ตัวชี้วัดเศรษฐกิจของชาวบ้าน

ตัวชี้วัดเศรษฐกิจของชาวบ้าน

เขียนโดย  แก้วมณี

 

คนกรุงเทพฯถือเป็นผู้เสียภาษีสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยนั่นหมายความว่า เงินงบประมาณที่ได้จากภาษีนั้นมาจากการทำมาหาได้หรือผลสืบเนื่องจากการทำงานของคนกรุงเทพฯ มาตรวัดภาวะเศรษฐกิจที่ทางราชการหรือรัฐบาลบอกกล่าวผ่านสื่อเป็นสารพัดตัวเลขล้วนฟังแล้วมองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ว่าเศรษฐกิจดีหรือตกต่ำในความรู้สึกของชาวบ้านทั้งที่ตัวเลขเกิดจากสารพัดทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่นักวิชาการเคยเรียนรู้หรือสร้างขึ้น แต่ชาวบ้านมีระดับความรู้ต่างกันจึงไม่อาจเข้าใจตัวเลขเหล่านั้นหรือนำไปใช้ได้เลย สิ่งที่พวกเขาสัมผัสได้ว่า เศรษฐกิจตกต่ำหรือไม่ อาศัยสิ่งแวดล้อมรอบกายที่เคยชินแยกแยะว่า ตอนนี้มันดีหรือไม่ดีต่อชีวิต ต่ออาชีพ

รัฐบาลประกาศตัวเลขจีดีพีทางเศรษฐกิจดีหรือแย่ อัตราเงินออมของชาติเป็นเปอร์เซนต์ต่อประชากร ไม่ว่ารัฐบาลจะตกแต่งตัวเลขให้ดีเพียงใด ชาวบ้านย่อมรู้แก่ใจดีว่า เศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อชีวิตและครอบครัวของเขาอย่างไร ถ้าการค้าขายฝืดเคืองหนัก เงินมีน้อยลงในกระเป๋า สินค้าที่เคยใช้ประจำแพงขึ้นแบบทางตรงหรือทางอ้อม รถหรือบ้านถูกยึด กิจการปิดตัว รถเปิดท้ายขายของเก่าหรือคนตกงานเพิ่ม เจ้าหนี้ถูกเบี้ยวบ่อยขึ้น รัฐบาลประกาศกู้หนี้ยืมสินเพิ่ม อัตราการฟ้องคดีเช็คสูงขึ้น ชาวบ้านรู้ได้ทันทีว่า เศรษฐกิจบ้านเมืองแย่แล้ว ตกต่ำแล้ว มันจักส่งผลกระทบต่อชีวิตและครอบครัวในเวลาอันใกล้นี้หรือบางคนอาจรับผลกระทบรุนแรงไปแล้วก็ได้ ถ้าเวลาผ่านไประยะหนึ่งเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น ย่อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาปากท้องให้ชาวบ้านและยังโกหกซึ่งหน้าว่า เศรษฐกิจดี ไม่ตกต่ำ หรือ กำลังฟื้นทั้งที่เวลาผ่านไปมากพอแล้วที่ผู้เก่งกล้าจะมีเวลาแก้ไขปัญหานี้ได้

มาตรวัดเศรษฐกิจตกต่ำหรือไม่ระดับชาวบ้านนั้นอาศัยความรู้สึก ข่าวสาร และสภาพการทำงานของตนหรือคนรอบข้าง ก็ชี้ได้แน่นอนว่า เศรษฐกิจหรือปากท้องของพวกเขากำลังอยู่ในสภาพใด ข้อสังเกตแรก คือ รายได้แท็กซี่จะลดลงเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำเนื่องจากคนกรุงเทพฯนิยมเดินทางเป็นส่วนตัวมากกว่าไปอัดอยู่ในรถเมล์เพื่อความคล่องตัว หากรายได้ดี ไม่ตกงาน กิจการค้าขายดี จักเลือกเดินทางด้วยแท็กซี่ก่อนถ้ายังไม่สามารถซื้อรถยนต์ส่วนตัวได้ เราจักสังเกตได้ว่า ช่วงปีพ.ศ.2544 ที่เป็นลูกหนี้ไอเอ็มเอฟและเงินใช้จ่ายของรัฐขาดอย่างหนัก เอกชนล้มละลายมากหรือต้องหยุดดำเนินงานแบบชั่วคราวหรือถาวร ข่าวแท็กซี่ถูกยึดรถจนคนขับบางคนฆ่าตัวตายประชดชีวิตหรือประท้วงให้รัฐบาลช่วยเหลือพวกเขาปรากฏในหน้าสื่อบ่อยครั้งยิ่ง รายได้แท็กซี่ลดน้อยลงจนไม่อาจอาศัยในกรุงเทพฯต่อไปเพราะสู้ค่าครองชีพไม่ได้ องค์กรการกุศลหลายแห่งต้องตั้งโรงทานเพื่อช่วยประคองชีวิตคนที่อาศัยในกรุงเทพฯซึ่งอาจตกงาน ชีวิตสั่นคลอน คนเป็นหนี้สูงด้วยการแจกจ่ายอาหารเช้าบ้าง เที่ยงบ้าง เย็นบ้าง แล้วแต่กำลังของแต่ละองค์กร มันคือแสงสว่างให้พวกเขามีความหวังเล็กน้อย มันเป็นประวัติศาสตร์เลวร้ายทางเศรษฐกิจยุคใหม่ที่คนไทยเห็นกับตามาแล้ว

ข่าวที่เน้นย้ำความตกต่ำทางเศรษฐกิจของชาวบ้าน คือ การปล้นร้านทอง ร้านโชห่วย ปั๊มน้ำมัน ธนาคาร การลักทรัพย์ตามบ้านเรือนซึ่งมีให้เห็นเป็นข่าวทุกวัน มันเป็นมาตรวัดง่ายๆว่า เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างหนัก ซึ่งใช้วัดกันมาหลายสิบปีและเป็นเหตุการณ์ซ้ำซากกัน เนื่องจากถ้าการทำมาค้าขายดีแบบทำอะไรขาย ก็มีคนซื้อง่าย มีงานสารพัดอย่างให้เลือกทำได้ตามระดับความสามารถ คนย่อมหาเงินง่าย ใช้เงินง่าย มีงานทำ ย่อมไม่คิดทำผิดกฎหมายเพื่อแลกเงินแน่นอน มันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ที่ต้องดิ้นรนทุกรูปแบบเพื่อให้มีชีวิตต่อไป ถ้าขาดเงิน ต้องกินอยู่อาศัย เมื่อหมดหนทางทำงานสุจริต ก็อาจเดินเข้าสู่เส้นทางโจรได้ง่ายขึ้น ร้านทอง ธนาคาร ร้านขายของชำ ปั๊มน้ำมัน บ้านเรือนคนสุจริต จึงเป็นเป้าหมายง่ายและสะดวกที่สุด

ความสุขของภาคครัวเรือนประชาชนนั้นไม่ได้มาจากตัวเลขทางวิชาการเศรษฐศาสตร์ของรัฐบาล แต่ต้องการแค่มีเงินใช้สอยไม่ขัดสน มีอย่างพอเพียง มีการงานทำ ชาวบ้านไม่เข้าใจตัวเลขเหล่านั้น แต่มองว่าเศรษฐกิจตกต่ำกระทบต่อชีวิตของพวกเขาจากสถิติอาชญากรรมพื้นฐาน จำนวนคนตกงาน คนถูกยึดบ้านยึดรถ จำนวนกิจการหรือคนล้มละลาย ลูกหลานของเขาต้องออกจากการศึกษาเพราะพ่อแม่ขาดรายได้ รัฐบาลช่วยสร้างงานหรือประคองธุรกิจของเขาหรือไม่ อย่างไร ประชาชนมองประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลว่าเพิ่มหรือลดจำนวนอาชญากรรม คนตกงาน กิจการล่มสลาย พวกเขาหาซื้อของได้ดี ราคาเป็นธรรมหรือไม่ เงินในกระเป๋าของชาวบ้านเพิ่มหรือลด หากรัฐบาลประกาศตัวเลขจีดีพีดีขึ้นสุดโต่ง แต่ชาวบ้านตกงาน รายได้ตกต่ำ ขายสินค้ายากหรือไม่ได้เลย โจรในบ้านเมืองเพิ่มขึ้นมาก พวกเขาย่อมมองเห็นความไร้ประสิทธิภาพในการทำงาน สติปัญญาต่ำ คำโกหก ของผู้นำและคณะโดยไม่ต้องมีเหตุผลทางวิชาการใดมาสนับสนุนเลย ประชาชนใช้มาตรวัดเบื้องต้น คือ ชีวิตประจำวันของเขาเปลี่ยนไปในทางดีขึ้นหรือเลวลง ใช้ประเมินการทำงานของรัฐบาลได้เร็วทันใจ ดังเช่นเวลาบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลยัดเยียดนาน 9 เดือนซึ่งมีเพียงข่าวกู้ยืมเงินและสร้างหนี้สินให้คนไทยช่วยกันชดใช้กับโครงการในฝันที่ใช้อ้างเพื่อกู้หนี้ ชาวบ้านอยู่ในสภาพข้าวยากหมากแพง รายได้ต่ำ ผลิตผลเกษตรขายยากและราคาต่ำ คนตกงานเพิ่ม กิจการปิดตัวเพิ่ม คนตกงานต้องกลับบ้านเกิดเพื่อลดรายจ่ายในเมืองลง โจรผู้ร้ายทำงานถี่ขึ้นและใกล้บ้านเรือนของคนสุจริตเพิ่มขึ้นกว่ายุครุ่งเรืองซึ่งพวกเขาผ่านมาแล้ว มันชี้ให้เห็นว่าการทำงานหรือนโยบายของรัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างแท้จริง พวกเขายังคงมีความทุกข์เพิ่มขึ้นตามเวลาทำงานของรัฐบาลและต้องช่วยตัวเองเป็นหลักมากกว่าจะรอความช่วยเหลือของรัฐบาลซึ่งผู้นำไม่เคยมีประสบการณ์ชีวิตหรือการทำงานนานพอจะรับกับปัญหาหนักมากของประชาชนได้ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนไทยมากน้อยเพียงใด ก็ใช้มาตรวัดง่ายๆที่จับต้องสัมผัสกันได้ ไม่ต้องอาศัยตัวเลขจีดีพีหรืออื่นๆของนักวิชาการเลย

สิ่งที่คนไทยต้องการจากรัฐบาล คือ การแก้ปัญหาปากท้องและการทำมาหากินที่สัมผัสได้โดยเร็ว และต้องมิใช่ปล่อยให้พวกเขาตายไปก่อน แล้วจึงบอกว่ารัฐบาลจะช่วยค่าทำศพของคนไทยที่ไม่สามารถอยู่รอดถึงวันที่เศรษฐกิจไทยดำเนินผ่านจุดเลวร้ายไปตามธรรมชาติหรือหลักสัจธรรม ซึ่งแม้รัฐบาลไม่ทำสิ่งใดเลย เมืองไทยและคนไทยก็สามารถเดินผ่านจุดนั้นไปได้อย่างทุลักทุเลและบาดเจ็บล้มตายกันมากโดยอาศัยเพียงสัญชาตญานของมนุษย์เท่านั้น ในทางกลับกันหากรัฐบาลทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และฉลาดเฉลียว ย่อมรักษาชีวิตคนไทยไว้ได้มากหรือประคองพวกเขาให้ผ่านพ้นจุดวิกฤตไปได้โดยไม่ต้องสูญเสียแม้แต่คนเดียวก็ได้ ณ วันนี้รัฐบาลยัดเยียดนี้เพียงใช้เหตุวิกฤตเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ตนและพวกพ้องเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งและค่ารอวันหวนกลับมาทวงเก้าอี้ผู้นำอีกครั้ง เมื่อเงินออมของชาติมีเพิ่มขึ้นมากพอจะใช้สอยสบายมือและไม่ต้องห่วงพะวงกับเจ้าหนี้ประจำชาติทั้งหลายดังที่เคยกระทำมาแล้วในปีที่ชาติต้องมีเจ้าหนี้ชื่อ ไอเอ็มเอฟ ซึ่งหลายคนคงไม่ลืมวันที่ต้องฝากท้องให้อิ่มกับโรงทานของมูลนิธิต่างๆ นักบริหารจบปริญญาโทต้องยอมขับรถแท็กซี่เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว เด็กนักเรียนต้องถูกพ่อแม่เอาออกจากโรงเรียนเพราะพ่อแม่ตกงานและไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม หลายครอบครัวต้องไร้บ้าน ไร้รถเพราะถูกเจ้าหนี้ยึด คนงานต้องกลับบ้านเกิดเพราะต้องถนอมเงินออมไว้จึงต้องออกจากเมืองหลวง ทั้งที่บ้านเกิดก็ไม่มีงานให้ทำ แต่ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าอยู่ในเมือง เวลานั้นคือวิกฤตของประเทศและประชาชน เมื่อมีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลของประชาชนแท้จริงในปีพ.ศ.2544 ความเลวร้ายของประเทศเริ่มมองเห็นแสงสว่างจากการทำงานอย่างทุ่มเทและหนักหน่วงของรัฐบาลเวลานั้น คนไทยจึงเริ่มมีรอยยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งประกาศใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมด ปลดโซ่ตรวนที่คล้องคอคนไทยไว้จากการเซ็นสัญญากู้หนี้สมัยรัฐบาลปชป.ยุคนายชวนซึ่งบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคนไทยและธุรกิจไทยเรื่อยมาจนกระทั่งปีพ.ศ.2549 การปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลเลือกตั้งเพื่อสนองตัณหาราคะและความแค้นส่วนบุคคลของชายแก่คนหนึ่งทำลายความสุขของคนไทยผ่านมา 3 ปีเต็ม แม้จะพยายามเสนอผู้นำคนใหม่ที่หนุ่ม แต่ไร้ประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน ชีวิตไม่เคยเจออุปสรรคใดมาก่อน หัวอ่อนที่ยอมก้มให้กับชายแก่ที่รับประกันความดีความหล่อของเขาไว้ มารับผิดชอบปัญหาเศรษฐกิจหนักหน่วงระดับโลก วิสัยทัศน์ที่แคบเพราะไม่เคยเจออุปสรรคในการทำงานหรือชีวิต ทำให้นโยบายที่คาดว่าจะช่วยคนไทยกลายเป็นซ้ำเติมให้จมดิ่มลงหรือตายจากไปเร็วขึ้น และรักษาไม่ตรงปัญหา วิธีแก้ไขล่าสุด คือ ไม่รับรู้ความจริงในชีวิตของชาวบ้านไปเลย แล้วจ้องแจกจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนผู้มีพระคุณเป็นหลักด้วยการก่อหนี้สินมหาศาลและแจกเงินทองแก่พวกพ้องหนักมือขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรับรู้ความไม่พอใจของคนไทยเพิ่มขึ้นทุกวันจากการดำเนินชีวิตที่ต่ำลงซึ่งอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งที่จำใจต้องให้เกิดในไม่ช้า เขาและคนแก่รับรู้ดีว่า บางอย่างก็สุดจะประคองให้อยู่ชั่วกาลนาน แต่การปล่อยก็ต้องไม่ใช่จากไปแบบมือเปล่า ดังคำเปรียบเปรยว่า ข้าไม่ได้ เอ็งก็ได้แค่ซากศพเท่านั้น สุดท้ายแล้วเขาก็ยินดีกับตำแหน่งสูงสุดในชีวิตที่เคยฝันมาแสนนานและเกือบไม่ได้เพราะคุณภาพของตัวเองต่ำด้อยในสายตาประชาชน ส่วนคนแก่ก็นั่งยิ้มกับงานล้างแค้นที่สำเร็จและเงินทองที่รับตอบแทนไว้จากการส่งเสริมเขาคนนั้น ส่วนประเทศไทยและคนไทยก็เป็นคนรับผลกรรมที่ทั้งสองก่อไว้สนองตัณหาของคนสองวัยนี้ น่าสงสารแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทย แต่ต้องตกอยู่ในกำมือของคนไร้สติ ไม่กลัวเวรกรรม จึงมุ่งทำลายล้างบ้านเกิดเพียงแค่ต้องการกำจัดศัตรูหัวใจคนเดียวเท่านั้น คนไทยรู้กันทั้งเมือง ชาวโลกก็รู้เช่นเห็นชาติของเขาคนนั้นแล้ว แค่ไม่อยากเอ่ยนามให้เป็นเสนียดหรือมลทินแก่ปากเท่านั้น หากมีการชำระบัญชีบาปในยมโลกเขาและคนแก่คนนั้นน่าจะเจอโทษหนักสุดลิ่มที่นรกขุมอเวจีแน่

 

********************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s