ใต้เงาบาป 9

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 9
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"

                  ปรานต์ อัครชัยกำลังนั่งรับประทานอาหารค่ำกับสังสิตเพื่อนเก่าในห้องส่วนตัวของภัตตาคารญี่ปุ่น  ทั้งสองมีท่าทางผ่อนคลายมากเมื่ออยู่กันตามลำพัง

คุณตรีบอกนายไหมว่า  ไปหาหมอมาหรือยัง

คำถามของปรานต์ไม่ได้ทำให้เพื่อนเก่ามีสีหน้าเปลี่ยนไปเลย  สังสิตตอบว่า  เธอไม่ชอบพูดเรื่องตัวเองกับใคร  นั่นเป็นนิสัยของเธอ

นายไม่รู้เรอะ ? “

เมื่อคุณแจ้งให้ผมทราบเรื่องนั้น……. “  สังสิตจิบน้ำชาเล็กน้อย  ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า  ผมจึงติดตามเสาะหาเอง

ปรานต์รับสำเนาเอกสารฉบับหนึ่งจากอีกฝ่าย  อะไรรึ ? “

เอกสารการตรวจอาการของคุณตรี ! “

ฉันอ่านไม่รู้เรื่องหรอก  นายบอกมาสิ

สังสิตยิ้มเล็กน้อย  มืออ่อนแรงเกิดจากเธอใช้มันทำงานกับแป้นพิมพ์นานเกินไป  เส้นประสาทจึงอ่อนล้าและแสดงอาการออกมาเช่นนั้น

มีทางรักษาไหม ? “  ปรานต์ถามเสียงรัว  ใจนึกเป็นห่วงเต็มที

หมอให้เธอออกกำลังกายมากขึ้น  จึงช่วยฟื้นฟูได้   สังสิตถอนใจเฮือกใหญ่  ยามบอกว่า  สิ่งที่เธอทำไม่ค่อยได้คือ  ลดการใช้มือบนแป้นพิมพ์น่ะสิ

เด็กดื้อ ! “

สังสิตส่ายศีรษะไปมา  ผมเข้าใจดีว่า  เธอได้พยายามลดการใช้มือ  แต่อาชีพของเธอบังคับให้ทำเช่นนั้น

คุณตรีไม่นึกถึงสุขภาพของตัวเองต่างหาก

ผมว่าเธอรักตัวเองมากเหมือนกันนะ   สังสิตตั้งข้อสังเกต  เมื่อเล่าเหตุการณ์ที่หญิงสาวตื่นเช้ามาออกกำลังกายทุกวัน  หลังได้รับคำแนะนำจากแพทย์ประจำตัว

มันน้อยเกินไปนะ   ปรานต์ชักหงุดหงิดบ้าง  นายเตือนเธอบ้างสิ

หากผมพูดมากไป  เธออาจจับได้ว่าผมติดตามอยู่  คงโกรธ  ไม่ยอมพูดกับผม

แบบนี้ก็แย่น่ะสิ

สังสิตมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ  พลางกล่าวเอาใจว่า  ผมจะหาวิธีพูดไม่ให้เธอรู้ตัวก็ได้ครับ

ปรานต์พยักหน้าเห็นด้วย  แล้วยื่นเช็คสองฉบับให้  คุณลุงกับผมช่วยเงินสมทบกับโครงการที่คุณตรีกับนายดูแลอยู่

ฉบับละสามแสนบาท ! “  สังสิตมองตัวเลขในเช็คด้วยความดีใจ

ปรานต์กล่าวย้ำว่า  อย่าบอกชื่อของเราล่ะ  เดี๋ยวคุณตรีไม่ยอมรับเงิน

ผมเข้าใจครับ

ทั้งสองนั่งคุยกันอีกพักใหญ่  เสียงโทรศัพท์มือถือของปรานต์จึงดังขึ้น  เมื่อเขาได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายทำให้สีหน้าของชายหนุ่มเครียดขรึมขึ้นทันใด

ผมจะรีบไปทันที ! “  ปรานต์บอกแล้วเก็บโทรศัพท์โดยเร็ว

มีเรื่องไม่ดีหรือครับ ? “

ปรานต์พยักหน้ารับ  โชคไม่ดีที่มีคุณตรีเข้าไปเกี่ยวด้วยน่ะสิ

เรื่องอะไรครับ ? “  สังสิตถามเสียงรัว

แล้วจะเล่าให้ฟังทีหลังนะ

ปรานต์ทำท่าจะเดินออกไป  สังสิตกล่าวขึ้นว่า  ผมจะไปด้วย ! “

ฉันยังไม่อยากให้คุณตรีรู้เรื่องนายกับฉัน   ปรานต์กล่าวเสียงเด็ดเดี่ยว

อย่าห่วงเลย  ฉันจัดการเรื่องนี้ได้

ครับ   สังสิตจำใจรับคำ  ทั้งที่ใจเป็นห่วงมันตรินี  อย่างไรก็ตามเมื่อปรานต์มีท่าทีมั่นใจในการช่วยเหลือหญิงสาว  เขาจึงโล่งใจได้บ้าง

นายจะนั่งกินต่อไปก็ได้  ฉันเลี้ยงเอง   ปรานต์บอกก่อนจะก้าวเดินไปจากห้องพิเศษแห่งนั้น

 

ชายร่างสูง  ผมสีดำตัดสั้นเกรียนก้าวเข้าไปในโกดังแห่งหนึ่งด้วยท่าทางมาดมั่น  เขากวาดสายตามองไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์หกคนที่ยืนรายล้อมหญิงสาวทั้งสองไว้อย่างระแวดระวัง  หัวหน้าชายฉกรรจ์เดินเข้ามาคุยกับปรานต์สักพัก  จึงนำมันตรินีมาหาเจ้าของร่างสูง  จากนั้นก็กลับไปรวมกลุ่มเช่นเดิม

คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ? “  เขาถามขึ้น  เมื่อเห็นมันตรินียังอยู่ในชุดกีฬาสีแดงสลับขาว  แสดงว่าหล่อนอาจกำลังเล่นกีฬาสักอย่างก่อนจะมาอยู่ที่นี่

มันตรินีมีสีหน้ากังวล  ฉันเพิ่งเล่นสควอชเสร็จ  นิตว์ก็โทร.ให้มาที่นี่  เมื่อฉันมาเธอก็ถูกจับตัวไว้แล้ว  พวกนั้นค้นข้าวของในกระเป๋าของฉัน  จึงเห็นนามบัตรของคุณแล้วบังคับให้ติดต่อกับคุณค่ะ

คุณโชคดีที่เขายังเห็นแก่ผมบ้าง  จึงเรียกผมมาพบก่อน    ปรานต์บอกเสียงหนัก

ม่ายงั้นแม้แต่ศพของพวกคุณก็หาไม่เจอแน่

คุณต้องช่วยนิตว์นะคะ

ปรานต์มองคาดคั้น  คุณรู้ไหมว่าทำไมเพื่อนของคุณจึงถูกจับตัวแบบนี้

หญิงสาวพยักหน้ารับโดยดี  พลางย้ำเสียงว่า  ฉันอยากได้เพื่อนกลับมาทั้งที่มีชีวิต ไม่ใช่ศพนะคะ

มันขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเธ อ   ปรานต์ตอบ  สีหน้าไม่สบายใจนัก

มันตรินีทำท่าจะเอ่ยบางอย่าง  แต่ชายหนุ่มกล่าวขึ้นก่อนว่า  คุณออกไปคอยข้างนอกก่อน  ผมจะเจรจากับพวกเขาเอง

เราควรแจ้งตำรวจไหมคะ ? “  หล่อนลดเสียงถาม

เชื่อใจผมเถอะ   เขาบอกเสียงหนักแน่น  หากให้ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง  เรื่องจะยาว

มันตรินียอมรับความเห็นของเขา  แต่ยังอิดออดไม่ยอมเดิน  เขาจึงกล่าวพร้อมกับด้วยรอยยิ้มที่มุมปากว่า  พวกนอกกฎหมายด้วยกันพูดง่ายกว่าเยอะ  คุณตรี

หญิงสาวสะอึกเล็กน้อยกับคำพูดของอีกฝ่าย  ซึ่งหล่อนมักเรียกปรานต์เป็นพวกนอกกฎหมายเสมอ  แต่วันนี้หล่อนต้องยอมรับความช่วยเหลือตามแบบฉบับของเขาทั้งที่ไม่เคยชอบวิธีการพวกนี้เลย

ออกไปได้แล้ว  คุณตรี   เขาบอกย้ำเสียง  พลางผลักร่างหญิงสาวเบาๆ

เมื่อมันตรินีเดินออกไปนอกโกดังแห่งนั้น  ปรานต์ก้าวเท้าเข้าไปเจรจากับกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นทันที

 

มันตรินีเดินไปมาด้วยอาการกระวนกระวายอยู่หน้าโกดังที่ใช้กักขังชนิตว์เพื่อนนักข่าวของหล่อน  เสียงประตูเหล็กเปิดออกหล่อนเห็นปรานต์กับชนิตว์เดินออกมาอย่างปลอดภัย  แต่ดูเหมือนทั้งสองกำลังโต้เถียงกัน  หญิงสาวก้าวเท้าไปหาคนทั้งสองด้วยความดีใจยิ่ง

ฉันต้องเสียเวลา  เสียเงิน  กว่าจะได้ฟิล์มนั้นมา……. “  ชนิตว์พูดอย่างหงุดหงิด  น้ำเสียงขุ่นเคือง  แต่คุณแย่งจากฉันไปให้พวกเขาอย่างง่ายๆ  เท่ากับสนับสนุนการทำผิดกฎหมายของเขานะ

ปรานต์ชะงักฝีเท้า  แล้วหันขวับมาจ้องอีกฝ่ายเขม็ง  พวกนั้นยอมรับฟิล์มคืนไปโดยไม่เอาชีวิตของคุณไปด้วย  นับว่าปรานีแล้วนะ  คุณนักข่าว

แต่…… “

น้ำเสียงของปรานต์แข็งกร้าวยามเอ่ยว่า  ถ้าย้อนเวลาได้คุณจะเลือกเอาฟิล์มหรือชีวิตตัวเองล่ะ  ลองคิดดูสิ

ชนิตว์ยืนนิ่ง  ลำคอตีบตัน  ใจหวาดหวั่นกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้  อันที่จริงคำพูดของชายหนุ่มก็น่าคิด  หล่อนยังนึกเสียดายฟิล์มที่แอบถ่ายภาพการค้าของเถื่อนในท่าเรืออันเป็นความลับมานาน  หากได้ตีพิมพ์หล่อนจะมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างแน่นอน

ฉันก็ไม่ได้เกิดเสียที ! “  ชนิตว์บ่นพึม

คุณน่าจะเขียนเรื่องอื่น  ม่ายงั้นยังไม่ทันเกิดในวงน้ำหมึก  คุณก็ลาโลกนี้ไปแล้ว  คนเราไม่มีโชคดีบ่อยครั้งหรอกนะ  คุณนักข่าว   เขากล่าวเตือน  แล้วเดินไปที่รถของเขาอย่างหัวเสีย

มันตรินีเข้ามาปลอบใจเพื่อนสนิทว่า  เธอยังมีชีวิต  ก็มีโอกาสในอนาคตนะ นิตว์

ฉันไม่มีข้อมูลจะเขียนอีกแล้ว

ค่อยๆคิดก็ได้

ชนิตว์หันขวับมามองเพื่อนร่างเล็กอย่างเอาเรื่อง  เธอรู้จักกับคุณปรานต์มาก่อนรึ ตรี

มันตรินีอึ้งไปนิดหนึ่ง  ก่อนจะพยักหน้ารับ  ชนิตว์เอ่ยตัดพ้อว่า  ทำไมต้องปิดบังกันด้วย  ไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนรึไง

เธอไม่ได้ถามนี่นา

ชนิตว์ถอนใจยาว  พลางกระซิบว่า  อย่าเล่าเรื่องที่ฉันบอกกับเธอให้เขารู้นะ  จริงสิ  แล้วเธอเอาชัชไปไว้ไหนล่ะ ตรี

เธอคิดว่า…… “  มันตรินีอ้าปากค้างกับความเข้าใจผิดของเพื่อน

ชนิตว์มองชายหนุ่มซึ่งยืนรออยู่ที่รถของเขาด้วยความเสียดาย  ผู้ชายที่สมบูรณ์ตามแบบฉบับในฝันของสาวๆหายากจริง  เมื่อฉันได้พบก็มีเจ้าของเสียแล้ว  น่าเสียดายจัง

เธอเข้าใจผิดแล้ว  นิตว์

ชนิตว์มีสีหน้าสงสัย  ขณะก้าวตามเพื่อนร่างเล็กไปหาปรานต์

ฉันรู้จักเขาส่วนหนึ่งเพราะคุณปรานต์เป็นเพื่อนสนิทกับพี่ภัคญาติผู้พี่ของฉัน

มันตรินีตอบเสียงชัด  แล้วย้ำอีกว่า  เขาจึงไม่ใช่แฟนของฉัน ! “

ฉันยังมีหวังอีกรึ ! “

ตราบใดที่เขายังไม่มีเจ้าของ  เธอก็มีหวังเสมอแหละ นิตว์

ชนิตว์หรี่ตามองเพื่อนด้วยความฉงน  ไม่กลัวฉันอาจชนะพี่สาวของเธอหรือ  ตรี

หัวใจของคนเปลี่ยนได้เสมอ  จึงไม่มีอะไรแน่นอน   มันตรินีบอกเสียงจริงจัง

พูดราวกับว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไร  หากมีคนมาแย่งชัชไป

มันตรินียิ้มเย็น  บางทีอาจเป็นเพราะฉันอ่านหนังสือธรรมะมากล่ะมัง  จึงไม่ยึดติดกับเรื่องหัวใจของคน  แต่ฉันก็จะไม่แย่งคนรักของใครเช่นกัน

มั่นคงดีจัง   ชนิตว์พูดพลางกลั้วเสียงหัวเราะ

มันตรินีบอกเสียงเบาลงว่า  ฉันก็หวังว่าจะมั่นคงตลอดไป ! “

ปรานต์เดินเข้ามาหาหญิงสาวร่างเล็ก  เมื่อชนิตว์ผลุบเข้าไปนั่งที่เบาะหลังแล้ว

คุณเป็นหนี้ผมแล้วนะ

ฉันไม่ลืมหรอกค่ะ   มันตรินีตอบเสียงห้วนเล็กน้อย   แต่สังหรณ์ใจจังว่าคุณจะทวงหนี้แบบที่ฉันไม่ชอบนัก

รับรองว่าไม่ให้คุณทำผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมแน่นอนครับ  คุณตรี เขากล่าวอย่างมั่นใจ  ก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่คนขับด้วยอารมณ์ดีขึ้น

 

ภายในห้องพักของโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งบนถนนรัชดาภิเษก  ชายหนุ่มผิวขาว  ใบหน้าหล่อคมกำลังนั่งจิบเหล้าในแก้วอย่างใจเย็น  ประตูห้องเปิดออกโดยมีหญิงสาวร่างบอบบางในชุดเสื้อแขนยาว  คอปิด  กระโปรงสั้นเหนือเข่าเผยให้เห็นช่วงขาที่เรียวยาว  ผิวเนียน  ก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่าทางเชื่อมั่น  ริมฝีปากแย้มยิ้มเมื่อเห็นชายหนุ่มจ้องมองอยู่

คุณคือกัญญาสินะ   เขาถามขึ้นก่อน  มือหมุนแก้วเหล้าไปมา

หญิงสาวใบหน้างามพยักหน้ารับ  พลางตอบเสียงหวานว่า  ใช่ค่ะ  แล้วคุณล่ะคะ ? “

เริ่มงานของคุณได้แล้ว ! “

กัญญาหุบยิ้มเกือบทันที  เจ้าของใบหน้าหล่อคมมองนัยน์ตากร้าว  น้ำเสียงเข้มยามกล่าวว่า  ถอดเสื้อผ้า  แล้วไปนอนบนเตียง

ฉันไม่ชอบลูกค้าที่ไร้มารยาทเช่นนี้

หญิงสาวทำท่าจะเดินออกไป  เขากระชากร่างบอบบางไว้  แล้วเหวี่ยงลงไปบนเตียงนอน  พลางพูดคำรามในลำคอว่า  ผู้หญิงแบบคุณมีสิทธิ์เลือกลูกค้าด้วยรึ  กัญญา

หยาบคาย ! “

ชายหนุ่มยังกดร่างของกัญญาไว้แน่น  แล้วก้มกระซิบข้างหูว่า  คุณไม่รู้จักผม  แต่คู่ขาประจำของคุณต้องจดจำไว้นานทีเดียว

บ้าที่สุด ! “

หญิงสาวเริ่มดิ้นรนเมื่อเขาระดมจูบอย่างบ้าคลั่ง  สักครู่ชายหนุ่มเงื้อฝ่ามือตบใบหน้าของกัญญาเต็มแรง

ผมต้องการบริการจากคุณให้สมกับเงินที่จ่ายไป  ได้ยินชัดไหม ? “

เลือดไหลซึมจากริมฝีปากสีสดของกัญญา  ดวงตาของเขาพราวระยับเมื่ออีกฝ่ายหยุดดิ้นรน  ชายหนุ่มจับใบหน้าของหล่อนให้มองมาที่ตัวเขา

ผมชื่อพลัช  ธนวัตร ! “

กัญญานอนนิ่งน้ำตาซึมและปล่อยให้ชายหนุ่มผู้เป็นลูกค้าปลดปล่อยอารมณ์ใคร่กับเรือนร่างของหล่อนด้วยความรุนแรงตามความปรารถนาของเขา  ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวทั้งหัวใจและร่างกายเหลือประมาณ

 

เวลาเดียวกันนั้นปรานต์  อัครชัย กำลังขับรถไปส่งมันตรินีที่บ้านธมนันท์  หลังจากแวะส่งชนิตว์นักข่าวสาวซึ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาหมาดๆที่แมนชั่นของหล่อน  ทั้งสองนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง  ปรานต์เริ่มหมดความอดทน  จึงพูดทำลายความเงียบก่อน

คุณนั่งสมาธิหรือไง  ไม่ได้ยินเสียงพูดสักคำ

ไม่มีอะไรจะพูดต่างหาก   มันตรินีตอบเสียงสะบัดนิดๆ

ปรานต์อมยิ้ม  สีหน้าจริงจังยามเอ่ยเตือนว่า  เพื่อนของคุณชอบทำงานเสี่ยงๆ คุณควรเลี่ยงบ้าง  อย่าคบให้สนิทนัก  เดี๋ยวจะเดือดร้อน

นิสัยนิตว์ชอบความยุติธรรม  จิตใจดี  ชอบผาดโผนบ้าง   หล่อนพูดพลางถอนใจเล็กน้อย  เพื่อนแบบนี้หาไม่ง่ายในยุคนี้  และเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวพันกับงานของเธอ  ฉันไม่อยากเลิกคบกับนิตว์ด้วยเรื่องนี้  มันไม่ยุติธรรมเลย

ผมเข้าใจ  แต่……”

มันตรินีกล่าวขัดขึ้นว่า  เรื่องของฉันกับนิตว์เป็นเรื่องส่วนตัว  คุณไม่ควรก้าวก่ายนะคะ

ก็ได้   เขายอมรับโดยดี

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น  ชายหนุ่มนำรถจอดเข้าข้างทางก่อน  แล้วเปิดช่องเก็บของด้านหน้ารถ  พลางหยิบโทรศัพท์มาฟังด้วยสีหน้าเครียด

คุณรออยู่ที่นั่นนะ  ผมจะไปหาโดยเร็วที่สุด   ปรานต์บอกเสียงเข้ม  แล้วปิดโทรศัพท์ทันที

เพื่อนของผมมีปัญหาหนัก  คงต้องไปส่งคุณทีหลัง

ฉันกลับบ้านเองได้ค่ะ    มันตรินีบอกอย่างเกรงใจ

ผมไม่ยอมปล่อยคุณกลับบ้านคนเดียวแน่   เขายืนกรานหนักแน่น

สีหน้าเครียดขรึมของปรานต์ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าไม่ควรตอแยเขามากนัก  จึงนั่งสงบเงียบไปตลอดทาง  ชายหนุ่มปรายตามองผู้ที่นั่งเคียงข้างนิดหนึ่ง  ก่อนจะเร่งความเร็วเพื่อไปยังจุดหมาย

 

*********โปรดติดตามตอนต่อไป**********

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s