ใต้เงาบาป 8.1

เฉพาะอ่านออนไลน์
 
ใต้เงาบาป 8.1
 
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

สังสิตตื่นแต่เช้าเหมือนเช่นปกติ  แต่วันนี้เขารู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเห็นเจ้าของร่างเล็กบาง  ในชุดวอร์มสีแดงสด  กำลังวิ่งเหยาะๆในสนามหญ้าเพียงลำพัง  เขาเดินลากขาซ้ายไปหาหญิงสาวทันที  มันตรินีวิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเขาอย่างรู้ใจ

อยากถามสินะว่า  ทำไมมาวิ่งแต่เช้ามืดแบบนี้ 

สังสิตยิ้มเล็กน้อย  คุณจะตอบไหมล่ะ ? 

ฉันเพิ่งไปเช็คสุขภาพมา……. “  หล่อนทรุดนั่งบนก้อนหินใหญ่  ท่าทางเหนื่อย  หมอเตือนให้ออกกำลังกายบ้าง  ฉันจึงตัดใจลุกขึ้นจากที่นอน  แล้วมาที่นี่ไงล่ะ

ดวงตาของสังสิตยังคงสงบนิ่ง  ขณะที่หญิงสาวเอื้อมหยิบดรัมเบลคู่หนึ่งขึ้นมาเพื่อใช้ออกกำลังกาย

นี่เป็นการทำให้แขนแข็งแรง  โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ

ผมคิดว่าคุณจะเพาะกล้ามเหมือนผู้หญิงยุคใหม่เสียอีก   เขากล่าวล้อ

มันตรินีหัวเราะเสียงใส  พลางบอกว่า  วันนี้ฉันไม่มีชั่วโมงสอน  จึงไม่ไปโรงเรียน  พี่สิตช่วยแจกคูปองอาหารให้นักเรียนทุนทีนะ

คุณจะอยู่บ้านรึ ? “

เปล่า  แต่จะไปที่บริษัทเพื่อทดสอบเกมที่เพิ่งส่งมาให้ฉันค่ะ

หมู่นี้รู้สึกว่ามีงานทดสอบเข้ามามากจัง   เขาตั้งข้อสังเกต

คนมีฝีมือนี่นา ! “  หล่อนตอบทีเล่นทีจริง  แล้วลุกขึ้นยืน

สังสิตกล่าวว่า  เมื่อกี้นี้คุณชัชโทร.มาบอกว่าเขาอยากให้คุณไปเป็นเพื่อนกับเขาด้วยตอนสมัครงานวันนี้

เมื่อพูดถึงชัชเพื่อนชายคนล่าสุด  หญิงสาวมีรอยยิ้มเล็กน้อย  เดี๋ยวฉันจะให้เขาไปรับที่บริษัทเองค่ะ  ยังไงงานของฉันต้องมาก่อน

มันตรินียังกล่าวล้อชายหนุ่มด้วยว่า  พี่สิตชอบทำหน้าเคร่งแบบนี้  สาวสวยที่ไหนจะกล้ามาตอแยด้วย  ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงเป็นรอยยิ้มมีเสน่ห์มากๆจะเอาชนะใจพี่ภัคได้ไงคะ

หญิงสาวกล่าวจบก็เดินจากไป  สังสิตส่ายศีรษะไปมา  แววตาหม่นเศร้า  เมื่อก่อนกับวันนี้แตกต่างกันไปแล้ว  ผมรู้จักเงาในหัวใจของตัวเองดีขึ้น  คุณตรี

 

ช่วงบ่ายชัชขับรถมารับมันตรินีที่บริษัทซึ่งหล่อนทำงานอยู่  แล้วพาไปยังตึกพิตรพิบูล  ทีแรกหล่อนอิดออดไม่ยอมไปด้วย  แต่ด้วยคำขอร้องของเพื่อนหนุ่มทำให้จำใจต้องไปกับเขา  ขณะที่ชัชเข้าไปสอบสัมภาษณ์ในห้องผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทพี อาร์ อินเวสเมนต์ ซึ่งตั้งอยู่ในตึกนั้น  หล่อนขอนั่งรออยู่ที่ชุดรับแขกด้านนอกโดยอ่านหนังสือที่พกติดตัวมาด้วย  หญิงสาวไม่ทันสังเกตเห็นเจ้าของดวงตาคมเข้มซึ่งเพิ่งเดินออกจากลิฟต์  เขามองหญิงสาวนิดหนึ่ง  พอดีเลขาสาวของผู้จัดการฝ่ายบุคคลเดินถือแฟ้มมาที่ลิฟต์  เขาจึงเรียกไว้โดยเร็ว

ผู้หญิงคนนั้นมาสมัครงานรึ ? “

เลขาสาวมองไปที่หญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ที่ชุดรับแขก  ไม่ใช่ค่ะ  ดิฉันเห็นว่ามากับผู้ชายซึ่งกำลังคุยกับผู้จัดการฝ่ายอยู่ค่ะ

ปรานต์กวาดตามองผู้สมัครหลายคนซึ่งนั่งรออยู่หน้าห้องด้วยท่าทางครุ่นคิด

เขาชื่อชัชใช่ไหม ? “

เลขาสาวทำท่านึกทบทวน  พลางเอ่ยว่า  ใช่ค่ะ  รู้สึกว่าถูกปลดออกมาจากไฟแนนซ์ที่ปิดไปนั่นแหละ

คุณสะอาดเลือกคนไว้หรือยัง ? “

ยังค่ะ

คุณช่วยบอกให้คุณสะอาดไปพบผมที่ห้องประชุมเล็กด้วย   เขากล่าวเสียงเข้ม  แล้วยังย้ำอีกว่า   เดี๋ยวนี้ด้วยนะ ! “

ค่ะ   เลขาสาวรับคำด้วยความงุนงง  จากนั้นจึงเดินกลับไปที่ห้องของเจ้านายโดยเร็ว

มันตรินีเงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือ  จึงเห็นร่างสูงสง่าของปรานต์ อัครชัยที่เดินตรงไปยังห้องหนึ่ง  แม้จะไม่เห็นใบหน้าของเขาเพราะเดินหันหลังให้  หล่อนยังจำชายหนุ่มได้อย่างแม่นยำ

ทำไมนะ  มาตึกนี้ทีไรต้องเห็นเขาทุกทีเลย   หล่อนพึมพำด้วยอารมณ์ขุ่นมัวโดยไร้สาเหตุ

 

สักพักชัชเดินหน้าง้ำเข้ามาหามันตรินีเพื่อนหญิง  อารมณ์หงุดหงิด  หญิงสาวยิ้มเอาใจ  พลางลุกเดินไปยังลิฟต์ด้วยกัน

คุยกันเดี๋ยวเดียว  เขาก็ขอตัวออกไป  แล้วไล่ผมกลับก่อน  บอกให้รอจดหมาย

ชัชบอกเสียงห้วน  พลางใช้มือกระแทกปุ่มลิฟต์

หญิงสาวกล่าวปลอบใจว่า  ทุกคนที่สมัครงาน  ก็ต้องรอรับจดหมายเรียกทั้งนั้น คุณไม่น่าเครียดเลย  เสียสุขภาพจิตหมด

ผมตกงานมาสองเดือน  และสมัครงานเป็นสิบบริษัทแล้วนะ

ช่วงนี้ทุกบริษัทต่างก็ย่ำแย่  การรับคนเพิ่มเท่ากับเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท  ดังนั้นจึงต้องเฟ้นหาเป็นพิเศษ

เมื่อก่อนผมคิดว่าเรียนคอมพิวเตอร์  แล้วจะไม่ตกงาน  แต่ในที่สุดผมก็คิดผิด

คณะของคุณยังดีกว่าพวกอักษรศาสตร์น่า    หล่อนพูดเอาใจเต็มที่  เมื่อเห็นท่าทางหดหู่ของเขา

เงินสะสมของผมกำลังหมด   ชัชพูดด้วยสีหน้าหนักใจ  เดือนหน้าถ้าไม่มีเงินจ่ายค่างวด  ค่าเช่า  ข้าวของคงถูกยึด  ผมต้องนอนข้างถนนแน่คราวนี้

อย่าคิดในทางร้ายนักสิ   หล่อนพูดจริงจัง  ถ้าจำเป็นมากขนาดนั้น  ฉันยินดีให้ยืมเงินก็ได้

จริงหรือ ? “  ชัชมีสีหน้าดีขึ้น  เพราะเป็นคำพูดที่เขาเฝ้ารอคอยจากหญิงสาว  เขารู้ดีว่ามันตรินีมีเงินสะสมมากทีเดียว  เฉพาะรายได้จากงานทดสอบเกมที่บริษัทญี่ปุ่นจ่ายเป็นรายเดือนให้  เขาเคยคำนวณได้ว่าเป็นหลักหมื่น  หล่อนทำงานมาเกือบสองปีแล้ว  นั่นหมายความว่าเป็นเงินแสนในธนาคารแน่นอน  หากเขาสามารถทำให้มันตรินีนำเงินออกมาช่วยผ่อนรถ  ผ่อนบ้านได้  เขาก็แทบไม่ต้องห่วงเลย  รถยนต์ของเขาจะเป็นสิ่งแรกที่หมดพันธะด้วยระยะเวลาอันรวดเร็วแน่

ขอบคุณมากนะ คุณตรี

คุณกำลังมีความทุกข์  ฉันเป็นเพื่อนก็ยินดีช่วยค่ะ   หล่อนกล่าวจากใจจริง

ประตูลิฟต์เปิดออก  ขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวเข้าไปในนั้น  ผู้จัดการฝ่ายบุคคลวิ่งกระหืดกระหอบมาเรียกคนทั้งสองไว้ทันท่วงที

พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าคุณชัชนำหลักฐานเพิ่มเติมและมารายงานตัวที่นี่นะครับ

หญิงสาวมองอย่างงุนงง  ขณะที่ชัชมีท่าทางดีใจเต็มที่  ผมไม่ต้องรอจดหมายเรียกหรือครับ ? “

เราตกลงรับคุณ ! “  ผู้จัดการย้ำเสียง  แล้วขอตัวกลับไปทำงาน

ทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์ด้วยความสุขสมใจ  โดยมีสายตาคมกริบของปรานต์มองตามไป  แววตาครุ่นคิดแกมหนักใจลึกๆ

หมอนี่มีท่าทางหลุกหลิก  ไม่น่าไว้ใจเลย   เขาพึมพำเมื่อเห็นลักษณะของชัชซึ่งเป็นเพื่อนชายของมันตรินีผู้หญิงที่เขามีหน้าที่ดูแลอยู่

 

มันตรินีบอกกับชัชเพื่อนชายให้รอที่รถของเขาสักครู่  โดยจะกลับไปเอาของที่ลืมไว้  อันที่จริงหล่อนตั้งใจจะไปหาคำตอบที่ข้องใจต่างหาก  หลังจากสอบถามพนักงานแล้วหล่อนจึงเดินตรงไปยังโต๊ะเลขาของปรานต์  อัครชัย

ฉันขอพบคุณปรานต์ค่ะ

ดวงฤดีเลขาสาวมองพินิจ  นัดไว้หรือเปล่าคะ ? “

ไม่ได้นัดไว้   มันตรินีตอบ  คุณช่วยแจ้งเขาว่ามันตรินีขอพบด้วยนะคะ

คอยสักครู่ค่ะ   เลขาสาวจึงโทร.บอกเจ้าของห้องทำงานทันที  หลังจากวางสายได้กล่าวว่า

เชิญคุณเข้าไปได้ค่ะ

มันตรินีกล่าวขอบคุณ  แล้วผลักประตูเข้าไปโดยเร็ว  ดวงฤดีมองด้วยความสนใจ  เพราะเจ้านายหนุ่มหล่อสั่งไว้แต่แรกจะไม่พบแขกคนใด  เนื่องจากตั้งใจสะสางงานที่ค้างไว้  แต่เมื่อเขารู้ว่ามันตรินีขอพบ  ก็สั่งอนุญาตทันที  นับว่าเป็นการผิดปกติของปรานต์

 

ปรานต์นั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ทำงานขณะที่หญิงสาวร่างเล็กบางก้าวเท้าเข้ามาในห้องของเขา

ผมคิดว่าคุณกลับไปแล้วนะ  คุณตรี

มันตรินีทรุดนั่งบนเก้าอี้ว่างหน้าโต๊ะของเขาโดยไม่รอคำเชิญ  ฉันมีเวลาไม่มากนะคะ

ปรานต์พยักหน้ารับรู้  มีอะไรล่ะครับ ? “

คุณใช้อิทธิพลรับชัชเข้าทำงานใช่ไหมคะ ? “

ผมนะรึ ? “  เขาพูดทวนคำ  สีหน้าปกติ  เข้าใจผิดล่ะมัง

ฉันเห็นผู้จัดการคนนั้นเดินออกจากห้องที่คุณเพิ่งเข้าไป  แล้วเขาก็บอกรับชัชอย่างรวดเร็วผิดปกติ   หล่อนมองคาดคั้น  ฉันต้องการความจริงค่ะ

ปรานต์ยิ้มเย็น  เพื่อนของคุณมีคุณสมบัติครบถ้วน  บริษัทรับเขาไว้  ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่นา

หญิงสาวทำท่าจะเถียง  ชายหนุ่มกล่าวขัดขึ้นว่า  ในเวลานี้เพื่อนของคุณได้งานทำก็เป็นการดีแล้ว  ทำไมคุณจะต้องสนใจด้วยว่าเขาได้เพราะอะไร

ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณ

คุณสำคัญตัวเองมากไปมั้ง   เขาบอกยิ้มๆ  ดวงตาเป็นประกาย

มันตรินีรู้สึกใบหน้าชา  ฉันไม่ชอบมาก  ถ้าคุณรับชัชเข้าทำงานเพราะเห็นแก่ฉัน

ไม่เกี่ยวกับคุณ ! “  เขายืนยัน  เพื่อความสบายใจของอีกฝ่าย

หญิงสาวมองปรานต์อย่างค้นหา  ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย  ฉันหมดคำถามแล้ว

มันตรินีลุกขึ้น  ทำท่าจะก้าวออกไป  ชายหนุ่มถามขึ้นว่า  บริษัทนี้รับเพื่อนของคุณไว้  ยังถือว่าคุณเป็นหนี้บุญคุณไหม  คุณตรี

เมื่อกี่นี้คุณบอกเองว่า  เขาได้งานด้วยตัวเอง

ใช่    เขาตอบ  แววตาครุ่นคิด  ผมนึกอยากให้คุณติดหนี้ผมจัง  คุณตรี

มันตรินีนิ่งอึ้ง  แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป  ชายหนุ่มมองตามเจ้าของร่างเล็กด้วยความหนักใจ  แววตาหม่นหมอง  ทำไมหนอ  หล่อนจึงมีท่าทางเย็นชา  เมื่อไรกำแพงน้ำแข็งระหว่างเขากับผู้หญิงคนนั้นจะละลายเสียที  เขาจะได้ไม่เจ็บปวดทุกครั้งที่พบกัน

*************** โปรดติตตามตอน 8.2 *************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s