คดีที่ดินกระฉ่อนเมือง

ที่ดิน สปก.4-01 คดีปรส. กับ คดีที่ดินรัชดา

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

เรื่องอื้อฉาวที่ค้างคาใจของคนไทยหรือคาสำนักงานปปช.ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับคดีที่ดินรัชดาซึ่งศาลเพิ่งตัดสินคดีเสร็จสิ้นไปไม่นานมานี้ คนไทยย่อมเห็นได้ว่าตัวเลขแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะคดีที่ดินรัชดานั้นศาลตัดสินว่า การประมูลขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวเป็นการกระทำถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายและตามระเบียบขององค์กรเจ้าของที่ดินแล้ว จึงต้องให้ความคุ้มครองผู้ซื้อโดยสุจริตด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่บางคนอาจลืมเลือนไป คือ ที่ดินรัชดามีความเกี่ยวพันกับคดีปรส.และรัฐบาลที่แต่งตั้งหน่วยงานปรส.ในอดีตซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างมากด้วยการฉ้อฉลทางนโยบาย

เรื่องอื้อฉาวที่สร้างความมัวหมองให้พรรคเก่าแก่ที่ได้เป็นรัฐบาลมาหลายยุคและมีอำนาจปกครองบ้านเมืองหลายครั้งแล้ว คือ การเร่งส่งมอบที่ดินสปก.4-01 โดยแจกให้เครือญาติของสมาชิกพรรคของตน แล้วให้ประชาชนยากจนแท้จริงเป็นเครื่องประดับโครงการนี้ ที่ดินสปก.4-01 นั้นเป็นที่ดินซึ่งรัฐนำป่าเสื่อมโทรมมาจัดสรรให้ชาวบ้านยากจนเพื่อมีที่ดินทำกิน แต่มีเงื่อนไขสำคัญ คือ ห้ามการขายหรือจำหน่ายที่ดินหรือสิทธิ์อย่างเด็ดขาด ยอมให้ตกทอดเป็นมรดกได้ และ ต้องนำไปใช้ทำเกษตรกรรมเท่านั้น เมื่อปลายปีพ.ศ.2543 เป็นยุคที่พรรคเก่าแก่ครองอำนาจบริหารงานแผ่นดินและมีฐานอำนาจอยู่ในภาคใต้เร่งรัดการแจกที่ดินสปก.4-01 เป็นพิเศษเพราะอำนาจรัฐบาลเริ่มสั่นคลอนหนักจากหลายชิ้นงานที่รัฐบาลนี้ทำไป แต่คนไทยหวาดระแวงใจว่ามีวาระซ่อนเร้นในนโยบายเหล่านั้นที่เอื้อต่อคนต่างชาติเป็นหลัก ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ลดทอนสิทธิประโยชน์ของคนไทยที่ตอนนั้นแทบไร้กำลังต่อต้านเนื่องจากพิษเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540  อันได้แก่ การเร่งออกกฎหมาย 11 ฉบับที่ช่วยให้ต่างชาติซื้อที่ดินง่ายขึ้น เช่าที่ดินได้ยาว 99 ปี (ทั้งที่ฮ่องกงเคยถูกบังคับเช่าจากจีนและเรียกกันว่า กฎหมายทาส) เปิดช่องทางให้ต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นหรือควบคุมกิจการของคนไทยสะดวกมาก เปิดให้คนต่างชาติแย่งงานคนไทยในแผ่นดินไทย จ้างที่ปรึกษาต่างชาติไปประจำกระทรวงเศรษฐกิจของไทยด้วยเงินจำนวนมหาศาลอันสร้างความแคลงใจว่ารัฐบาลผันเงินแบ่งปันกับต่างชาติและเปิดโอกาสให้ต่างชาติรับรู้ข้อมูลลึกของไทยมากเกินไปและดูแคลนนักการเงินของไทย เป็นต้น

หลายปัญหาถาโถมเข้าใส่พรรคเก่าแก่และความหวาดระแวงใจจากพฤติกรรมน่าสงสัยของผู้นำรัฐบาลจากพรรคดังกล่าวซึ่งทราบดีว่า คงมิอาจต้านทานความรู้สึกของคนไทยได้และสิ่งที่ทำไปแล้วคุ้มค่ามากพอจะถึงเวลาถอนตัว จึงเร่งภารกิจสุดท้ายเพื่อตอบแทนการทำงานของพลพรรคหรือหวังซื้อหัวใจชาวบ้านเพื่อใช้ช่วงเลือกตั้งใหม่ด้วยการเร่งแจกที่ดินสปก.4-01 ทั่วประเทศ โดยใช้คนยากจนเป็นไม้ประดับ แต่เมื่อสืบค้นลึกเข้าไปกลับพบสิ่งผิดปกติในทุกภาคของไทย โดยเฉพาะภาคใต้ เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านเปิดโปงความผิดปกติว่า คุณสมบัติของผู้ได้รับแจกที่ดินสปก.4-01 ไม่ถูกต้องและน่าสงสัยอย่างมาก เมื่อรายชื่อผู้รับมอบที่ดินจำนวนมากได้หลายร้อยไร่ต่อหนึ่งคนหรือหนึ่งครอบครัวและยังมีนามสกุลเดียวกันหรือเป็นเครือญาติสนิทกับผู้นำระดับสูงในพรรคเก่าแก่ทั้งสิ้น โดยเฉพาะคนหรือครอบครัวเหล่านั้นมิได้มีอาชีพทำเกษตรกรรมมาก่อนอันเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นและสำคัญของโครงการนี้ ถือเป็นการทำผิดวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ที่ต้องการให้คนมีที่ทำกินพอประมาณ การตรวจสอบภูมิหลังของผู้รับมอบที่ดินซึ่งเป็นเครือญาติหรือมีนามสกุลเดียวกันล้วนมีฐานะการเงินอย่างดีในจังหวัดนั้นๆ ประกอบอาชีพพาณิชยกรรมจนร่ำรวยเป็นคหบดีที่นับถือของชาวบ้าน ขณะที่คนยากจนในพื้นที่นั้นมีรายชื่อรับมอบที่ดินสปก.น้อยคนและมีพื้นที่ไม่มากเท่าคนเหล่านั้นเลย เอกสารประกอบการอภิปรายของฝ่ายค้านสั่นคลอนความมั่นคงของรัฐบาลซึ่งมิอาจตอบข้อซักถามที่ว่า เหตุใดคหบดีนามสกุลเดียวกับผู้บริหารพรรคเก่าแก่หรือเครือญาติในแต่ละภาคจึงได้รับที่ดินสปก.นับร้อยไร่ เมื่อเทียบกับคนยากจนแท้จริงและมีคุณสมบัติครบถ้วนคือ ต้องเป็นเกษตรกรอยู่ในขณะร้องขอที่ดิน แต่ละคนได้รับพื้นที่พอเหมาะกับความสามารถของคน นอกจากนั้นบางแห่งมีการตรวจสอบที่ดินสปก.ซึ่งแจกไปก่อนหน้านั้นแล้ว พบว่าคหบดีกลุ่มเดียวกันมิได้นำพื้นที่ไปทำเกษตรกรรม แต่สร้างโรงแรม โรงงาน ตลาดการค้า อันผิดวัตถุประสงค์ของโครงการที่บังคับให้นำที่ดินไปทำเกษตรกรรมอย่างเดียว แล้วยังยื่นร้องขอที่ดินสปก.ในโครงการล่าสุดของรัฐบาลชุดนั้นอีก มันชี้ให้เห็นความไม่ชอบมาพากลกับนโยบายแจกที่ดินสปก.ของพรรคเก่าแก่นี้มาก ในที่สุดแรงกดดันจากการเปิดโปงโครงการนี้ทำให้หัวหน้ารัฐบาลในเวลานั้นจำใจต้องประกาศยุบสภา แต่การเร่งแจกที่ดินสปก.เดินหน้าไปมากพอควรแล้ว คหบดีเครือญาติผู้บริหารพรรคเก่าแก่จึงได้รับที่ดินไปมากโข หลายคนก็มีรายได้มากมายจากที่ดินผืนใหญ่หลายร้อยพันไร่โดยมิได้มาจากเกษตรกรรมเลย คงต้องฝากความหวังให้รัฐบาลใหม่ใจกล้าเข้าไปพลิกค้นหาที่ดินสปก.4-01 ที่นักการเมืองพรรคเก่าแก่แจกไปให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติหรือใช้ผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมายหรือโครงการนี้ แล้วนำที่ดินไปมอบให้คนยากจนแท้จริงเพื่อฟื้นชีวิตให้ดีขึ้นด้วย

คดีปรส. เป็นอีกคดีหนึ่งที่ถูกตรวจสอบโดยสำนักงานปปช.(ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) เนื่องจากนโยบายที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างมาก พิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปีพ.ศ. 2540 เกือบทำให้ประเทศไทยต้องล้มละลายเมื่อผู้นำประเทศในเวลานั้นเลือกใช้วิธีการไม่เหมาะสมจนทำให้ประเทศไทยจำต้องกู้เงินจากกองทุน ไอ เอ็ม เอฟ เพื่อเป็นทุนสำรองของประเทศตามหลักสากล ทำให้ต้องมีการปรับค่าเงินบาทใหม่และปล่อยลอยตัวค่าเงิน อันเป็นผลพวงให้บริษัทลูกหนี้ต้องล้มละลายหรือปิดตัว ถูกยึดทรัพย์สินไปโดยสถาบันการเงินเพราะไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้ แม้แต่สถาบันการเงินของไทยก็ขาดสภาพคล่องทันตาเมื่อเกิดหนี้เสียพอกพูน หลายแห่งจำต้องขายหุ้นให้สถาบันต่างชาติเพื่อรักษาสถานภาพของตนไว้ หลายสถาบันการเงินในไทยล้มละลาย มีหนี้เสียเกิดขึ้นมากมาย รัฐบาลโดยการนำของพรรคเก่าแก่จึงตั้งหน่วยงานปรส.ขึ้นเพื่อบริหารหนี้เสียโดยการจำหน่ายที่ดินหรือกิจการที่สถาบันการเงินล้มละลายเหล่านั้นยึดครองไว้แล้วนำเงินเข้ารัฐ

การแต่งตั้งผู้นำหน่วยงานปรส.โดยผู้นำรัฐบาลจากพรรคเก่าแก่คัดมาจากผู้ที่มีชื่อเสียงและฝักใฝ่พรรคเก่าแก่มาช้านาน ทีแรกมันคือความหวังของประเทศที่จะพลิกฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ต่อมารัฐบาลกำหนดนโยบายให้ปรส.บริหารหนี้ด้วยการจำหน่ายทรัพย์สินทั้งหมดโดยเร็วและสร้างเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์แก่คนต่างชาติเป็นหลัก โดยไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติเลย รัฐบาลเป็นผู้ดูแลควบคุมและเห็นชอบกับเงื่อนไขของหน่วยงานปรส.ว่า คุณสมบัติของผู้เข้าประมูลทรัพย์สินต้องมีสินทรัพย์หลายพันล้านดอลลาร์และวางเงินประกันหลายร้อยล้านดอลลาร์ อีกทั้งห้ามเจ้าของกิจการที่ถูกยึดหรือเจ้าของที่ดินเข้าประมูลด้วย ในเวลานั้นประเทศไทยเกิดภาวะเงินฝืด นักธุรกิจไทยหลายคนมิได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจด้วย แต่เงินทุนมีไม่มากเท่านายทุนต่างชาติ จึงขาดคุณสมบัติเข้าประมูลในโครงการนี้ นอกจากนั้นยังสร้างความเสียหายแก่ประเทศด้วยการตีมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกยึดในราคาต่ำเกินควรอันเอื้อประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติซื้อทรัพย์สินเหล่านั้นในราคาประมูลต่ำเกินกว่าความเป็นจริง โดยมีการคำนวณเบื้องต้นว่า ประเทศเสียหายเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาทจากการขายของราคาถูกเกินจริง อีกทั้งยังมีข้อสังเกตว่า ผู้ชนะการประมูลส่วนใหญ่ คือ บริษัทซึ่งรับจ้างเป็นที่ปรึกษาการเงินของรัฐบาลจากพรรคเก่าแก่นั่นเอง หมายความว่า กลุ่มนี้ได้รับเงินเดือนจากภาษีคนไทยและได้รับประโยชน์จากการซื้อของราคาต่ำแล้วไปขายให้คนไทยในราคาสูงด้วย เป็นที่ทราบกันทั้งสังคมว่าพนักงานที่ทำงานให้บริษัทดังกล่าวและเกี่ยวข้องกับการประมูลสินค้าจากปรส.ได้รับโบนัสสูงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในไทย คือ เกินกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ หากคิดคำนวณให้ลึกซึ้งจะมองเห็นผลประโยชน์ที่บริษัทนี้ทำกำไรในไทยแล้วหอบเงินกลับไปบ้านเกิดช่างมากมายเพียงใด จึงสามารถแบ่งปันโบนัสให้พนักงานในบริษัทมากเพียงนี้ ถ้าคิดไปไกลขึ้นอีกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประมูลครั้งนี้ทั้งนักการเมืองและทีมงานตั้งแต่คิดนโยบาย วางแผน จัดการทุกขั้นตอน จักได้รับค่าตอบแทนสูงเพียงใดจากการทำงานครั้งนี้ โดยอยู่บนพื้นฐานว่า ไม่มีผู้ใดทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนเพราะนี่มิใช่งานการกุศล

คำถามต่อมาคือ ผู้ชนะประมูลได้กำไรอย่างไร ขอตอบขยายความว่า เงื่อนไขของปรส.ที่รัฐบาลควบคุมและเห็นชอบด้วย คือ ห้ามเจ้าของกิจการหรือที่ดินเข้าประมูลซื้อทรัพย์สินหรือหุ้น ทำให้ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของบางคนซึ่งเคยติดขัดด้านเงินฝืดเริ่มปรับตัวหรือหาผู้ถือหุ้นคนใหม่ได้ มิอาจเข้าซื้อกิจการหรือทรัพย์สินในราคาต่ำมากสุดจากการประเมินราคาทรัพย์สินที่ปรส.ประกาศต่อสาธารณชนได้เลย เมื่อบริษัทต่างชาติเป็นผู้ชนะการประมูลและไม่สามารถยกสิ่งเหล่านั้นกลับบ้านได้หรือกฎหมายไทยห้ามมิให้ถือครองที่ดิน จึงนำกิจการหรือที่ดินต่างๆมาเสนอขายให้เจ้าของเดิมหรือนักธุรกิจไทยในราคาสูงหลายเท่าตัวอันสร้างกำไรมโหฬารแก่บริษัทจนสามารถแจกโบนัสแก่พนักงานเป็นร้อยเท่าได้ ขณะที่นักธุรกิจไทยหรือคนไทยต้องสูญเสียกิจการหรือเงินภาษีที่ควรได้รับจากการขายตามมูลค่าแท้จริงของทรัพย์สินโดยการกระทำของปรส.หรือรัฐบาลอันอาจกล่าวได้ว่า เป็นการฉ้อฉลทางนโยบายโดยรัฐบาล

ความเกี่ยวพันระหว่างที่ดินสปก.4-01 คดีปรส.สร้างความเสียหายแก่ชาติหลายหมื่นล้านบาท และคดีที่ดินรัชดา คือ ที่ดินรัชดานั้นเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งที่ถูกยึดไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานใหม่ที่แปลงสภาพมาจากปรส. และ พรรคเก่าแก่เป็นผู้สร้างความเสียหายแก่ชาติจากการแจกที่ดินสปก. 4-01 อย่างไม่โปร่งใส คดีปรส.ที่พวกเขาควบคุมดูแลและเห็นชอบกับนโยบายกีดกันคนไทยมิให้เข้าประมูลทรัพย์สินหรือจงใจตีมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้ประมูลต่ำกว่าความเป็นจริง ผลงานที่พรรคเก่าแก่ทำไว้ครั้งนี้ส่งผลให้การเลือกตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2544 คนไทยแสดงเจตนารมณ์ให้ประจักษ์ว่า ไม่พอใจนโยบายดังกล่าวและรู้เท่าทันผลประโยชน์แอบแฝงในงานที่พรรคได้รับในครั้งนี้ จึงต้องการความเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆให้ประเทศไทยยามเป็นลูกหนี้ไอ เอ็ม เอฟ ที่แสนปวดร้าวที่ต้องยอมให้เจ้าหนี้ต่างชาติหรือนักธุรกิจต่างแดนควบคุมการเคลื่อนไหวของคนไทยและประเทศไทยอันเกิดจากการทำงานผิดพลาดหรือหวังประโยชน์เกินควรของพรรคการเมืองเก่าแก่ คนไทยจึงรวมใจกันเลือกพรรคไทยรักไทย ซึ่งมีนโยบายใหม่และสัญญาจะนำพาประเทศออกไปจากสภาพลูกหนี้ด้วยแนวคิดใหม่ มันจึงเป็นความหวังของคนไทยเวลานั้น ในที่สุดกาลเวลาพิสูจน์แล้วว่า พรรคไทยรักไทยสามารถทำงานตามคำสัญญาได้ทุกข้อและนำประเทศไปสู่รัฐสวัสดิการขั้นต้นจากโครงการรักษาบัตรทองที่คุ้มครองคนไทยโดยไม่เลือกฐานะ ขณะที่พรรคเก่าแก่ได้รับเวลามากพอแล้วในหลายสิบปีที่ผ่านมาหรือหลายครั้งที่ได้เป็นรัฐบาล แต่มิสามารถพลิกฟื้นชีวิตดีๆให้คนไทยได้สัมผัสเลย เพียงแค่ปล่อยให้เวลาพัฒนาตัวเองไปอย่างช้าๆ ส่วนพรรคไทยรักไทยสามารถพลิกฟื้นสถานภาพ ความเป็นอยู่ ของคนไทยด้วยเวลาแค่ 1- 2 ปี โดยอาศัยศักยภาพของคนไทยและผืนดินไทยเท่านั้น ประเทศไทยในฐานะผู้ปลูกยางมากระดับต้นของโลกสามารถผลักดันราคายางให้สูงมากกว่า 20 บาทซึ่งเคยเป็นราคาในสมัยที่พรรคเก่าแก่ครองอำนาจอยู่ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ไกลและมองศักยภาพแท้จริงของผู้ปลูกยางไทยและเพื่อนบ้าน จึงกล้าจะผลักดันให้ยางมีราคาเป็นธรรมมากขึ้น ชีวิตชาวสวนยางเปลี่ยนแปลงไปทันใด นอกจากนั้น ยังสามารถทำให้ราคาข้าวของไทยสูงเป็นประวัติการณ์ ชาวนามีชีวิตดีขึ้นและลูกหลานยอมกลับมาสืบทอดการทำนาเพราะราคาคุ้มค่ากับความเหนื่อยยาก ครอบครัวเป็นปึกแผ่นมากขึ้น

หากพิจารณาให้ถ้วนถี่และลึกซึ้งจักพบว่า การเป็นฝ่ายค้านยาวนานของพรรคเก่าแก่ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากพรรคไทยรักไทยถือกำเนิดในแผ่นดินไทยและต้องพบมรสุมหนักจากการปฏิวัติปีพ.ศ. 2549หรือการสุมหัวกันระหว่างม็อบโกเต๊กซ์และพรรคเก่าแก่หวังทำลายล้างพรรคดังกล่าวจนต้องเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่ แต่เป็นการรวมตัวของพรรคไทยรักไทย พรรคเก่าแก่ก็ยังต้องเป็นฝ่ายค้านอีกเช่นเคย มันล้วนมาจากการไร้ความสามารถของผู้บริหารพรรคที่ขาดวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองเลือดใหม่ที่มีแนวคิดใหม่ ฉับไว มีไหวพริบ ได้ทำงานอย่างแท้จริง รุ่นเก่าที่ชอบบริหารผลประโยชน์ในพรรคกุมอำนาจและคุมทิศทางให้เป็นไปตามแนวเดิมที่ดำเนินมาเกือบร้อยปี ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุง แม้จะยอมเปลี่ยนผู้นำให้มีอายุน้อยลง แต่ทราบกันดีในสังคมไทยว่า เขาเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้อำนาจในฐานะผู้นำพรรค การบริหารพรรคอยู่ในมือของรุ่นเก่าทั้งหมดและมาจากภาคใต้เพียงภาคเดียว เราต้องไม่ลืมว่า ประเทศไทยมี 4 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคใต้ แต่พรรคเก่าแก่ยึดถือเพียงภาคใต้ ซึ่งมิอาจเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยได้เนื่องจากต้องให้ประชาชนเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมากเท่านั้น ระยะหลังจึงเรียกร้องให้ใช้ระบอบใหม่ที่เน้นการแต่งตั้ง มากกว่าการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคนี้ชำนาญในการบริหารแบ่งปันผลประโยชน์และคนรุ่นเก่าแก่ยังเหลือมากโข จึงมั่นใจว่าจะส่งพลพรรคไปบริหารประเทศได้มากและง่ายขึ้น หลุดพ้นจากการเป็นฝ่ายค้านยาวนานเสียที ขณะที่พรรคพลังประชาชนซึ่งสืบทอดมาจากพรรคไทยรักไทยยังคงเป็นที่นิยมในใจของคนไทยจากนโยบายที่ประสบความสำเร็จงดงาม จึงเป็นความหวังของคนไทยส่วนใหญ่ในสามภาคที่จะให้บริหารประเทศต่อไป พวกเขาบริหารประโยชน์ให้สมดุลโดยเน้นให้คนไทยมีความสุขก่อน จากนั้นจึงตกไปถึงพลพรรค อันส่งให้พวกเขาอยู่ในอำนาจได้ต่อเนื่องไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตาม เพราะทุกครั้งเขาจะแสดงผลงานให้ประชาชนประจักษ์แก่สายตาและรับประโยชน์ได้ชัดเจน คนไทยจึงแทบไม่ต้องคิดนานในการเลือกส.ส.ว่าควรไว้วางใจพรรคใดดูแลชีวิตของพวกเขา เมื่อพรรคเก่าแก่เคยได้รับเวลายาวนานมาแล้ว แต่คนไทยก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่พลพรรคนั้นกลับได้รับประโยชน์ฝ่ายเดียว เรื่องที่ดินสปก.4-01 คดีปรส. ยังต้องหลอกหลอนพรรคเก่าแก่นี้อีกนาน ตราบใดที่รุ่นเก่ายังไม่ละทิ้งแนวคิดโบราณในการบริหารผลประโยชน์ให้พรรค แทนที่จะคิดผลงานให้ประชาชนได้รับประโยชน์ก่อน แล้วจึงค่อยคิดเรื่องของตนเองดังที่พรรคไทยรักไทยประสบความสำเร็จจากแนวคิดนี้แล้ว แม้แต่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ คือ โอบามา ยังใช้นโยบายประชานิยมแบบเดียวกับพรรคไทยรักไทยซึ่งดำเนินมาก่อนตั้งห้าปีที่ให้คนสหรัฐรับประโยชน์เป็นหลักใหญ่ มิใช่พรรคเดโมแครต เขาตั้งใจเข้ามาเปลี่ยนแปลงแนวคิดใหม่ให้รัฐบาลชุดใหม่นี้ คนสหรัฐจึงฝากความหวังครั้งใหม่ที่จะนำพาฝ่าฟันอุปสรรคหรือพิษเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่นี้ออกไปได้เยี่ยงเดียวกับที่พรรคไทยรักไทยเคยทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นไปอย่างสง่างามมาแล้ว คนไทยวันนี้มีการศึกษาสูงกว่าเมื่อ 70 กว่าปีก่อน ย่อมมีวิธีคิดหรือความเท่าทันนักการเมืองมากขึ้น การคิดชั่งประโยชน์ที่นักการเมืองจะมอบให้ประชาชนย่อมซับซ้อนขึ้น อันส่งผลต่อการเลือกส.ส.ทั้งประเทศอย่างแน่นอน ส.ส.ภาคหนึ่งภาคใดมิอาจสร้างรัฐบาลได้ แต่ต้องครอบครองจิตใจของคนไทยทุกภาคต่างหาก

 

**********************************

About these ads
Published in: on May 15, 2009 at 6:41 am  Leave a Comment  

The URI to TrackBack this entry is: https://magnadream.wordpress.com/2009/05/15/%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/trackback/

RSS feed for comments on this post.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: