ภาษาไทย คือ กำแพงบ้านและแสนยานุภาพของประเทศ

ภาษา คือ กำแพงและแสนยานุภาพ

เขียนโดย  แก้วมณี

 

“รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม”  คำสอนของผู้ใหญ่เตือนให้ทุกคนควรเรียนรู้สรรพวิชาไว้ประดับสมอง สร้างคุณค่าให้แก่ตนเอง ยิ่งรู้มาก ยิ่งมีประโยชน์ เรามักเรียกคนรอบรู้หลากหลายว่า นักปราชญ์หรือพหูสูตร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยจะเรียนรู้ภาษาต่างชาติได้เพื่อเข้าใจและสื่อสารกับเพื่อนร่วมโลก ภาษาเป็นรากฐานของชนชาติที่มีพัฒนาการสืบทอดและปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย ประเทศใดมีภาษาเป็นของตนเอง ถือเป็นชนชาติที่เจริญด้วยอารยธรรมสูงจึงมีพัฒนาการด้านภาษาขึ้นใช้ในกลุ่มชนของตน ภาษาจึงเป็นความภาคภูมิใจของชนชาตินั้น

น้อยประเทศที่มีภาษาประจำชาติของตน ส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปยุโรปและทวีปตะวันออกกลาง พวกเขามีพัฒนาการด้านภาษาที่ยาวนานและต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศแถบเอเชียหรือแอฟริกานั้นมักไม่มีภาษาเขียน แต่มีภาษาพูดเป็นการเฉพาะถิ่น อาทิเช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย แอฟริกาใต้ และอื่นๆ หลายประเทศมีภาษาพูดเฉพาะถิ่น แต่ขาดภาษาเขียน เมื่อถูกชาติตะวันตกเข้ายึดครองเป็นอาณานิคม จึงยัดเยียดภาษาของผู้ครอบครองเข้าไปเป็นภาษาเขียน ทำให้ประเทศเหล่านั้นมีภาษาเขียนของตะวันตกที่ออกเสียงเป็นภาษาถิ่น ดังนั้น จึงสังเกตได้ว่า ภาษาอังกฤษเข้าสอดแทรกในภาษาเขียนของหลายประเทศ แม้จะมีการออกเสียงตามภาษาพูดและสำเนียงท้องถิ่น มันบอกได้ทันทีว่า ประเทศใดเคยมีประวัติศาสตร์ขมขื่นในการเป็นทาสอาณานิคมของอังกฤษ อีกข้อสังเกตหนึ่ง คือ ประเทศในอาณานิคมของชาติตะวันตกจะถูกบังคับให้ลดทอนคุณค่าของภาษาถิ่นเป็นชั้นสอง แล้วยกให้ภาษาอังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าของอาณานิคมเป็นภาษาราชการของประเทศนั้น

ความเป็นเจ้าอาณานิคมของประเทศอังกฤษทำให้ภาษากลายเป็นอาวุธในการแผ่อำนาจครองโลกไปด้วย รวมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้รับสืบทอดการใช้ภาษาเป็นพลังควบคุมประเทศบริวารอย่างมีประสิทธิภาพสูง ภาษาจึงไม่ใช่เพียงความภูมิใจของชนชาติเท่านั้น ยังสามารถใช้แผ่ขยายอำนาจไปครอบงำประเทศต่างๆได้ด้วย การปลูกฝังความเชื่อแก่ประเทศอื่นว่า ภาษาอังกฤษช่วยพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญนั้นกระทำกันต่อเนื่องโดยผู้รับความเชื่อมิได้ระแวงใจเลยว่า ภาษากำลังครอบงำตัวตนของชนชาติบ้านเกิดให้ดูต้อยต่ำ ทั้งที่ภาษาบ้านเกิดกับภาษาต่างชาตินั้นมีพัฒนาการตามกาลเวลาเช่นเดียวกัน จึงควรมีเกียรติและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ภาษาชาติตะวันตกอย่างอังกฤษกำลังทำลายความภูมิใจในชาติกำเนิดดั้งเดิมของประเทศที่มีภาษาเป็นของตนเอง บางชาติตะวันตกเน้นยัดเยียดให้ประเทศด้อยพัฒนาเปลี่ยนไปใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการในการพูดและเขียน โดยเน้นว่าจะช่วยให้ประเทศชาติเจริญเติบโตได้ดี ส่วนภาษาท้องถิ่นเป็นภาษารองที่ไม่สนับสนุนให้ติดต่อกับทางการ มันเป็นการฝังความคิดในการเชิดชูชาติตะวันตกอยู่เหนือความเป็นประเทศของตนเอง มิต่างจากการยอมตนเป็นทาสชาติตะวันตกโดยไม่ต้องออกแรงรบทำสงครามแย่งชิงผืนดินและประชากร อำนาจของภาษากลืนกินประเทศให้เป็นทาสและอยู่ในคำสั่งของเจ้าของภาษานั้นด้วยความยินยอมจากผู้ใช้ภาษา

ประเทศมหาอำนาจของโลกที่มีความเข้มแข็งทางภาษาและมีวิวัฒนาการด้านภาษาของตนเองมาช้านาน คือ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน ญี่ปุ่น เกาหลี อังกฤษ เยอรมัน พิสูจน์ด้วยประวัติศาสตร์แล้วว่า ภาษามิใช่กำแพงขัดขวางความเจริญของประเทศ แต่ใช้ปกป้องศัตรูต่างชาติมิให้รุกรานหรือทำลายวัฒนธรรมประจำชาติได้อย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ การเรียนรู้ภาษาอื่นถือเป็นภาษาที่สองซึ่งประเทศเหล่านั้นสนับสนุนให้ศึกษาและใช้เป็นสะพานนำความเจริญสู่ประเทศได้อย่างดี ขณะที่สหรัฐอเมริกาไม่มีพัฒนาการด้านภาษาเป็นของตนเอง จึงยืมใช้ภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาราชการแล้วแผ่ขยายบังคับประเทศต่างๆให้ต้องรู้ภาษานี้เพื่อใช้ติดต่อหรือใช้ผลิตภัณฑ์ของเขาด้วยหวังกลบเกลื่อนการขาดวัฒนธรรมด้านภาษาของตนเอง สหรัฐฯใช้ภาษาอังกฤษเป็นการแสดงแสนยานุภาพของประเทศมหาอำนาจอย่างหนึ่งนอกเหนือจากอาวุธยุทโธปกรณ์  เราสังเกตได้ว่าประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านภาษาจะมีประวัติศาสตร์และความภูมิใจเป็นของตนเองสูง แต่สหรัฐอเมริกาไม่มีภาษาเป็นของตนเอง แค่เป็นสำเนียงอังกฤษที่แตกต่างจากประเทศแม่เท่านั้น ประเทศที่มีภาษาของตนเองซึ่งเข้มแข็งจักไม่ยอมเป็นทาสการแผ่ขยายอำนาจของชาติตะวันตกผ่านภาษา พวกเขาถือว่า ภาษาตะวันตก เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์และใช้แลกเปลี่ยนความรู้กัน

จีนกับรัสเซีย ญี่ปุ่นกับเกาหลี ไทยกับชาติตะวันออกกลาง ล้วนมีวิวัฒนาการด้านภาษาเป็นของตนเองและมีความเข้มแข็งทางภาษาอย่างมากทั้งการเขียนและพูด สหรัฐฯหรือชาติตะวันตกอื่นๆพยายามผลักดันให้ประเทศเหล่านี้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการเพื่อครอบงำประชากรได้ง่าย ประเทศเหล่านั้นยังมีความเจริญต่อเนื่อง แม้จะไม่ยอมทำตามแรงกดดันของสหรัฐฯ ด้วยจำนวนประชากรที่สูงมากจึงถือเป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่ของชาติตะวันตกทำให้แรงกดดันที่สร้างไว้ย้อนกลับไปหาผู้สร้างแรงเหล่านั้นต้องปรับเปลี่ยนให้ผลิตภัณฑ์สามารถใช้ภาษาของลูกค้าที่มีความเข้มแข็งด้านภาษาถิ่นด้วย พวกเขายังไม่ละทิ้งความเชื่อว่า ภาษาอังกฤษจะเป็นพลังอำนาจครองโลกได้โดยไม่ต้องทำสงครามและใช้ครอบงำความคิด ความเชื่อ ของประชากรได้ง่ายขึ้น ประเทศใดจะเป็นเหยื่อที่ยอมทำลายประวัติชนชาติและภาษาของตนเองตามแรงกดดันของชาติเจ้าของภาษาอังกฤษ ?

ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติซึ่งพัฒนาต่อเนื่องยาวนานไม่แตกต่างจากภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือ รัสเซีย มันจึงเป็นประวัติศาสตร์และความภูมิใจของคนไทย คำพูดของชาวตะวันตกในหนังสือพิมพ์ฟังแล้วเสียดแทงใจของคนไทยอย่างมาก เขากล่าวว่า การค้าออนไลน์ในประเทศไทยทำได้ยากหรือเติบโตช้า สาเหตุมาจากการใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ อันแตกต่างจากมาเลเซียหรือสิงคโปร์ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการและบังคับพลเมืองให้พูดเขียนด้วยภาษาอังกฤษ มันบ่งบอกทัศนวิสัยของคนต่างชาติที่มองคนไทยโดยถือว่าภาษาไทยเป็นอุปสรรคขัดขวางความเจริญของประเทศ เขาเสนอว่า ถ้าคนไทยอยากเจริญทางการค้า ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ มิใช่ภาษาไทย ถ้าสังเกตประวัติศาสตร์ของชาติที่ใช้ภาษาตะวันตกเป็นภาษาราชการ จักพบว่า ประเทศเหล่านั้นล้วนเคยตกเป็นอาณานิคมหรือทาส จึงขาดเอกลักษณ์หรือพัฒนาการภาษาของตนเอง ตัวอย่างการปรับเปลี่ยนหรือทำลายความเป็นทาสของประเทศล่าสุดในแผนที่โลก คือ ฮ่องกง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า อังกฤษบังคับเช่าประเทศนี้จากจีนมา 99 ปี แล้วใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ เมื่อส่งคืนแก่ประเทศจีน ได้มีการแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ใช้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาราชการ แล้วลดทอนความสำคัญของภาษาอังกฤษลงด้วยหวังจะให้คนฮ่องกงภูมิใจและยอมรับชาติกำเนิดดั้งเดิมว่าเป็นคนจีนที่มีภาษาประจำชาติ แต่ยังสนับสนุนให้ชาวฮ่องกงเรียนรู้ภาษาอังกฤษต่อไป

ถ้าคนไทยไม่รักภาษาไทย แล้วเชิดชูภาษาชาติอื่นให้เป็นภาษาราชการ ย่อมเป็นการผลักดันให้คนไทยกลายเป็นทาสชาติตะวันตกโดยความยินยอมพร้อมใจอันไม่แตกต่างจากชาติอาณานิคมในอดีต ต่อไปประวัติศาสตร์ชาติไทยจะถูกลืมเลือน แล้วทดแทนด้วยการจดจำประวัติความเป็นมาของชาติตะวันตกซึ่งเป็นเจ้าของภาษาที่ใช้งานอยู่ การเรียนรู้ภาษาอื่น นอกจากภาษาไทย เป็นเรื่องที่ดี แต่ควรเน้นใช้พลังภาษาไทยให้เป็นกำแพงปกป้องอธิปไตยของประเทศ และใช้ภาษาอื่นเป็นสะพานเชื่อมโยงสัมพันธภาพและความรู้เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประเทศ ตราบใดที่ภาษาไทยเป็นภาษาแม่หรือภาษาราชการในประเทศไทยอย่างเข้มแข็ง ในที่สุดชาวตะวันตกก็ต้องยอมปรับเปลี่ยนและหันมาเรียนรู้รากเหง้าของคนไทยเพื่อจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน มากกว่าคิดครอบงำหรือทำลายล้างวัฒนธรรมไทยให้สิ้นสูญแล้วเหลือไว้เพียงวัฒนธรรมตะวันตกบนแผ่นดินไทยเท่านั้น ประเทศจีนและประเทศรัสเซียแสดงให้เห็นการอยู่ร่วมกันของภาษาประจำชาติเป็นหลักและภาษาอังกฤษเป็นลำดับรองก็สร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่บ้านเมืองได้ จึงไม่มีความจำเป็นที่คนไทยต้องอยู่ภายใต้การครอบงำของภาษาอังกฤษ คนไทยพูดภาษาไทยได้คล่องกว่าภาษาอังกฤษมิใช่เรื่องน่าละอายใจอย่างที่ชาติตะวันตกพยายามสร้างความเชื่อนั้นให้คนไทย ควรจดจำไว้ว่า คนไทยพูดภาษาไทยไม่ได้ ไม่ชัด จะเรียกตนเองว่า คนไทยได้อย่างไร เมื่อภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชนชาติไทยและเป็นแสนยานุภาพเดียวของคนไทยซึ่งเป็นที่เกรงขามของชาวตะวันตกเมื่อต้องมาสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนไทย ความเข้มแข็งด้านภาษาไทย คือ กำแพงป้องกันมิให้เป็นทาสหรือเรียกกันว่า ป้อมปราการด่านสุดท้ายของคนไทยซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ของชาติตะวันตกที่อยากครอบงำคนไทยและประเทศไทย

**********************************

One thought on “ภาษาไทย คือ กำแพงบ้านและแสนยานุภาพของประเทศ

  1. ภาษาไม่ได้บอกความดีความเจริญ เพียงแต่บอกความคิดของตนให้ผู้อื่นเข้าใจ ความดีความเจริญอยู่ที่ ศีล สมาธิ ปัญญา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s