ความรุนแรงในครอบครัว

ความรุนแรงในครอบครัว

เขียนโดย  แก้วมณี

 

สถาบันครอบครัวเป็นพื้นฐานสร้างคนให้เป็นคนดีหรือคนชั่วของสังคมไทย โดยบิดามารดาเป็นต้นแบบในการหล่อหลอมทายาทชายหรือหญิงให้เป็นเสมือนตัวแทนหรือมีแนวคิดเดียวกัน ดังนั้น ทายาทมักสืบทอดความดี ความเลว ของบิดามารดาไว้ไม่มากก็น้อยด้วยการอบรมสั่งสอนหรือแสดงเป็นแบบอย่างให้เด็กเห็นสม่ำเสมอและยึดมั่นเป็นแบบอย่างของตนต่อไป เด็กคนใดประพฤติตนแตกแยกจากบิดามารดาถูกขนานนามว่า เด็กนอกคอก ทั้งที่หลายครั้งความแตกต่างของเด็กนั้นเพราะรู้จักแยกแยะความดีความชั่วที่บิดามารดาแสดงให้เห็นได้ เขาเลือกจะไม่ทำสิ่งไม่ดี ดังเช่น บิดามารดาชอบโกงเงิน ลักขโมย เป็นมือปืน เป็นชู้กัน แย่งสามีภรรยาของคนอื่น ชอบทำร้ายร่างกายกัน เป็นต้น เมื่อเขาเติบโตและรับรู้วิถีชีวิตของบุพการีว่าพบความลำบากยากแค้นเพียงไรกับสิ่งชั่วร้ายหรือบาปกรรมที่สนองตอบ เขาจึงไม่ต้องการเดินตามรอยเท้าของบิดามารดา การประณามเด็กว่าเป็นพวกนอกคอกในทางที่ดี จึงเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง แต่ควรยกย่องเขาที่แยกแยะผิดถูก ชั่วดี ได้ด้วยจิตสำนึกของมนุษย์ดีกว่าบิดามารดา

ในอดีตนับร้อยปีมาแล้วสังคมไทยยึดถือเรื่องครอบครัวเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรให้คนนอกรับทราบและผู้หญิงหรือเด็กคือ ทรัพย์สิน ของ ผู้ชาย สิ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวจึงถือเป็นความลับ ความดีถูกเชิดชูในสังคม ความชั่วในครอบครัวถูกปิดเงียบ ทำให้ผู้หญิงหรือเด็กถูกกดขี่ข่มเหงตลอดมาทั้งที่คนนอกรับทราบ แต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือคลายความทุกข์แก่พวกเขาได้ แม้แต่รัฐบาลปกครองประเทศและมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนไม่จำกัดเพศก็มีกฎหมายและความเชื่อโบราณครอบงำไว้ ผู้หญิงหรือเด็กในยุคโบราณจึงต้องรับเคราะห์กรรมอย่างโดดเดี่ยว หากได้สามีหรือบิดาที่เป็นคนดีมีเมตตา ชีวิตก็มีความสุขเหลือคณา ในทางกลับกันชายเป็นโรคจิตหรือไร้ความเมตตา พวกเขาก็ต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยวและซ่อนความเลวร้ายของเขาไปกับความตายด้วย

การปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยประกาศความเสมอภาคระหว่างชายและหญิงที่รัฐบาลต้องให้ความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน ความเชื่อเรื่องภรรยาเป็นทรัพย์สินของสามีจางหายไปพร้อมกับกาลเวลาและคนรุ่นเดิมตายไป ปัจจุบันนี้ความเชื่อเดิมที่ว่า ภรรยาและลูกเป็นทรัพย์สมบัติของสามีอาจมีสืบทอดในบางครอบครัว แต่มีน้อยมากแล้ว ความรุนแรงในครอบครัวอันสืบเนื่องจากภาวะจิตไม่ปกติกลายเป็นต้นเหตุที่ทำร้ายสตรีและเด็กในครอบครัวเป็นอันดับต้นๆ ส่วนจิตกร่างและสรีระของเพศชายก็มีส่วนให้เกิดความรุนแรงในสังคมไทยด้วย ปัจจุบันนี้มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงและเด็กในครอบครัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา สถานภาพทางสังคมของผู้หญิงและเด็กที่อยู่ในครอบครัวจึงปลอดภัยและมีทางแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้นจากการต้องอดทนให้ทรมานกายและใจไปจนตายอย่างในอดีต

รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับกำหนดให้สถานภาพทางสังคมและกฎหมายระหว่างชายและหญิงมีความเสมอภาคกัน อันส่งผลให้กฎหมายทุกฉบับต้องใช้บังคับกับคนไทยทุกเพศอย่างเท่าเทียมกัน จะเลือกให้ประโยชน์หรือกดขี่กันด้วยเหตุความแตกต่างทางเพศมิได้ ผู้กระทำต้องรับโทษทางกฎหมาย ความเสมอภาคที่มีไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ได้แยกคุ้มครองเฉพาะหญิงโสดเท่านั้น แต่รวมถึงหญิงมีสามีแล้วด้วย หลักบัญญัติสิทธิเสมอภาคของชายและหญิงช่วยให้ชีวิตและการดำรงชีพของหญิงทุกสถานภาพปลอดภัยและมีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างมากในสังคมไทย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดสถานภาพหญิงที่แต่งงานแล้วต้องร่วมรับผิดชอบในทรัพย์สินและหนี้สินร่วมกับสามี สถานภาพทางกฎหมายของหญิงแต่งงานแล้วเหมือนผู้เป็นสามีหรือที่เรียกตามภาษาชาวบ้าน คือ เป็นบุคคลเดียวกัน แม้แต่การเสียภาษีก็กำหนดให้สามีภรรยาต้องเสียภาษีร่วมกัน มันเป็นการให้สิทธิและหน้าที่แก่หญิงแต่งงานแล้วเทียบเท่าสามี ดังนั้น สามีจะต้องได้รับอนุญาตหรือรับความยินยอมจากภรรยาก่อนทำนิติกรรมสัญญาทางแพ่งอันเป็นการให้เกียรติแก่ผู้หญิงและเปิดโอกาสแก่ภรรยาที่จะรับรู้พฤติกรรมของสามีพร้อมกับเกิดความรับผิดชอบร่วมกันด้วย มันเป็นการยืนยันสถานภาพสตรีไทยวันนี้มีเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตอย่างชัดเจน

แม้กฎหมายแพ่งฯจะให้สามีและภรรยาเปรียบเสมือนบุคคลเดียวกัน แต่ประมวลกฎหมายอาญาให้ความคุ้มครองชีวิตและร่างกายของภรรยาแยกต่างหากจากสามีเพื่อให้ความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน หากสามีทำร้ายร่างกายหรือฆ่าภรรยา จะต้องรับโทษจำคุก ประหารชีวิต ตามคำพิพากษาของศาลโดยไม่สนใจสถานภาพสมรสของพวกเขา ดังนั้น ความรุนแรงในครอบครัวอันเกิดจากการกระทำของสามีภรรยาอันหมายถึงการทำร้ายร่างกายหรือฆ่า ผู้กระทำต้องรับโทษตามกฎหมายอาญาเป็นรายบุคคลและสถานภาพสมรสมิใช่ข้อยกเว้นโทษ

ความรุนแรงในครอบครัวมิได้เกิดขึ้นจากความกร่างในเพศชาย แต่ยังอาจเกิดขึ้นจากสภาพจิตไม่ปกติเพราะพิษสุราหรือยาเสพย์ติดหรือโรคจิตเภท เมื่อประมวลกฎหมายอาญาไม่แยกแยะว่า การทำร้ายเพราะเหตุเหล่านั้นจะได้รับยกเว้นโทษอาญา กอปรกับความอ่อนไหวในครอบครัวไทย ส่วนใหญ่การดำเนินคดีอาญากับชายหรือหญิงที่กระทำรุนแรงต่อสมาชิกครอบครัวจึงทำค่อนข้างยาก เมื่อหายโกรธหรือพูดออดอ้อนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ยอมแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ทำให้ปัญหาชอบใช้กำลังจึงไม่ได้รับการแก้ไขหรือหมักหมมต่อไปจนกระทั่งส่งผลต่อชีวิตของภรรยาหรือลูกที่ต้องแบกรับความทุกข์ต่อเนื่อง ลูกก็ซึมซับความรุนแรงที่บิดามารดากระทำต่อกันไปใช้กับครอบครัวของเขาหรือเธออีก มันจึงเป็นลูกโซ่แห่งความทุกข์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดและคอยหาเหยื่อต่อไปไม่หยุดยั้ง รัฐบาลจึงพยายามแก้ไขหรือหยุดยั้งความรุนแรงในครอบครัวเพื่อมิให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมอีกด้วยการออกกฎหมายเพื่อกำจัดหรือคลี่คลายปัญหานี้

ข่าวสลดใจที่หลายคนต้องอ่านพบเป็นระยะ คือ บิดาซ้อมมารดาทุกวัน ลูกชายทนไม่ไหว วันหนึ่งจึงเอาขวานจามหัวของบิดา เขาต้องเข้าคุกรับโทษขณะที่มารดานอนรักษาอาการสาหัส อันที่จริงแล้วความรุนแรงในครอบครัวมิได้เกิดเพียงวันเดียว แต่เกิดสะสมเป็นเดือนหรือปี ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายหญิงมักกลัวสามีจะถูกจับแล้วไม่มีคนหาเงิน หรือเจ็บตัวจนกลัว รัฐบาลจึงออกกฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวด้วยการกำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งบำบัดจิตของสามีหรือบำบัดติดเหล้าที่มีพฤติกรรมทำร้ายภรรยาหรือลูกเป็นประจำได้แลกกับการลงโทษตามกฎหมายอาญา ซึ่งถือเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุเพื่อให้ครอบครัวสงบสุขได้อีกครั้ง นอกจากนั้นหากภรรยาต้องการหย่าก็สามารถใช้เป็นเหตุหย่าได้อีกด้วยเพื่อปลดปล่อยความทุกข์แก่หญิงอีกทางหนึ่ง ผลดีของกฎหมายนี้คือ ภรรยามีความกล้าขึ้นที่จะใช้กฎหมายรักษาอาการทางจิตของสามีหรือสามีอาจไม่ต้องติดคุกและเปลี่ยนให้เขาเป็นสามีปกติได้ รักษาชีวิตและสุขภาพของหญิงไว้ ช่วยด้านสภาพจิตใจของลูกซึ่งมักเป็นเหยื่ออีกคนในความรุนแรงนี้ด้วย

นอกจากนั้นรัฐบาลยังช่วยเหลือเด็กที่เป็นเหยื่อสำหรับคดีความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น เมื่อบิดามารดาสร้างความรุนแรงต่อเด็กไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ถ้าเด็กได้รับบาดเจ็บเพราะการกระทำของบิดามารดาซึ่งขาดจิตสำนึกที่ดี หน่วยงานรัฐมีอำนาจแยกเด็กออกจากสถาบันครอบครัวเพื่อปกป้องชีวิตและให้อนาคตที่ดีแก่เด็กต่อไป อันแตกต่างจากอดีตที่รัฐไม่มีอำนาจช่วยเหลือเด็กได้เมื่อเกิดกรณีบิดามารดาหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้ายเด็กเพื่อช่วยเหลือก่อน แต่ต้องรอจนกระทั่งเด็กตายจึงดำเนินคดีกับผู้กระทำได้ มันจึงเกิดภาพเศร้าสลดเป็นระยะเมื่ออดีตเหยื่อเด็กในคดีทำร้ายต้องกลายเป็นศพในเวลาต่อมา

อันที่จริงแล้วคดีความรุนแรงในครอบครัวมักเกิดจากการกระทำของฝ่ายชายด้วยสารพัดสาเหตุ อาทิเช่น สภาพร่างกายของเพศชายที่แข็งแรงกว่าหญิง เมาเหล้า ติดยา ระงับอารมณ์โกรธไม่ได้ จิตเภท เป็นต้น หากพิจารณาให้ลึกขึ้นจักพบว่า ภรรยา มีส่วนในการไม่ช่วยตัวเองและลูกให้พ้นไปจากนรก เนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น ความอับอาย แนวคิดเดิมที่ครอบครัวอาจสอนฝังใจว่า ต้องเชื่อฟังสามี อย่าเล่าเรื่องไม่ดีในบ้านให้ใครรับรู้ กลัวขาดเงินใช้สอย และอื่นๆ ทำให้ภรรยาเหล่านั้นยอมตนเป็นกระสอบทรายให้สามีเตะต่อยทำร้ายตามอำเภอใจ บางครั้งยังไม่สามารถปกป้องลูกจากการทำร้ายลามปามของสามีด้วย แม้กฎหมายวันนี้จะช่วยปกป้องและเพิ่มบทลงโทษแก่สามีจิตวิปริตแล้ว ภรรยาควรเริ่มต้นปรับปรุงวิสัยทัศน์ใหม่ด้วยการทำจิตให้เข้มแข็งและกล้าหาญจะเผชิญหน้ากับปัญหาและความจริง เคารพนับถือความเป็นผู้หญิงมิให้สามีย่ำยีเกียรติยศของตน เมื่อเกิดความรุนแรงตั้งแต่แรกต้องเร่งแก้ไข มิใช่ให้อภัยและปล่อยลามต่อไป ทุกครั้งที่ยอมให้อภัยแก่เขาที่ทำทารุณเธอ จักเป็นการสนับสนุนให้เขาใช้กำลังระบายอารมณ์อย่างต่อเนื่องและย่ามใจ สุดท้ายจะเป็นการฆ่าเธอโดยพลั้งเผลอหรือจงใจก็ตาม ความละอายใจต่อบาปสำหรับเขาจักมีน้อยลงเรื่อยๆเมื่อมีการใช้กำลังและเธอยอมอภัยให้เขาโดยไม่แก้ไขต้นเหตุการสร้างความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อภรรยามีความอ่อนแอทางจิตใจหรือความอับอายที่จะให้คนอื่นทราบว่าบาดแผลตามร่างกายเกิดจากการกระทำของสามี จักเป็นการสะสมความกลัวไว้กับตัวเอง จึงไร้พละกำลังที่จะคุ้มครองลูกให้พ้นจากการทำทารุณของสามีซึ่งเป็นเพศที่นิยมใช้ความรุนแรงด้านพละกำลังอยู่แล้วและเป็นความเคยชินที่จะหาเหยื่อระบายอารมณ์โกรธของเขาเพิ่มขึ้น หากเจอชายเป็นโรคจิตเภทนิยมความรุนแรง ภรรยาที่ไม่กล้าปกป้องลูก อาจกลายเป็นการส่งเสริมทางอ้อมให้เขาฆ่าลูกในภายหลังได้ ผลกระทบทางจิตใจของเด็กจากบาดแผลตามร่างกายที่บิดาสร้างขึ้นจะทำร้ายเด็กให้ซึมเศร้าและโดดเดี่ยวเมื่อเขารับรู้ว่า มารดาไม่สามารถช่วยเหลือหรือปกป้องเขาจากความเลวร้ายที่บิดาสร้างขึ้นได้ บิดามารดามิใช่ที่พึ่งของเขา พละกำลังน้อยนิดของเด็ก สุดท้ายเขาจะกลายเป็นศพเหยื่อความทารุณกรรมของบิดา สิ่งที่พึงระลึกอีกอย่างหนึ่งคือ การทำทารุณกรรมในครอบครัวนั้นมิได้เกิดจากฝ่ายชายเท่านั้น ฝ่ายหญิงก็สามารถกระทำได้เช่นเดียวกัน

การยุติความรุนแรงในครอบครัวต้องเริ่มต้นที่แนวคิดของชายและหญิงว่า ควรให้เกียรติต่อกัน การทะเลาะระหว่างสามีภรรยาอาจเกิดขึ้นได้ แต่ควรควบคุมอารมณ์โกรธมิให้ลุกพล่านเกินขอบเขตด้วยการคิดถึงคุณความดี ความรัก ที่เคยมีต่อกัน คิดถึงลูก ระยะเวลาที่สร้างครอบครัวด้วยกัน การทำร้ายอีกฝ่ายควรนึกถึงพ่อแม่ พี่น้อง ของตนที่เป็นเพศเดียวกับคู่สมรส สำหรับผู้หญิงนั้นอยากให้สร้างจิตใจเข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญกับความรุนแรงในครอบครัวโดยคำนึงถึงลูกที่ไม่ควรต้องเจอกับความน่ากลัวที่บิดาสร้างขึ้นทุกวัน ลูกจะมีสุขภาพจิตที่ดีได้เมื่อมารดาสุขกาย สุขใจก่อน เมื่อเกิดความรุนแรงระหว่างสามีภรรยาขึ้น ผู้หญิงต้องเริ่มต้นแก้ไขต้นเหตุก่อน อย่าปล่อยให้ลุกลามเพราะความใจอ่อน เขาจะกลายเป็นระเบิดมาสังหารแม่กับลูกด้วยความเข้าใจผิดหรือความแค้น ผู้หญิงจึงต้องกล้าหาญจะยอมรับความจริงและแก้ไขปัญหาโดยตรงด้วยการให้สามีรับการบำบัดทางจิตโดยสมัครใจหรือโดยคำสั่งของศาลก็ตามเมื่อยังต้องการใช้ชีวิตร่วมกันต่อไป หากมองพิจารณาถ้วนถี่แล้วภรรยาต้องกล้าตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของลูกและตัวเองที่จะแยกชีวิตไปต่อสู้ด้วยตัวเองถ้าคิดว่าจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้หรือทนกับชีวิตสมรสนี้ไม่ได้แล้วหรือคู่สมรสไม่สามารถรักษาอาการจิตเภทนี้ได้ หญิงหรือชายที่เผชิญหน้ากับความรุนแรงในครอบครัวนั้นถ้าไม่สามารถจัดการปัญหาด้วยตัวเองได้ ก็ต้องยอมให้กฎหมายเข้าไปช่วยเหลือเพื่อรักษาชีวิตและอนาคตของตนและลูกไว้ อย่าเก็บความทุกข์กายและใจไว้เพราะมิใช่หนทางแก้ปัญหา แต่เป็นการเก็บระเบิดไว้เพื่อฆ่าตัวตาย ชีวิตคู่วันนี้อาจไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าชีวิตวันหน้าจะพบความสุขไม่ได้

ความเข้มแข็งด้านจิตใจ ความกล้าหาญเผชิญกับความจริง วิสัยทัศน์กว้าง การเคารพนับถือตัวเองว่ามีคุณค่าอยู่ หน้าที่ปกป้องลูก คือ กุญแจแห่งความหลุดพ้นจากภัยความรุนแรงในครอบครัว นอกเหนือจากกฎหมายสองฉบับ คือ กฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว และ กฎหมายคุ้มครองเด็ก ส่วนชายหรือหญิงที่นิยมใช้ความรุนแรงต่ออีกฝ่ายด้วยสารพัดข้ออ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากควบคุมหรือระงับความโกรธไม่ได้ เชื่อว่าผู้หญิงหรือเด็กเป็นที่ระบายอารมณ์ ต้องคำนึงให้มากว่า สถานภาพทางกฎหมายของชายหรือหญิงหรือเด็กเท่าเทียมกัน ภรรยาหรือสามีหรือลูกมิใช่ทรัพย์สินส่วนตัว แต่เป็นมนุษย์มีลมหายใจเยี่ยงเดียวกัน ร้อน หนาว เจ็บ ตายได้เหมือนกัน ถ้าเขาหรือเธอบาดเจ็บหรือตายเพราะการกระทำของสามีภรรยา บิดามารดา จักต้องรับโทษอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ควรอายที่จะยอมรับว่าควบคุมอารมณ์โกรธยากหรือนิยมใช้กำลังทำร้ายเป็นอาจิณเพื่อขอรับการรักษาอาการผิดปกติให้หายโดยเร็ว ถ้ายังรักคู่สมรสหรือลูก อย่าคิดว่าพวกเขาเป็นสิ่งรองรับอารมณ์หรือเหยื่อ แท้จริงแล้วผู้ก่อความรุนแรงในครอบครัวเป็นบุคคลที่กฎหมายตั้งใจจัดการโดยตรง ชายหรือหญิงที่ไม่นิยมใช้กำลังทำร้ายหรือสร้างความรุนแรงจักไม่ชอบตี ฟาด ต่อย เตะ ผู้ใดก่อน ถ้าใครชอบใช้กำลังเพื่อระบายอารมณ์หรือแก้ปัญหาในครอบครัวก่อนใช้สติปัญญา ต้องสันนิษฐานก่อนว่า น่าจะต้องรับการบำบัดจิตหรือแนวคิดใหม่ ถ้าอยากรักษาครอบครัวไว้

ลองสำรวจกันสิว่า ท่านตีเมียหรือผัวกี่ครั้ง บ่อยแค่ไหน ถ้ายังรักครอบครัว ก็ควรพบจิตแพทย์เพื่อบำบัดจิตหรือแนวคิดให้ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นหรือปรับมุมมองต่อคู่สมรสและลูกใหม่ ก่อนที่จะกลายเป็นฆาตกรในวันหน้า

 

****************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s