ใต้เงาบาป 5.2

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 5.2
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"

ชนิตว์เดินนำเพื่อนสนิทเข้าไปในตึกพิตรพิบูลอันเป็นตึกใหญ่ในย่านรามอินทรา  อีกทั้งยังเป็นที่รวมของบริษัทในเครือทั้งหมดของสรพศ พิตรพิบูล  นักข่าวสาวเล่าความเป็นมาของกลุ่มนักลงทุนเจ้าของตึกใหญ่นี้ให้มันตรินีฟังขณะอยู่ในลิฟต์  หญิงสาวร่างเล็กยืนฟังด้วยอาการสงบนิ่ง  เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกในชั้นที่ 27  ทั้งสองจึงเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานซึ่งมีป้ายชื่อปรานต์ อัครชัย  ติดอยู่  เลขาหน้าห้องยิ้มทักทายคนทั้งสอง

มีอะไรให้ช่วยคะ ? “

ฉันนัดพบกับคุณปรานต์แล้วค่ะ   ชนิตว์บอกเสียงเรียบ

มันตรินีขมวดคิ้วเล็กน้อย  พลางกระซิบกับเพื่อนว่า  ไม่เห็นบอกเลยว่านัดไว้ก่อน

พบกับผู้บริหารต้องนัดก่อนเสมอ  มันเป็นมารยาทจ๊ะ

มันตรินีรู้สึกไม่พอใจที่เพื่อนไม่บอกกล่าวเรื่องนี้กับหล่อนก่อนเลย  จึงสะกิดนักข่าวสาวพร้อมส่งซองสีน้ำตาลให้  ฝากให้เขาด้วยนะ  ฉันจะไปนั่งรอที่ส่วนรับรองแขกหน้าลิฟต์ของชั้นนี้แหละ

ชนิตว์อ้าปากค้าง  เมื่อเพื่อนสาวร่างเล็กหมุนกายนำลิ่วไปยังชุดรับรองแขกตามที่พูดไว้  โดยไม่รอฟังคำทัดทานของหล่อนเลย

ท่านเชิญให้คุณเข้าพบได้ค่ะ   เลขาสาวกล่าวหลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว

 

เจ้าของห้องทำงานเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียวยาว  คมเข้ม  ร่างสูง  ผิวคล้ำ  ได้ลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นชนิตว์นักข่าวสาวเดินเข้ามาในห้องของเขา  รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจของชนิตว์เต้นรัวทันใด

ยินดีต้อนรับ  นักข่าวคนใหม่   ปรานต์กล่าวทักทาย  พลางผายมือไปยังโซฟายาว

ชนิตว์ยิ้มเขิน  ขณะทรุดนั่งลงบนโซฟาอันอ่อนนุ่ม  ฉันมาเพื่อขอบคุณที่ช่วยพูดจนกระทั่งฉันได้งานประจำ

มันเป็นน้ำใจของเพื่อนต่างหากครับ

นักข่าวสาวอมยิ้ม  ปรานต์เอ่ยขึ้นว่า  เลขาบอกว่าคุณมากันสองคนนี่ครับ

ตรีขอนั่งรอข้างนอก  แล้วฝากของให้คุณด้วยค่ะ

ปรานต์รับซองสีน้ำตาลมาแกะออก  จึงเห็นแผ่นดิสต์สีดำวางสงบอยู่ในนั้น

อะไรคะ ? “

เธอสัญญาจะคืนแผ่นสำเนาให้ผม   เขาหยิบออกมาให้อีกฝ่ายดู  ท่าทางเคร่งขรึม

ชนิตว์มีสีหน้าเจื่อนเล็กน้อย  ฉันขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นนะคะ

เราต่างทำหน้าที่กันไป  โชคดีที่ยังยุติเรื่องอย่างสันติได้   ปรานต์วางแผ่นดิสต์ไว้บนโต๊ะรับแขก  พลางกล่าวชวนอีกฝ่ายว่า  ผมขอเลี้ยงอาหารกลางวันสักมื้อนะครับ

ฉันต้องถามตรีก่อนค่ะ

 

เราไปถามเธอเลยสิ   ปรานต์กล่าว  แล้วผุดลุกขึ้นก่อน  พลางกระเซ้าว่า  หากจะให้เธอไปด้วย  คุณคงต้องเหนื่อยแรงที่จะพูดกล่อมล่ะครับ

ทำไมคะ ? “

คุณตรีท่าทางจะไม่ชอบผมเท่าไร   เขาตอบติดตลก

ชนิตว์ได้แต่ยิ้ม  นั่นสินะ  มันตรินีมีท่าทางมึนตึงกับชายหนุ่มคนนี้ทุกครั้งที่พบกัน  บางทีอาจเป็นเพราะปรานต์เชิญหญิงสาวทั้งสองด้วยวิธีแบบนั้น  เพื่อนของหล่อนจึงไม่พอใจก็ได้

เมื่อเปิดประตูออกมา  ทั้งสองต้องรู้สึกแปลกใจที่ได้ยินพนักงานสาวคนหนึ่งพูดกับเลขาสาวของปรานต์ว่า  ไปดูเขาเล่นเกมแฮกเกอร์กันไหม  ดวง 

เกมแฮกเกอร์ ? “

พนักงานสาวผู้นั้นเอ่ยว่า  ทีมงานที่ติดตั้งระบบความปลอดภัยของข้อมูลกำลังทดสอบระบบอยู่โดยจำลองเหตุการณ์ขึ้นมา  มีพนักงานคนหนึ่งบอกว่าคนทดสอบเป็นผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว  มีฝีมือเก่งทีเดียว  ขนาดทำให้หัวหน้าทีมต้องนั่งควบคุมระบบด้วยตัวเอง  คร่ำเครียดเชียวล่ะ

ดวงฤดีเลขาสาวของปรานต์ชักสนใจ  แต่ยังมีอาการลังเล  ขืนไปตอนนี้  เจ้านายไม่พบฉัน  โดนไล่ออกแน่

ฉันไปก่อนล่ะ   พนักงานสาวคนเดิมโบกมืออำลา  เมื่อหันไปเห็นปรานต์กับชนิตว์ยืนมองอยู่

คุณปรานต์ ! “  ดวงฤดีสะดุ้งเฮือกที่เห็นเจ้านายหนุ่มนัยน์ตาเข้มยืนมองอยู่

ปรานต์มีสีหน้าเคร่ง  น้ำเสียงแข็งยามถามว่า  ผมได้ยินว่ามีการทดสอบระบบหรือ ? “

ใช่ค่ะ

ชนิตว์มองปราดไปยังชุดรับรองแขกอันเป็นที่นัดหมายของหล่อนกับมันตรินี  ไม่มีแม้แต่เงาของเพื่อนสาวเลย

ฉันสงสัยว่าผู้หญิงที่ทำการทดสอบ  จะเป็นมันตรินีเพื่อนของฉันจัง   หล่อนกระซิบบอกชายหนุ่ม

เราไปดูกันก็ได้   เขากล่าวเสียงเย็น  พลางหันไปทางเลขาสาว  คุณอยากไปดูก็ได้นะ  คุณดวง

เลขาสาวมีสีหน้าดีขึ้น  แล้วเดินตามคนทั้งสองไปยังห้องเก็บข้อมูลซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 30 ของตึกพิตรพิบูล

 

เมื่อปรานต์  ชนิตว์  และดวงฤดีเดินเข้าไปในห้องเก็บข้อมูลจึงได้เห็นภาพพนักงานกลุ่มใหญ่กำลังมุงดูคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งอยู่  โดยมีหนุ่มร่างเล็กคนหนึ่งยืนอธิบายให้ทุกคนเข้าใจกับภาพที่เกิดบนจอมอนิเตอร์ขณะนั้น  ระยะห่างออกไปเล็กน้อยหัวหน้าทีมงานซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่ชาวญี่ปุ่นวัยไล่เลี่ยกับปรานต์กำลังนั่งคีย์ข้อมูลบางอย่างด้วยใบหน้าคร่ำเคร่ง  ส่วนตรงกลางห้องมีหญิงสาวร่างเล็ก  ใบหน้ากลมในชุดเสื้อผ้า  สีสุภาพกำลังขยับแว่นตาไปมา  ปากพึมพำบางอย่าง  มือเล็กเรียวของหล่อนกำลังกดแป้นคีย์ดังรัวอย่างชำนาญ  ท่าทางไม่คร่ำเคร่งนัก

การทดสอบเป็นอย่างไรบ้าง  เคน   ปรานต์ถามขึ้นเมื่อมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังหัวหน้าทีมงาน

เคนส่ายหัวไปมา  แล้วตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า   เธอกำลังผ่านประตูสุดท้ายแล้ว  ผมพยายามขวางไว้  แต่ดูเหมือนไม่เป็นผลเท่าไรนัก

ผู้หญิงคนนั้นเก่งขนาดนั้นเชียว   ดวงตาคมเข้มของปรานต์จับจ้องอยู่นี่เจ้าของร่างเล็กซึ่งกำลังนั่งอมยิ้ม  เมื่อจอภาพแสดงผลว่าทำงานสำเร็จแล้ว

ชนิตว์เดินเข้าไปหาเพื่อนสาวทันที  ขณะที่เคนเอ่ยว่า   ผมต้องขอกลับไปแก้ไขบางส่วนของโปรแกรมก่อน  คุณจะว่ายังไง

ผมต้องการสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ! “

คำตอบของนายจ้างทำให้หนุ่มญี่ปุ่นยิ้มออกได้  เคนหันไปทางมันตรินีซึ่งเดินเข้ามาใกล้คนทั้งสอง   ผมยอมแพ้คุณจริงๆ  ตรี

สัญญาของเราล่ะคะ ?    มันตรินีทวงสัญญาทันทีด้วยภาษาญี่ปุ่นที่คล่องแคล่ว 

เคนหัวเราะในลำคอ  ดวงตาหรี่เล็ก   ผมจะเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นสำหรับมื้อเย็น ! “

ในที่สุดฉันก็ทำให้คุณยอมควักเงินเลี้ยงข้าวได้เป็นครั้งที่สอง    มันตรินีบอกยิ้มๆ พลางหันไปแปลคำสนทนาให้กับชนิตว์ซึ่งยืนฟังด้วยท่าทางงุนงง

ปรานต์ยืนฟังคำแปลจากปากของเคนด้วยความรู้สึกฉงนเช่นกัน  พลางถามหนุ่มญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษว่า

คุณรู้จักเธอมาก่อนรึ ! “

สนิทกันมาก    เคนตอบเสียงจริงจัง   ผมเป็นเพื่อนสนิทกับชินอดีตคนรักของเธอ

อดีตคนรัก !     ปรานต์รู้สึกสนใจขึ้นมาทันใด

มันตรินีบอกกับเคนว่า   โปรแกรมของคุณยังมีข้อบกพร่องอยู่  เราจะคุยตอนกินข้าวดีไหมคะ  เคน

ผมอยากได้ไอเดียของคุณอยู่แล้ว    เคนกล่าวยอมรับจากใจจริง  แล้วชวนหญิงสาวไปดูอุปกรณ์ที่เขานำมาจากญี่ปุ่น

สงสัยพวกเขาคงไม่สนใจเราเสียแล้ว    ปรานต์กล่าวล้อในที  พลางเอ่ยชวนชนิตว์ไปทานข้าวด้วยกัน  โดยไม่ลืมบอกกับมันตรินีก่อน  แต่หล่อนไม่ได้สนใจทั้งสองเพราะมัวเพลินสนทนากับเคนเพื่อนเก่าสมัยที่เรียนในญี่ปุ่นซึ่งไม่มีโอกาสได้พบกันมานาน

 

ตอนค่ำหลังรับประทานอาหารญี่ปุ่นกับเคนเพื่อนเก่าแล้ว  มันตรินีจึงเดินออกจากลิฟต์เพื่อกลับบ้าน  อันที่จริงเคนพูดอาสาจะไปส่งหญิงสาว  แต่หล่อนปฏิเสธด้วยความเกรงใจ  ดังนั้นมันตรินีจึงกลับบ้านเพียงลำพัง  โดยคิดจะใช้บริการแท็กซี่ของโรงแรมใหญ่นั้นเอง  ขณะที่กำลังเดินคิดเพลินๆเสียงชายหนุ่มคนหนึ่งเรียกหญิงสาวไว้ก่อนที่หล่อนจะก้าวพ้นประตูโรงแรมนั้นทำให้เท้าทั้งสองชะงักไว้ทันใด

คุณนั่นเอง !    มันตรินีหันไปมองชายหนุ่มใบหน้าคมเข้ม  ผมตัดสั้นสีดำ

ปรานต์ยิ้มเล็กน้อย   คุณมาทานข้าวกับเคนที่นี่หรือ ? “

ใช่ค่ะ  เขาพักที่นี่ด้วย

ผมมางานเลี้ยงแต่งงานของเพื่อนที่นี่  ไม่นึกว่าจะพบกับคุณเลยนะ

หญิงสาวอดนึกชื่นชมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสีน้ำตาลเข้มเบื้องหน้าไม่ได้  พระเอกละครทีวีบางคนยังมีรูปโฉมไม่งาม  มีเสน่ห์เท่ากับปรานต์ อัครชัย  ผู้นี้เลย

เรื่องบังเอิญเกิดขึ้นเสมอค่ะ   หล่อนตอบเสียงเรียบ  พลางกล่าวต่อไปว่า  ฉันไม่อยากกลับบ้านดึก  ต้องขอตัวกลับก่อน

มีคนมารับหรือเปล่าครับ ? “

ฉันกลับเองได้    หล่อนตอบเสียงเข้ม  แววตาขัดเคือง

ผมไปส่งที่บ้านแล้วกัน

ฉันยังยืนยันจะกลับเองค่ะ

ปรานต์คว้าแขนของมันตรินีซึ่งทำท่าจะก้าวเดินจากไปทันที  พร้อมกล่าวเชิงบังคับในทีว่า   การปฏิเสธน้ำใจคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล  เป็นการสร้างศัตรูนะ  คุณไม่ควรดื้อกับผมสำหรับเรื่องเล็กแบบนี้

บังคับฉันรึ !    หล่อนพูดเอาเรื่อง

เชื้อเชิญต่างหาก ! “   เขาตอบ  พลางลากหญิงสาวไปที่ลิฟต์  โดยหล่อนพยายามขืนตัวไว้สักพัก  เมื่อเห็นสายตาของคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างจ้องมองทั้งสอง  ทำให้หญิงสาวจำใจยอมตามชายหนุ่มไปโดยดี  ขณะที่ปรานต์ไม่มีท่าทางผิดปกติใดๆสักนิด

 

รถยนต์คันงามของปรานต์ อัครชัยแล่นออกจากโรงแรมใหญ่ได้สักพัก  เขาเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งเคียงข้าง  หล่อนนั่งยืดตัวตรง  ดวงตามองไปข้างหน้าริมฝีปากเม้มสนิท  เขารับรู้ทันทีว่ามันตรินีกำลังไม่พอใจการกระทำของเขาเมื่อครู่นี้เป็นอย่างมาก

นั่งยืดคอแบบนี้  ไม่เมื่อยบ้างรึ  คุณตรี    ปรานต์กล่าวทำลายความเงียบขึ้นก่อน  เมื่อรถของเขาจอดติดไฟแดงอยู่

มันตรินีนั่งนิ่ง  โดยตั้งใจจะไม่ยอมพูดกับอีกฝ่าย  ชายหนุ่มส่ายหน้าด้วยความระอานิดๆ

ไม่พอใจที่ผมไปส่งหรือไง

หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบอยู่  ปรานต์ชักหงุดหงิดบ้าง  จึงขับรถไปจอดไว้ข้างทาง  พลางหันมาจ้องอีกฝ่ายเขม็ง

มีอะไรก็พูดมาสิ  คุณตรี

ฉันไม่ชอบให้ใครบังคับ !     หญิงสาวเอ่ยเป็นประโยคแรก  โดยไม่ยอมสบตากับชายหนุ่ม

ผมเพียงแต่บอกให้คุณรู้ว่า  ไม่ควรดื้อกับผมโดยไร้เหตุผลต่างหาก

คุณก็ยังไม่สำนึกสินะ

สำนึกรึ ?     ปรานต์ทวนคำด้วยความฉงน  พลางถอนใจหนัก  ผมรู้เพียงว่าคุณชอบทำตัวดื้อกับผมทุกเรื่อง  เพียงเพราะผมทำงานกับลุงพศ  นั่นหมายความว่าคุณไม่รู้จักแยกแยะ

ฉันไม่อยากคุยด้วยแล้ว  หล่อนบอกเสียงขุ่น  เมื่อได้ยินชื่อของคนๆนั้น

ปรานต์มองระอา   ก็ได้  กลับบ้านของคุณทันที

เสียงเพจเจอร์ดังขึ้น  มันตรินีหยิบเครื่องออกมาอ่านข้อความ  คิ้วโค้งบางขมวดแน่น สีหน้าไม่ดีนัก

ช่วยขับไปที่ชุมชนเกล็ดแก้วที ! “  หล่อนกล่าวเสียงอ่อนลง

คุณขอร้องผมรึ ! “

ใช่ค่ะ   มันตรินีพูดยอมรับ  แววตาอ้อนวอน  ฉันต้องไปถึงให้เร็วที่สุด  มีคนรอคอยฉันอยู่

ปรานต์มองเจ้าของใบหน้ากลมซึ่งสวมแว่นตากรอบทองอย่างชั่งใจ  เขาพยักหน้า  แล้วขับรถคันงามฝ่าความมืดไปยังจุดหมายของหญิงสาวด้วยความเร็วเต็มที่  โชคดีที่ช่วงเวลานั้นไม่มีรถมากนัก

 

                                                                       ************** โปรดติดตามตอนต่อไป ***************

                                                                                         สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s