มรดก เรื่องน่ารู้

                ถาม     ทรัพย์มรดก คือ อะไร ?

            ตอบ     กฎหมายกำหนดว่า ทรัพย์มรดกของคนตาย หมายถึง ทรัพย์สินและหนี้สิน ที่มีอยู่ ณ เวลาที่ตาย หลายคนยังเข้าใจผิดว่า มรดกมีเฉพาะทรัพย์สินอันได้แก่ เงินสด อสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ หุ้น สิทธิเรียกร้องต่างๆ เท่านั้น หากผู้ตายมีหนี้สิน ทายาทก็ต้องรับหนี้สินไปด้วย

            ถาม     กฎหมายกำหนดวิธีแบ่งมรดกไว้หรือไม่ ?

            ตอบ     พินัยกรรมเป็นความต้องการสุดท้ายของคนตาย หากทำไว้ ก็ต้องเป็นไปตามที่เขียนไว้ ถ้าไม่ได้ทำ ก็ต้องจัดแบ่งตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น หลักการ คือ หากผู้ตายสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็ต้องแบ่งแยกสินสมรสออกจากกันก่อน เพราะมรดกจัดแบ่งจากสินส่วนตัวเท่านั้น เมื่อได้สินส่วนตัวแล้วจึงถือเป็นมรดกที่ต้องแบ่งแก่ทายาทผู้ตายได้ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด

            ถาม     แบ่งมรดกกันอย่างไร ?

            ตอบ     ถ้าผู้ตายมีคู่สมรส ก็ต้องแบ่งทรัพย์สินซึ่งมี ณ เวลาตายเพื่อให้เป็นสินส่วนตัวก่อน ตัวอย่างเช่น ทรัพย์สิน ณ เวลาตาย จำนวน 100 บาท จึงต้องแบ่งครึ่งเพื่อให้คู่สมรสได้ 50 บาทไปก่อน ส่วน 50 บาทที่เหลือจะเป็นมรดกของผู้ตายแบ่งแก่ทายาทซึ่งกรณีตัวอย่างสมมติให้มีคู่สมรส บุตร 1 คน บิดามารดายังมีชีวิตอยู่ พี่น้องผู้ตาย แต่พี่น้องผู้ตายนั้นไม่ถือเป็นทายทในมรดกนี้เพราะกฎหมายกำหนดว่า ถ้าผู้ตายมีบุตร บิดามารดา ทายาทคนอื่นจะถูกตัดออกไปและไม่มีส่วนในมรดกเลย ดังนั้น ทายาทที่มีสิทธิ์ในมรดกตัวอย่างนี้แค่ 4 คนเท่านั้น กฎหมายกำหนดให้ทายาททุกคนได้คนละหนึ่งส่วนใน 50 บาท สิ่งที่ต้องระลึกถึงเสมอคือ ทายาทต้องรับแบ่งหนี้สินไปด้วยเสมอเพราะหนี้สินเป็นมรดกด้วย หากใครรับที่ดินติดจำนอง ก็ต้องเป็นหนี้จำนองของผู้ตายด้วยเพียงแต่ชดใช้เงินได้ไม่เกินมูลค่าทรัพย์สินที่ตนรับมรดก

            ถาม     ทายาทที่เป็นเด็กจะได้รับมรดกหรือไม่ ?

            ตอบ     สิทธิ์รับมรดกยังคงเป็นของบุตรผู้เยาว์เสมอ เพียงแต่การดูแลทรัพย์มรดกนั้นบิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่จักทำหน้าที่นั้นจนกว่าเด็กบรรลุนิติภาวะ เมื่อถึงวันที่เด็กมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ เขาจะมีอำนาจดูแลจัดการทรัพย์มรดกนั้นด้วยตัวเองได้

            ถาม     ถ้าเป็นลูกคนเดียวของบิดามารดา มารดาตายแล้ว แต่บิดายังมีชีวิตอยู่ จะขอรับทรัพย์สินของบิดาได้หรือไม่ ?

            ตอบ     ทรัพย์มรดกจะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ตายเท่านั้น ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ ทรัพย์สินของเขาไม่ถือเป็นมรดกที่ลูกรับสืบทอดไป ณ เวลาที่ขอหรือที่เรียกกันว่า ขอใช้สิทธิ์ล่วงหน้า บิดามีอำนาจจำหน่ายหรือจัดการทรัพย์สินของเขาได้อย่างอิสระ ลูกไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวด้วย ส่วนบิดาจะยกทรัพย์สินให้เป็นมรดกของลูกหรือไม่ ย่อมเป็นไปตามความต้องการสุดท้ายหรือพินัยกรรมหรือถ้าไม่ทำพินัยกรรมไว้ ก็จะต้องจัดแบ่งตามหลักกฎหมายเท่านั้น คือ ลูก เป็นทายาทมรดกของเขา

            ถาม     เงื่อนไขใดที่ลูกจะไม่ได้รับมรดกของบิดามารดา ?

            ตอบ     ความเชื่อคลาดเคลื่อนกันไปว่า ลูกต้องเป็นทายาทสืบมรดกของบิดามารดาที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ อันที่จริงแล้ว กฎหมายต้องการส่งเสริมลูกกตัญญู อันเป็นศีลธรรมที่ดีของสังคมไทย จึงกำหนดตัดลูกที่สังหารหรือจงใจมีส่วนให้บิดามารดาเจ้าของมรดกต้องตายออกจากกองมรดก ดังนั้น ถ้าลูกฆ่าบิดามารดา จะไม่มีสิทธิ์รับทรัพย์มรดกเลย เมื่อไม่มีลูก ก็ต้องเลื่อนทายาทลำดับอื่นขึ้นมารับแทนในฐานะไม่มีทายาทลำดับต้น ตัวอย่างเช่น คนตายมีบุตร พี่น้องคนตาย แต่บุตรฆ่าเจ้ามรดก ทายาทรับมรดกจึงกลายเป็นพี่น้องคนตาย เป็นต้น

            ถาม     ถ้าไม่มีทายาท มรดกจะเป็นอย่างไร ?

            ตอบ     กรณีผู้ตายไม่มีทายาทตามกฎหมาย เช่น บุตร สามีภรรยา บิดามารดา พี่น้อง เป็นต้น กฎหมายกำหนดให้ทรัพย์มรดกตกแก่แผ่นดิน ต้องไม่ลืมว่าเจ้าของทรัพย์สินนั้นมีสิทธิ์ในการทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินอันเป็นมรดกแก่บุคคลใดที่มิใช่ทายาทตามกฎหมายก็ได้ จึงเป็นทางแก้ให้เจ้ามรดกจัดการทรัพย์สินเป็นอย่างอื่นนอกเหนือกฎหมายได้

            ถาม     พินัยกรรมมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร ?

            ตอบ     พินัยกรรมเป็นการแสดงเจตนาครั้งสุดท้ายในการจัดการทรัพย์สินที่อาจทำแตกต่างจากกฎหมายก็ได้ อาทิเช่น อาจยกทรัพย์สินบางชิ้นแก่ผู้มิใช่ทายาท จัดแบ่งสัดส่วนทรัพย์สินตามใจชอบแก่เหล่าทายาทซึ่งอาจได้รับไม่เท่ากัน ตัดทายาทบางคนมิให้มีส่วนรับมรดกในหรือนอกพินัยกรรม เป็นต้น รูปแบบและขั้นตอนการทำพินัยกรรมเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ทำต้องเอาใจใส่และทำให้รัดกุมเพื่อป้องกันการโต้แย้งระหว่างทายาทด้วยกันหรือมิให้มีการทำลายฉบับจริงเพื่อผลประโยชน์เพิ่มขึ้นของตน จึงควรศึกษาการทำพินัยกรรมให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน ถ้าไม่มีการทำพินัยกรรม กฎหมายบังคับให้ต้องแบ่งมรดกตามกฎหมายมรดกเท่านั้น

            ถาม     การแบ่งมรดกโดยกฎหมายทำอย่างไร ?

            ตอบ     กฎหมายกำหนดลำดับทายาทไว้ 6 ข้อ คือ

                        1 ผู้สืบสันดาน คือ บุตร หลาน เหลน ลื้อ  2 บิดามารดา  3 พี่น้องร่วมบิดามารดา

                        4 พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน  5 ปู่ย่า ตายาย  6 ลุง ป้า น้า อา

                        เมื่อมีทายาทลำดับใดแล้ว ทายาทอื่นก็จะถูกตัดสิทธิ์รับมรดกทันที ยกเว้น บิดามารดาผู้ตายถ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ด้วย เมื่อได้จำนวนทายาทแล้วก็จะแบ่งมรดกโดยได้คนละ 1 ส่วนเท่านั้น

            ถาม     คำว่า “คู่สมรส” มีลักษณะอย่างไร ?

            ตอบ     คู่สมรสที่จะเป็นทายาทในกองมรดกนั้น ต้องสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายไทยหรือกฎหมายสัญชาตินั้นๆ หากเป็นของไทยก็ต้องจดทะเบียนสมรส กรณีคู่สมรสต่างชาติก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายสัญชาติที่พวกเขาเลือกใช้ เช่น ชายไทยสมรสกับหญิงอเมริกัน ถ้าจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย ก็ถือเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายไทยและหากเกิดคดีมรดกของภรรยาอเมริกัน เขาก็ยังเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดิมเพราะเป็นไปตามกฎหมายไทยที่ทั้งสองเลือกทำการสมรสไว้ เป็นต้น การอยู่ร่วมเตียงร่วมบ้านกัน ยังไม่ถือว่าเป็นคู่สมรสตามกฎหมายมรดก จึงไม่ใช่ทายาทตามกฎหมาย อีกทั้งไม่สามารถใช้สิทธิ์ขอแบ่งสินสมรสครึ่งหนึ่งก่อนแบ่งมรดกด้วย มันเป็นข้อดีของการสมรสตามกฎหมาย

****************************

Advertisements

3 thoughts on “มรดก เรื่องน่ารู้

  1. สวัสดีคะ

    ขอเรียนปรึกษาเกี่ยวกับขอบเขตระยะเวลาจัดการทรัพย์มรดกที่ดิน
    กรณีเจ้ามรดกไม่ได้กำหนดไว้ว่าให้ขายให้ได้ภายใน…ปี

    เนื่องด้วยเจ้ามรดกเสียชีวิตไปนานกว่า10ปีแล้ว
    สั่งให้ขายแล้วแบ่งทรัพย์ออกเป็น3ส่วนๆละเท่ากัน
    ให้ลูก1ส่วนหลานอีก2คนๆละ1ส่วนทุกคนได้เท่ากัน
    และทุกคนได้เป็นผู้จัดการมรดก

    ประกาศขายไปก็นานหลายปีมีผู้สนใจติดต่อสอบถามพยายามซื้อเข้ามา

    แต่หลานทั้ง2ไม่พยายามขาย ตั้งราคาสูงเกินจากราคาประเมินมากไปบ้าง บ่ายเบี่ยงไม่รับการติดต่อบ้าง เพิ่มขั้นตอนต่างๆเข้ามา ทำให้ผู้สนใจจะซื้อล้มเลิกไปหลายคน
    ควรจะทำอย่างไรดีคะ

    ขอบคุณมากคะ

    1. ตามหลักก.ม.แล้วผู้จัดการมรดกร่วมต้องเห็นพ้องกัน จึงขายมรดกเพื่อแบ่งปันกันได้ ถ้ามีปัญหาเพราะผู้จัดการมรดกบางคนไม่ยอมขาย คงต้องร้องต่อศาลว่า ผู้จัดการมรดกร่วมบางคนไม่ยอมแบ่งปันมรดกด้วยการขัดขวางการแบ่งปันด้วยการขายทรัพย์สินเพื่อแบ่งมรดกตามหน้าที่ผู้จัดการมรดก แล้วขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนผู้จัดการร่วมเพื่อให้การแบ่งปันดำเนินต่อไปได้ ควรปรึกษาทนายเพื่อให้เจรจากับอีก 2 คนก่อน ถ้้ายังไม่ได้ ก็ร้องต่อศาลให้ยกเลิกผู้จัดการมรดกที่สร้างปัญหาหรือเปลี่ยนตัวใหม่ ด้วยข้ออ้างว่า ขัดขวางการแบ่งปันมรดก น่าจะช่วยท่านได้

  2. ขอบคุณคะ หากมีข้อสงสัยจะเรียนสอบถามเพิ่มเติมนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s