  เมื่อก้มอ่านข้อความจึงคว้าโทรศัพท์มือถือของปรานต์  แล้วหมุนไปยังบุคคลที่เรียกหล่อนอยู่

ฉันจะส่งต้นแบบให้เร็วที่สุด  ส่วนงานทดสอบคงให้เวลาได้ตอนบ่ายโมง  คุณเตรียมห้องไว้นะ  สงสัยต้องใช้หลายชั่วโมงค่ะ

สักพักหล่อนจึงวางสาย  พลางถอนใจเฮือกใหญ่   พรุ่งนี้ต้องลุยงานใหญ่  กลับบ้านมีหวังต้องใช้ยานอนหลับหลายเม็ดหน่อย  เดี๋ยวไม่มีแรงสู้

ไม่ยักรู้ว่าคุณใช้ยาด้วยนะ    ปรานต์มองเอาเรื่อง

มันตรินียักไหล่เล็กน้อย  แล้วตอบเสียงสะบัดว่า   ปกติฉันค่อนข้างหลับยาก  นอกจากได้อ่านหนังสือ  แต่วันนี้ทำให้ฉันเหนื่อย  อาจต้องใช้ยานอนหลับช่วยบ้าง  ม่ายงั้นคงหมดแรงทำงานในวันพรุ่งนี้

มันทำลายสุขภาพนะ

ฉันรู้จักใช้อย่างเหมาะสมหรอกน่า    หล่อนบอกอย่างรำคาญเต็มที

ปรานต์มองหญิงสาวนิ่ง  ขณะที่มันตรินีถามขึ้นว่า   เพื่อนของคุณล่ะ ? “

ผมให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่

หญิงสาวพยักหน้ารับรู้  ปรานต์เอ่ยถามอย่างข้องใจว่า   คุณไปเอาของพวกนั้นมาจากไหนล่ะ ? “

มันตรินีหัวเราะคิก  ก่อนจะเล่าเสียงใสว่า  ฉันซื้อยาจากร้านขายยาตรงข้ามโรงแรมนี่เอง  คนขายคงเห็นฉันออกจากที่นี่  ยังเสนอขายถุงยางด้วยนะ

ชายหนุ่มไม่ได้นึกขำเท่าไร  ขณะที่อีกฝ่ายยังบอกต่อไปว่า   ส่วนเสื้อผ้าฉันก็ขอซื้อจากเด็กหนุ่มที่เฝ้าโรงแรมนี่แหละ

ทำไมจึงไปซื้อจากเขาล่ะ ? “   เขาถามด้วยความสงสัยปนทึ่ง

เมื่อก่อนตอนเรียนที่ญี่ปุ่นฉันเคยมีเพื่อนทำงานพิเศษภาคดึก  เขามักมีเสื้อผ้าอีกชุดไว้เปลี่ยนตอนกลับบ้าน  ฉันจึงลองไปถามเด็กนั่นไงล่ะ

ช่างคิดจังนะ

ตรีซะอย่าง ! “   หล่อนยิ้มภูมิใจนิดๆในการแก้ปัญหาของหล่อน

ปรานต์มองชั่งใจเล็กน้อย ก่อนจะถามไปว่า   คุณไม่ถามผมเรื่องของกัญญาบ้างรึ

ฉันไม่ชอบรู้เรื่องของคนอื่น   หญิงสาวตอบเสียงเข้ม   อีกอย่างสิ่งที่ฉันอยากรู้ก็ได้รู้แล้ว  จึงไม่ต้องถามอีก

คุณรู้อะไร ? “

เพื่อนของคุณมีอาชีพขายบริการ    หล่อนตอบอึกอักเล็กน้อยในตอนท้าย   เธอกับคุณเป็นเพื่อนกัน  แต่สนิทมากแค่ไหน  ไม่ใช่เรื่องของฉัน  มันเป็นเรื่องที่พี่ภัคต้องจัดการเอง

คุณเข้าใจถูกเพียงครึ่งหนึ่ง

มันตรินีมองชายหนุ่มอย่างค้นหา   ผิดตรงไหน ? “

ชายหนุ่มยังไม่ทันจะตอบ  กัญญาซึ่งสวมชุดเสื้อยืดสีหมอง  กางเกงยาวสีเข้มเปิดประตูออกมาเสียก่อน

ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วค่ะ  ปรานต์

มันตรินีเบือนหน้าไปมองที่อื่น  ขณะที่ชายหนุ่มกล่าวตอบว่า  เดี๋ยวจะให้คุณตรีช่วยทายาให้นะ

มันตรินีหันขวับมาจ้องตาวาว  ชายหนุ่มบอกเสียงเย็นว่า   คุณช่วยมามาก  คงไม่ขัดข้องถ้าจะช่วยให้ตลอดนะ  คุณตรี

ฉัน…… “

กัญญากล่าวขัดว่า  ฉันจัดการไปแล้ว  เรากลับกันเถอะค่ะ

ก็ได้   ปรานต์รับคำ  ดวงตาเป็นประกายระยับเมื่อเห็นมันตรินีค้อนขวับใส่เขา 

มันตรินีทำท่าจะเปลี่ยนไปนั่งเบาะหลัง  แต่ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนว่า  คุณอยู่ที่เดิมแหละ  กัญญาจะได้นอนพักในเบาะหลังระหว่างเดินทาง

มันตรินีจำใจนั่งเหมือนเดิม  สีหน้างอง้ำ  ปรานต์ชำเลืองมองด้วยรอยยิ้มพอใจ 

รถยนต์ของปรานต์แล่นออกมาจากโรงแรมม่านรูดสักพัก  มันตรินีหันไปส่งห่อขนมให้กัญญาอย่างมีน้ำใจ

คุณคงจะหิว  ทานขนมรองท้องสักหน่อยสิคะ

กัญญายิ้มเซียว  ขอบคุณค่ะ

แล้วผมล่ะ  ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนะ    เขาถามเชิงล้อ

มันตรินีตอบเสียงรัวว่า   ไม่มีทางได้กินขนมของฉันหรอก  คนปากไม่ดี

ปรานต์เหลือบตาไปที่หญิงสาวซึ่งสะบัดหน้าไปมองข้างทาง  แล้วส่ายศีรษะไปมา  ขณะที่กัญญาสังเกตเห็นความเอื้ออาทรจากน้ำเสียงและคำพูดของชายหนุ่มที่มีให้เจ้าของร่างเล็กแสนงอนด้วยความสะท้อนใจยิ่ง

 

เย็นวันต่อมาพลัชในชุดวอร์มสีสดทรุดนั่งบนเก้าอี้ว่างหน้าห้องเล่นสคอวช  พลางกวาดตามองหาคนๆหนึ่งซึ่งคาดหวังจะได้พบ  เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาจึงรู้สึกผิดหวังที่ไม่มีแม้แต่เงาของคนๆนั้น  ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างเคืองใจ

ทำไมคุณไม่มาเล่นอีกนะ  คุณตรี    พลัชพึมพำ  ดวงตาฉายแววครุ่นคิด

คุณพลัช

เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้พลัชเหลียวไปมองอย่างแปลกใจ   คุณภัคธีมา

คุณจะเล่นสคอวชหรือคะ ? “

พลัชยิ้มเรียบ  ทีแรกนึกจะเล่น  แต่พอมาถึงก็ไม่อยากเล่นเสียแล้ว

ห้องเล่นของเราไม่ดีหรือเปล่าคะ ? “

ดีมากครับ  เพียงแต่ผมไม่มีอารมณ์จะเล่นเท่านั้น

เจ้าของดวงหน้ารูปไข่พูดเดาว่า  เพราะไม่มีคู่เล่นหรือไงคะ ? “

คุณจะอาสาเล่นกับผมไหมล่ะครับ ? “

ภัคธีมาโบกมือปฏิเสธทันที   ฉันไม่ชอบเล่นหรอก  แต่ญาติของฉันสิเล่นเก่งมาก  ถ้าคุณได้เล่นด้วย  อาจสนุกก็ได้นะคะ

ดวงตาของพลัชเป็นประกายเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถึงผู้เป็นญาติ  คุณแนะนำให้ผมสิ

ภัคธีมาอมยิ้ม   คนๆนั้นเป็นอาจารย์  และไม่ค่อยมีเวลาว่าง  สงสัยคุณต้องผิดหวังเสียแล้วค่ะ

พลัชแกล้งตีสีหน้าผิดหวัง   น่าเสียดายจัง

ทำไมไม่ชวนคุณไอรีนล่ะคะ ? “

เธอไม่ชอบเล่นเหมือนคุณ

ภัคธีมานิ่งไป  ขณะที่พลัชนึกบางอย่างได้  จึงเอ่ยถามขึ้นว่า   ผมทราบว่าคุณมีโรงเรียนด้วยใช่ไหมครับ ? “

ใช่ค่ะ   หญิงสาวมองอย่างไม่เข้าใจความประสงค์ของเขา

ก่อนจะกลับผมอยากเห็นโรงเรียนของไทยสักครั้ง  คุณจะช่วยได้ไหมครับ

ภัคธีมานิ่งคิด  ยามสบนัยน์ตาคมกริบของพลัช  ทำให้หล่อนตอบไปว่า

พรุ่งนี้ตอนสายฉันต้องไปทำธุระที่โรงเรียน  เราไปด้วยกันก็ได้ค่ะ

ตกลงตามนี้นะครับ   พลัชพูดย้ำ  เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับ  เขาจึงกล่าวอำลาหญิงสาวเพื่อกลับห้องพัก  บางทีครั้งนี้เขาอาจได้พบสิ่งที่ต้องการก็ได้

                                                                         ************* โปรดติดตามตอน 10.2 ***************

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s