ใต้เงาบาป 6.1

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 6.1
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

รถของปรานต์ อัครชัย แล่นมาจอดที่หน้าปากซอยซึ่งอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านที่มันตรินีอาศัยอยู่  อันเป็นที่ตั้งของชุมชนเกล็ดแก้ว  ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของคนต่างจังหวัดที่รวมตัวกันอย่างไม่ถูกกฎหมายและยากจน  เด็กหนุ่มร่างผอมสูงยืนอยู่กับเด็กสาวคนหนึ่ง  ทั้งสองมีท่าทางกระสับกระส่ายมาก  เมื่อมันตรินีเดินไปหาคนทั้งสอง  ก็มีชายวัยกลางคนและตำรวจร่างใหญ่ผิวคล้ำยืนล้อมอยู่  ปรานต์คว้าปืนที่อยู่ในช่องเก็บของมาเหน็บซ่อนไว้ที่เอวทันที  แล้วเดินไปหาคนทั้งหมด

กลับบ้านเดี๋ยวนี้  อุษา   ผู้เป็นบิดากล่าวเสียงเข้ม  แล้วเข้ามาฉุดกระชากลูกสาว

เด็กสาวขัดขืนเต็มที่  พลางร่ำร้องว่า   หนูไม่ยอมไปกับจ่ายอด  ไม่ไปกับพ่อ

ไอ้ลูกเวร ! “

จ่ายอดกล่าวกับมันตรินีว่า  คุณไม่ควรยุ่งเรื่องครอบครัวนะ

จ่าเป็นอะไรกับพวกเขาล่ะ ? “   มันตรินีถามขึ้น  ดวงตามองพินิจ

ตำรวจร่างยักษ์สะอึกไป  พลางพูดกระชากเสียงว่า   ไม่เกี่ยวกับคุณ  กลับไปดีกว่า

พ่อของอุษาจะให้ลูกสาวใช้หนี้พนันที่ติดไว้กับจ่ายอดครับ  อาจารย์   ศัลย์บอกเสียงรัว

เด็กทั้งสองยืนอยู่ด้านหลังอาจารย์สาวร่างเล็กด้วยใจหวาดหวั่น  มันตรินีโบกมือห้ามตำรวจร่างใหญ่ซึ่งเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้คนทั้งสาม

จ่าก็รู้ดีว่าการขายลูกสาวเป็นเรื่องผิดกฎหมายนะ

บิดาของอุษาเอ่ยขัดขึ้น  นัยน์ตาขุ่นขวาง   นี่เป็นเรื่องของฉันกับลูก  ไม่เกี่ยวกับแกนะ

ไปคุยกันที่สถานีตำรวจดีกว่า   มันตรินีพูดเสนอ

จ่ายอดยิ้มหยัน  ตำรวจยืนอยู่นี่แล้ว  ทำไมต้องไปสถานีฯด้วยล่ะ

มันตรินีอึ้งไป  สมองเริ่มสับสน  ไม่รู้ว่าควรแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไรดี

อย่าให้อุษาไปกับมันนะครับ  อาจารย์   ศัลย์บอก

จ่ายอดเข้ามากระชากร่างเด็กสาวไปกอดไว้  พลางพูดคำรามในลำคอว่า  แกไม่มีวันหนีฉันพ้นหรอก  อุษา

ปล่อยนะ ! “  เด็กสาวดิ้นรนเต็มที่ด้วยท่าทางรังเกียจ

ปล่อยเด็กเดี๋ยวนี้  จ่ายอด   เสียงชายหนุ่มดังขึ้น  ทำให้จ่ายอดชะงักเล็กน้อย

ปรานต์ปรากฎตัวขึ้น  ทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นบ้าง  อุษาถือโอกาสที่ทุกคนยืนตะลึงอยู่  จึงรีบสะบัดร่างไปมาเพื่อให้เป็นอิสระ  จากนั้นก็วิ่งมาหามันตรินี

แกเป็นใคร  เที่ยวมายุ่งเรื่องของตำรวจ   จ่ายอดมองเอาเรื่อง

ปรานต์ยิ้มเย็น  หากสารวัตรวิชัยทราบว่าจ่ายอดเที่ยวมาฉุดลูกสาวชาวบ้านกลางถนนแบบนี้  จ่าคงมาทำตัวกร่างแถวนี้ไม่ได้แน่

แกพูดขู่ตำรวจรึ ! “  จ่ายอดยังไม่เชื่อถือชายแปลกหน้านี้นัก

จ่าอยากลองดีกับผมก็ได้   ปรานต์ยื่นโทรศัพท์มือถือไปเบื้องหน้า  วันนี้สารวัตรวิชัยอยู่เวรที่สถานี  จ่าโทร.ไปถามเขาสิว่า  รู้จักนายปรานต์ อัครชัย ไหม ? “

จ่ายอดสะอึกกับแววตาและท่าทางมั่นใจของชายหนุ่ม  คำพูดของอีกฝ่ายเป็นความจริงทุกประการ  หากเขาคนนั้นไม่ใช่เพื่อนสนิทคงไม่รู้ว่าสารวัตรใหญ่เข้าเวรวันนี้จริงๆ  บางทีคงต้องถอยหลบมาก่อนจะดีกว่า  ตำรวจร่างยักษ์คิดไตร่ตรอง

หนี้ระหว่างเรายังไม่หมดนะ   จ่ายอดหันมาพูดกับบิดาของอุษา

ปรานต์เข้ามายืนขวางตำรวจคนนั้นไว้  พลางเอ่ยว่า  ผมไม่คิดว่าคุณจะมายุ่งกับเด็กสาวคนนี้อีกนะ  จ่ายอด

หากหมอนั่นยังยืนยันจะส่งลูกสาวมาใช้หนี้อีก  ก็ไม่ใช่ความผิดของฉัน   จ่ายอดบอกเสียงเข้ม  นัยน์ตาดุ   คุณควรรู้ขอบเขตของตัวเองเหมือนกันนะ

จ่ายอดชำเลืองมองบิดาของอุษา  ก่อนจะเดินจากไปอย่างหัวเสีย  ทุกคนรู้สึกโล่งใจที่

เหตุการณ์จบลงแบบนั้น

ขอบคุณมากที่ช่วยคลี่คลายเรื่องนี้ค่ะ    มันตรินีกล่าวกับชายหนุ่มซึ่งยืนมองอยู่

จากใจจริง  หรือตามมารยาทล่ะครับ   เขาถามล้อในที

หญิงสาวเผลอค้อนขวับใส่อีกฝ่าย  พูดดีด้วยไม่ได้เชียว

ปรานต์ยิ้มกว้าง  นัยน์ตาพราวระยับ  โชคดีที่ผมมีเพื่อนเป็นเจ้านายของหมอนั่นหรอก  ม่ายงั้น…….. “

กลับบ้าน  อุษา   บิดาของเด็กสาวกระชากเสียงใส่อุษาซึ่งยืนตัวสั่นอยู่

อุษามองอาจารย์สาว  พลางกล่าวอ้อนวอนว่า  หนูไม่อยากกลับ  อาจารย์พาหนูไปด้วยนะคะ

แต่….. “  มันตรินีมีท่าทางลังเล  ขณะที่ชายหนุ่มยืนมองอยู่เงียบๆ

หนูกลับบ้าน  ก็ต้องถูกขายให้คนอื่น  เพราะเราไม่มีเงินจ่ายหนี้   อุษาบอกเสียงสั่นเครือ  น้ำตาคลอ   หนูอยากเรียนหนังสือ  อยากมีอนาคตที่ดี  ไม่ใช่ไปจบชีวิตในซ่อง

ไอ้ลูกเวร ! “  บิดาตบศีรษะของลูกสาวเต็มแรง  ใบหน้าแดงก่ำ

แกดูถูกพ่อรึ ! “

หนูพูดความจริง ! “  อุษาตะโกนอย่างเหลืออด  เลือดไหลซึมจากมุมปาก 

มันตรินีกับศัลย์มองตะลึงกับภาพเมื่อครู่นี้  ไม่นึกเลยว่าผู้เป็นบิดาจะทำกับลูกสาวได้เพียงนี้  นี่แหละคือผลพวงจากการพนันที่ฝังอยู่ในสายเลือดของเขา

อุษาทรุดเข่าอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว  ช่วยหนูด้วยค่ะ  อาจารย์

มันตรินีนิ่งคิดหนัก  ลำพังกำลังของหล่อนคงไม่อาจรับภาระเด็กสาวไว้อีกคนแน่  เพราะขณะนี้หล่อนทุ่มเทเงินทุนเพื่อช่วยเหลือศัลย์ไปหมดแล้ว  หากจะขอพึ่งนางนวลพรรณผู้เป็นยาย  ก็นึกละอายใจที่จะรบกวนเรื่องนี้  หล่อนควรทำอย่างไรดีนะ………

ผมจะจ้างเด็กคนนี้ทำงานที่บ้าน   ปรานต์เอ่ยขึ้น  สีหน้าจริงจัง

หมายความว่า.…….. “  มันตรินีมองอย่างไม่เข้าใจนัก

ปรานต์ก้าวมายืนเคียงข้างหญิงสาว  พลางกล่าวกับบิดาของอุษาว่า  ผมจะจ่ายเงินเท่ากับหนี้สินที่คุณมีอยู่  จากนั้นก็หักจากค่าจ้างของอุษาทีหลัง  ต่อไปเงินค่าจ้างอุษาจะจัดการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเธอคนเดียว ไม่เกี่ยวกับคุณ แบบนี้ยุติธรรมไหม  อีกทั้งเป็นการที่อุษาทดแทนบุญคุณไปด้วย

มันตรินียิ้มออกทันทีเมื่อเข้าใจความตั้งใจของชายหนุ่มที่แก้ไขต้นตอของปัญหาอย่างแยบคาย

นี่เป็นโอกาสเดียวนะ   ปรานต์พูดกล่อมบิดาของอุษาอย่างใจเย็น  ผมจ่ายเป็นเงินสดทันที

เงินสดรึ ! “  ดวงตาของบิดาเด็กสาวสว่างวาบอย่างมีความหวัง

ใช่ ! “

ตกลงครับ   บิดาของอุษาตอบรับ  ท่าทางอ่อนลง

ปรานต์รับรู้ตัวเลข  จึงเดินไปหยิบเงินสดจากภายในรถ  แล้วส่งให้อีกฝ่ายนับทันที

ต่อไปห้ามมายุ่งกับเด็กคนนี้อีก  เพราะเธอเป็นลูกจ้างของผม  หากไม่เชื่อฟังกัน  ผมก็มีวิธีจัดการกับคุณเหมือนกับที่เล่นงานจ่ายอดนั่นแหละ

รับรองได้ครับ

อุษามองสิ้นหวังเมื่อบิดารับเงินสดจากปรานต์  แล้วเดินหายกลับเข้าไปในชุมชนโดยไม่สนใจลูกสาวอีกเลย

มันตรินีสะกิดให้ชายหนุ่มเดินห่างออกมา  แล้วถามว่า  คุณจ้างเด็กนั่นไปทำงานอะไร ? “

ผมไม่กล้าทำร้ายเด็กของคุณหรอกน่า

มันตรินีทำหน้าขึงขัง  ต้องไม่ใช่งานผิดกฎหมายนะ  เพราะอุษายังมีอนาคตอีกไกล 

ผมไม่มีแต่งานผิดกฎหมายสักหน่อย   เขาพูดเถียงบ้าง  ท่าทางไม่จริงจังนัก

หญิงสาวทำท่าจะซักถามอีก  ปรานต์ยื่นนามบัตรใบเล็กให้  พลางกล่าวว่า

อยากรู้ว่าลูกศิษย์ทำงานอะไร  ก็ไปดูด้วยตาสิครับ  คุณตรี

มันตรินีรับนามบัตรใบนั้นมาอ่าน  น้ำเสียงห้วนขึ้นยามพูดว่า  ทำไมฉันต้องไปบ้านของคุณด้วย ? “

อยากรู้  ก็ต้องไปที่นั่น   เขาย้ำเสียงจริงจัง  พลางกวักมือเรียกอุษา  ขึ้นรถเถอะ  อุษา

เด็กสาวก้มหน้าเดินตามชายหนุ่มไปโดยดี  ขณะที่ศัลย์มองด้วยความไม่สบายใจนัก

เขาเป็นคนเชื่อถือได้หรือครับ  อาจารย์

อาจารย์สาวร่างเล็กตอบหนักแน่นว่า  อุษาอยู่กับคนๆนั้นย่อมดีกว่าพ่อของเธอ  ฉันไว้วางใจเขามาก

เมื่ออาจารย์รับรองแบบนี้  ผมก็โล่งใจ

กลับบ้านเถอะ  แล้วเจอกันที่โรงเรียนล่ะ   มันตรินีบอก  พลางโบกมืออำลาเด็กหนุ่ม  แล้วเดินไปขึ้นรถของปรานต์

 

หลังอาบน้ำชำระร่างกายจนรู้สึกสดชื่นมากขึ้น  มันตรินีเดินมาหยุดยืนที่หน้าห้องของนางนวลพรรณ ธมนันท์ ผู้เป็นยาย  แสงสว่างในห้องทำให้หล่อนรู้ว่าเจ้าของห้องยังไม่หลับ  จึงได้เคาะประตูเบาๆ

เข้ามาสิ  ประตูไม่ได้ล็อค

เมื่อเจ้าของห้องเอ่ยอนุญาต  หญิงสาวจึงเปิดประตูเข้าไป  นางนวลพรรณกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนอน  พลางขยับแว่นตาเล็กน้อยเมื่อเห็นมันตรินีเดินยิ้มเข้ามาใกล้

มีอะไรรึ  ตรี

ผู้เป็นหลานสาวทรุดนั่งบนเตียง  รอยยิ้มประจบยามกล่าวว่า  ตรีมีเรื่องจะปรึกษากับยาย  และขอความช่วยเหลือด้วยค่ะ

  ขอความช่วยเหลือรึ ! “

มันตรินีพยักหน้ายืนยัน  แล้วพูดเสียงจริงจังว่า   พรุ่งนี้จะมีการประชุมผู้บริหารโรงเรียน  ตรีอยากให้ยายช่วยสนับสนุนโครงการช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาทางการเงินในการศึกษาค่ะ

นางนวลพรรณปิดหนังสือ  แววตาสนใจ  พลางบอกว่า  เล่าให้ละเอียดหน่อยสิ  ตรี

ได้ค่ะ   หล่อนยิ้มกว้าง  เมื่อผู้เป็นยายแสดงท่าทางสนใจโครงการของหล่อน  ดังนั้นหล่อนจึงถ่ายทอดความคิดให้ผู้เป็นยายทั้งหมด  ทั้งสองนั่งสนทนากันเกือบเที่ยงคืน  ผู้เป็นหลานสาวจึงกลับออกไป  เพื่อให้นางนวลพรรณได้พักผ่อนบ้าง

 

ตอนใกล้เที่ยง  ศัลย์ออกมายืนคอยใต้ร่มไม้ใหญ่หลังโรงเรียนตามที่นัดหมายกับอาจารย์มันตรินี  สักพักเขาเห็นหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้าปีซึ่งมีร่างสันทัด  ผิวคล้ำ  เดินลากขาซ้ายตรงมายังเด็กหนุ่ม  พร้อมกับปิ่นโตใหญ่ในมือ

อาจารย์สังสิต ! “

ฉันคงไม่มาช้าไปนะ   สังสิตกล่าวยิ้มๆ  พลางส่งปิ่นโตให้เด็กหนุ่ม

ทั้งสองทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ซึ่งตั้งอยู่ใต้ร่มไม้นั้น  สังสิตมองศิษย์หนุ่มตักอาหารใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย

อาจารย์ตรีไม่ว่าง  จึงให้ฉันเอาปิ่นโตมาให้

ศัลย์มีสีหน้าสลดเล็กน้อย  ผมทำให้อาจารย์ตรีเดือดร้อนจริงๆ

แค่สั่งทำอาหารเพิ่มเล็กน้อย  แล้วแบกมาให้เธอ  คุณตรีไม่คิดว่าเป็นการลำบากหรอก

สังสิตตอบเสียงเนือย   อย่าคิดมากสิ  ศัลย์

แต่……. “

คุณตรีคิดถึงอนาคตของเธอมากที่สุด  อย่าทำให้ผิดหวังก็พอแล้ว

ผมจะตั้งใจเรียนครับ

สังสิตยิ้มนิดๆ  พลางล้วงซองสีขาวออกจากกระเป๋า  แล้วส่งให้เด็กหนุ่ม  เงินห้าพันบาทนี้คุณตรีบอกให้เธอใช้ซื้ออาหารเย็นและของใช้ส่วนตัวตลอดเดือนนี้  หากไม่พอใช้ก็บอกได้เลย

ผมไม่กล้ารับหรอกครับ

คุณตรีจะเสียใจ  ถ้าเธอไม่ยอมรับนะ

แต่…… “

สังสิตบอกเสียงจริงจังว่า  เธอจะมีสมาธิในการเรียนที่ดี  ต้องไม่กังวลเรื่องฐานะการเงิน  คุณตรีจึงช่วยแก้ปัญหาให้  ขอให้เธอร่วมมือด้วย  จะดีที่สุดนะ  ศัลย์

ผม…… “  ศัลย์รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งกับความปรารถนาดีของอาจารย์สาวที่เขานับถือ

สังสิตตบบ่าของเด็กหนุ่มเป็นการให้กำลังใจ  ช่วงชีวิตนี้ของเธออาจลำบากอยู่บ้าง  แต่ถ้าเธอกับคุณตรีช่วยกันแก้ไข  มันจะผ่านพ้นไปได้แน่  เชื่อได้เลย

ครับ ! “  เด็กหนุ่มรับคำ  แววตามุ่งมั่นเต็มเปี่ยม

ตึกเรียน 2  กำลังต้องการแม่บ้านคนใหม่   สังสิตบอกเสียงเรียบ  พรุ่งนี้เธอพาแม่มาสมัครทำงานได้เลย  ต่อไปไม่ต้องไปขนขยะอีกแล้ว

สีหน้าของศัลย์ดีขึ้นทันใด  เพราะหน้าที่แม่บ้านของตึกเรียนเพียงดูแลและทำความสะอาดห้องเรียนทั้งหมดในตึกนั้น  เทียบกับการขนขยะที่นางมาลีทำอยู่ในปัจจุบัน  นับได้ว่าเบามากทีเดียว

เป็นความคิดของอาจารย์ตรีหรือครับ ? “

สังสิตพยักหน้ายอมรับ  ดวงตาเป็นประกายวับ  เธอนับว่าโชคดีนะที่มีอาจารย์ซึ่งเอาใจใส่ครอบครัวของลูกศิษย์มากขนาดนี้  สงสัยจะหายากในยุคนี้นะ

ศัลย์ยอมรับด้วยใจจริง  ผมต้องไปกราบขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง

สังสิตไม่ตอบอย่างใด  พลางหยิบปิ่นโตมาถือไว้   เตรียมเข้าเรียนได้แล้ว

ศัลย์มองตามร่างของอาจารย์สังสิตซึ่งรับผิดชอบฝ่ายปกครองด้วยความซาบซึ้งใจกับคำพูดเตือนสติของเขา

 

ภายในห้องประชุมเล็กของโรงเรียนธีระวิทยากำลังมีบรรยากาศเคร่งเครียดเมื่อนางนวลพรรณ ธมนันท์  ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารพูดเสนอตั้งโครงการช่วยเหลือทุนการศึกษาและอาหารกลางวันแก่เด็กยากจนกับเด็กซึ่งพ่อแม่ต้องตกงานเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี  กรรมการหลายคนไม่เห็นด้วยเพราะเกรงจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย  อีกทั้งทำให้กำไรที่เคยได้รับมีอัตราลดลงด้วย  นางกิ่งแก้วซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ก็มีความเห็นคัดค้านเช่นเดียวกัน  ประธานผู้สูงวัยปล่อยให้ทุกคนแสดงความเห็นอย่างเต็มที่  โดยนั่งฟังด้วยใบหน้าสงบเรียบ

ฉันได้ฟังความเห็นของทุกคน  และเข้าใจสถานการณ์ของโรงเรียนดี   ในที่สุดนางนวลพรรณก็เอ่ยขึ้น  เมื่อไม่มีกรรมการคนใดพูดอีกแล้ว

ทุกคนคงทราบดีว่าเราสร้างโรงเรียนนี้เพื่อให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนของเรา  โดยไม่เห็นแก่เงินทองเป็นหลัก…… “  นางนวลพรรณพูดเสียงเนิบนาบ

กรรมการบริหารต่างมองประธานสูงวัยเขม็ง  หญิงวัยหกสิบปีกล่าวต่อไปว่า

เวลานี้เศรษฐกิจตกต่ำผู้ปกครองของเด็กหลายคนต่างตกงาน  ซึ่งจะส่งผลให้เด็กอาจถูกนำออกจากโรงเรียนของเรา  มันไม่เป็นผลดีต่อพวกเราและตัวเด็กเลย

ไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน  ก็ต้องย้ายออกเป็นเรื่องธรรมดานะครับ   กรรมการบริหารคนหนึ่งพูดอย่างไม่ใส่ใจ

นางนวลพรรณยิ้มเรียบ  โรงเรียนจะอยู่ได้ต้องมีนักเรียน  ดังนั้นเราต้องช่วยแก้ไขปัญหาไม่ให้ลุกลามเกินไป

เราไม่อาจช่วยพวกเขาได้หรอกค่ะ   นางกิ่งแก้วบอกเสียงขรึม

กรรมการสูงวัยคนหนึ่งเอ่ยบ้างว่า  พวกคุณเคยคิดบ้างไหมว่า  โรงเรียนของเรามีชื่อเสียงและค่าเล่าเรียนก็จัดว่าแพงพอควร  พ่อแม่ที่มีปัญหาทางการเงินต้องย้ายโรงเรียนให้ลูก  ขณะเดียวกันเด็กใหม่ก็ยังไม่กล้ามาเรียนเช่นกัน  ทีนี้ปัญหาหนักจะเกิดกับโรงเรียนทันที  ดังนั้นเราจึงควรรักษาเด็กที่มีอยู่ไว้กับเราให้นานที่สุด นั่นคือวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

แต่…….. “  กรรมการอีกคนพยายามท้วงติง ข้อสนับสนุนของผู้บริหารคนดังกล่าว

นางนวลพรรณกล่าวขัดขึ้นทันทีว่า  โครงการที่ฉันเสนออาจเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายและลดกำไร  แต่มันไม่ขัดกับอุดมการณ์ของโรงเรียนและตัวฉัน

กรรมการทุกคนนิ่งฟัง  สีหน้าไม่สบายใจนัก  ขณะที่นางนวลพรรณบอกเสียงจริงจังว่า

เมื่อทุกคนไม่เห็นด้วย  ฉันก็ไม่ฝืนใจ

นางกิ่งแก้วถอนใจโล่งอกได้ไม่นาน  ประธานกรรมการกล่าวต่อไปว่า  ฉันไม่อยากเห็นภาพพจน์ของโรงเรียนเสียไป  ดังนั้นฉันจะตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว  โดยประเดิมเงินทุนเริ่มแรกห้าแสนบาท  แล้วฉันจะไปขอความร่วมมือจากเพื่อนเพื่อให้เงินกองทุนมีมากขึ้น  จะไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของโรงเรียนแม้แต่บาทเดียว

กรรมการหลายคนมีสีหน้าไม่ดีนัก  หลังจากฟังคำพูดของประธานสูงวัยคนนี้  รวมทั้งนางกิ่งแก้วซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่และลูกสะใภ้ของนางนวลพรรณ

ฉันจะจัดทำเป็นคูปองอาหารกลางวันให้กับเด็กที่ขอทุน  รวมทั้งช่วยออกค่าเรียนโดย

..อาจลดค่าเล่าเรียนให้  โดยพิจารณาเป็นรายบุคคล  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากอาจารย์ทุกคน  คุณกิ่งมีปัญหาไหม ? “

ไม่ค่ะ   นางกิ่งแก้วตอบเสียงแผ่ว

นางนวลพรรณมีสีหน้าพึงใจบ้าง  กองทุนนี้จะอยู่ในความดูแลของมันตรินีกับสังสิต  ฉันหวังว่าอาจารย์ใหญ่คงยอมเป็นที่ปรึกษาให้พวกเขานะ

ได้ค่ะ

เลิกประชุมได้ ! “  ประธานสูงวัยกล่าวเสียงเข้ม  พลางลุกเดินออกไปจากห้องประชุมทันใด

ทุกคนถอนใจเฮือกใหญ่  ต่างนั่งปรึกษากันอีกพักใหญ่  ขณะที่นางกิ่งแก้วรีบเดินไปยังห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารโรงเรียนด้วยความร้อนใจ

******************* โปรดติดตามตอน 6.2 *********************

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s