นักการเมือง กับ คำพิพากษาของศาล

          ถาม        นักการเมืองไทยคนไหนที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลและยังไม่ได้รับโทษ ?

                ตอบ       นายสมชาย คุณปลื้ม นักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลสูงสุดในเขตภาคตะวันออก  ถูกพิพากษาคดีถึงที่สุดในคดีหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือทุจริตต่อแผ่นดินจากคดีที่ดินทำบ่อขยะขณะเป็นนายกเทศมนตรี อีกคนคือ นายวัฒนา อัศวเหม นักการเมืองระดับหัวหน้าพรรค ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่ดินคลองด่านด้วยข้อหาใช้อำนาจหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือทุจริตโกงเงินของรัฐ คนล่าสุด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯซึ่งถูกล้มล้างอำนาจโดยคณะปฏิวัติ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในระบบศาลเดี่ยวในคดีให้ความยินยอมแก่ภรรยาซึ่งประมูลที่ดินจากรัฐได้ขณะสามีเป็นนายกฯ โดยศาลพิจารณาว่างานประมูลและผู้ซื้อกระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมาย สองคดีแรกพบชัดว่ามาจากคดีทุจริตเงินของรัฐ คดีสุดท้ายเป็นคดีการเมืองที่ศาลรับรองชัดว่า การประมูลและผู้ซื้อไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ลงโทษสามีของผู้ซื้อซึ่งเป็นนายกฯและถูกปฏิวัติด้วยข้อหาให้ความยินยอมในการซื้อที่ดินโดยเขาต้องทำตามระเบียบกรมที่ดินเรื่องการเปลี่ยนชื่อในโฉนดสำหรับผู้ซื้อที่มีคู่สมรส

                ถาม        รัฐมีหน้าที่ติดตามผู้ต้องคำพิพากษาของศาลซึ่งหนีไปกลับมารับโทษหรือไม่ ?

                ตอบ       ตำรวจหรือกระทรวงต่างประเทศล้วนมีหน้าที่ติดตามผู้ต้องคำพิพากษาของศาลกลับมารับโทษในไทยอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือนักการเมือง ถ้าตำรวจหรือกระทรวงต่างประเทศทราบสถานที่อยู่ของพวกเขาก็ต้องเร่งจัดการนำตัวมาให้ได้ ดังเช่นที่กระทำกับนายราเกซ สักเสนา แต่ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถนำเขากลับมารับโทษในไทยทั้งที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศและคนไทยอย่างมาก อีกทั้งคดีของนายราเกซใกล้จะหมดอายุความดำเนินคดีแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐของไทยที่เกี่ยวข้องยังไร้ความสามารถในการทำงานอย่างเต็มที่ กลับทุ่มเงินทองเพื่อตามล่านักการเมืองคู่แข่งของรัฐบาลเท่านั้น

                ถาม        การติดตามล่านักการเมืองเหล่านั้นมีหลายมาตรฐานจริงหรือไม่ ?

                ตอบ       คนไทยส่วนใหญ่รู้ข่าวสถานที่อยู่ของนายสมชายหรือนายวัฒนาคือแถวชายแดนติดกับเพื่อนบ้าน จักสังเกตว่า หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมักแสดงความเห็นว่า ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย ไม่ค่อยสนใจ จึงจับไม่ได้ ขณะที่หน่วยงานดังกล่าวมักออกข่าวการเดินทางหรือสถานที่อยู่ของอดีตนายกฯ ทักษิณในสารพัดประเทศโดยคนไทยไม่รับรู้มาก่อน แสดงว่า หน่วยงานให้ความสนใจติดตามพวกเขาไม่เท่าเทียมกันด้วยเงินลงทุนมหาศาลเพื่อตามล่าจับเพียงคนเดียวซึ่งมีสถานภาพศัตรูการเมืองด้วย ทั้งที่คนไทยรู้ข่าวของนักการเมืองอีกสองคนชัดเจนมากกว่าอดีตนายกฯ มันจึงเป็นการปฏิบัติงานแบบสองมาตรฐานในการตามล่าหานักโทษการเมืองที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกต่างคดีกัน โดยเฉพาะคดีโกงเงินของรัฐไม่มีการตามหาพวกเขาเลย แต่กลับลงทุนด้วยเงินงบประมาณมหาศาลเพื่อตามหาอดีตนายกฯทักษิณซึ่งมิได้ถูกลงโทษด้วยข้อหาโกงเงินของรัฐ ประเทศประสบวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก แทนที่จะนำเงินจำนวนนั้นไปช่วยเหลือคนตกงาน คนด้อยโอกาส คนจน เด็ก คนชรา

 

****************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s