แผนหารายได้จากชาวบ้านด้วยเงิน 2,000 บาท

แจกเงิน  เพิ่มภาษี  แผนหารายได้

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

รายได้ของรัฐบาลมาจากเงินภาษีของประชาชน ซึ่งมีทั้งภาษีทางตรง เช่น เงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และชื่ออื่นๆ ส่วนทางอ้อม เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น นอกจากนั้นก็เป็นค่าธรรมเนียมสารพัดชื่อที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการของรัฐ ภาษีทางอ้อมนั้นจะย้อนกลับไปสู่ผู้บริโภคเมื่อผู้ผลิต ผู้จำหน่าย บวกรวมเป็นต้นทุนของสินค้า กลายเป็นราคาสินค้าที่ประชาชนต้องจ่ายเงินเมื่อต้องซื้อมัน จึงเรียกว่า ภาษีทางอ้อม สรุปคือ ประชาชนมีหน้าที่จ่ายทุกชนิดของภาษีแก่รัฐ เพื่อเป็นเงินงบประมาณไปใช้พัฒนาประเทศ เงินเดือน ค่าใช้จ่าย สวัสดิการของข้าราชการรัฐและนักการเมืองในสภา ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วเมื่อคลังหลวงขาดเงินก็ต้องประกาศเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นและทุกครั้งก็ต้องสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนไม่มากก็น้อยขึ้นอยู่กับสถานภาพทางสังคมของแต่ละคน มันเป็นหนทางเดียวที่รัฐจะได้เงินไปใช้สอยเพื่อส่วนรวมหรือเพื่อนักปกครองในเวลานั้น

ปัจจุบันนี้ผู้บริหารประเทศมีวิธีหาเงินรายได้นอกเหนือจากเงินภาษีด้วยการค้าขายสินค้าโดยนำผลผลิตที่รัฐซื้อไว้ตามราคาประกันไปขายแก่ลูกค้าในระบบรัฐต่อรัฐ ผลักดันสินค้าไทยของเอกชนไปสู่ตลาดโลก เปิดตลาดการค้าทุกทวีปเพื่อให้เอกชนทำมาค้าขายหลากหลายขึ้น อันเป็นการเพิ่มรายได้ด้านเงินภาษีที่เอกชนต้องจ่ายแก่รัฐ หน้าที่ของรัฐ ณ วันนี้ของโลกยุคใหม่จึงมิใช่การนั่งรอเก็บเงินจากประชาชนเท่านั้น แต่ยังต้องเพิ่มบทบาทในการสนับสนุนเอกชนให้สามารถทำมาค้าขายได้กว้างขวางและทำการค้าขายสินค้าด้วยตัวเองได้ด้วย

เมื่อเกิดเศรษฐกิจโลกตกต่ำแล้วลามเข้าไทยจากพิษแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกา รัฐบาลไทยในสมัยท่านสมัครเริ่มต้นช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยให้ยืนหยัดต่อสู้กับพิษเศรษฐกิจโดยตรงด้วยโครงการขึ้นรถเมล์และรถไฟฟรีซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมของคนมีรายได้น้อย ไม่ต้องจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ เมื่อใช้ตามที่หน่วยงานนั้นกำหนดไว้ วิธีนี้ช่วยประคองกลุ่มเป้าหมายได้ผลทันตา ต่อมาพิษการเมืองทำให้รัฐบาลนี้ต้องเปลี่ยนขั้วใหม่ไปสู่ฝ่ายค้านด้วยแรงผลักดันจากคนที่อยากคุมการเมืองไว้เพียงคนเดียว เมื่อรัฐบาลใหม่โดยการนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นที่ขนานนามว่า หุ่นเชิดทางการเมืองของผู้อุปถัมภ์คนหนึ่งซึ่งฝักใฝ่การเมืองอย่างมาก ขึ้นเป็นผู้บริหารประเทศท่ามกลางพิษเศรษฐกิจที่รุกเร้าใกล้เข้ามา นอกจากสืบทอดมาตรการช่วยประชาชนเดิมไว้แล้ว ยังเพิ่มโครงการแจกเงินแก่ผู้มีเงินเดือนน้อยด้วยข้ออ้างว่าเพื่อกระตุ้นการซื้อของคนไทย ซึ่งเรียกกันสนุกปากว่า งานซื้อเสียงล่วงหน้า เนื่องจากพิษเศรษฐกิจทำให้คนตกงานเพิ่มอย่างรวดเร็ว บริษัทห้างร้านโรงงานปิดตัวลง คนชรา คนด้อยโอกาส อยู่ในสภาวะแย่ที่สุด แต่รัฐบาลเลือกแจกเงินแก่ข้าราชการระดับล่างและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่มีเงินเดือนน้อย ทั้งที่พวกเขามีสวัสดิการดีมากและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อหวังให้เป็นคะแนนเสียงของพรรคถ้ามีการเลือกตั้งในไม่ช้า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือ ผู้รับเช็คสองพันบาทส่วนใหญ่เลือกเก็บออมเงินจำนวนนี้ไว้มากกว่าจับจ่ายใช้สอยให้ระบบการค้าภายในประเทศคล่องตัวขึ้น ถ้าเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนก็ควรแจกเงินแก่กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้อย่างแน่นอน เช่น คนจน คนตกงาน คนแก่ คนด้อยโอกาส เป็นต้น คนกลุ่มดังกล่าวเมื่อรับเงินแล้วต้องซื้อสินค้าเพื่อประทังชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่คนมีเงินเดือนน้อยและมีภาระหนี้มีการจัดสรรเงินให้เข้ากับหนี้สินมานานแล้ว เงินที่ได้รับมาจึงเป็นโบนัสที่เลือกเก็บออมไว้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งนี้ การแจกเงินจึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ ส่วนจะส่งผลต่อคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก็ต้องรอวัดจากการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่โครงการแจกเงินก็ทำลายฐานเสียงที่เป็นคนด้อยโอกาสแท้จริงในสังคมต่อรัฐบาลชุดนี้แล้ว

การแจกเงินของรัฐบาลก็เป็นการนำเงินงบประมาณซึ่งได้มาจากเงินภาษีของประชาชนมาจ่ายให้แก่คนบางกลุ่มที่มีเงินเดือนน้อยและยังไม่ตกงาน แต่รัฐบาลยังขาดเงินเพื่อบริหารประเทศหรือจ่ายเงินเดือนของข้าราชการ จึงพยายามขอกู้จากต่างประเทศ ขั้นตอนการกู้เงินที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ใช้เวลานานมากจึงไม่ทันต่อปัญหาขาดแคลนเงินของรัฐบาล จึงเริ่มมองการเพิ่มภาษีน้ำมัน ภาษีเหล้าบุหรี่ ภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าอื่นๆ เพื่อหวังเอาเงินเพิ่มขึ้น ภาษีสรรพสามิตที่เรียกเก็บจากน้ำมัน เหล้าบุหรี่ กับ ภาษีศุลกากร นั้นแอบแฝงอยู่ในต้นทุนสินค้าซึ่งผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายมักบวกเข้าไปในราคาสินค้าให้ประชาชนแบกรับไปทั้งหมดหรือบางส่วน อันส่งผลต่อค่าครองชีพที่ต้องสูงขึ้น เมื่อเทียบกับเงินแจกของรัฐบาลแล้ว ประชาชนทุกกลุ่มต้องรับผลกระทบค่าครองชีพสูงนี้อย่างเท่าเทียมกันทั้งที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้รับแจกเงิน ส่วนคนรับแจกเงินสองพันบาทแล้วต้องซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น หากเทียบสัดส่วนเงินแจกกับราคาสินค้าน่าจะไม่คุ้มกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เงินสองพันบาทเคยซื้อสินค้าเข้าบ้านได้ 10 ชิ้น แต่การขึ้นภาษีของรัฐบาลเพิ่มต้นทุนสินค้าทำให้เจ้าของต้องลดขนาดสินค้าเพื่อรักษาฐานลูกค้า ทำให้ของ 10 ชิ้นนั้นมีปริมาณลดลงในราคาคงเดิม ลูกค้าต้องซื้อสินค้าบ่อยครั้งขึ้น เจ้าของรักษากำไรไว้ได้ รัฐบาลก็ได้รับเงินภาษีเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีและจำนวนการซื้อที่เพิ่มขึ้น มันจึงเป็นแผนดึงเงินเกินกว่าสองพันบาทที่ลงทุนไว้ตอนแรกเข้าคลังรัฐบาลโดยประชาชนแทบไม่รู้สึกตัวเพราะสิ่งที่ตนใส่ใจมีเพียงการแจกเงิน แต่ลืมค่าใช้จ่ายและปริมาณสินค้าที่มาจากค่าครองชีพสูงขึ้นเพราะนโยบายของรัฐบาลที่หาเงินได้จากเงินภาษีอย่างเดียวและไม่รู้จักการทำมาค้าขายตามศักยภาพผลผลิตเกษตรอันยิ่งใหญ่ของไทย

การแจกเงิน แล้วขึ้นภาษีต่างๆที่เป็นต้นทุนสินค้า จึงเปรียบเสมือนภาษิตโบราณที่กล่าวว่า อัฐยาย ซื้อขนมยาย หรือ เอาเงินจากกระเป๋าซ้ายไปใส่กระเป๋าขวา ซึ่งหมายความว่า เงินของฉันจ่ายซื้อสินค้าของฉันเท่ากับคืนเงินให้ฉัน ก็แค่สร้างภาพให้ดูมีเมตตาเท่านั้น หากคิดให้ลึกซึ้งจะมองเห็นภาพชัดขึ้นว่า เงินแจกของรัฐบาลมาจากเงินภาษีของประชาชนหรือเงินกู้ที่ผูกพันให้คนไทยต้องชดใช้ภายหลัง โดยเฉพาะเงินจากผู้ประกันตนซึ่งคนทำงานจ่ายเพื่อสวัสดิการของตน แต่รัฐบาลเอาเงินพวกนี้ไปแจกให้ผู้ประกันตนบางกลุ่มเท่านั้น เมื่อนำเงินไปซื้อสินค้าที่บวกอัตราภาษีเพิ่มขึ้นตามประกาศของรัฐบาล รัฐก็จะมีรายได้กลับคืนคลังสูงกว่าที่แจกเงินไปในรูปของเงินภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีน้ำมัน เพราะผลจากการเพิ่มอัตราภาษีอันหมายความว่ารัฐได้เงินคืนมากกว่าสองพันบาทต่อคนที่จ่ายไปเท่ากับคนรับเงินต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าราคาสูงขึ้น อีกทั้งคนที่ไม่ได้รับเงินแจกก็ต้องซื้อสินค้าราคาสูงขึ้นเช่นเดียวกัน มันจึงเป็นการเอาเงินของประชาชนจ่ายให้คนไทยบางกลุ่ม แล้วรัฐก็ได้เงินภาษีเพิ่มขึ้นโดยคนไทยไม่ทราบว่า การแจกเงินเป็นภาพลวงตา แต่ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นผลจากนโยบายหาเงินของรัฐบาลที่ต้องการหยิบเงินในกระเป๋าของชาวบ้านไปแบบไม่ให้รู้ตัวด้วยแผนแยบยล

ถ้าสังเกตนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศว่าเป็นแผนช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยคนตกงาน จักพบว่า ไม่มีโครงการทำมาค้าขายหรือเปิดตลาดการค้าของไทยให้กว้างขวางขึ้นหรือรักษาตลาดเดิมให้มั่นคง อันเป็นการหารายได้เข้าประเทศเลย แต่เน้นหาแหล่งเงินกู้และออกกฎหมายผ่อนผันให้กู้เงินสูงมากๆ การกู้เงินเป็นการแก้ปัญหาของพรรครัฐบาลที่ต้องการเงินหรือปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่แท้จริงกันแน่ ภาพราคาผลผลิตเกษตรของไทยตกต่ำอย่างหนักจึงกลับมาอีกครั้งเพราะขาดเงินจึงรับซื้อไม่ตรงจังหวะเวลาของผลผลิตทำให้เกษตรกรถูกกดราคาให้ต่ำจนขาดทุนอันเป็นภาพเก่าแก่หวนกลับคืนอีกครั้ง เช่น ราคาข้าวต่ำกว่าหมื่นบาททั้งที่เคยมีราคาสูงหนึ่งหมื่นห้าพันบาทมาแล้ว ราคายางเหลือแค่ 20 บาททั้งที่เคยขายได้สูงเกิน 100 บาทขณะที่ค่าครองชีพวันนี้เปลี่ยนไปจากหลายสิบปีที่ผ่านมาอย่างมาก แต่อัตราราคาพืชผลเดิมกลับมาแล้ว เป็นต้น นักการเมืองหลายคนชอบการประกันราคาสินค้าเกษตรเพราะใช้หาผลประโยชน์บนความทุกข์ของเกษตรกรได้ง่าย วงจรนี้เคยถูกกำราบไปแล้วตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณโดยเวลานั้นเน้นการขายสินค้าให้ได้ราคาดีและสมเหตุสมผล ราคาข้าว ยางพารา ผลไม้ทุกชนิดสูงขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีพาณิชย์ และรัฐมนตรีต่างประเทศเวลานั้นออกตระเวณหาตลาดให้สินค้าไทยอย่างสุดกำลังทำให้ราคาประกันพืชผลเกษตรสูงขึ้น ชีวิตของเกษตรกรดีขึ้นทันตา ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจและชดใช้หนี้สินของไอเอ็มเอฟได้เพราะการขายผลผลิตเกษตรของไทยเป็นธรรมและมีตลาดกว้างขวางมากกว่าอดีตกาล รัฐบาลเวลานั้นไม่ได้คิดกู้เงินเพื่อหามาใช้บริหารประเทศ แต่เน้นการขายสินค้าเกษตรไปยังตลาดต่างประเทศให้กว้างขวางขึ้น เรียกกันว่า ขาดเงิน ก็หาเงินเข้าบ้าน มิใช่กู้เงินมามัดคนในบ้านให้ต้องเป็นทาสดอกเบี้ย แต่รัฐบาลนี้กำลังนำพาคนไทยไปเป็นทาสดอกเบี้ยของต่างประเทศ เพราะขาดวิสัยทัศน์ทางการค้าขายหาเงินเข้าบ้าน จึงเลือกกู้เงินอย่างเดียว ถ้านำวิธีนี้ไปใช้กับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ในไม่ช้าก็จะกลายเป็นคนล้มละลายเพราะไม่มีปัญญาทำมาหากินสร้างรายได้เพิ่ม ทำได้แค่เซ็นชื่อกู้เงินเท่านั้น ประเทศไทยกำลังเดินไปสู่จุดนั้นเพราะผู้บริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ทั้งที่แผ่นดินไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตยอดเยี่ยมไม่แพ้ประเทศใดในโลก แต่ขาดคนที่จะนำศักยภาพแท้จริงของประเทศไปใช้พัฒนาบ้านเมืองได้เต็มที่ ส่วนใหญ่ผู้บริหารประเทศที่ถูกยัดเยียดให้คนไทยมักทำงานเพื่อสนองกิเลสตัณหาแก่ผู้อุปถัมภ์มากกว่ารักจะเห็นบ้านเมืองเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ ประเทศไทยจักไม่มีวันเจริญรุ่งเรืองตามศักยภาพของคนไทยที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเยี่ยงชาวพุทธที่ดีและด้วยแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ แต่มันเป็นการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ โดยถูกครอบงำด้วยกลุ่มฝักใฝ่อำมาตย์โบราณที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าทำเพื่อชีวิตสุขสบายของคนไทยให้สมกับความขยันของคนไทยและผืนดินแสนสมบูรณ์แห่งนี้

 

***************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s