ใต้เงาบาป 10.2

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 10.2
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

ตอนเช้าวันต่อมา  ก่อนจะถึงเวลาเข้าเรียนศัลย์เดินเข้ามาในห้องพักอาจารย์ตามที่มันตรินีเรียกหา  หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะของหล่อนนั่นเอง

อาจารย์เรียกผมหรือครับ ? “

ได้ข่าวว่าเธอไปทำงานพิเศษที่ศูนย์อาหารหรือ ศัลย์    มันตรินีมองคาดคั้น

ศัลย์มีท่าทางอึกอักบ้าง   ใช่ครับ

เงินไม่พอหรือไง ! “

ผมอยากพึ่งตัวเองบ้าง    ศัลย์ตอบ  แววตามุ่งมั่น   อาจารย์ช่วยผมกับแม่มากแล้วครับ

มันตรินีนิ่งคิดนิดหนึ่ง  จึงกล่าวยอมรับว่า   เมื่อเธอตัดสินใจแล้ว  ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกอย่าหักโหมจนลืมอ่านตำราล่ะ  ศัลย์

ครับ

หญิงสาวอนุญาตให้เด็กหนุ่มกลับไปที่ห้องเรียนได้  จากนั้นหล่อนจึงเดินไปยังบริเวณด้านข้างของโรงเรียนธีระวิทยาซึ่งมีเด็กนักเรียนเดินผ่านไปมาค่อนข้างบางตา  พลันสายตาเหลือบไปเห็นกลุ่มนักเรียนกำลังส่งเงินข้ามรั้วไปให้บางคนที่อยู่ข้างนอก  แล้วกล่องกระดาษใบเล็กก็ถูกส่งข้ามมาให้เป็นการตอบแทน

พวกเธอกำลังทำอะไร ? “   มันตรินีส่งเสียงดัง  ทำให้นักเรียนกลุ่มนั้นสะดุ้งเฮือก

หญิงสาวเห็นเงาของคนภายนอกวิ่งหายไปแล้ว  จึงเดินเข้าไปหาพวกนักเรียน

อาจารย์ตรี ! “   นักเรียนคนหนึ่งครางในลำคอ  ท่าทางหวาดกลัวความผิด

ส่งกล่องนั้นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้    อาจารย์สาวสั่งเสียงเฉียบขาด

เด็กหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจ้องอีกฝ่ายเขม็ง  พลางส่งสายตาไปยังเหล่าลูกน้องที่กำลังยืนรายล้อมอาจารย์สาว

อาจารย์คงไม่อยากเห็นของในกล่องนี้หรอกครับ     ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวอย่างเป็นต่อ  เมื่อเห็นอาจารย์สาวร่างเล็กกำลังถูกพรรคพวกของเขาล้อมไว้อยู่

ฉันยังยืนยันคำสั่งเดิม  วิชัย    หล่อนมองด้วยดวงตาเปล่งประกายวับ  โดยไม่มีท่าทางหวาดกลัว

ถ้าผมไม่ให้ล่ะ  อาจารย์จะทำอะไรพวกผมได้    วิชัยพูดท้าทาย

มันตรินีเหยียดยิ้ม  เธอก็ออกไปจากโรงเรียนนี้ไม่ได้  และอาจถูกไล่ออกถ้าของในกล่องนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

อาจารย์ไม่เห็น  ก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้

อย่าคิดว่าจะไม่มีใครรู้พฤติกรรมของพวกเธอสิ   หล่อนกล่าวอย่างใจเย็น   ฉันเป็นอาจารย์ของพวกเธอจึงพยายามให้โอกาสกลับตัว  ถ้าเธอทำรุนแรงข่มขู่ฉันเท่ากับทำลายอนาคตตัวเองนะ

คำพูดของหญิงสาวทำให้ลูกน้องบางคนมีความลังเลใจ  ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มตวาดเสียงดังใส่มันตรินีว่า   อาจารย์ไม่อยากเดือดร้อนหรือเสียโฉม  ก็อย่ามายุ่งกับเราดีกว่า 

หากคนเป็นอาจารย์ต้องก้มหัวให้กับคำพูดขู่ของลูกศิษย์  คงต้องเปลี่ยนอาชีพแล้ว

คิดว่าผมไม่กล้าทำตามที่พูดรึ ! “   วิชัยล้วงมีดคัตเตอร์ออกมาด้วยความย่ามใจ

 ลูกน้องคนหนึ่งรีบพูดปรามว่า  อย่าทำบ้าๆนะ  ไอ้วิชัย

ไม่สั่งสอนเสียบ้าง  ต่อไปพวกเราจะเดือดร้อน   วิชัยยืนกราน  พลางเดินเข้าใกล้อาจารย์สาวพร้อมมีดในมือ  ดวงตาเป็นประกายกร้าว

มันตรินียืนนิ่ง  น้ำเสียงเย็นเฉียบยามกล่าวว่า   ฉันต้องดูกล่องนั้นให้ได้  ไม่ว่าเธอจะทำอะไรกับใบหน้าของฉันก็ตาม

วิชัยเงื้อมีดเตรียมปาดไปบนใบหน้าเนียนงามของมันตรินี  ทันใดนั้นก็มีมือแข็งแรงยึดข้อมือของเขาไว้แน่น  แรงบีบทำให้มีดนั้นหล่นบนพื้นอย่างง่ายดาย  เข่าทั้งสองของเด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้น  สีหน้าเจ็บปวด

พี่สิต ! “   มันตรินีร้องเรียกด้วยความโล่งใจ

สังสิตดึงกล่องในมือของวิชัยมาถือไว้  พลางกล่าวว่า  ตราบใดที่เธอยังเป็นนักเรียนก็ไม่ควรพูดข่มขู่อาจารย์ซึ่งให้ความรู้กับเธอ

วิชัยร้องครางเมื่อสังสิตบิดข้อมือของเขามากขึ้น  สังสิตยังบอกต่อไปว่า   สิ่งที่เธอทำไปเมื่อครู่นี้เป็นนิสัยของนักเลงข้างถนน  ไม่ใช่นักเรียน  ได้ยินชัดไหม  วิชัย

ครับ    วิชัยตอบรับ   น้ำตาซึม

สังสิตปล่อยข้อมือของเด็กหนุ่ม  แล้วหันไปมองเหล่าลูกน้องของวิชัย   ได้เวลาทบทวนตัวเองเสียทีว่า  พวกเธออยากเป็นนักเรียนหรือนักเลงกันแน่  เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนจะรับนักเรียนเท่านั้น

เหล่าเด็กหนุ่มก้มหน้างุดกับดวงตาดุกร้าวของอาจารย์หนุ่ม  สังสิตจึงบอกให้กลับไปเข้าห้องเรียน  ทุกคนรีบสลายตัวทันที

ขอบคุณที่มาช่วยทันนะคะ

สังสิตเปิดกล่องเล็กนั้นดู  ก็เห็นเม็ดยาที่บรรจุในถุงพลาสติคจัดวางเรียงไว้  มันตรินีถอนใจยาว

ฉันคิดว่าไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ไว้นะ  พี่สิต

สังสิตยังไม่ทันตอบอย่างใด  ชายหนุ่มร่างสันทัด  ผิวขาวพูดแทรกขึ้นว่า     ถ้าไม่กำจัดปัญหา  โรงเรียนจะไม่สงบแน่  เพราะพวกนี้ทำงานเป็นแก๊งค์นะ

คุณ…… “   มันตรินีหันไปมองเจ้าของคำแนะนำด้วยแววตาวาวโรจน์  หล่อนจำเขาได้ดี  ผู้ชายที่เล่นสควอชกับหล่อนเมื่อวันก่อนนั่นเอง !

พลัชไงครับ    ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม

มันตรินียิ้มตอบ   ไม่นึกว่าจะพบกับคุณอีกนะ

พวกคุณรู้จักกันมาก่อนหรือครับ ? “   สังสิตเอ่ยถามขึ้น  แววตาสงสัย

หญิงสาวไม่ตอบ  แต่กลับย้อนถามอาจารย์หนุ่มว่า   พี่สิตอยู่กับเขาได้อย่างไรคะ ? “

คุณพลัชเป็นเพื่อนกับคุณภัค    สังสิตตอบเสียงเรียบ   เธอขอให้ผมช่วยพาชมโรงเรียนครับ

มันตรินีเลิกคิ้วนิดหนึ่ง  พลางกล่าวล้อว่า   นักธุรกิจอย่างคุณคงไม่สนใจซื้อโรงเรียนนี้หรอกนะ

พลัชหัวเราะ   วันนี้ผมขอเป็นแขกอย่างเดียวครับ

เด็กนักเรียนคนหนึ่งวิ่งมาบอกกับมันตรินีว่า   อาจารย์ใหญ่เรียกประชุมที่ห้องของท่านค่ะ  อาจารย์ตรี

หญิงสาวพยักหน้ารับรู้   พลางหันมาทางชายหนุ่มทั้งสองคน   ฉันต้องขอตัวก่อนค่ะ

น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสคุยกันนานกว่านี้นะครับ   พลัชเอ่ยยิ้มๆ  ดวงตาเป็นประกาย

มันตรินีอมยิ้มเล็กน้อย  แล้วก้าวเท้าจากไป  พลัชตะโกนถามว่า   คุณยังไม่บอกชื่อเลยนะครับ

ไม่สำคัญสำหรับเราหรอกค่ะ    อาจารย์สาวหันมาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่ม  พร้อมรอยยิ้มเป็นมิตรก่อนจะก้าวเท้าออกไปจากที่นั่น

สังสิตมองชายหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนของภัคธีมาอย่างระแวงใจ  เขารู้สึกมีบางอย่างซ่อนเร้นในแววตาของพลัชที่เขาไม่อาจหาเหตุผลมาชี้แจงได้

คุณคงบอกผมได้สินะว่าเธอชื่ออะไร ? “

มันตรินี ! “  สังสิตตอบเสียงสุภาพ

พลัชยิ้มพึงใจ   ชื่อเพราะจัง

ผมจะพาไปชมโรงเรียนที่ตึกอื่นนะครับ    สังสิตบอกเสียงเข้มขึ้นแล้วก้าวนำไปอย่างเร็ว

 

อาจารย์กิ่งแก้วซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนธีระวิทยาได้รับแจ้งขอความร่วมมือจากตำรวจท้องที่เพื่อตรวจสอบการเสพยาบ้าของเด็กนักเรียนตามที่มีสายสืบรายงานมา  ดังนั้นอาจารย์ใหญ่จึงเรียกประชุมเหล่าอาจารย์เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้  แต่ความเห็นจากที่ประชุมแบ่งเป็นสองฝ่าย  ยังไม่อาจตัดสินได้

เราไม่ควรจะเห็นแก่ภาพพจน์ของโรงเรียน  แล้วปิดบังความจริงนะคะ    มันตรินีพูดเสียงจริงจัง  หลังจากการโต้เถียงได้ผ่านไประยะหนึ่ง

อาจารย์สาวใหญ่คนหนึ่งกล่าวโต้ว่า   ถ้าข่าวรั่วไหลว่านักเรียนของเราเสพยาบ้า  ผู้ปกครองอาจเอาเด็กออกไป  โรงเรียนจะเสียหายมาก

ถ้าปล่อยต่อไปพวกค้ายาบ้าจะกำเริบ  ข่มขู่พวกอาจารย์  สุดท้ายโรงเรียนของเราอาจอยู่ใต้อำนาจของนักเรียนนักเลงนะคะ    มันตรินีโต้เสียงเครียด

เราน่าจะไล่เด็กที่ก่อปัญหานะครับ    อาจารย์บางคนเสนอความคิด

อาจารย์กิ่งแก้วนิ่งคิด   ขณะที่มันตรินีมีทีท่าไม่เห็นด้วยนัก   ฉันไม่คิดว่าการไล่เด็กออกเพียงไม่กี่คนจะแก้ปัญหาการค้ายาหรือการเสพยาในโรงเรียนไปได้นะคะ

อาจารย์หลายคนกำลังจะพูดโต้ขึ้นมา  ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่รีบโบกมือห้ามเสียก่อน

ประธานของโรงเรียนนี้บอกกับเราเสมอว่า  เราต้องให้ความรู้และความรักแก่นักเรียนเยี่ยงเดียวกับลูกหลานของเรา  ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้น  อาจารย์จะตัดสินใจง่ายๆโดยไล่เด็กออกไป  ฉันไม่เห็นด้วยค่ะ    มันตรินีกล่าวเด็ดเดี่ยว

อาจารย์กิ่งแก้วมองหนักใจ  ขณะที่อาจารย์ซึ่งสูงวัยที่สุดพูดขึ้นว่า   ควรไล่ตัวปัญหาออกไปก่อน  แล้วค่อยมาแก้ปัญหาที่เหลือ  เราจะได้ไม่ต้องให้ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง  มันเป็นวิธีรักษาชื่อเสียงของโรงเรียนด้วยนะคะ

อาจารย์กิ่งแก้วมีความโอนเอียงไปกับความคิดนี้เช่นกัน

มันตรินีเอ่ยท้วงว่า   การร่วมมือกับตำรวจอาจทำให้เราเจ็บตัวบ้าง  แต่จะทำให้รู้จำนวนเด็กติดยาและแก้ไขได้ตรงเป้าหมาย  ฉันคิดว่าพ่อแม่ของเด็กอื่นจะศรัทธาในโรงเรียนที่เฝ้าดูแลลูกหลานของเขาเต็มที่นะคะ

พูดแบบเด็กๆ ! “   อาจารย์สาวใหญ่คนหนึ่งบอกอย่างเหลืออด  แววตาเหยียดหยัน   โรงเรียนนี้ก่อตั้งมายาวนานกว่าอายุของอาจารย์ตรีเสียอีก  จะให้นำชื่อเสียงมาเสี่ยงกับความเห็นของคุณได้รึ

มันตรินีสะกดกลั้นความโกรธไว้  ยามเอ่ยกับผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ว่า   โรงเรียนในแถบนี้มีหลายโรง  ปกติตำรวจจะไม่มายุ่งหากปัญหานั้นๆยังเล็กอยู่  แต่เขาเดินมาติดต่อกับอาจารย์ด้วยตัวเอง  นั่นแสดงว่าโรงเรียนของเรากำลังมีปัญหาหนักมาก  และเขาคิดว่ามันเกินกำลังที่โรงเรียนจะช่วยตัวเองได้  จึงเสนอตัวเข้ามา

คำพูดของมันตรินีทำให้ทุกคนในห้องประชุมนิ่งเงียบ  ดวงตาทุกคู่แฝงแววครุ่นคิดหนัก

หากเรายังปิดบังต่อไป  ตำรวจคงไม่ยอมอยู่เฉย    มันตรินีบอกเสียงแข็ง   ปัญหาการเสพยาบ้าไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ แต่เป็นระดับประเทศ  มันกระทบต่ออนาคตของเด็ก  พวกคุณซึ่งเป็นอาจารย์ไม่ควรเห็นแก่ชื่อเสียงหรือผลประโยชน์ของตัวเอง  จนกระทั่งลืมความหมายและหน้าที่ของอาจารย์ผู้ประสาทวิชาความรู้ให้กับเด็กนักเรียน  สถานที่นี้ไม่ใช่บริษัทห้างร้านที่ต้องคำนึงแต่กำไรเป็นหลัก  ธีระวิทยาของเราเป็นโรงเรียนหวังว่าพวกคุณคงไม่ลืมเรื่องนี้นะคะ

มันตรินีพูดจบก็เดินออกไปทันทีด้วยอารมณ์ขุ่นมัว  อาจารย์คนอื่นมีความไม่พอใจหญิงสาวมากกับคำพูดกระทบกระเทียบนั้น  บางคนก็สนับสนุนความคิดของมันตรินี  ทำให้ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่มีความหนักใจยิ่งกับการตัดสินใจในปัญหานี้มาก

 

สังสิตเดินเข้ามาในห้องพักอาจารย์จึงเห็นมันตรินีกำลังเก็บโน้ตบุคส์ส่วนตัวใส่กระเป๋า 

สีหน้าไม่ดีนัก

จะออกไปไหนครับ  คุณตรี

มันตรินีรวบรวมเอกสารบางฉบับใส่กระเป๋าสะพายไหล่อีกใบ  พลางตอบว่า  หมอพรขอให้ไปช่วยงานนิดหน่อย  เดี๋ยวเธอจะขับรถมารับค่ะ

ชายหนุ่มไม่ติดใจมากนัก  เพราะรู้จักหมอพรเพ็ญซึ่งเป็นจิตแพทย์สูงวัยที่ดูแลหญิงสาวมาตั้งแต่เด็กเป็นอย่างดี  ระยะหลังหมอพรเพ็ญกำลังเขียนหนังสือทางการแพทย์  จึงขอให้มันตรินีไปช่วยด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์  ซึ่งหล่อนก็เต็มใจทำให้เต็มที่

อย่ากลับดึกล่ะครับ  คุณนวลเป็นห่วงคุณมากเพราะไม่ได้ขับรถเอง

มันตรินียิ้มนิดๆ   ถ้าฉันขับรถเอง  ท่านจะห่วงอีกไหม  พี่สิต

คงห่วงมั้ง ! “   เขาตอบ  พลางเอ่ยถามว่า   ได้ยินว่ามีการประชุมเรื่องยาบ้า  ผลเป็น

อย่างไรบ้างครับ

ฉันไม่รู้ ! “   หล่อนตอบเสียงห้วนขึ้น   และอย่าถามว่าเกิดอะไรในนั้น    เพราะฉันไม่อยากพูดถึง  น่าเบื่อที่สุด

สังสิตยืนงง  เมื่อหญิงสาวเดินหิ้วกระเป๋าสองใบออกไปจากห้องนั้นด้วยท่าทางอารมณ์เสียยิ่ง  มันเกิดอะไรขึ้นในห้องประชุมวันนี้นะ………

 

ประธานบริษัท เค พี เอ โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นชายวัยหกสิบปี  ผมขาวโพลน  ร่างสูงสันทัด  ก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานของปรานต์ อัครชัย ซึ่งเพิ่งเข้ามาเรียนรู้งานในบริษัทนี้เพียงอาทิตย์เดียว  เขาไม่เห็นเจ้าของห้องจึงตั้งใจจะรอพบ  ขณะที่นั่งรอลูกชายอยู่ที่เก้าอี้ของปรานต์  เขาเหลือบเห็นซองสีน้ำตาลเข้มวางอยู่บนโต๊ะ  จึงหยิบมาดูอย่างสนใจเพราะเจ้าของซองเป็นสำนักงานของนักสืบเอกชนที่เขาเคยรู้จักมาก่อน

พลัช ธนวัตร ! “   ขัมน์พึมพำชื่อนั้น  ดวงตาเพ่งมองภาพถ่ายของชายหนุ่มใบหน้าสี่เหลี่ยม  คมเข้ม  ริมฝีปากบางเฉียบ  ผิวค่อนข้างขาว  ดวงตาคมกร้าว  สิ่งที่สะดุดใจของประธานสูงวัยคือ  นามสกุลของชายคนนี้  มันเหมือนกับคนๆหนึ่ง  แต่หนุ่มคนนี้ไม่มีใบหน้าที่ละม้ายกับคนที่เขาคิดถึงเลยสักนิด

ขัมน์นั่งอ่านข้อมูลของพลัช ธนวัตร ที่นักสืบนำเสนออย่างละเอียด  หัวใจของเขาสั่นรัวพลางปิดแฟ้มข้อมูลอย่างแรง

เขาเป็นลูกของคนๆนั้นจริงหรือนี่ ! “  ขัมน์ครางในลำคอ  พลันรู้สึกหวาดหวั่นใจกับ

การปรากฎตัวของครอบครัวธนวัตร  โดยเฉพาะมารดาของพลัช   พัชนี ธนวัตร !

 

 

**********โปรดติดตามตอนต่อไป********

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s