เสื่อมสลาย คือ สัจธรรม

เสื่อมสลาย คือ สัจธรรม

 

เขียนโดย  แก้วมณี

 

สารคดีชุด เปิดกรุโบราณในประเทศจีน ตอน เปิดสุสานจักรพรรดิติ้ง แห่งราชวงศ์หมิง ทำให้มองเห็นสัจธรรมสำหรับผู้มีอำนาจทั้งหลายว่า สุดท้ายเถ้ากระดูกก็ไม่มีให้เห็นอีก การคืนชีพกลับมาเสพสุขดังที่หวังหรือเชื่อถือแต่โบราณนั้นล้วนมิใช่ความจริง สิ่งที่ชนรุ่นหลังได้รับรู้หรือเห็นกับสายตาคือ ประวัติ ผลงานในช่วงชีวิตของคนตาย วัตถุต่างๆที่ใส่อยู่ในโลงหรือสุสานเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ในอดีต ณ เวลาปัจจุบันนั้นเขาไม่มีตัวตนอีกต่อไป แม้จะยิ่งใหญ่เป็นจักรพรรดิหรือฮ่องเต้ที่มีอำนาจเหนือชีวิตชาวจีนมาก่อนก็ตาม สัจธรรมที่ว่า ความตายเป็นสิ่งเที่ยงแท้แน่นอน ทุกคนหนีไม่พ้นความตายไม่ว่าจะมีระดับชนชั้นสูงหรือต่ำล้วนเหลือพื้นที่แค่โลงศพ สิ่งที่จะให้คนอื่นจดจำไว้ คือ ความดีหรือชั่วที่ตนสร้างไว้เมื่อยังมีชีวิตอยู่

ราชวงศ์หมิงถือเป็นราชวงศ์ของจีนที่ครองอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ยาวนานที่สุด และเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามและใช้สืบทอดกันมาถึงราชวงศ์ชิง ปัจจุบันนี้บางส่วนของราชวังแห่งนี้ก็เป็นที่ทำงานของรัฐบาลจีนด้วย พื้นที่ไม่ห่างจากพระราชวังต้องห้ามเป็นเทือกเขาของสุสานราชวงศ์
หมิงที่มีพระศพจักรพรรดิฝังร่างอยู่ 13 พระองค์ และมีการขุดค้นเปิดสุสานอย่างสมบูรณ์แค่พระองค์เดียว คือ จักรพรรดิ ติ้ง ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ครองราชย์ยาวนานพระองค์หนึ่งและมีชีวิตน่าสนใจพอควร รัชสมัยของพระองค์อยู่เกือบปลายราชวงศ์หมิงที่ถูกกองทัพชิงโค่นล้มซึ่งเป็นรุ่นพระโอรสของพระองค์ครองราชย์พระนามว่า จักรพรรดิฉงเจิน

จักรพรรดิติ้งครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาเมื่อพระชนมายุ 10 พรรษา จึงต้องให้ข้าหลวงชั้นผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทน เมื่อพระองค์เติบใหญ่พร้อมจะบริหารแผ่นดินด้วยพระองค์เอง ข้าหลวงกลุ่มนั้นไม่ยินยอมมอบอำนาจคืนแก่พระองค์ แต่ต้องการเชิดพระองค์เป็นหุ่นและทำตามคำสั่งของพวกเขาเท่านั้น จึงสร้างความขัดเคืองใจแก่พระองค์อย่างมาก ความฝันที่พระองค์จะเป็นจอมทัพทำศึกร่วมกับกองทหารของพระองค์สลายลง ด้วยพระชันษาเกือบ 30 ปี พระองค์เบื่อหน่ายการแย่งชิงอำนาจกับกลุ่มข้าหลวงและตระหนักใจดีว่า มิอาจต้านทานจิตทะเยอทะยานของพวกเขาที่อยากให้พระองค์เป็นหุ่นเชิด พระองค์เลือกจะแสดงท่าทีต่อต้านด้วยการวางเฉยและเก็บตัวเงียบหาความสุขสำราญในพระราชฐานชั้นใน การติดต่อระหว่างจักรพรรดิกับกลุ่มข้าหลวงใหญ่จะผ่านขันทีหลวงเท่านั้น เมื่อมีการส่งหนังสือเพื่อขอความเห็นชอบจากจักรพรรดิตามขั้นตอนปกติ หากพระองค์เห็นชอบก็จะลงพระนามแล้วให้ขันทีไปส่งมอบหนังสือแก่ข้าหลวงเท่านั้น งานราชประเพณีทุกอย่างที่จักรพรรดิต้องเกี่ยวข้องด้วย พระองค์จักปฏิเสธทั้งหมด รัชสมัยของพระองค์จึงมีน้อยครั้งมากที่เหล่าข้าหลวงหรือประชาชนจะเห็นงานปฏิบัติของพระองค์หรือข่าวคราวจากพระองค์ กลุ่มข้าหลวงใหญ่จึงบริหารบ้านเมืองอย่างติดขัดเป็นระยะ แม้ไม่พอใจที่มิอาจพบหรือเจรจากับพระองค์ได้ แต่จำต้องยอมรับเพราะพระองค์กระทำตามอำนาจของจักรพรรดิและไม่อยากรับรู้พฤติกรรมของพวกเขาอีก

ณ เวลาส่วนพระองค์ของจักรพรรดิติ้งในเขตพระราชฐานชั้นในนั้นเล่าลือกันว่า พระองค์รอคอยเวลาตายอย่างเดียวซึ่งถือเป็นเวลาแห่งอิสรภาพแท้จริง พระองค์เริ่มก่อสร้างสุสานของพระองค์ขึ้นในเทือกเขาสุสานราชวงศ์หมิงเช่นเดียวกับจักรพรรดิองค์ก่อนๆ แนวคิดของพระองค์คือ จำลองพระราชวังต้องห้ามไว้ในสุสานเยี่ยงเดียววังบนโลก เตรียมสถานที่เก็บพระศพของพระองค์ ของพระมเหสีทั้งสอง จัดวางข้าวของเครื่องใช้สำหรับจักรพรรดิและจักรพรรดินีที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ อันมีทั้งถ้วยชามกระเบื้อง ผ้าไหม ผ้าแพรลวดลายงดงามและถักทอด้วยฝีมือเลิศยิ่ง แม้เวลาจะผ่านไปนานนับพันปี วันที่นักประวัติศาสตร์จีนเปิดสุสานของจักรพรรดิติ้งก็ได้เห็นความยั่งยืนของวัตถุที่พระองค์จัดวางไว้ตามความเชื่อที่จะกลับมาฟื้นคืนชีพและเสวยสุขพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ของจักรพรรดิจีนผู้ยิ่งใหญ่ตามฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ แต่เมื่อเดินเข้าไปยังห้องบรรจุหีบพระศพของจักรพรรดิและพระมเหสีทั้งสอง พวกเขาเห็นข้าวของอันมีค่าสำหรับจักรพรรดิและพระมเหสี เช่น ผ้าไหมคลุมพระศพ ชุดฉลองพระองค์ของฮ่องเต้และฮองเฮาที่ถักทอลวดลวยงามยิ่ง มงกุฎของจักรพรรดิและพระมเหสีซึ่งทอจากด้ายทองคำและอัญมณีมีค่าหลากสีซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นอย่างงดงามชนิดที่ช่างปัจจุบันยังมิอาจเทียบฝีมือกันได้ แต่สิ่งที่คาดหวังว่าจะได้เห็นหีบพระศพที่สมบูรณ์และงามสง่าเยี่ยงจักรพรรดิ กลับพบเพียงหีบไม้ชั้นดีขนาดใหญ่สามใบที่แตกสลาย ผุพัง ไปตามกาลเวลา ภายในมีเครื่องใช้ส่วนพระองค์ที่ชื่นชอบและใช้เป็นประจำจัดไว้รอบพระศพยังคงวางอยู่ ณ จุดเดิม แต่พระศพได้สูญสลายไปสิ้นแล้วเหลือเพียงเศษผ้าไหมอันเป็นฉลองพระองค์ที่สวมกับศพเหลือทิ้งไว้ให้ชนรุ่นหลังเท่านั้น เถ้ากระดูกก็ไม่มีให้พบเห็นเลย ความยิ่งใหญ่ของสุสานแห่งนี้ คือ ข้าวของเครื่องใช้ของจักรพรรดิติ้งที่ยังคงความงดงามและยิ่งใหญ่ พระราชวังต้องห้ามจำลองที่สร้างเป็นสุสาน หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของจักรพรรดิติ้งก็เกิดศึกชิงอำนาจระหว่างพระโอรสสองพระองค์ซึ่งเกิดต่างพระมารดา แม้พระองค์จะทำพระพินัยกรรมกำหนดให้พระโอรสที่เกิดจากพระสนมคนโปรดสืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เหล่าขุนนางไม่ยอมทำตามพระบัญชานั้นโดยสนับสนุนพระโอรสอีกองค์ขึ้นครองอำนาจแทน จึงเกิดศึกชิงอำนาจขึ้นในราชสำนัก ต่อมาอีกไม่กี่ปีราชวงศ์หมิงก็สิ้นสลายเพราะกองทัพประชาชนบุกเข้าปล้นและยึดวังล้มล้างราชวงศ์หมิงก่อนที่กองทัพของชิงจะเข้าทำลายพวกเขาได้และก่อตั้งราชวงศ์ชิงขึ้น อันถือเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์หมิงอย่างแท้จริง

ภาพความโอ่อ่าสง่างามของสุสานจักรพรรดิติ้ง ข้าวของเครื่องใช้สูงค่าและมากมาย ยังคงอยู่ให้ชนรุ่นหลังเห็นและชื่นชมกับความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิยุคโบราณ ส่วนพระศพสูญสลายไปสิ้น มันบอกยืนยันชัดและเตือนใจชนรุ่นหลังได้ว่า  แม้จะอยู่ในชนชั้นสูงหรือต่ำ เมื่อต้องลาลับจากโลกนี้ไปสู่แดนความตาย ร่างกายต้องย่อยสลายและผุพังไปตามกฎธรรมชาติเสมอ ไม่มีผู้ใดหนีพ้นหลักธรรมนี้ได้ สิ่งที่ชนรุ่นหลังจดจำเกี่ยวกับราชวงศ์หมิง คือ การก่อตั้งอาณาจักรและสืบทอดยาวนานอย่างยิ่งใหญ่ ความเสื่อมโทรมของงานบริหารในรัชสมัยแต่ละพระองค์อันเป็นเหตุให้ราชวงศ์ต้องสูญสลายและเปลี่ยนราชวงศ์ไปในท้ายที่สุดล้วนเกิดขึ้นจากจักรพรรดิและข้าราชบริพารที่เห็นแก่ตัว มัวเมาในกิเลสตัณหา แย่งชิงอำนาจกัน บีบคั้นประชาชนเพื่อความสุขส่วนตัว คนรักชาติ รักแผ่นดิน บริหารบ้านเมืองน้อยกว่าคนชั่ว จักรพรรดิละเลยประชาชน ไร้จิตสำนึกต่อหน้าที่ของจักรพรรดิซึ่งต้องเสียสละเพื่อปวงชนและความผาสุกของบ้านเมืองเป็นหลัก ประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงนั้นแม้จะมีจักรพรรดิมากพระองค์ที่สุด แต่มีน้อยมากที่จะเป็นที่กล่าวขานในทางชื่นชมสำหรับประชาชนในเวลานั้นหรือนักประวัติศาสตร์ในยุคปัจจุบัน ดังนั้น การเปิดสุสานจักรพรรดิติ้งแห่งราชวงศ์หมิงช่วยยืนยันหลักธรรมที่ว่า ความตาย คือ ความว่างเปล่าและเป็นสิ่งที่แน่นอนอย่างเดียวของมนุษย์ สิ่งที่เหลือไว้ในปฐพีนี้ คือ ผลของการทำดีหรือทำชั่วที่เขาหรือเธอกระทำไว้เมื่อยังมีชีวิตว่า จะเป็นที่กล่าวขานในทางดีหรือร้ายให้ผู้คนคิดถึงชื่นชมหรือประณามหยามเหยียด ประชาชนรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินหรือในพระราชวังของจักรพรรดิ แม้ไม่อาจพูดได้ถนัดปาก แต่ความเกลียดที่ประชาชนแสดงออกให้โลกเห็น แม้จะแตะต้องคนที่พวกเขาเกลียดไม่ได้ จนกลายเป็นที่กล่าวขานมาถึงยุคปัจจุบัน คือ ตำนานการทำปาท่องโก๋ซึ่งประชาชนได้รับการกดขี่ข่มเหงจากข้าหลวงชั้นผู้ใหญ่และจักรพรรดิที่อ่อนแอ พวกเขาต้องการประณามและแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง จึงปั้นแป้งสองชิ้นแล้วนำมาติดกัน จากนั้นไปทอดในน้ำมันเดือด แล้วนำมากินอย่างเอร็ดอร่อยเพื่อความสะใจของประชาชน ปาท่องโก๋คือตัวแทนข้าหลวงชั่ว น้ำมันเดือดคือความแค้นใจของประชาชน มันเป็นการตอบโต้ของประชาชน จักรพรรดิที่อ่อนแอไม่ดูแลแผ่นดินให้สงบสุขหรือเป็นทรราชย์จักถูกประณามสืบทอดกันมาชั่วลูกชั่วหลานในหมู่ประชาชนอย่างไม่มีวันลืมเลือนได้ แม้จะไม่เหลือเถ้าถ่านแต่คำกล่าวขานในทางไม่ดีจะยังคงได้ยินอยู่ถึงชนรุ่นหลัง สังขารไม่เที่ยงแท้ ผลกรรมไม่ว่าดีหรือชั่วที่กระทำบนโลกสืบทอดยาวนานไม่สูญสลายแตกต่างจากเลือดเนื้อของคน สุดท้ายก็เหลือแค่พื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กที่ร่างเหยียดยาวได้เท่านั้น มันเป็นสัจธรรมโดยแท้

 

****************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s