บัญชี คือ หัวใจของภาษีนิติบุคคล

ความสำคัญของนักบัญชี ผู้สอบบัญชี และ ภาษีนิติบุคคล

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

ในอดีตการทำบัญชี งบการเงิน การตรวจสอบบัญชีมักไม่ได้รับความสนใจอย่างจริงจังจากนิติบุคคลทั้งบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมีแนวคิดว่าต้องแต่งตัวเลขให้ต่ำเพื่อเสียภาษีให้น้อย จนสร้างความระแวงใจแก่กรมสรรพากรให้มีอคติสืบทอดถึงวันนี้ว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องโกงภาษี จึงต้องจับตามองสืบค้นหาเงินภาษีจากร้านค้าเหล่านั้น ทำให้เกิดภาพแมวจับหนู ร้านค้าสุจริตต้องถูกมองด้วยสายตาอคติ แล้วยังเพิ่มการทุจริตเรียกร้องเงินจากห้างร้านโดยเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเพื่อประโยชน์ส่วนตน กลายเป็นวงจรอุบาทว์ มันมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจในอดีตไม่ต้องการเสียภาษีแก่รัฐหรือเสียให้น้อยที่สุด จึงสร้างตัวเลขปลอมในบัญชีซึ่งเป็นการผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐเลวๆใช้จุดอ่อนนี้เรียกร้องเงินสินบนเพื่อปกปิดการเลี่ยงภาษีของธุรกิจ สุดท้ายเจ้าของกิจการจึงเป็นเหยื่อในอุ้งเท้าเสือซึ่งคือ เจ้าหน้าที่รัฐไม่ดี บางคนต้องถูกเรียกเงินภาษีที่จ่ายน้อยไปบวกค่าปรับและเงินเพิ่มหลายล้านบาทหลังจากหมดปัญญาจ่ายเงินสินบนได้ต่อไปเพราะมีการสับเปลี่ยนคนมารีดไถต่อเนื่องไม่สิ้นสุด สุดท้ายก็ต้องปิดกิจการพร้อมกับหนี้สินติดตัวจนต้องเป็นบุคคลล้มละลายเพราะหนี้ภาษี

กิจการเอกชนนิยมการหลบเลี่ยงจ่ายภาษีให้รัฐและเป็นเหยื่อให้ข้าราชการทุจริตรับสินบนบิดเบือนเงินภาษีเข้าคลังเพื่อประโยชน์ส่วนตนเกิดขึ้นยาวนาน กรมสรรพากรพยายามล้อมรั้วปิดกั้นหรือสร้างข้อบังคับเพื่อตีกรอบให้เกิดความเสียหายแก่รัฐน้อยลง รวมทั้งแก้ไขด้านแนวคิดของประชาชนเกี่ยวกับเงินภาษีว่า รัฐนำเงินภาษีไปช่วยทำนุ บำรุง บ้านเมืองให้พัฒนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นและช่วยให้ประชาชนมีชีวิตดีขึ้นหรือทันสมัยขึ้น ด้วยหวังลดการเลี่ยงเสียภาษีของบุคคลที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจในวันข้างหน้าหรือเจ้าของธุรกิจวันนี้ที่ยอมจ่ายภาษีอย่างถูกต้องโดยสมัครใจ แต่ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความพยายามของรัฐคือ การให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรอย่างสูงสุด แม้แต่การยึดทรัพย์เพื่อเสียภาษีโดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของศาลก่อนโดยหวังจะให้ลงโทษรวดเร็วและใช้ขู่ผู้เสียภาษีให้กลัวการเลี่ยงภาษี ผลตรงข้ามที่ได้รับคือ ธุรกิจเดือดร้อนหนักขึ้นทั้งพวกทุจริตและสุจริตเมื่อรัฐบาลเร่งรัดให้กรมสรรพากรหาเงินภาษีไปใช้จ่ายมากๆด้วยตั้งเป้าตัวเลขเงินภาษีแต่ละปีไว้ โดยมีโบนัสแจกให้หน่วยงานที่รีดเงินภาษีเข้ารัฐสูงเท่าหรือเกินเป้า เจ้าหน้าที่รัฐจึงข่มขู่ให้เจ้าของกิจการทำตัวเลขกำไรเท็จเพื่อเก็บเงินภาษีเพิ่มโดยอ้างจะใช้อำนาจตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง 5 ปีบ้าง 10 ปี บ้าง หวังสร้างความหวาดกลัวให้อีกฝ่ายยอมเชื่อฟังและทำตามคำสั่งโดยดี ทั้งนี้ การทำตัวเลขเท็จนั้นกลายเป็นความผิดพลาดที่เจ้าของกิจการสร้างพันธนาการมัดตนไว้กับข้าราชการทุจริตทุกรุ่นที่ย้ายผลัดเปลี่ยนกันเข้าสู่แผนกหรือกลุ่มรีดไถภาษีนั้นอย่างไม่สิ้นสุดและยังต้องคอยหวาดกลัวว่าวันหนึ่งจะถูกลงโทษตามกฎหมายทั้งจำคุกและปรับเพิ่มจนสิ้นเนื้อประดาตัวเมื่อวันที่ถูกจับได้ว่าทำตัวเลขบัญชีเท็จหรือไม่สามารถจ่ายสินบนเพื่อเลี่ยงการตรวจจับเท็จทั้งที่ผู้สั่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐนั่นเอง กระบวนการรีดไถภาษีใช้วิธีนี้เปลี่ยนสถานภาพการเงินของแต่ละคนโดยรัฐได้เงินตามเป้า ส่วนเขาก็ได้เงินสินบนทุกเดือนทุกปี แต่เจ้าของกิจการแบกคุกและเงินเพิ่มค่าปรับไว้ซึ่งถือเป็นผู้เสียหายฝ่ายเดียวที่เสียรู้ไปเชื่อเจ้าหน้าที่ทุจริตเห็นแก่ความชอบในตำแหน่งโดยบงการให้ทำละเมิดกฎหมาย

การทำบัญชี งบการเงิน เป็นเครื่องมือสำคัญของกรมสรรพากรในการคำนวณเงินภาษีที่เอกชนต้องจ่ายแก่รัฐซึ่งมีพัฒนาการตามล่าหาข้อบกพร่องหรือตัวเลขซ่อนแฝงไว้ โดยมีอคติพื้นฐานว่า เอกชนนิยมหลบภาษีด้วยการทำบัญชีสองเล่มหรือตกแต่งตัวเลขในบัญชีเพื่อหลอกรัฐให้ได้เงินภาษีน้อยกว่าความจริงหรือไม่ต้องจ่ายเงินภาษีเลย กรมสรรพากรจึงออกระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆละเอียดยิบเพื่อควบคุมการทำบัญชีและช่วยในการตรวจสอบได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มอำนาจลงโทษใช้ข่มขู่เอกชน นักบัญชี ผู้สอบบัญชีซึ่งร่วมกันหลอกลวงรัฐอีกด้วย ระเบียบกฎต่างๆที่ออกมากมายอาจทำให้เกิดความผิดพลาดในบัญชีซึ่งกรมสรรพากรใช้เป็นเครื่องมือรีดไถเงินสินบนได้ง่ายเพราะตัวเลขคำนวณพลาดด้วยเศษสตางค์ ก็ถือเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกได้แล้ว อีกอย่างหนึ่งคือ การเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่รัฐลงโทษผู้เกี่ยวข้องในบัญชีทำให้เกิดความหวั่นเกรงแก่เอกชนหรือผู้เกี่ยวข้องกับบัญชี ถ้าเกิดกรณียัดเยียดข้อกล่าวหาขึ้นได้

ความหวั่นกลัวของเอกชนต่อกฎเกณฑ์และอำนาจของกรมสรรพากรที่พิจารณาตัดสินกรณีพิพาทและลงโทษได้ทันทีทำให้เก็บเงินภาษีง่ายขึ้น แต่ก็สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้เสียภาษีได้เช่นกัน วิธีการที่เจ้าหน้าที่นำไปใช้รีดเงินภาษีและเงินสินบนจากเอกชนพัฒนาและโหดร้ายขึ้นเมื่อเอกชนที่สุจริตถูกบังคับให้ทำผิดกฎหมายด้วยการตกแต่งตัวเลขเพื่อเพิ่มกำไร เปลี่ยนแปลงขาดทุนให้เป็นกำไร หวังให้เกิดตัวเลขเงินภาษีต้องจ่ายสูงขึ้น เนื่องจากแต่ละกรมกองในกรมสรรพากรมีตัวเลขเงินภาษีไว้ ถ้ากลุ่มใดหาเงินได้มากเกินเป้าจะส่งผลต่อโบนัสที่จะได้รับของบุคคลในกลุ่มอย่างมาก ทุกคนจึงคิดสารพัดวิธีเพื่อรีดเงินภาษีและเงินสินบนจากเอกชนเพื่อให้งดเอาจากเขาหรือขอจ่ายน้อยลงกว่าที่เรียกร้องไว้ การบังคับให้แต่งตัวเลขรายได้เท็จหรือดึงค่าใช้จ่ายบางตัวในบัญชีออกไปเพื่อเพิ่มตัวเลขรายได้ ถือเป็นการทำเอกสารเท็จ เอกชน ผู้ทำบัญชี ต้องมีโทษอาญาจำคุกและปรับด้วยเงินหลายเท่าซึ่งอาจทำให้ต้องปิดกิจการก็ได้ เจ้าหน้าที่ใช้วิธีนี้เพื่อให้เอกชนที่หวั่นเกรงเขายอมทำผิดกฎหมายครั้งแรกและต้องเป็นเหยื่อและทาสของเขาตลอดกาล วิธีนี้กำลังเป็นที่นิยมในกรมสรรพากรอย่างมาก

หัวใจสำคัญในการรีดเงินภาษีกับเงินสินบนอยู่ที่สมุดบัญชีและงบการเงิน หากไม่ต้องการเป็นเหยื่อหรือทาสของเจ้าหน้าที่รัฐไม่ดี เจ้าของบริษัทต้องปรับแนวความคิดใหม่ให้เข้ากับหลักสากลที่เน้นนำข้อมูลในบัญชีไปใช้พัฒนาธุรกิจด้วย จึงต้องให้ความสำคัญต่อข้อมูลที่เป็นจริง อีกทางหนึ่งจะส่งผลป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐไม่ดีได้ หลายบริษัททำสำเร็จมาแล้วเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐพูดขู่เชิงบังคับให้เจ้าของกิจการหรือนักบัญชีตกแต่งตัวเลขใหม่เพื่อให้เสียภาษีตามที่เจ้าหน้าที่รัฐกำหนดไว้ แต่พวกเขาปฏิเสธเพราะมั่นใจในการทำบัญชีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่สามารถยัดเยียดข้อกล่าวหาหรือลงโทษบริษัทเหล่านั้นได้เลย บางบริษัทถูกขู่ให้เซ็นชื่อไม่รับเงินภาษีคืน ถ้าต้องได้รับคืน แต่เขาก็ปฏิเสธเพราะมั่นใจในบัญชี กรมสรรพากรก็จำต้องคืนเงินแก่เขาเพราะหาข้อผิดพลาดโดยจงใจไม่ได้

กิจการควรเอาใจใส่ต่อระบบบัญชีด้วยการให้ความรู้แก่นักบัญชีให้ทันสมัยและรับรู้ข้อมูลข่าวสารระเบียบและข้อยกเว้นที่กรมสรรพากรประกาศที่เอื้อต่อนิติบุคคล ปรับแนวคิดด้วยการทำบัญชีตามข้อเท็จจริงโดยไม่ตกแต่งตัวเลขเพื่อลดเงินภาษีหรือทำบัญชีสองเล่มดังที่กิจการในอดีตนิยมทำกัน หลายกิจการต้องล่มสลายลงเมื่อถูกเรียกภาษีเพิ่มหลังจากถูกตรวจสอบพบความไม่ถูกต้องในบัญชี ประมวลรัษฎากรกำหนดข้อยกเว้นหรือการหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายประกอบการเสียภาษีไว้ละเอียดถี่ยิบ นักบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ดีจะรอบรู้ข้อกฎหมายเหล่านี้แล้วนำปรับใช้กับการทำบัญชีได้ ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าของกิจการให้เชื่อถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ก็จะได้รับประโยชน์จากข้อกฎหมายเหล่านั้นได้ ต้องไม่ลืมว่า กรมสรรพากรออกข้อกฎหมายนั้นมิได้ต้องการทำลายล้างธุรกิจให้ล่มสลายไป แต่ต้องการแบ่งปันกำไรจากกิจการมาใช้สร้างความรุ่งเรืองแก่บ้านเมืองเท่านั้น ถ้าเจ้าของกิจการปรับแนวคิดในด้านบวกแก่การเสียภาษีโดยเน้นให้นักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีทำงานโดยสุจริตและใช้ตัวเลขรายได้ ค่าใช้จ่าย แท้จริง ปัญหาการรีดไถจากเจ้าหน้าที่สรรพากรทุจริตย่อมไม่เกิดขึ้น การทำผิดกฎหมายตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่แล้วเจ้าของกิจการต้องกลายเป็นเหยื่อหรือทาสให้รีดไถเงินตลอดกาลเกิดขึ้นไม่ได้ การแก้ไขจึงต้องเน้นที่บัญชีของกิจการเป็นต้นเหตุสำคัญที่สร้างโซ่แห่งความชั่วร้ายขึ้นในสังคมไทย

การทำบัญชีปัจจุบันนี้แยกเป็น กิจการมีนักบัญชีทำเอง หรือ จ้างนักบัญชีอิสระหรือสำนักงานบัญชี ซึ่งจะมีอัตราค่าจ้างแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผลงานดีหรือไม่ดีโดยมีตั้งแต่ 800 – 5,000 บาท ต่อเดือนโดยขึ้นอยู่รายได้ของกิจการและความยุ่งยากทางเอกสารประกอบการคำนวณค่าจ้างด้วย ความเอาใจใส่ในงานบัญชีทำให้ลูกค้าไม่ถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรหรือเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถพบข้อผิดพลาดและใช้ข่มขู่เจ้าของให้ทำผิดกฎหมายได้หรือต้องคืนเงินภาษีตามระเบียบ ถือว่านักบัญชีนั้นมีประสิทธิภาพสูง จึงต้องมีค่าจ้างที่ค่อนข้างสูงกว่านักบัญชีที่ทำงานลวกๆ ผ่านไปวันๆ บัญชีขาดตกบกพร่อง ไม่เอาใจใส่ลูกค้า เน้นการรับงานด้านปริมาณเป็นหลัก ไม่สนใจคุณภาพของงาน ลูกค้าจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ คือ การถูกเรียกเงินเพิ่มภาษีเพราะบัญชีผิดพลาด นักบัญชีประเภทนี้จะเรียกค่าจ้างค่อนข้างต่ำเพราะต้องการปริมาณลูกค้าเป็นหลัก ความโชคร้ายจึงไปอยู่ที่เจ้าของกิจการที่ถือบัญชีผิดพลาดและกลายเป็นเหยื่อของเจ้าหน้าที่สรรมพากรให้รีดไถง่ายดายที่สุด

ผู้สอบบัญชีนั้นกรมสรรพากรและกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ทุกกิจการต้องให้มีการตรวจสอบบัญชีเป็นประจำทุกปีเพื่อช่วยรัฐตรวจสอบงานบัญชีและให้คำแนะนำแก่นักบัญชีและเจ้าของกิจการเพื่อบัญชีที่ถูกกฎหมาย เขาจะเป็นผู้ดูแลและให้คำปรึกษาแก่ฝ่ายบัญชีและเจ้าของกิจการว่าธุรกิจมีข้อบกพร่องทางบัญชีหรือไม่ วิธีแก้ไข หากพบตัวเลขผิดปกติที่ส่อแววว่าอาจมีการทุจริตในกิจการก็ต้องแจ้งให้เจ้าของรับทราบโดยเร็ว อันถือเป็นผู้ช่วยทางการเงินของเจ้าของอีกคนหนึ่งซึ่งมิใช่ลูกจ้าง ผู้สอบบัญชีเป็นกลไกสำคัญที่รัฐต้องการให้เป็นผู้ดูแลบัญชีของเอกชนเบื้องต้น ถ้าได้ผู้ที่เอาใจใส่ลูกค้าและให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง ย่อมช่วยมิให้กิจการต้องเผชิญการรีดไถจากเจ้าหน้าที่รัฐโดยใช้ข้อบกพร่องทางบัญชีของลูกค้า ค่าจ้างของผู้สอบบัญชีย่อมเป็นไปตามประสิทธิภาพและชื่อเสียงน่าเชื่อถือของเขา รวมถึงรายได้ของลูกค้าประจำปี จึงเป็นตัวเลขที่สูงต่ำตามปัจจัยดังกล่าว

นักบัญชีและผู้สอบบัญชี คือ ผู้รอบรู้ด้านการเงินและบัญชีที่เจ้าของกิจการต้องเอาใจใส่ในการเลือกสรรใช้งานเพราะเขาเป็นผู้เก็บความลับของกิจการที่จะทำให้ล่มสลายหรือเจริญรุ่งเรืองก็ได้ นอกจากนั้นเจ้าของกิจการต้องไม่คิดหลบเลี่ยงภาษี ตั้งใจทำบัญชีที่ถูกต้องเพื่อรู้สถานภาพการเงินในกิจการแท้จริงประกอบการตัดสินใจในธุรกิจ ร่วมมือกับนักบัญชีที่รอบรู้กฎกติกาด้านบัญชีและภาษี รับฟังความเห็นของผู้สอบบัญชี จักเป็นเคล็ดลับให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองและไม่ต้องเป็นทาสภาษีของเจ้าหน้าที่สรรพากรทุจริตตลอดกาล ขอให้จำไว้ว่า แค่ยอมทำผิดกฎหมายครั้งเดียว ก็ต้องเป็นทาสของเจ้าหน้าที่ทุจริตไปหลายรุ่น จนกว่าจะยอมรับโทษตามกฎหมายเท่านั้น จึงเป็นอิสระอย่างล้มเหลวได้

 

********************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s