หุ่นเชิดการเมือง

หุ่นเชิดการเมือง

เขียนโดย  แก้วมณี

 

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยนั้นนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยคณะราษฎร์ แม้บางช่วงจะถูกสอดแทรกโดยพวกเผด็จการทั้งเปิดเผยหรือซ่อนรูปไว้ แต่ผู้นำเกือบทั้งหมดจะมีภาวะความเป็นผู้นำที่สูงมาก แทบไม่มีใครเป็นหุ่นเชิดทางการเมืองของใครเลย หากนับย้อนกลับไปยังผู้นำซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทยอย่างดีและนับว่ามีภาวะผู้นำสูง เป็นที่ยกย่องและนับถือในความเป็นประชาธิปไตยสำหรับคนไทย เขาคือ นายปรีดี พนมยงค์ เขาสามารถใช้อำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีภายใต้ระบอบประชาธิปไตยได้สมบูรณ์ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งไม่มีการก้าวก่ายฝ่ายตุลาการด้วย

การปกครองของไทยนั้นมีการสลับสับเปลี่ยนผู้นำด้วยการปฏิวัติและเลือกตั้งเป็นระยะ จักสังเกตได้ว่า ผู้นำแบบเผด็จการทหาร ดังเช่น จอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพลสฤษต์ ธนะรัตน์ จอมพลถนอม กิตติขจร พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ล้วนมีความเป็นผู้นำสูงทั้งอำนาจและบารมี จึงครองตำแหน่งได้ยาวนาน ความแปลกสำหรับผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานและมีอิทธิพลสูงล้วนมาจากทหารระดับสูงและการปฏิวัติรัฐประหารทั้งสิ้น ยกเว้น พลเอกเปรม ที่ครองอำนาจปกครองบ้านเมืองอย่างผู้มีอิทธิพลบารมีสูงโดยใช้ศักยภาพส่วนนี้แย่งอำนาจจากนักการเมืองเลือกตั้งเพื่อเป็นผู้นำประเทศ เนื่องจากรัฐธรรมนูญในเวลานั้นเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนฯก็ได้ เขาจึงไม่เคยลงสนามเลือกตั้งหรือเสนอนโยบายหาเสียงสักครั้งในชีวิตนักการเมือง ภาพการเมืองระหว่างเขากับประชาชนคือ ผู้ปกครองกับผู้อยู่ใต้อำนาจปกครองเท่านั้น เมื่อเขาเป็นผู้มีบารมีในกองทัพไทยซึ่งเวลานั้นยังเป็นที่หวั่นเกรงอำนาจปืนและความก้าวร้าวโหดเหี้ยมที่พวกทหารแสดงไว้ตอนปฏิวัติยุคจอมพลทั้งหลาย นักการเมืองไทยที่หาเสียงเลือกตั้งจนได้คะแนนเสียงจากคนไทยสูงที่สุดยังไม่กล้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อลูกน้องของพลเอกเปรมมีคำขู่ผ่านสื่อต่างๆว่า ประเทศไทยจะสงบได้เมื่อผู้นำเป็นทหารเท่านั้น ในที่สุดนักการเมืองเลือกตั้งก็ต้องเทคะแนนเสียงที่คนไทยมอบไว้ไปตั้งผู้นำบ้านเมืองจากทหารอีกครั้ง น่าจะเรียกว่า นักเผด็จการซ่อนรูปและแขวนป้ายว่ามาจากคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนเพราะนักการเมืองตัวแทนคนไทยเป็นคนโหวตให้เขา มิได้ทะยานอยากเป็นนายกฯ แต่ถูกบังคับโดยตัวแทนประชาชน การเมืองไทยภายใต้ปกครองของผู้นำมาจากทหารระยะหลังในยุคพลเอกเปรมนั้น จะเห็นการยุบสภาบ่อยครั้งมาก เนื่องจากเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน หรือ พรรคการเมืองกับพลเอกเปรม เขาจะใช้อำนาจยุบสภาเพื่อให้ส.ส.กลับไปหาเสียง แล้วสุดท้ายก็ถูกขู่ให้เลือกเขาเป็นนายกฯอีกครั้งเสมอ สุดท้ายสนามเลือกตั้งในขณะที่คนไทยเบื่อหน่ายความเจริญที่หยุดนิ่งและการแบ่งประโยชน์ให้คนในสารพัดเครื่องแบบอย่างมโหฬารและประเทศบริหารโดยทหารมานานแล้วทำให้พรรคของพลเอกชาติชาย ซึ่งใช้ชีวิตแบบนักบริหารเอกชนมากกว่าทหาร ชนะการเลือกตั้ง หลายสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเสียงสวรรค์ของประชาชน แม้จะขัดต่อความประสงค์ของพลเอกเปรมก็ตาม เมื่อเกิดการต่อต้านอย่างหนักจากนักวิชาการและนักศึกษาด้วยระยะเวลาครองอำนาจของพลเอกเปรมนานเกินไปสำหรับระบอบประชาธิปไตยและบ้านเมืองกำลังตกต่ำอย่างหนัก การค้าขายหยุดนิ่ง คอรัปชั่นสูงมากในระบบราชการจากแรงสนับสนุนของผู้นำทางทหาร ตำรวจ ซึ่งไม่ทำงานตามหน้าที่ แต่แย่งกันไปเป็นกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจซึ่งมีเบี้ยทำงานสูงกว่าเงินเดือนราชการ โดยเปลี่ยนกฎระเบียบให้พวกเขารับเงินตอบแทนตามตำแหน่งต่างๆได้ไม่จำกัดจำนวน คนที่อยากหาประโยชน์จากรัฐวิสาหกิจต่างๆมากกว่าการเสี่ยงชีวิตทำงานเป็นทหารหรือตำรวจ จึงเลือกเงินรายได้และผลประโยชน์จากรัฐวิสาหกิจมาเสริม ระบบราชการและรัฐวิสาหกิจจึงปั่นป่วนและเกิดหนี้เสียมากมาย ในที่สุดพลเอกชาติชายจึงรับตำแหน่งนายกฯตามคะแนนเสียงของประชาชน โดยเสนอตำแหน่งรัฐบุรุษให้เป็นเกียรติแก่พลเอกเปรมเพื่อความสงบในบ้านเมือง

ผู้นำบ้านเมืองในยุคจอมพลทั้งหลายและพลเอกเปรม ถือว่ามีภาวะผู้นำสูงที่สามารถใช้อำนาจการเป็นผู้ปกครองในทุกหน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง พวกเขาบัญชางานในทุกหน่วยงานได้เต็มที่ด้วยอำนาจตามกฎหมายและบารมีส่วนตัว แถมด้วยคนไทยไม่รักอธิปไตยตามระบอบประชาธิปไตยและความกลัวของประชาชน นอกจากนั้น การบริหารประโยชน์แบ่งปันแก่ผู้สนับสนุนพวกเขาได้อย่างถ้วนหน้า ทุกท่านจึงสามารถครองอำนาจได้ยาวนาน ถือเป็นนักบริหารประโยชน์ที่ดี แต่เป็นนักปกครองประเทศที่ไม่ค่อยดีเพราะบ้านเมืองขาดความเจริญตามศักยภาพแท้จริงและความใจแคบ วิสัยทัศน์สั้น ความกลัวที่จะสูญเสียอำนาจในมือทำให้พวกเขาพยายามชะลอความเจริญและเพิ่มความรู้แก่คนไทยช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามความเชื่อที่ว่า ความรู้ทำให้อำนาจปกครองเผด็จการเสื่อมถอยและสูญสลาย บ้านเมืองในการปกครองของผู้นำเผด็จการทุกรูปแบบจึงเติบโตช้าหรือหยุดเจริญเพื่อรักษาสถานภาพ อำนาจ และบารมีของพวกเขา

ภาวะผู้นำประเทศที่สามารถบัญชางานให้หน่วยงานราชการ ตำรวจ ทหาร ต้องเชื่อฟังคำสั่งนั้น มิได้มีเฉพาะผู้นำที่มาจากทหารเท่านั้น ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งมีชื่อเสียงและสร้างผลงานมากบ้าง น้อยบ้าง ให้สังคมไทยก็มีไม่มากนัก อาทิ ม.ร.ว. เสนีย์ และ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ นายชวน หลีกภัย นายบรรหาร ศิลปอาชา พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น ทั้งนี้ไม่รวมผู้นำที่ถูกตั้งขึ้นโดยคณะปฏิวัติ เนื่องจากผู้นำประเภทนั้นต้องเชื่อฟังคำสั่งของคณะปฏิวัติเท่านั้น ทำงานคล้ายหุ่นเชิดทางการเมืองภายใต้ระบอบเผด็จการโดยหน้าที่หลัก คือ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและลงชื่อตามอำนาจหน้าที่และความเห็นชอบจากคณะปฏิวัติ นักการเมืองเลือกตั้งเสียงข้างมากที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยตามชื่อดังกล่าวนั้น อยู่ในยุคสมัยที่ต่อเชื่อมจากการปฏิวัติและความเสื่อมศรัทธาต่อทหารมีสะสมมาก ทำให้ทหารตำรวจยอมรับอำนาจการเลือกตั้งจากประชาชน อีกทั้งความศรัทธาของประชาชนต่อนายกฯเหล่านั้นมีสูงทำให้ทหารตำรวจจำต้องยอมรับอำนาจในฐานะนายกฯของประชาชน แม้จะไม่ได้มาจากทหารก็ตาม เมื่อพวกเขาทำงานตามนโยบายที่บอกแก่ประชาชนและสร้างความเจริญแก่บ้านเมืองอย่างผิดตากว่าสมัยทหารครองเมือง ยิ่งลดศรัทธาต่อทหาร  ทหารจึงต้องอยู่ในคูค่ายเก็บตัวยิ่งขึ้น เนื่องจากศรัทธาของประชาชนต่อทหารคือเสาหลักค้ำจุนความยิ่งใหญ่ของกองทัพ มิใช่ปืน

อำนาจที่แฝงเร้นในการเมืองไทยมีอยู่ในทุกยุคสมัย บางครั้งก็เป็นผู้หนุนหลังให้เกิดปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลหลายชุดในไทยซึ่งคนไทยทราบดี แต่ไม่อยากพูดให้เป็นเสนียดปาก ล้วนเกิดขึ้นจากความไม่รู้จักพอเพียงของคนที่หลุดจากขั้วอำนาจทางการเมืองโดยไม่เต็มใจและมีกฎหมายห้ามปรามไว้ ผู้มีอิทธิพลหรือบารมีสูงจึงต้องหาวิธีกลับคืนสู่การเมืองโดยไม่ต้องเป็นนักการเมือง แต่ใช้อำนาจปกครองบ้านเมืองได้เยี่ยงเดียวกับผู้นำประเทศ ทั้งนี้ การจะอยู่ในสถานภาพลึกลับ แต่ทรงอำนาจสูงนั้น เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยบารมีส่วนตัว ความกลัวของประชาชน การยึดกุมอำนาจกองทัพทหารและตุลาการไว้แน่นหนา ปัจจัยสำคัญของการครอบครองอำนาจและยึดศรัทธาจากผู้มีอำนาจในกลุ่มต่างๆได้ คือ เวลา จากนั้นก็ต้องเป็นการแสวงหาหุ่นเชิดทางการเมืองที่มีคุณภาพเหมาะสมกับยอมรับบารมีของเขา เรียกกันว่า ชายหรือหญิงที่ถูกเลือกเป็นหุ่นเชิดทางการเมืองนั้นต้องยอมสยบต่อเขาทั้งกายและใจนั่นเอง

การปฏิวัติ รัฐประหาร ในอดีตนั้น ถ้าเป็นผู้แพ้ คือ กบฎ มีโทษประหารชีวิต หากชนะผู้เป็นหัวหน้าจะเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง หรือ เลือกคนที่ไว้วางใจเพื่อเป็นนายกฯก็ได้ ส่วนการจะเป็นด้วยตัวเองหรือเลือกคนอื่นล้วนขึ้นอยู่ที่สภาพแวดล้อมในเวลานั้น แต่การมอบให้ผู้อื่นเป็นนายกฯนั้นก็เป็นที่รู้ดีว่า เป็นหุ่นเชิดทางการเมืองของคณะปฏิวัติในระบอบเผด็จการทั้งสิ้น การเมืองไทยมีการพัฒนาเรื่อยมาท่ามกลางการสอดแทรกเป็นระยะของผู้มีอิทธิพลที่หลงใหลการเมืองไทย แต่ไม่มีสิทธิ์นั้น นายกฯเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็น พลเอกชาติชาย นายชวน นายบรรหาร พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ล้วนถูกพยายามแทรกแซงการใช้อำนาจของผู้นำเสมอด้วยสารพัดเรื่อง เช่น การแต่งตั้งหรือโยกย้าย นายทหาร นายตำรวจ  ตุลาการ การให้สัมปทานแก่คนของเขา เป็นต้น ทุกท่านต่างให้ความเกรงใจและไม่อยากทะเลาะกับผู้มีอิทธิพลคนนั้นจึงยอมทำตามความประสงค์ของเขาแบบมากบ้าง น้อยบ้าง หรือเรียกกันว่า บริหารความต้องการให้สมดุลย์ทั้งสองฝ่ายเพื่อลดความปั่นป่วนทางการเมืองลง ในทางกลับกัน การยอมทำตามความต้องการของเขาคนนั้นกลายเป็นดาบมาทิ่มแทงทำร้ายนักการเมืองรุ่นต่อมาเมื่อทุกปีที่คำขอได้ตามปรารถนาเท่ากับเพิ่มกำลังพลภายใต้บัญชาของเขา และพร้อมจะปฏิเสธอำนาจของรัฐบาลเลือกตั้งทุกเวลาที่มีคำสั่งจากเขาคนนั้น

เมื่อกฎหมายไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีอิทธิพลที่ไม่อยากพ้นอำนาจการเมืองได้ปกครองประเทศและประชาชนมีความรู้เพิ่มขึ้นและหวงแหนสิทธิเสรีภาพของตน อีกทั้งหลายประเทศทั่วโลกต่างปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย การปกครองบ้านเมืองด้วยตัวเองเหมือนยุคอดีตนั้นย่อมทำไม่ได้แน่นอน จึงจำเป็นต้องเลือกอีกวิธีหนึ่ง คือ แสวงหาหุ่นเชิดทางการเมืองที่ต้องทำงานภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันแตกต่างจากหุ่นเชิดยุคเผด็จการเพียงแค่สวมเสื้อผ้าต่างสไตล์กันเท่านั้น แต่แนวคิดเดียวกัน คือ เชื่อฟังคำสั่งของผู้นำตัวจริงอย่างเคร่งครัด

ผู้นำหุ่นเชิดทางการเมืองในยุคประชาธิปไตยนั้น จะขาดภาวะความเป็นผู้นำที่แท้จริง หน่วยงานราชการ กองทัพ ตำรวจ ไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้นำ ไม่สามารถตัดสินใจทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมได้ด้วยวิจารณญาณหรือประสบการณ์ของตัวเอง  มีความขลาดกลัวและเกรงใจผู้คัดเลือกหรือผู้สนับสนุนตนเหนือประชาชนที่มอบคะแนนเสียงแก่เขา และเขาจะต้องมีคุณภาพเพียบพร้อมทั้งการศึกษา สถานภาพทางสังคม เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและพูดจาปราศรัยสร้างภาพผู้นำได้อย่างดี หน้าที่หลักของผู้นำประเภทนี้ คือ การออกงานเลี้ยง งานสนทนาปราศรัย งานประชุมทั่วไป งานสร้างภาพรัฐบาล การรับฟังคำสั่งของผู้มีอิทธิพลตัวจริง และ ยอมสยบเชื่อฟังทั้งกายและใจโดยปราศจากคำถามและการต่อต้าน การยอมไม่ใช้สติปัญญาและความรู้ส่วนตัวเพื่อทำงานให้คนเชิดหุ่นเป็นจุดเด่นของหุ่นเชิดมีคุณภาพ สิ่งที่เป็นปมด้อยของเขา คือ ภาวะผู้นำแท้จริงไม่มี เนื่องจาก ทหาร ตำรวจ ตุลาการ นิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ล้วนเป็นคนที่ถูกเลือกและยอมรับจากผู้มีอิทธิพลคนนี้เท่านั้น คำสั่งหรือการตัดสินใจขั้นสุดท้ายที่จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้ ต้องมาจากผู้มีอิทธิพลเหนือเขาคนเดียว ประเทศไทยปกครองด้วยนักการเมืองเลือกตั้งโดยประชาชนซึ่งยังไม่เคยมีผู้ใดเป็นนายกฯหุ่นเชิดทางการเมืองของใครมาก่อน ยุคปีพ.ศ. 2552 จึงอาจถือเป็นครั้งแรกของสังคมไทยที่ผู้มีอิทธิพลที่ไม่เคยเต็มใจออกจากการเมืองกลับมาปกครองประเทศอีกครั้งโดยผู้นำหุ่นเชิดคุณภาพเยี่ยมซึ่งไม่มีอำนาจแท้จริง ขาดภาวะผู้นำ และมิได้ปกครองประเทศในฐานะผู้นำ โดยเฉพาะมิได้รักห่วงใยประชาชน แต่ต้องการเป็นนายกฯเท่านั้น ไม่สนใจเกียรติยศศักดิ์ศรีของเขาว่าจะเป็นนายกฯหุ่นเชิดหรือตัวจริงก็ตาม อำนาจฝ่ายบริหาร กองทัพทหาร ตำรวจ มิได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้นำหุ่นเชิดตามหลักกฎหมาย แม้แต่สถานภาพหัวหน้าพรรคการเมืองที่ประชาชนเห็นเขาในวันนี้ก็มิใช่ของเขาตามพฤตินัย ถ้าจะพูดให้เป็นสัจพจน์สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่เขาครอบครองอย่างแท้จริง คือ ลมหายใจของเขา เท่านั้น แต่ลมหายใจเพื่อชีวิตของหุ่นเชิดวันนี้ก็อยู่ในกำมือของผู้มีอิทธิพลนอกกฎหมายไปแล้วเมื่อครอบครัวและสถานที่ทำงานและทุกย่างก้าวของเขาอยู่ในการสายตาของทหารที่คอยคำสั่งจากผู้มีอิทธิพลเพียงคนเดียว ตอนนี้จึงแทบไม่มีสิ่งใดซึ่งบอกได้ว่า เขาบงการชีวิตตัวเองได้เลย ขณะที่คนไทยต้องคอยรับชะตากรรมตามกฎหมายจากหุ่นเชิดที่รับคำบงการอย่างเดียวเพื่อเอาชีวิตรอดและอยู่ภายใต้เงาดำของผู้คลั่งอำนาจวัยดึกสงัด สังคมไทยวันนี้รู้เท่าทัน แต่จำต้องวางเฉยเพื่อรอคำพิพากษาจากนรกเท่านั้น เมื่อทุกคนต้องเอาชีวิตรอดจากพิษเศรษฐกิจตกต่ำ แล้วปล่อยให้เวทีการเมืองแก่งแย่งกันต่อไปโดยมัจจุราชจะเป็นผู้คลี่คลายปัญหาคาใจคนเสื้อแดงและช่วยปลดปล่อยหุ่นเชิดทางการเมืองให้มีโอกาสแสดงฝีมือบริหารประเทศหรือใช้ความรู้ความสามารถได้ทันกาลก่อนหลุดจากเก้าอี้เพราะภัยที่คืบคลานเข้าใกล้เขาอันเป็นไปตามหลักศาสนาที่ว่า กรรมใดใครก่อไว้ กรรมนั้นต้องไล่ตามให้ชดใช้กรรม ยุคไซเบอร์กรรมติดจรวดเสียด้วย เขาอาจไม่มีเวลาแสดงศักยภาพแท้จริงของตัวเองก็ได้ คนไทยต้องช่วยลุ้นผลกรรมของหุ่นเชิดและคนเชิดหุ่นกันแล้วว่า ความโชคร้ายจะเกิดกับใครก่อน ขณะที่หุ่นเชิดตัวหนึ่งของผู้คลั่งอำนาจวัยดึกสงัดเกือบถูกสังหารตายเพื่อปิดปากและหมดประโยชน์มาแล้ว ผู้นำหุ่นเชิดจะเหลือเวลาอีกนานเท่าใด หากไร้ประโยชน์วันใด ก็ต้องอยู่ในสภาพเดียวกับหุ่นเชิดอีกตัวหนึ่ง ถึงอย่างไรคนเชิดก็ต้องยิ่งใหญ่กว่าหุ่นเชิด และหุ่นเชิดคุณภาพสูงก็มิได้มีแค่ตัวเดียว ยังมีหลายตัวรอคิวรับช่วงงานนี้อยู่

 

***************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s