สื่อไทย วันวาน และ วันนี้

วันนี้ วันวาน ของสื่อไทย

เขียนโดย  แก้วมณี

 

การทำงานของสื่อมวลชนไทยทุกแขนงมีความไม่ปกติมาตั้งแต่ก่อนเกิดปฏิวัติปีพ.ศ. 2549 แล้ว เมื่อคนไทยคิดทบทวนข่าวในหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ รวมไปถึงสื่อแขนงล่าสุด คือ สถานีดาวเทียม ASTV จะพบความไม่ปกติตามหน้าจอทีวี หน้าหนังสือพิมพ์หรือบทความในสื่อ รายการวิเคราะห์การเมืองหรืออ่านข่าวตามวิทยุหลัก ส่วนวิทยุชุมชนกับสถานีดาวเทียมเพิ่งเกิดขึ้นและถูกนำไปใช้หลายวัตถุประสงค์เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายในเวลานั้นควบคุมดูแลเหมือนคลื่นหลัก ส่วนสถานีดาวเทียมก็เกิดขึ้นมากโดยเน้นเพื่อความบันเทิงและเพิ่มรายได้เป็นหลัก สถานีเดียวที่เปิดขึ้นเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง คือ สถานี ASTV ก่อนปีพ.ศ.2549 เน้นรายการทำลายรัฐบาลเลือกตั้งของอดีตนายกฯทักษิณเป็นหลัก

ปกติสื่อมวลชนแต่ละแขนงจะมีจรรยาบรรณเป็นตัวควบคุมเนื้อหาและวิธีทำงานให้อยู่ในกรอบขอบเขตที่เหมาะสมและเป็นไปตามหน้าที่ โดยเฉพาะการทำงานด้านข่าวสารข้อมูลซึ่งนำเสนอต่อสาธารณชน ตั้งแต่ก่อนปีพ.ศ. 2549 จนถึง ปีพ.ศ. 2552 เกิดความสั่นคลอนและเคลือบแคลงใจกับการทำงานของสื่อมวลชนไทย รวมทั้งข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอต่อคนไทยว่า มันเป็นข้อมูลจริงหรือต่อเติมบิดเบือนไปจากความจริงเพื่อสนองนโยบายรัฐและมีการละเลยจรรยาบรรณผู้สื่อข่าวหรือไม่

ก่อนปีพ.ศ. 2549 ฝ่ายค้านในเวลานั้น คือ พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มักให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยและเทศว่า รัฐบาลควบคุมสื่อ ปิดหู ปิดตา ประชาชน เวลานั้นหนังสือพิมพ์แทบทุกคอลัมน์เขียนโจมตีรัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณอย่างชัดเจน และไม่เคยมีคำสั่งปิด แม้แต่การแถลงแก้ข่าวของรัฐบาลยังถูกหนังสือพิมพ์ปิดกั้นหรือให้ความสนใจน้อยมาก ทำให้คนไทยรับฟังหรือดูเพียงข้อมูลที่เป็นการโจมตีรัฐบาล หลายข่าวเป็นความเท็จที่ถูกพิสูจน์กลางสาธารณชน แต่สื่อก็กลบเกลื่อนข่าวแล้วหาเรื่องใหม่มาโจมตีรัฐบาล ด้านสื่อฟรีทีวี 6 ช่องเสนอข่าวอย่างเต็มที่โดยเน้นข่าวข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้าน การประท้วงของม็อบเสื้อเหลืองหรือโกเต๊กซ์เป็นหลัก ช่องไอทีวีซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลโดยตรงจากการซื้อหุ้นของอดีตนายกฯทักษิณก็เสนอข่าวประท้วงของม็อบเสื้อเหลืองและฝ่ายค้านในอัตราส่วนมากกว่าของรัฐบาล เนื่องจากม็อบและฝ่ายค้านใช้พื้นที่เสนอข่าวมากกว่ารัฐบาลซึ่งตกเป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอด คือ ถูกกล่าวหาก็ตอบโต้เป็นรายครั้ง อีกทั้งรัฐบาลยึดถือหัวใจสำคัญของหลักประชาธิปไตย คือ เสรีภาพในการแสดงข้อมูลหรือรับรู้ข่าวสาร ขณะที่อีกฝ่ายใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องมือทำลายรัฐบาลอย่างมีแผนการไว้ล่วงหน้าแล้ว สื่อมวลชนไทยเป็นเครื่องมือปลุกระดมคนไทยกลุ่มเป้าหมาย คือ คนที่รับฟังแล้วเชื่อทันที โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผลก่อน คนประเภทนี้มักใช้ชีวิตในบ้านหรือไม่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองหรือคนไม่ชอบการคิดวิเคราะห์หรือมีอคติต่อรัฐบาลอยู่แล้ว

สถานีดาวเทียมทางการเมือง คือ สถานี ASTV เจ้าของสถานีประกาศตั้งตนเป็นศัตรูกับรัฐบาลเลือกตั้งตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯทักษิณ ท่านสมัคร และท่านสมชาย อย่างชัดเจนและใช้พื้นที่เพื่อเสกสรรปั้นแต่งข้อมูลข่าวสารในสังคมและการเมืองไทยเพื่อทำลายรัฐบาลโดยจงใจและมีเป้าหมายหลักในการกล่อมเกลาคนดู เพิ่มความเชื่อในตัวเขาฝังหัวไว้ อันเป็นวิธีเดียวกับพวกคอมมิวนิสต์ใช้ล้างสมองคนที่ไม่เห็นพ้องกับตนในค่ายอบรมปรับทัศนวิสัยซึ่งเคยนิยมใช้ในรัสเซียและจีนช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่หรือยุคนาซีเยอรมันเรืองอำนาจ คือ การให้ได้ยิน ได้เห็น ตั้งแต่เช้ายันนอนว่า บุคคลเป้าหมายเป็นคนเลว คนชั่วช้า ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ โดยนำเสนอภาพที่ปรับเปลี่ยน เสียงที่แต่งหรือตัดต่อให้บุคคลนั้นเป็นคนเลวทราม ใช้นักพูดกล่อมเกลาคนฟังให้เชื่อหรือคล้อยตามเขา กลุ่มเป้าหมายที่จะใช้วิธีขัดเกลานี้ได้ผลสูงสุด คือ คนมีจิตอ่อนหรือคนมีการศึกษาต่ำหรือคนที่ไม่ค่อยรับรู้เรื่องราวในสังคมมากนัก อาทิ แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา คนแก่ นักลุ่มหลงวิชาการ เป็นต้น คนประเภทนี้มีได้ทั้งชายและหญิง อ่านหนังสือไม่ออกจนถึงปริญญาเอก เราคงไม่ลืมว่าคนบ้าหวยที่นั่งขูดกิ่งไม้หาเลขเด็ดเรียนจบปริญญาเอกก็มีให้เห็นในสังคมไทย รายการของสถานีแห่งนี้ใช้วาจาหยาบคาย ข้อมูลเท็จ ผู้จัดเน้นกรอกหูและตาให้เห็นเพียงบุคคลเป้าหมายเป็นคนเลวที่คนดูต้องเป็นคนชำระล้างความชั่วนี้ไปจากแผ่นดิน และผู้ทำงานนี้คือ คนดีที่รักแผ่นดินเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นสาวกของสถานีดังกล่าวกล้ายึดสนามบินระหว่างประเทศ กล้าบุกยึดทำเนียบรัฐบาล กล้ากักตัวชาวต่างชาติ กล้าทำร้ายคนที่เห็นแตกต่าง กล้าสร้างอาณาจักรอิสระในเมืองหลวง หากมองให้ถ่องแท้จะพบว่า เหล่าสาวกอยู่ในสภาพเดียวกับผู้หลงใหลเจ้าลัทธิอำมหิตในอเมริกาซึ่งใช้คำพูด การแสดงออก กับสาวกเพื่อให้เชื่อถือและยอมตายเพื่อเขาคนเดียว ม็อบเสื้อเหลืองที่ติดตามสถานีดังกล่าวยอมตายตามคำสั่งของแกนนำและไม่เกรงกลัวกฎหมายด้วยวิธีปลูกฝังความเชื่อที่เป็นอันตรายต่อสังคม แม้การทำงานของสถานีแห่งนี้จะเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนไทยทั้งประเทศ แต่คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลก็ยังไม่คำนึงถึงอันตรายต่อชาติ ปล่อยให้สถานีแห่งนี้ใช้คำหยาบ กล่าวความเท็จ ปลุกระดมคนไทยบางส่วนให้สร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างชัดเจน ไม่ว่าด้วยอิทธิพลมืดหรือการเฉยเมยของผู้เกี่ยวข้องในคดี ล้วนบอกชัดว่า งานยุติธรรมไทยยังไร้ประสิทธิภาพและมิได้ปกป้องคนไทยผู้สุจริต ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่คนไทยละเลยหรือไม่สนใจกับความคงอยู่ของสถานีแห่งนี้ คือ ไม่มีโฆษณาทางการค้า งบการเงินขาดทุนเป็นร้อยล้านต่อปีนับแต่ก่อตั้งมา เงินทุนเพื่อดำเนินงานมาจากส่วนใด งานมุ่งเน้นโจมตีรัฐบาลเลือกตั้งเป็นหลัก แต่ยังออกอากาศต่อไปได้โดยเรี่ยไรเงินจากผู้ร่วมชุมนุมอ้างว่าไปจ่ายเงินเดือนพนักงาน ผู้ถือหุ้นมิใช่พระหรือนักบวชหรือนักบุญ เชื่อว่าการก่อตั้งบริษัทดำเนินงานสถานีทีวีต้องการผลกำไรแบ่งปันกัน ผู้ถือหุ้นจึงรับผลขาดทุนฝ่ายเดียว แต่เจ้าของมีบ้านหรู ใช้รถฝรั่งราคาแพงระยับ ลูกน้องที่ต้องจ่ายค่าจ้างรายวันเดินล้อมหน้าล้อมหลังหลายสิบคน เงินทุนให้ทีวีออกอากาศมาจากส่วนใดกันแน่ทั้งที่งบการเงินก็ยังขาดทุนจนถึงทุกวันนี้ เหตุไฉนเจ้าหนี้จึงไม่ทวงคืนเงินกู้จากเจ้าของสถานี ขณะที่ลูกหนี้อื่นซึ่งมีหนี้สินสูงและขาดทุนมากกว่า 3 ปีติดต่อกันต่างถูกฟ้องล้มละลายหรืออยู่ในกระบวนไกล่เกลี่ยหนี้ไปแล้ว น่าเชื่อไหมว่า เงินบริจาคของผู้ร่วมชุมนุมสามารถประคองทีวีช่องนี้ให้ออกอากาศต่อไปได้ทั้งที่ไม่มีการชุมนุมอีกแล้ว แถมสินค้าที่ออกมาในยี่ห้อของตนก็ขายแทบไม่ได้ต้องรับภาระขาดทุนซ้ำอีก มีบางสิ่งซ่อนแฝงอยู่กับสถานีดาวเทียมแห่งนี้ซึ่งเป็นคำถามคาใจที่รอคำตอบจากผู้ชอบแสวงหาอยู่ มันน่าจะเป็นสารคดีเชิงข่าวที่น่าสนใจและเป็นตัวอย่างในการสร้างกิจการทพิเศษแก่คนทั่วไปได้ศึกษากัน

รัฐบาลของอดีตนายกฯทักษิณ ท่านสมัคร ท่านสมชาย ถูกฝ่ายค้านในเวลานั้นซึ่งคือ พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาตลอดเวลาว่า แทรกแซงสื่อมวลชน ร้องขอให้สื่อทำงานตามจรรยาบรรณ แต่ไม่มีสื่อใดถูกคำสั่งรัฐบาลให้ปิดกิจการ ยุติการทำงาน ทั้งที่หนังสือพิมพ์เสนอบทความ ข่าวสาร เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลเลือกตั้งอย่างชัดเจน สื่อทีวีก็เสนอข่าวฝ่ายค้านที่แถลงเป็นรายวันสลับกันไประหว่างหัวหน้าพรรคกับลูกน้อง แม้แต่การใช้พื้นที่ทีวีของรัฐ คือ ช่อง 11 อาทิตย์ละครั้งที่นายกฯจะพูดจากับประชาชนโดยตรง พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่า รัฐบาลใช้สื่อเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ณ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยจากการเลือกตั้งแต่ใช้อิทธิพลล่าหาเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่นจนเป็นรัฐบาลกำลังใช้ช่อง 11 และแผ่อิทธิฤทธิ์บังคับให้รายการที่นายกฯพูดเป็นทีวีพูลหรือรวมการเฉพาะกิจ อันเป็นการบังคับคนไทยต้องดูและฟังด้วย เขาทำพฤติกรรมเดียวกัน แต่เกิดต่างวาระและต่างผู้กระทำ กลับไม่ถือว่าเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นไปแล้ว เมื่อถูกติงด้วยคำพูดเดียวกับในอดีตสมัยเป็นฝ่ายค้าน คำตอบ คือ นายกฯต้องการสื่อสารและพูดจากับประชาชน ตอนนี้คงเห็นข้อเปรียบเทียบด้านพฤติกรรมใช้สื่อกับประชาชนระหว่างรัฐบาลวันนี้กับฝ่ายค้านวันวานชัดขึ้น คือ ข้าเป็นฝ่ายค้าน ก็ถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น เมื่อข้าเป็นรัฐบาล ก็เป็นการพูดคุยกับประชาชนเจ้าของเสียงเลือกตั้ง

สื่อฟรีทีวีเป็นข้อเปรียบเทียบอีกอย่างของการแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลเสียงข้างน้อยและยึดกุมพื้นที่ข่าวสารที่บอกให้คนไทยรับรู้ในขอบเขตที่รัฐต้องการให้เห็นหรือฟังเท่านั้น นั่นคือ จำกัดขอบเขตการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนไทยไว้ อดีตฝ่ายค้านใช้วิธีแนบเนียนยิ่งขึ้นในการครองพื้นที่ให้ข้อมูลแก่คนไทยด้วยการให้บริษัทสื่อเอกชนเข้าไปควบคุมและจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารที่ออกตามฟรีทีวีทุกช่องให้มีเนื้อหาเดียวกันและสอดคล้องกันตามนโยบายรัฐบาล คนไทยต้องทำใจให้ว่างแล้วมองฟรีทีวีทีละช่อง จักสังเกตได้ว่า ปกติแต่ละช่องจะมีสำนักข่าวของตน  นักข่าว นักอ่านข่าวที่ปั้นขึ้นมาใช้เฉพาะช่อง วิธีนำเสนอข่าวที่เป็นรูปแบบของตน ทำให้คนไทยสามารถเลือกชมข่าวได้ตามความชอบของแต่ละคน ก่อนการปฏิวัติและสมัยท่านสมัคร ท่านสมชาย การเสนอข่าวยังมีรูปแบบหลากหลายในแต่ละช่องที่คนไทยเลือกดูได้ ปราศจากการบังคับ บีบคั้น ให้นำเสนอตามคำสั่งของรัฐบาลเลย แต่ ณ วันนี้ฟรีทีวีของไทยทุกช่องมีรูปแบบเสนอข่าว คนอ่านข่าว คนวิเคราะห์ ล้วนมาจากการควบคุมหรือนำเสนอโดยคนเนชั่น คนอ่านข่าวในทุกช่วงหลักด้านข่าวสารของทุกสถานีจะเป็นลูกจ้างจากเนชั่นทั้งสิ้น ทุกช่องจะใช้คนอ่านข่าวจากคนเนชั่นซ้ำหน้ากัน กระจายเวลากันไปตามช่องต่างๆ เนื้อหาข่าวและวิธีนำเสนอสอดแทรกความเห็นส่วนตัวหรือเน้นให้เสพข้อมูลเดียวกันทั้งวันทั้งคืน แม้แต่ช่องอสมท.ซึ่งมีสำนักข่าวไทยเป็นหัวใจหลักและมีบุคลากรประสิทธิภาพเยี่ยมครบทุกด้านทั้งวิทยุและทีวี การนำเสนอข่าว หัวข้อข่าว อ่านข่าว ยังต้องจ้างคนเนชั่นมารับผิดชอบงานแทนบุคลากรของตน อันเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายเกินเหตุ แต่รัฐควบคุมทิศทางข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น ถ้าไม่ใช่แรงบีบคั้นประหลาดกระทำต่อทุกสถานี จะไม่เกิดภาพคนซ้ำหน้า ข่าวซ้ำเรื่อง เนื้อหาวนเวียนและเน้นสร้างภาพให้รัฐบาลอย่างจงใจและทำลายศัตรูการเมืองด้วยการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารต่อผู้ชม  อันมีลักษณะคล้ายการล้างสมองของพวกคอมมิวนิสต์รัสเซียหรือจีนหรือนาซีเยอรมันซึ่งสามารถทำให้คนเยอรมันหลงคิดว่า เป็นคนพันธุ์พิเศษของโลกและอยู่เหนือคนทั้งโลกได้ การปิดพื้นที่หรือบิดเบือนข้อมูล หากสังเกตให้ลึกขึ้น ผู้ชมข่าวฟรีทีวีจากการนำเสนอของคนเนชั่นตามหน้าจอจะพบการสอดแทรกความเห็นส่วนตัวของผู้อ่าน ผู้สื่อข่าว เข้าไปในเนื้อข่าวทุกครั้งในเชิงส่งเสริมรัฐ ทำลายล้างศัตรูการเมืองของรัฐบาล อันเป็นการขัดต่อจรรยาบรรณนักข่าวอย่างชัดเจนที่ต้องนำเสนอข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือน เป็นกลาง ผู้ชมคือผู้ตัดสินใจเท่านั้น ณ วันที่กองบรรณาธิการข่าวอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตัวแทนรัฐอย่างคนเนชั่นซึ่งเป็นคนหนุนให้เป็นรัฐบาลนี้ด้วยการช่วยทำลายล้างรัฐบาลเลือกตั้งเสียงข้างมากมาก่อน จึงไม่แปลกที่จรรยาบรรณของนักข่าวจะต้องถูกลดทอนลงหรือเมินเฉยไปเพื่อรักษาตำแหน่งในองค์กรของเขา มันเป็นการสมประโยชน์ระหว่างรัฐบาลและสื่อเอกชนซึ่งต้องการแรงสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาล คนเนชั่นที่ยัดเยียดไว้ตามสถานีต่างๆช่วยให้ต้นสังกัดไม่ต้องจ่ายค่าจ้างเองหรือช่วยหางานเสริม โดยแบ่งภาระไปให้ฟรีทีวีแบกรับไว้ บริษัทต้นสังกัดจึงมีโอกาสรอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งนี้ได้

การสอดแทรกจากตัวแทนของรัฐตามสื่อฟรีทีวีซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ยังมีฐานะการเงินไม่ดีหรือยากจน จึงต้องดูสื่อฟรีเหล่านี้เป็นหลัก การกล่อมเกลาความเชื่อของคนไทยให้เป็นไปในทิศทางที่รัฐบาลต้องการจะเป็นเรื่องง่ายเพราะใช้ทฤษฎีเดียวกับสถานีดาวเทียม ASTV อีกไม่นานนี้คนไทยจิตอ่อนซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นคนกลุ่มใหญ่ในสังคมไทยจะกลายเป็นเด็กเชื่องและเชื่อฟังคำสั่งของรัฐอย่างเคร่งครัดโดยขาดวิจารณญาณด้วยสติปัญญาของตนเหมือนที่ระบบคอมมิวนิสต์เคยทำสำเร็จมาแล้วในการปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองให้เข้ากับความต้องการของพรรครัฐบาล แต่สิ่งที่มองสั้นไปเมื่อยังมีเสรีภาพในรัฐธรรมนูญอยู่ในสังคมไทย คือ ประตูสู่ข้อมูลข่าวสารสำหรับคนฉลาดและเจริญด้วยสติจะใช้เพื่อรักษาอุดมการณ์ประชาธิปไตยไว้มาจากหลายช่องทาง อาทิ อินเตอร์เนต การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศทุกรูปแบบ เคเบิ้ลทีวี สื่อเคเบิ้ลทีวีไทยช่องหนึ่ง คือ ทรูวิชั่น ช่อง TNN 24 ดูแลโดยอดีตบรรณาธิการข่าวซึ่งเป็นคนสหรัฐและยึดมั่นในจรรยาบรรณของคนข่าวสร้างพื้นที่ข่าวเป็นกลางและให้ผู้ชมรับฟังรอบด้านแล้วตัดสินใจด้วยตัวเองว่า เชื่อข้อมูลของฝ่ายใด ซึ่งต้องขอชื่นชมเจ้าของเคเบิ้ลทีวีที่ไม่ก้าวก่ายการทำงานด้านข่าวด้วยการให้เกียรติต่อการทำงานตามหน้าที่ หลายคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ไทยยังยอมรับในการนำเสนอข่าวตามจรรยาบรรณนักข่าวและผู้อ่านข่าว ซึ่งเป็นคนของสถานีเอง โดยเปรียบเทียบเนื้อหาข่าวในไทยที่เป็นกลางเทียบเท่ากับข่าวของซี เอ็น เอ็น ในสหรัฐฯ แม้ผู้ชมของสถานี TNN 24 จะเป็นคนไทยกลุ่มเล็กๆ แต่บอกให้สังคมไทยรับรู้ว่า พื้นที่ข่าวเป็นกลางและอิสระยังมีเหลืออยู่ ซึ่งสามารถชมทางเคเบิ้ลหรือทางเว็บไซด์ก็ได้ รัฐบาลมองว่าคนชมสถานีข่าวแห่งนี้เป็นกลุ่มเล็ก แต่มีอำนาจการเงินสูง งานจูงใจด้วยวิธีเดียวกับที่พรรคคอมมิวนิสต์ใช้ย่อมไม่ได้ผลแน่นอน จึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แล้วยังมีช่องข่าวต่างประเทศให้รับชมเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลได้อีกด้วย

ณ วันนี้คนไทยต้องปรับตัวเองให้เข้ากับเทคโนโลยีแสวงหาความจริงด้วยข้อมูลข่าวสารรอบด้าน โดยเฉพาะสำนักข่าวต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากสื่อมวลชนไทยตั้งแต่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ ฟรีทีวี ล้วนอยู่ภายใต้การครอบงำจากตัวแทนรัฐบาลเสียงข้างน้อย ด้วยจุดประสงค์เดียว คือ คนไทยรู้ข้อมูลเท่าที่รัฐบาลยอมให้รู้เท่านั้น สื่อใดที่ให้ข้อมูลขัดแย้งหรือไม่เข้าข้างรัฐบาลอย่างมาก จะถูกปิดทันทีโดยอาศัยอิทธิพลหรือพรรคพวกใต้อาณัตินายใหญ่คนเดียวกันที่อยู่ตามหน่วยงานรัฐหรือวงการตุลาการ แม้แต่การใช้จ่ายเงินเพื่อจ้างสื่อต่างชาติเขียนบทความส่งเสริมรัฐบาลก็ยังมีการทำอย่างต่อเนื่อง งานสร้างภาพลักษณ์รัฐบาลเป็นงานใหญ่และต้องใช้เงินสูงเพราะเบื้องหลังรัฐบาลมีบาดแผลมากและไม่ต้องการให้ใครขุดคุ้ยหรือเปิดแผลขึ้นใหม่ จึงต้องยึดกุมสื่อมวลชนให้ได้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอดยาวนานตามคำสั่งของผู้หนุนหลังการตั้งรัฐบาลซึ่งรู้กันดีทั้งคนไทยและคนทั่วโลกว่า ต้นทุนการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยนี้สูงลิบเพราะลงทุนฆ่าเพื่อน ซื้อคน และเกือบต้องฆ่าม็อบเสื้อเหลืองที่ยึดสนามบินแห่งชาติเพราะขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งให้สิทธิ์ฆ่าผู้ยึดสนามบินนานาชาติแก่กองทัพสหประชาชาติเพื่อปลดปล่อยคนต่างชาติและสนามบินได้ โดยกระบวนการยุติธรรมไทยต้องยอมก้มหน้ารับคำติฉินนินทาไปทั่วโลกว่าทำงานไร้มาตรฐานเมื่อใช้เวลาตัดสินคดีไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในสามคดีสำคัญระดับชาติเพื่อช่วยชีวิตม็อบเสื้อเหลืองและกำจัดนักการเมืองศัตรูของพรรคในอาณัติส่วนตัวของเขาคนนั้นนับร้อยคนในเวลาเดียวกัน

วิชาชีพสื่อมวลชนมีจรรยาบรรณกำหนดขอบเขตว่า นักข่าวควรนำเสนอข้อเท็จจริงโดยไม่สอดแทรกความเห็นส่วนตัวในเนื้อข่าว นักอ่านข่าวหรือนักเล่าข่าวต้องเสนอข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริงโดยปราศจากความเห็นส่วนตัวและอคติ นักวิเคราะห์ข่าวต้องเสนอข้อเท็จจริงและมุมมองตามความรู้ของเขาโดยปราศจากอคติและไม่บิดเบือนความเห็นเพื่อเชิดชูหรือทำลายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ห้ามการปั้นข่าว ไม่ยอมตนเป็นเครื่องมือทำลายจรรยาบรรณสื่อมวลชนและทำลายเกียรติภูมิของคนข่าวที่สืบทอดกันมานาน

วันนี้ความน่าเชื่อถือในข่าวสารจากฟรีทีวีสูญสลายไปสิ้นแล้ว แม้จะถูกบังคับให้รับฟังหรือชมเพราะสถานภาพการเงินไม่อำนวย แต่ข้อมูลข่าวสารมีการรับรู้จากอินเตอร์เนต สื่อที่ทำสำเนาแจกจ่ายกันง่าย โดยรัฐธรรมนูญเป็นหัวใจสำคัญที่รับรองให้คนไทยแสวงหาข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและกว้างขวางขึ้น สถานีดาวเทียมเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระจายข่าวสารซึ่งรัฐบาลกำลังสร้างสองมาตรฐานขึ้นให้คนไทยเห็นถนัดตา เมื่อ ASTV นำเสนอเรื่องการเมืองด้วยถ้อยคำหยาบและการบิดเบือนทุกอนูของข่าวสาร กับ D-Station ซึ่งเน้นสาระทางการเมืองเช่นเดียวกัน ใช้วาจาสุภาพ เน้นให้ใช้สติคิดพิจารณาเนื้อหาและหลักฐานต่างๆซึ่งนำเสนอในรายการ และใช้เสรีภาพในรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน แต่ได้รับการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมาก การยัดเยียดสารพัดข้อกล่าวหาเพื่อปิดสถานี D-Station ซึ่งให้ข้อมูลแตกต่างจากอีกสถานีหนึ่งอย่างสิ้นเชิง และกำลังเป็นที่ยอมรับของคนไทยเพิ่มขึ้น อีกทั้งแย่งสาวกของม็อบเสื้อเหลืองไปมากด้วยวิธีนำเสนอใหม่และความจริงหลายอย่างถูกแฉอย่างมีเหตุมีผลโดยสถานีน้องใหม่นี้ซึ่งกระตุ้นให้คนไทยใช้สติไตร่ตรองได้เพิ่มขึ้น อันกลายเป็นศัตรูการเมืองของรัฐบาลไปโดยปริยาย การปิดสถานีดาวเทียมของไทยครั้งนี้เป็นการแฉความเป็นเผด็จการของรัฐบาลด้วยตัวเองให้คนไทยและชาวโลกเห็นถนัดตาเพราะมีการปฏิบัติสองมาตรฐานกับสองสถานีซึ่งสัมผัสได้ด้วยวิจารณญาณของคนไทยเมื่อความเห็นการเมืองของสถานีหนึ่งแผ่กระจายได้เต็มที่ รัฐบาลไม่กล้าแตะต้องด้วยคำพิพากษาว่า การเปิดสถานีเป็นเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทั้งที่สถานีปลุกระดมให้คนมายึดทำเนียบ สนามบิน ฝ่าฝืนกฎหมาย แต่อีกแห่งถูกปิดด้วยข้อกล่าวหาว่าแพร่ภาพเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองเพราะเห็นแตกต่างจากรัฐบาล สื่อมวลชนไทยไม่ดิ้นรนเพื่อหาอิสรภาพทางวิชาชีพให้ตัวเองด้วยความกลัว เสรีภาพของสื่อมวลชนถูกย่ำยีด้วยรัฐบาลซึ่งมีแนวคิดเผด็จการ ความน่าเชื่อถืออันเป็นศักดิ์ศรีของคนข่าวจึงเสื่อมลง

ภาพลักษณ์ตกต่ำของสื่อไทยย่อมเกิดขึ้นในจิตวิญญาณของคนไทยด้วยการดูแคลนข้อมูลข่าวสารที่นักข่าวเก็บเกี่ยวและคัดเลือกเสนอให้คนไทยรับรู้หรือฟังหลายชั่วโมงต่อวัน แต่คนไทยส่วนใหญ่กลับไม่เชื่อถือข่าวเหล่านั้น ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากการทำงานไร้จรรยาบรรณหรือมาตรฐานต่ำของคนข่าวซึ่งไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีในวิชาชีพ ข่าวสงกรานต์เลือดหรือความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดงตอกย้ำการทำงานด้านข่าวสารว่า สื่อไทยวันนี้หรือวันวานก็ยังไม่น่าเชื่อถือในความรู้สึกของคนไทย สื่อไทยกำลังเดินถอยหลังไปอยู่ใต้อำนาจของรัฐบาลเผด็จการ แต่สื่อนอกเรียกศรัทธาจากคนไทยได้มากกว่าด้วยความจริงความแม่นยำ และความอิสระสมกับเป็นสื่อมวลชนระดับสากล มันอาจถึงเวลาปฏิวัติสื่อมวลชนไทยด้วยจิตสำนึกการเป็นคนข่าวแท้จริงและสติปัญญาไตร่ตรองคัดกรองของคนรับข่าวสารเพื่อให้มีมาตรฐานเท่าจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ได้แล้ว ยังไม่ต้องเทียบชั้นกับสื่อชาติตะวันตกก็ได้

**************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s