ใต้เงาบาป 5.1

เฉพาะอ่านออนไลน์
ใต้เงาบาป 5.1
บทประพันธ์ของ  "ช่อมณี"

เย็นวันหนึ่งอันเป็นเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนธีระวิทยา  เด็กนักเรียนในระดับชั้นต่างๆพากันทยอยเดินออกไปเป็นอันมาก มันตรินีหอบแฟ้มไว้ในอ้อมแขนกำลังก้าวพ้นประตูโรงเรียน  พลันสายตาเหลือบไปเห็นนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งยืนรุมล้อมเด็กหนุ่มคนหนึ่งไว้ที่บริเวณริมรั้วด้านใน  หล่อนตัดสินใจเดินเข้าไปยังคนกลุ่มนั้นทันที

นายเป็นคนแจ้งจับลูกค้าของเราใช่ไหม  ไอ้ศัลย์     นักเรียนรุ่นพี่ร่างใหญ่กระชากเสียงถาม  แววตาดุดัน

เด็กหนุ่มร่างสูงไล่เลี่ยกับอีกฝ่าย  ผิวคล้ำ  สีหน้าวิตก  ยามตอบว่า  ผมไม่ได้พูดนะ  พวกนายเข้าใจผิดแล้ว

มีนายคนเดียวที่เห็นมันซื้อยากับพวกเรา ! “  เพื่อนอีกคนพูดเสียงดัง

พวกนายไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้ ! “

นักเรียนชายซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มเงื้อหมัดจะต่อยศัลย์  พลันต้องชะงักมือไว้เมื่อได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

พวกเธอกำลังทำอะไรกัน ? “  มันตรินีตะโกนถาม  ท่าทางหวาดระแวง

อาจารย์ตรี ! “  หัวหน้ากลุ่มมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย

ศัลย์ได้โอกาสที่ทุกคนตะลึงอยู่  จึงรีบเดินมาอยู่ด้านหลังของอาจารย์สาวร่างเล็ก

เรากำลังคุยกันเท่านั้นครับ   หัวหน้ากลุ่มตอบอย่างนอบน้อม  ขณะส่งสายตาปรามคู่กรณีไว้

ศัลย์หลบสายตาคู่นั้นของอีกฝ่าย  ขณะที่มันตรินีกวาดตามองนักเรียนทั้งห้าคนอย่างชั่งใจ  ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มว่า  แค่คุยกันก็ดีแล้ว  ฉันคิดว่าจะทะเลาะกันเสียอีก

พวกผมจะมีเรื่องกับนักเรียนห้องคิงได้อย่างไรกันครับ   หนึ่งในกลุ่มตอบด้วยท่าทียียวน

กลับบ้านได้แล้ว ! “  มันตรินีกล่าวตัดบททันที  เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพูดหาเรื่อง

ครับ   หัวหน้ากลุ่มตอบรับแล้วชักชวนเพื่อนๆไปโดยเร็ว

ศัลย์ถอนใจโล่งอกทันใด  พลันชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาคมกริบของมันตรินีที่มองอยู่

เธอมีเรื่องอะไรกับเขา  ศัลย์

ศัลย์ตอบอ้อมแอ้มว่า  เราคุยกันเท่านั้น  เพราะมีเรื่องเข้าใจผิดกันครับ

พูดความจริงรึเปล่า ? 

ครับ

คำตอบหนักแน่นของเด็กหนุ่มทำให้หล่อนคิดว่าคงไม่มีวันได้ความจริงมากไปกว่านี้แน่

แม้ฉันจะสอนคอมพิวเตอร์ให้เธอ  แต่ด้วยความเป็นอาจารย์  หากเธอมีปัญหาอะไรก็มาปรึกษากับฉันได้เสมอ  เข้าใจนะ  ศัลย์

ขอบคุณครับ  อาจารย์   ศัลย์ตอบด้วยความซาบซึ้งใจยิ่ง

มันตรินีอมยิ้ม  ฉันไม่อยากสูญเสียศิษย์คนโปรดนี่นา

เด็กหนุ่มกล่าวอำลา  แล้ววิ่งออกไปจากโรงเรียนทันที  โดยมีสายตาของหญิงสาวมองตามไปด้วยความห่วงใยกับอนาคตข้างหน้าของศัลย์

 

เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายวิ่งไปตามซอยแคบๆจนกระทั่งถึงบ้านไม้หลังเล็กซึ่งตั้งอยู่สุดซอยนั้นเอง  เมื่อเปิดประตูเข้าไปเขาก็ต้องตกใจกับภาพเบื้องหน้า  นายวินผู้เป็นบิดากำลังยื้อแย่งเงินสดกับนางมาลีมารดาซึ่งร่ำร้องไม่หยุดปาก  เพียงหวังให้สามีคืนเงินให้เท่านั้น  ในที่สุดนายวินใช้มือตบใบหน้าของภรรยาเต็มแรง  พลางคว้าเงินสดออกไปจากบ้านนั้นโดยเร็ว

แม่ครับ ! “  ศัลย์เข้าประคองร่างมารดาที่ทรุดฮวบลงกับพื้น

นางมาลีคร่ำครวญทั้งน้ำตาว่า  เอาเงินของฉันคืนมา ! “

ศัลย์มีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นเลือดไหลซึมออกมาที่บริเวณท้องของมารดา  จึงรีบเปิดเสื้อเพื่อดูที่มาของเลือด

แม่ไปทำอะไรมา ? “  ศัลย์ถามขึ้นเมื่อเห็นรอยเย็บแผลเป็นทางยาวที่ด้านขวาของท้อง

นางมาลียังคงร่ำไห้อย่างไร้สติ  เด็กหนุ่มจับใบหน้าของมารดาให้มองที่เขา  แล้วถามย้ำว่า  ทำไมมีรอยเย็บแผล ? “

แม่ขายไตเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ให้พ่อ  แต่พอมีเงินเหลือ  เขาก็เอาไปเล่นพนันอีกแล้ว

คำตอบของมารดาทำให้ศัลย์แทบหมดแรง  ไม่นึกเลยว่านางมาลีจะเสียสละอวัยวะเพื่อช่วยบิดาของเขามากขนาดนี้

แม่ไม่น่าโง่เลย ! “  ศัลย์กอดมารดาไว้แน่น  แม่ไม่มีวันเปลี่ยนคนติดพนัน  ติดเหล้าได้หรอก

พ่อสัญญาแล้ว ! “

ศัลย์กระชากเสียงอย่างลืมตัวว่า  พ่อสัญญาทุกครั้งที่ต้องการให้แม่หาเงิน  มันจบแบบนี้เสมอ  แม่ไม่ควรเชื่ออีกเลย

ศัลย์…… “  นางมาลีสะอื้นไห้ในอ้อมแขนของลูกชาย

เด็กหนุ่มถอนใจหนัก  พลางประคองมารดาให้ลุกขึ้น  มีเลือดออกจากแผลไปให้  หมอดูสักหน่อยเถอะ

นางมาลีชะงัก  ยามเอ่ยว่า  เราไม่มีเงินแล้วนะ

ผมยังมีค่าขนมเหลืออยู่  ไม่ต้องห่วงครับ   เขาบอก  แล้วพามารดาออกจากบ้านไปทันที

 

ช่วงกลางวันในวันต่อมาศัลย์แยกตัวมานั่งใต้ร่มไม้ใหญ่หลังโรงเรียนพร้อมกับขวด

พลาสติคบรรจุน้ำดื่ม  เขานั่งจิบน้ำดื่มไปเรื่อยๆท่ามกลางลมเย็นที่พัดผ่านผิวกาย  เขาสะดุ้งเมื่อเสียงของอาจารย์สาวร่างเล็กดังขึ้น

น้ำดื่มไม่ช่วยให้เธอหายหิวได้หรอกนะ ศัลย์

อาจารย์ตรี ! “  ศัลย์ชะงักเล็กน้อย  ก่อนจะก้มหน้าต่ำเพื่อหลบสายตาคมกริบของอีกฝ่าย

มันตรินีทรุดนั่งลงเคียงข้างเด็กหนุ่ม  พลางถอนใจเฮือกใหญ่  ฉันเคยบอกให้เธอปรึกษาฉันได้เสมอ  เมื่อเธอเกิดเรื่องที่บ้าน  เธอกลับเงียบ  หากฉันไม่สังเกตเห็นว่าสองวันนี้เธอไม่มีสมาธิในการเรียนคอมพ์เหมือนเมื่อก่อน  แล้วสอบถามจากเพื่อนของเธอคงไม่มีวันรู้เรื่องเลยนะ

อุษาบอกหรือครับ ? “

ใช่  ทีแรกก็ไม่ยอมเล่า  ฉันต้องนั่งกล่อมเสียนาน   หล่อนบอกเสียงจริงจัง

อุษาซื้อแฮมเบอร์เกอร์ให้เธอด้วยนะ

อาจารย์สาวยื่นแฮมเบอร์เกอร์ให้เด็กหนุ่มซึ่งยังมีท่าทางลังเล  หล่อนจึงเอ่ยยิ้มๆว่า

อย่าให้เพื่อนเสียน้ำใจสิ  ศัลย์

ศัลย์ยอมรับมาโดยดี  ขณะที่เด็กหนุ่มนั่งรับประทานอยู่  มันตรินีถามขึ้นว่า

แม่ของเธอเป็นอย่างไรบ้าง ? “

แผลผ่าตัดดีขึ้นมากแล้วครับ

ผู้หญิงแบบแม่ของเธอนี่หายากในสังคมนี้เลยนะ  มันตรินีพูดจากใจ  ภรรยาที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อสามีอันเป็นที่รัก  ฉันไม่กล้าพอแบบนั้นแน่นอน

ศัลย์นิ่งอึ้งไป  ริมฝีปากเม้มแน่น   ผมคิดว่าแม่แยกแยะไม่ออกต่างหาก

พูดไปก็บาปปากเปล่าๆ  ยังไงท่านก็เป็นแม่ของเธอนะ  ศัลย์

หญิงสาวเห็นอาการทอดถอนใจของเด็กหนุ่ม  ก็ยิ่งรู้สึกเวทนาแกมเห็นใจยิ่ง

ตอนนี้แม่พักฟื้น  พ่อก็หายตัวไป  ทางบ้านคงมีปัญหาทางการเงินมากสินะ

ผมกำลังอยากลาออกไปหางานทำ  แม่จะได้ไม่ลำบากอีกต่อไป

เธอคิดจะทิ้งความฝันของตัวเองรึ ! “

ศัลย์มีสีหน้าลำบากใจ  เมื่อท้องหิว  ความฝันก็ต้องทิ้งไว้ก่อน

การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ต้องวางพื้นฐานอย่างดี  มีความตั้งใจมั่น  ถ้าเธอปลีกตัวไปตอนนี้  คิดหวนกลับมาอีกก็สายเกินไปแล้วนะ  ศัลย์

ไม่มีใครสมหวังเสมอไปนี่ครับ  อาจารย์

คำพูดของเด็กหนุ่มที่ผ่านมรสุมชีวิตมามาก  ทำให้หญิงสาวนิ่งงันไปเช่นกัน

ฉันคงเสียดายมากที่เธอจะละทิ้งพรสวรรค์ของตัวเอง  โดยไม่พัฒนามันไปจนถึงที่สุด

มันตรินีบอกจากใจจริง

 

ศัลย์เป็นนักเรียนซึ่งมีพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อย่างน่าทึ่ง  หล่อนเฝ้าจับตามองเขาตั้งแต่อยู่มัธยมต้น  เมื่อเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาที่มัธยมปลาย  หล่อนจึงได้พาเขาไปดูการทำงานเป็นนักทดสอบเกมที่บริษัทซึ่งหล่อนทำงานอยู่  เขาดูตื่นเต้นกับเครื่องมือที่ทันสมัยและเอ่ยปากกับหล่อนว่าอยากศึกษาด้านนี้มาก  เมื่อหล่อนเห็นความตั้งใจของเขา  จึงพยายามส่งเสริมเต็มที่  โดยสอนพิเศษให้แก่ศัลย์  แล้วส่งเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันด้านคอมพิวเตอร์  เขาไม่เคยทำให้โรงเรียนผิดหวังเลย  ชื่อเสียงของโรงเรียนธีระวิทยาเลื่องลือในวงการศึกษาว่าผลิตนักเรียนทางวิทยาศาสตร์ได้ดี  ทำให้ทุกปีมีผู้ปกครองนำลูกหลานมาฝากเรียนเพิ่มขึ้น  สิ่งที่เป็นปัญหาต่ออนาคตของศัลย์คือฐานะทางบ้าน  ซึ่งไม่อาจส่งเสริมพรสวรรค์ของเขาได้  นอกจากจะมีคนเข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้เท่านั้น

ผมอยากให้แม่พักผ่อน

มันตรินีเหม่อมองไปยังท้องฟ้าอย่างครุ่นคิด  พลางกล่าวว่า   หากมีคนช่วยเหลือด้านการเงิน  เธอจะเรียนต่อไปไหม  ศัลย์

ใครจะยอมช่วยล่ะครับ ? “

ฉันนี่แหละ ! “   หล่อนตอบเน้นเสียง  แววตามุ่งมั่น   ถ้าเธอยังไม่ละทิ้งความฝันและมุ่งมั่นจะเดินไปสู่ความหวังที่ตั้งใจไว้  ฉันก็จะสนับสนุนเธอเต็มที่

อาจารย์ตรี ! “

ยอมรับความช่วยเหลือนี้ไหมล่ะ ? “

แต่อาจารย์จะลำบากนะครับ   ศัลย์ยังมีความรู้สึกลังเลใจ

มันตรินียิ้มนิดๆ  ฉันไม่กลัวความลำบาก  และฉันก็มีวิธีช่วยเธอกับแม่ได้  โดยไม่เดือดร้อนเท่าไรนัก

ศัลย์มองอีกฝ่ายอย่างซาบซึ้งใจ  ขณะที่หญิงสาวกล่าวย้ำว่า  เชื่อใจฉันสิ  ศัลย์

ผมจะไม่ท้อแท้อีกครับ

ฉันอยากฟังคำพูดนี้มากที่สุด   มันตรินีบอก  พลางตบไหล่เป็นการยืนยันความตั้งใจมั่นก่อนที่หล่อนจะเดินจากไป  ได้หันมาถามว่า  ตอนนี้แม่ของเธอทำงานอะไรอยู่ ? “

รับจ้างขนขยะในหมู่บ้านของอาจารย์ไงครับ

อาจารย์สาวร่างเล็กพยักหน้ารับรู้  แล้วบอกว่า  ต่อไปฉันจะส่งอาหารกลางวันกับเย็นมาให้เธอเอง  แล้วเจอกันที่นี่ล่ะ

ครับ   เขารับคำ  ดวงตามองตามร่างเล็กของอาจารย์คอมพิวเตอร์  ซึ่งมอบความหวังดีแก่เขาตลอดเวลา  โดยเฉพาะยามคับขันเช่นนี้เธอก็ยื่นมือมาช่วยเหลือเช่นกัน  เขาจะจดจำบุญคุณนี้ไว้ตราบชั่วชีวิตทีเดียว

 

เช้าวันหนึ่งขณะที่มันตรินีกำลังจัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอรืให้กับเหล่านักเรียนสำหรับชั่วโมงเรียนต่อไป  ชนิตว์เพื่อนนักข่าวพาร่างสูง  เพรียว  เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

มีข่าวดีมาบอกนะ  ตรี

มันตรินีเงยหน้ามองนิดหนึ่ง  แล้วเดินตรวจตามเครื่องต่างๆ  มันต้องดีมากเชียวล่ะ 

ใบหน้าของเธอบ่งบอกชัดเลย

นักข่าวสาวใช้มือลูบใบหน้ารูปไข่งดงาม  แล้วยิ้มกว้าง  เจ้านายยอมบรรจุฉันเป็นนักข่าวประจำและยังให้เขียนคอลัมน์ด้วยนะ

ดีใจด้วย   มันตรินีบอกด้วยความยินดี  พลางทรุดนั่งที่เบื้องหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์หลักของห้องปฏิบัติการนั้น

ทีแรกฉันนึกแปลกใจว่า  ทำไมเจ้านายจึงยอมรับฉัน  ทั้งที่ไม่มีการตีพิมพ์ผลงานของฉันเลย

เธอจึงไปสืบหาสินะ

ใช่แล้ว   ชนิตว์ตอบยิ้มๆ  นัยน์ตาพราว  เธอลองทายสิว่าเพราะอะไร ตรี

อาจารย์สาวส่ายหน้าทันที  วันนี้ฉันใช้สมองตอบคำถามของนักเรียนมาหลายชั่วโมงแล้ว  ขอผ่านคำถามของเธอเถอะ

ก็ได้จ๊ะ

มันตรินีเห็นท่าทางแปลกๆของเพื่อนที่นั่งทำตาลอย  ชนิตว์เอ่ยว่า  ผู้ชายที่ชื่อปรานต์เป็นคนพูดฝากฝังฉันให้กับเจ้านาย

ปรานต์รึ ! “

คนที่เชิญเราสองคนไปเมื่อหลายวันก่อนไงล่ะ ! “  ชนิตว์พูดขยายความเพื่อเตือนความจำให้อีกฝ่าย

ทำไมเขาต้องช่วยเธอ  ทั้งที่เธอเป็นคนทำให้เขาเดือดร้อน

ชนิตว์ส่ายหน้า  หัวใจพองโต  ยามเอ่ยว่า  เมื่อก่อนฉันคิดตีแผ่การบริหารที่ผิดพลาดของบริษัทนั้น  จึงเอาข้อมูลลับนั้นมา  ตอนนี้คงต้องพักไว้ก่อน

อุดมการณ์ของเธอเปลี่ยนง่ายจัง   มันตรินีมีสีหน้าครุ่นคิด

แค่พักไว้ก่อน  เพื่อตอบแทนน้ำใจของเขาในครั้งนี้  ต่อไปจะไม่มีละเว้นอีกแล้ว   ชนิตว์บอกหนักแน่น

ริมฝีปากบางได้รูปของมันตรินีแย้มออกเล็กน้อย  ยามเอ่ยว่า  เมื่อถึงเวลาที่เธอรับรู้เบื้องลึกของเขาจริงๆ  เธออาจลืมคำพูดในวันนี้ก็ได้  นิตว์

เธอรู้อะไรรึ ? “  ชนิตว์สะกิดใจกับคำพูดของเพื่อนสนิท

สักวันเขาอาจบอกเอง  หรือเธอสืบรู้ก็ได้นะ   มันตรินีบอกทีเล่นทีจริง

ชนิตว์ยักไหล่  เมื่อถึงเวลาฉันคงรู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร  แต่เธอรู้เรื่องของเขารึ  ตรี

ฉันแค่พูดสมมติเท่านั้น   มันตรินีพูดกลบเกลื่อนทันที

นักข่าวสาวลอบถอนใจโล่งอก  ด้วยไม่นึกอยากรับรู้ความลับที่อาจไม่ดีของปรานต์ อัครชัย ในเวลาเช่นนี้  อนาคตข้างหน้าหล่อนยังอดหวั่นไหวไม่ได้ว่าจะตัดสินใจเช่นไร  หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริงๆ

วันนี้ฉันมาชวนเธอไปเป็นเพื่อนเพื่อขอบคุณเขาที่บริษัทนะ   ชนิตว์เอ่ยจุดประสงค์ของตัวเองทันที

มันตรินีนิ่งเงียบไป  ชนิตว์พูดอ้อนวอนว่า  ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยนะ ตรี

เธอไม่กล้าไปพบเขาตามลำพังรึ  น่าแปลกจัง

ชนิตว์บอกแก้เขินว่า  ใครบอกว่าไม่กล้า  แค่อยากมีเพื่อนไปด้วยหรอก

มันตรินีชำเลืองมองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ  ไปก็ได้ ! “

ชนิตว์มีสีหน้าแช่มชื่นฉับพลัน  จากนั้นทั้งสองจึงเดินออกไปด้วยกัน

                                                                         *************** โปรดติดตามตอน 5.2 **************

                                                                                                     สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s