ใต้เงาบาป 6.2

เฉพาะอ่านออนไลน์
 
ใต้เงาบาป 6.2
 
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

นางนวลพรรณนั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพังขณะที่นางกิ่งแก้วเดินเข้าไปหา  ประธานผู้สูงวัยเงยหน้าขึ้นมองนิ่ง

มีอะไรหรือ  คุณกิ่ง

นางกิ่งแก้วทรุดนั่งบนเก้าอี้ว่าง  พลางเอ่ยว่า  โครงการที่คุณแม่เสนอในที่ประชุมเป็นความคิดของยายตรีใช่ไหมคะ ? “

ใช่ ! “

ตรีเคยนำมาปรึกษากับฉัน  และได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่ควรทำ   อาจารย์ใหญ่ร่างสูงผอมขยับแว่นตากรอบดำด้วยท่าทางหงุดหงิด

นางนวลพรรณนั่งฟังอย่างสงบ  ผู้เป็นลูกสะใภ้บอกต่อไปว่า  ฉันไม่นึกว่าเธอจะไปรบกวนคุณแม่มากขนาดนี้

ตรีทำด้วยวิญญาณของความเป็นครูที่ห่วงใยลูกศิษย์ในปกครอง  และมันก็เป็นผลพลอยได้มาถึงผลประโยชน์ระยะยาวของโรงเรียน  ฉันจึงเห็นด้วย

แต่…. 

การแสดงน้ำใจของเราคือการลงทุนที่ถูกต้อง  เธอไม่เชื่อสายตาของฉันหรือ ? “

ตรีเสนอโครงการเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ชื่อศัลย์เท่านั้น  แต่ทำให้คุณแม่ต้องเดือดร้อน

ฉันทราบเรื่องนั้นดี   ประธานกรรมการกล่าวเสียงเรียบ  ศัลย์ได้รับผลดีนี้ก็ไม่เป็นไร  เพราะเขาเป็นเพชรเม็ดงามของเรา

คุณแม่คะ……. “

ฉันเข้าใจความหวังดีของเธอ  แต่ฉันได้ตัดสินใจดำเนินโครงการนี้ต่อไป  หวังว่าเธอจะให้ความร่วมมือกับตรีและสังสิตนะ   นางนวลพรรณพูดปรามแกมเตือนสติอีกฝ่ายมิให้ทำนอกลู่นอกทางเด็ดขาด

ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่จำใจพยักหน้ารับคำด้วยมิอาจขัดใจและเงินทุนจำนวนนั้นก็มิใช่ของโรงเรียนหรือของหล่อนเลย

ประตูห้องทำงานเปิดออกหนุ่มใหญ่ร่างสันทัด  ผิดขาว  เดินเข้ามากับหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีที่มีร่างสูง  เพรียวสมส่วนในชุดทำงานสีสดใส

กำลังคุยอะไรกันรึ  หน้าตาเครียดเชียว   นิธิศผู้เป็นสามีของอาจารย์ใหญ่เอ่ยทักคนทั้งสอง

นางนวลพรรณส่งยิ้มกว้างให้ลูกชาย  ธุระนิดหน่อย  ลูกมาที่นี่ต้องมีอะไรพิเศษแน่

ภัคธีมาผู้เป็นลูกสาวอมยิ้ม  วันนี้เป็นวันเกิดของคุณแม่  พ่อจะพาคุณยายกับแม่ไปเลี้ยงที่ภัตตาคารจีนค่ะ

ผู้เป็นมารดาของนิธิศมีสีหน้าแปลกใจ  พลางหันไปทางลูกสะใภ้  ขอให้มีความสุขนะ คุณกิ่ง

ขอบคุณค่ะ  คุณแม่   นางกิ่งแก้วยิ้มแก้มแทบปริ  แล้วสวมกอดลูกสาวคนสวยด้วยความรักและเอ็นดู

เราไปกันเถอะครับ   นิธิศเข้ามาประคองผู้เป็นมารดาด้วยท่าทางนุ่มนวล

นางนวลพรรณเอ่ยถามว่า  ลูกชวนตรีไปด้วยหรือเปล่า ? “

นิธิศทำท่าจะตอบ  แต่ภัคธีมากล่าวแทรกขึ้นว่า  ภัคโทร.บอกแล้วค่ะ  ตรีจะไปที่นั่นเอง  ได้ยินว่ากำลังทำงานติดพันที่บริษัท

นักทดสอบเกมต้องใช้เวลาและสมาธิมาก  จะปลีกตัวมากลางคันไม่ได้  ตรีอาจมาช้าไปบ้าง  เราก็รอสักหน่อยได้ครับ   นิธิศพูดเอาใจมารดา  เพราะรู้ดีว่านางนวลพรรณรักและเมตตามันตรินีซึ่งเป็นลูกคนเดียวของนันทาผู้เป็นน้องสาวแท้ๆของเขานั่นเอง  นางกิ่งแก้วพูดสนับสนุนความคิดของสามีอีกคน  ขณะที่ภัคธีมาได้แต่เก็บซ่อนความไม่พอใจที่ทุกคนต่างเอาใจญาติผู้น้องคนนี้ไว้

 

หญิงสาวร่างเล็กสะพายกระเป๋าหนังใบเขื่องไว้ที่ไหล่วิ่งฝ่าสายฝนที่กำลังโปรยปรายไปยังภัตตาคารจีนย่านสีลม  เส้นผมสีน้ำตาลเข้มเปียกชื้นจากเม็ดฝน  ดังนั้นหล่อนจึงหยุดยืนใต้หลังคาของภัตตาคารแห่งนั้น  พลางล้วงผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดเส้นผมอย่างรวดเร็ว

ผมเห็นคุณวิ่งลงจากรถเมล์ ! “  หนุ่มใหญ่ร่างสูงถามขึ้น  เมื่อหยุดยืนมองมันตรินี

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสบนัยน์ตาคมกริบของปรานต์  ไม่เห็นแปลกสักนิด ! “

ทำไมคุณไม่มากับอาจารย์ใหญ่ล่ะครับ

มีงานทดสอบเกมเร่งด่วนเข้ามา  ฉันไม่อยากถ่วงพวกเขาค่ะ

มันตรินีมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย  คุณพูดราวกับรู้ว่าฉันมาที่นี่เพื่ออะไร

งานเลี้ยงวันเกิดของอาจารย์กิ่งแก้ว

คงไม่ใช่ความบังเอิญที่คุณมาที่นี่สินะ

ปรานต์ยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง  ผมเป็นแขกของคุณภัค

พี่ภัครึ ! “  หญิงสาวเม้มปากนิดหนึ่ง  พลางรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่ญาติผู้พี่เชื้อเชิญปรานต์ อัครชัย  แต่ไม่ยอมเชิญสังสิตซึ่งหล่อนนับถือเป็นพี่ชายและอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน  แบบนี้เรียกว่าลำเอียงหรือดูถูกกันนะ  หล่อนคิดอย่างขุ่นเคือง

เราเข้าไปข้างในเถอะ   ปรานต์กล่าวชวน  แล้วผายมือเป็นการให้เกียรติหญิงสาวเดินนำเข้าไปก่อน

 

ครอบครัวธมนันท์กำลังนั่งคุยอย่างสนุกสนานในห้องส่วนตัวที่จองไว้  ขณะที่ปรานต์กับมันตรินีเดินเข้าไป  ภัคธีมาลุกขึ้นมาต้อนรับชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  มันตรินีมองด้วยความหมั่นไส้  จึงแยกมากราบนิธิผู้เป็นลุงและนางกิ่งแก้ว    แล้วทรุดนั่งเคียงข้างนางนวลพรรณผู้เป็นยาย  สักครู่ปรานต์ก็เข้ามาไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสามของตระกูลธมนันท์ด้วยท่าทีนอบน้อม  ภัคธีมาดึงให้เขานั่งลงใกล้กับหล่อนทันที

ขอบใจนะที่สละเวลามากินข้าวกับพวกเรา   นางกิ่งแก้วกล่าวกับชายหนุ่มซึ่งผู้เป็นลูกสาวกำลังชื่นชมเป็นพิเศษ

ผมยินดีมากเชียวครับ   ปรานต์ตอบเสียงนุ่ม

นางนวลพรรณมองสำรวจชายหนุ่มอยู่เงียบๆ  พลางหันมาทางมันตรินี  ตรีแวะไปเอาของให้ยายหรือยังจ๊ะ ? “

เรียบร้อยค่ะ

มอบให้ป้ากิ่งสิ  ตรี

คำพูดของนางนวลพรรณทำให้สะใภ้ใหญ่มีสีหน้าสงสัยแกมอยากรู้   ทันใดนั้นดวงตาของนางกิ่งแก้วเจิดจรัสขึ้น  เมื่อมันตรินีเปิดกล่องกำมะหยี่สีแดงออก  เข็มกลัดรูปแมลงปีกแข็งสีเขียวสลับแดงวางอยู่ในนั้น

คุณยายให้เพื่อนช่วยหาของขวัญสำหรับคุณป้าในวันเกิด   มันตรินีบอกด้วยรอยยิ้ม

พอดีเที่ยวบินของเขาล่าช้าไปหน่อย   คุณยายก็เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกเช่นกันค่ะ

นางกิ่งแก้วมองมารดาของสามีด้วยความซาบซึ้งใจ  พลางยกมือไหว้ด้วยท่าทางนุ่มนวล

 ขอบคุณมากค่ะ  คุณแม่

บ้านธมนันท์อยู่อย่างสงบสุข  ก็เพราะเธอช่วยดูแลอย่างดี   นางนวลพรรณตอบเสียงเย็น  ริมฝีปากแย้มยิ้ม   นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยของฉันนะ  ขอบใจสำหรับทุกสิ่งที่ทำเพื่อครอบครัว

ธมนันท์  คุณกิ่ง

คุณแม่ ! “ นางกิ่งแก้วพยายามกลั้นน้ำตาเต็มที่กับคำพูดนั้น

สุขสันต์วันเกิดค่ะ  คุณป้า   มันตรินีกล่าวพลางส่งไม้บรรทัดทองคำให้ผู้เป็นป้า  หวังว่าคงถูกใจคุณป้า  อาจารย์ใหญ่ที่ยอดเยี่ยมค่ะ

ขอบใจมาก  ตรี   นางกิ่งแก้วจูบแก้มนวลของหลานสาว  แม้ทั้งสองจะมีความเห็นขัดแย้งกันบ้าง  แต่ในจิตใจแล้วนางมีความเมตตาและชื่นชมมันตรินีเสมอ

ตรีได้รับความเมตตาช่วยอบรมสั่งสอนและดูแลจากคุณป้ามานานเหลือเกิน  ของขวัญชิ้นนี้เป็นน้ำใจของตรีที่สมควรมอบให้แล้วค่ะ

เธอเป็นคนดีด้วยตัวเองจ๊ะ  ตรี   ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ตอบ  แววตาซึ้งใจมันตรินียิ้มเล็กน้อย  ขณะที่ภัคธีมาญาติผู้พี่มองของขวัญในมือมารดาด้วยใจริษยาอยู่ลึกๆ  ไม้บรรทัดทองคำที่มีลวดลายงดงามมิใช่ของราคาต่ำต้อยเลย  นั่นหมายความว่ามันตรินีมีรายได้สูงมากเพียงใด  หล่อนพอคาดเดาได้  เนื่องจากมันตรินีเป็นนักทดสอบเกมคอมพิวเตอร์ในระดับต้นของเมืองไทยซึ่งมีน้อยคนมาก  อีกทั้ง  ยังมีรายได้พิเศษจากการรับบรรยายให้กับมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง

เริ่มทานอาหารกันเถอะ   นิธิศเอ่ยชวนทุกคน

นางนวลพรรณมองกราดไปยังทุกคนในโต๊ะอาหาร  พลางเอ่ยถามว่า  ทำไมสังสิตยังไม่มาล่ะ ? “

คำถามของผู้อาวุโสแห่งบ้านธมนันท์ทำให้ภัคธีมามีท่าทางอึดอัด  พลันมันตรินีพูดขึ้นว่า  ไม่มีคนเชิญพี่สิตนี่คะ  คุณยาย

ลูกไม่ได้เชิญสิตรึ ! “  นิธิศมองตำหนิ

ภัคธีมาตอบเสียงสะบัดว่า  ภัคเห็นว่าเป็นการเลี้ยงภายในของเรา  จึงไม่ได้บอกเขาค่ะ

ทุกคนต่างเงียบไป  ปรานต์มองเห็นสีหน้าไม่สบายใจของนิธิศกับกิ่งแก้ว   ส่วนมันตรินีนั่งตัวตรง  ดวงตาชำเลืองมาทางผู้เป็นยายซึ่งมีใบหน้าเคร่งขรึม

สังสิตอยู่กับฉันมานาน  และเคยบอกพวกเธอแล้วว่าเขาก็เป็นหนึ่งในครอบครัวของเรา  แม้จะไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกัน   นางนวลพรรณบอกเสียงขรึม

คือว่า…… “  ภัคธีมาทำท่าจะพูดแก้ตัวอีก

มันตรินีมองสะใจลึกๆ  ขณะที่ผู้เป็นยายเอ่ยขัดว่า  วันเกิดของคุณกิ่งฉันจะไม่ถือสา  หวังว่าจะไม่มีคราวหน้าอีกนะ  ภัค

ผู้เป็นลูกสาวทำท่าจะเถียง  แต่นิธิศผู้เป็นบิดาสะกิดปรามไว้ก่อน  หล่อนจำใจสงบปากคำทันใด

ทานข้าวเถอะค่ะ  ตรีชักหิวแล้ว   มันตรินีกล่าวก่อน  พลางใช้ตะเกียบคีบอาหารใส่จานของผู้เป็นยายด้วยท่าทางเอาใจ

นางนวลพรรณมีสีหน้าและอารมณ์ดีขึ้นกับการประจบเอาใจของหลานสาวคนเล็ก  พลางหันมาบอกกับชายหนุ่มว่า  คงไม่หมดสนุกเสียก่อนนะ  ปรานต์

ชายหนุ่มอมยิ้ม  ขณะที่ภัคธีมาพยายามชวนคุยและดูแลปรานต์อย่างใกล้ชิด  โดยมีสายตาของนิธิศกับนางกิ่งแก้วมองด้วยความชื่นชม

มันตรินีลอบมองชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้  เขามีรอยยิ้มสดใสตลอดเวลาที่ร่วมโต๊ะอาหาร  หลายครั้งที่หญิงสาวหันไปเห็นดวงตาคมเข้มของปรานต์จ้องมองอยู่ก่อน  หล่อนรีบเมินไปทางอื่นทันใด

ช่วงหนึ่งของการรับประทานอาหาร  มันตรินีใช้ตะเกียบคีบชิ้นเนื้อหล่นบนโต๊ะ  เพราะกำลังมืออ่อนแรงลงกะทันหัน  ทุกคนต่างมองด้วยความประหลาดใจ

ขอโทษค่ะ   มันตรินียิ้มแห้ง

ภัคธีมามองหยัน  พลางเอ่ยเสียงเข้มว่า  ทำให้สกปรกหมดเลย ตรี

ญาติผู้น้องมีสีหน้าเจื่อนกับคำพูดตำหนินั้น  นิธิศกล่าวแก้ให้ว่า  ไม่เห็นต้องจริงจังอะไรนี่นา  ทานต่อเถอะ  ตรี

ตรีขอตัวไปล้างหน้าสักหน่อย  คงยังเพลียอยู่

ผู้เป็นยายเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่า  ไม่สบายหรือเปล่า ตรี

มันตรินีส่ายหน้า  แล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำของภัตตาคาร  โดยมีสายตาของปรานต์มองอย่างครุ่นคิด

 

ภายในห้องน้ำซึ่งขณะนั้นมีเพียงมันตรินียืนเพียงคนเดียว  หล่อนใช้น้ำลูบใบหน้าและลำคอ  ดวงตาที่มองเงาในกระจกเต็มไปด้วยความกังวล  พลางยกมือทั้งสองขึ้นมองพินิจ

หมู่นี้มือมักอ่อนแรงบ่อยมาก  ไม่รู้เป็นอะไรกันนะ   หญิงสาวพึมพำ

สักพักเมื่อหล่อนแต่งใบหน้าด้วยเครื่องสำอาง  ทำให้แลดูสดชื่นขึ้น  พลางพูดกับเงาในกระจกว่า  ฉันต้องรู้ว่ามือของฉันเป็นอะไรในไม่ช้านี้

หญิงสาวก้าวออกจากห้องน้ำ  พลันชะงักเท้าไว้เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูง  ใบหน้าเรียวยาวกำลังยืนรออยู่คนเดียว

คุณปรานต์ ! “

ชายหนุ่มถามเสียงจริงจังว่า  คุณไปหาหมอมาหรือยัง ? “

เรื่องอะไรคะ ? “  หล่อนแกล้งถามไป

มืออ่อนแรงไม่ใช่อาการธรรมดานะ  คุณตรี   น้ำเสียงของเขาเริ่มหงุดหงิดบ้างยามเห็นอีกฝ่ายมีท่าทางเฉยเมยยิ่ง

คุณเดาไปเอง…… “  หล่อนตอบยิ้มๆ  แค่คีบของตก  เป็นเรื่องธรรมดามาก  คิดมากจัง  อีกอย่างนะฉันเป็นอะไร  ก็ไม่เกี่ยวกับคุณสักนิด

คำพูดของหญิงสาวทำให้ใบหน้าคมเข้มของปรานต์รู้สึกชา  เขาตอบเน้นเสียงเข้มว่า  ผมจำเป็นต้องเอาใจใส่คุณ  เพราะเป็นหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายมา  คุณควรให้ความร่วมมือนะ

จำเป็นรึ ! “  หล่อนรู้สึกสะท้อนใจ  พลางตอบสะบัดเสียงว่า  ฉันไม่ร่วมมือ  คุณก็ไปสืบหาเองแล้วกัน

คุณตรี ! “  เขากัดฟันแน่น  หญิงสาวก้าวเท้าจากไป  โดยไม่มองชายหนุ่มอีกเลย  ทำไมหล่อนจึงมีท่าทางมึนตึงกับเขาเสมอเมื่อได้พบกันนะ  มันตรินี

 

***************โปรดติดตามตอนต่อไป**************

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s