บัตรประกันสุขภาพ บัตรสงเคราะห์ผู้ป่วย ศักดิ์ศรีมนุษย์

ความต่างของบัตรประกันสุขภาพกับบัตรสงเคราะห์ผู้ป่วย

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

ก่อนปีพ.ศ. 2544 นั้น ระบบดูแลสุขภาพของรัฐจะมีรูปแบบ คือ รัฐจัดงบประมาณค่ารักษาแต่ละปีไว้โดยควบคุมค่ารักษาให้ไม่แพงเกินไป ประชาชนต้องจ่ายค่ารักษาเอง ถ้าผู้ใดไม่สามารถจ่ายค่ารักษา ต้องทำคำร้องต่อประชาสงเคราะห์ที่ประจำอยู่ตามโรงพยาบาลของรัฐเพื่อพิจารณาความเห็นว่า ผู้นั้นสมควรได้รับความช่วยเหลือจากรัฐมากน้อยแค่ไหน หรือ รักษาฟรี โดยเจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลส่วนตัวและลักษณะครอบครัว รูปแบบอาการป่วยและวิธีรักษา จึงมิได้หมายความว่า คนป่วยจะได้รับการรักษาฟรีตามทุกใบคำร้อง ดังนั้น จึงเกิดภาพหนึ่งทุกครั้งที่ยื่นแบบคำร้องขอรับการสงเคราะห์จากรัฐ คือ ผู้ยื่นคำร้องต้องพูดคุยแสดงความอาภัพอับโชคของตนและครอบครัวเพื่อโน้มน้าวใจของเจ้าหน้าที่รัฐให้เชื่อถือและให้ความเห็นชอบกับคำร้องแล้วยอมอนุมัติการรักษาโรคฟรีแก่ผู้ร้อง มันจึงเป็นการขอร้องอ้อนวอนต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ประชาชนยากไร้ต้องกระทำเพื่อแลกบางสิ่งมาช่วยชีวิตของตน อันเป็นการยอมลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพื่อแลกค่ารักษาพยาบาลเอาชีวิตรอดด้วยการตีแผ่อัตชีวิตให้แลดูน่าสงสารที่สุด หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ชอบหน้า ก็ไม่ได้รับความสงเคราะห์นั้นโดยมิได้มาจากเหตุผลเหมาะสม แต่เป็นความไม่ชอบส่วนตัวก็ได้ ด้วยจำนวนเงินสงเคราะห์แต่ละปีมีน้อย เจ้าหน้าที่รัฐจึงต้องควบคุมปริมาณผู้รับการสงเคราะห์ให้สมดุลย์กับเงินงบประมาณนั้น หลายครั้งที่ประชาชนยากไร้แท้ไม่ได้รับเลือกให้รักษาฟรี แต่กลายเป็นญาติเจ้าหน้าที่รัฐได้รับเลือกเสียเองก็เกิดขึ้นมาแล้ว มันเป็นความขมขื่นใจของชาวบ้านมานานหลายสิบปีที่ไม่เคยมีผู้ใหญ่คนใดให้ความสนใจปัญหาสุขภาพของชาวบ้านเลย

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 นโยบายรัฐบาลเลือกตั้งของพรรคไทยรักไทยสร้าง บัตรทอง 30 บาทซึ่งพัฒนาต่อมาเป็น บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยมีแนวคิดว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทยไม่ว่าจะยากดีมีจน เพียงใด ย่อมต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่ต้องมีการร้องขอหรือพิจารณารับสงเคราะห์เป็นรายบุคคลอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต  รัฐรับภาระการรักษาโรคแก่ประชาชนอย่างเสมอภาคโดยไม่ต้องเสียเงินเพราะเงินงบประมาณนั้นมาจากการทำมาหารายได้ของประชาชน รัฐจึงมีหน้าที่ดูแลรับภาระค่ารักษาโรคยามที่ประชาชนเจ็บป่วยในรูปสวัสดิการรัฐ ภาพการพูดขอร้องหรืออ้อนวอนเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อรับบริการฟรีจึงหายไปในที่สุด นโยบายสวัสดิการรัฐด้านสุขภาพเป็นการเปิดโอกาสให้คนยากจนสามารถรักษาโรคที่ต้องใช้ความรู้ เครื่องมือ และค่าใช้จ่ายสูง ได้อย่างเท่าเทียมกับคนรวย อันเป็นการคลี่คลายความขมขื่นใจของประชาชนอย่างถูกใจที่สุด การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะสำคัญในร่างกาย โรคเอดส์ โรคร้ายอื่นๆ ที่เกิดกับคนยากจนก็รักษาได้ โดยรัฐรับภาระหน้าที่จัดเตรียมบุคลากร เครื่องมือ ยา และจัดกระบวนการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้เหมาะสมกับเงินงบประมาณ แนวคิดของบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือ รัฐจัดเงินงบประมาณการรักษาโรคแก่ประชาชนตามจำนวนประชากร บนพื้นฐานว่ามิใช่คนไทยจะป่วยและเข้ารักษาโรคพร้อมกัน จึงสามารถนำเงินไปรักษาผู้ป่วยก่อน สิ่งที่ต้องปรับปรุงให้เข้ากับแนวคิดใหม่ คือ มุมมองและวิธีบริหารองค์กรและบุคลากร โดยเฉพาะคนไทยที่จะเป็นผู้รับบริการว่า ควรใช้สิทธิ์เมื่อเจ็บป่วยและเน้นการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเป็นหลัก มิใช่ปล่อยให้เจ็บป่วยเพราะคิดว่ารักษาฟรี เนื่องจากทุกเวลาที่ป่วยคือ การขาดรายได้ทำมาหากินหรือความสูญเสียที่จะนำไปสู่ความพิการได้

ปัจจุบันนี้รัฐบาลขาดความสามารถในการหารายได้และเก็บภาษีได้น้อย จึงตัดเงินงบประมาณที่ใช้ดูแลสุขภาพประชาชนลง ซึ่งเป็นวิธีหาเงินไปใช้ทางอื่นของรัฐ เช่น จัดซื้ออาวุธให้กองทัพ แจกเงินแก่คนบางกลุ่ม เป็นต้น แต่ส่งผลร้ายต่อการดูแลรักษาโรคของคนไทยอย่างมากด้านประสิทธิภาพการรักษาและคุณภาพบุคลากร รวมทั้งปริมาณคนรับบริการรักษาโรครุนแรงน้อยลง เช่น จำนวนคนที่จะรับการผ่าตัดต้อกระจก การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ จำนวนยาจำเป็นของคนไข้โรคเอดส์ เป็นต้น ปกติจะมีการกำหนดงบประมาณให้การรักษายากๆหรือผ่าตัดตามเงินงบประมาณรายปี ตัวอย่างเช่น รัฐจัดซื้อยาจำเป็นของคนโรคเอดส์ไว้สำหรับ 10,000 คน ปีนี้มีเงินซื้อได้เพียง 1,000 คน คนผ่าตัดต้อกระจกปีละ 10,000 คน ปีนี้มีงบสำหรับ 1,000 คน เป็นต้น ส่วนที่เกินต้องไปรอใช้สิทธิ์ปีหน้า ซึ่งอาจก่ออันตรายให้หลายคนที่มิอาจรอถึงเวลาใหม่ได้ เพียงแค่เงินงบเพื่อสุขภาพของคนไทยมีน้อยลง เงินงบประมาณมาจากเงินภาษีที่เก็บจากคนไทยซึ่งรัฐให้สัญญาจะดูแลชีวิตของคนไทยให้มีความสุขกาย สุขใจ แต่การตัดเงินงบประมาณเพื่อสุขภาพแล้วนำไปซื้ออาวุธให้กองทัพหรือซื้อเสียงเพื่อการเลือกตั้งคราวหน้า จึงเป็นความไม่เป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีคนไทย

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 ด้วยแนวคิดยกระดับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทยและใช้ศักยภาพของรัฐเต็มที่เพื่อรับภารกิจดูแลสุขภาพของคนไทยไว้ เป็นการปฏิรูประบบสุขภาพในเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง จากการต้องขอร้องอ้อนวอน ตีแผ่ความอัปยศ ความโชคร้าย ของตนและครอบครัวด้วยการลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ลง เพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากรัฐ มาเป็นแนวคิดว่า รัฐต้องรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐสวัสดิการในเมืองไทยเป็นครั้งแรก แต่ปัจจัยสำคัญหรือเบื้องหลังของบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือ เงินงบประมาณสนับสนุนงานใหญ่นี้ต้องมาจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของรัฐบาลและเงินภาษีของคนไทยซึ่งทำงานหารายได้แล้วเสียภาษีเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ รัฐบาลและคนไทยจึงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสวัสดิการรัฐที่สำคัญยิ่ง ณ วันนี้รัฐบาลมองไม่เห็นและไม่สามารถใช้ศักยภาพการผลิตและส่งออกสินค้าไทยอย่างเต็มที่ จึงขาดรายได้เข้ารัฐเพราะรัฐบาลขาดความสามารถซึ่งหลายรัฐบาลในโลกใช้วิกฤตเป็นการสร้างโอกาสใหม่ได้ แต่ของไทยจ้องกู้เงินอย่างเดียว สาเหตุที่ต้องการกู้เงิน เพราะต้องการเงินนอกสายตาเป็นประโยชน์ส่วนตนชดใช้การลงทุนแย่งตั้งรัฐบาลของพวกเขา ขณะที่ศักยภาพหาเงินของคนไทยต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่พบการวางเฉยและขาดแผนแก้ไขปัญหาให้เอกชนยืนหยัดและร่วมต่อสู้ไปกับรัฐเพื่อหารายได้เข้าประเทศ รัฐบาลวางเฉยรอกู้เงินและเอกชนติดขัดเพราะขาดการสนับสนุนหรือกระตุ้นช่วยเหลือให้อยู่รอด จึงเท่ากับรอวันแตกดับไป อันส่งผลให้เงินภาษีเข้ารัฐน้อยตามไปด้วย ผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพของคนไทยจึงเกิดขึ้นให้เห็นในวันนี้เมื่อเงินงบประมาณถูกตัดลดลง คนไทยรับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าจากการทำงานมักง่ายของรัฐบาล วิธีเดียวที่คนไทยในวันนี้จะช่วยตัวเองได้ คือ ดูแลสุขภาพมิให้เจ็บป่วยหนัก มิฉะนั้น อาจต้องพบความเจ็บปวดกับคำผัดผ่อนเวลารักษาให้หายป่วยหรือปล่อยให้คอยจนตายเพราะคิวยาวหรือหมดงบประมาณแล้ว อีกความพยายามหนึ่งของรัฐบาลที่กำลังกระทำ คือ ใช้ช่วงจังหวะนี้ทำลายภาพพจน์บัตรประกันสุขภาพ เพื่อนำแนวคิดบัตรสงเคราะห์ผู้ป่วยกลับมาใช้โดยอ้างว่า รัฐจะไม่ต้องตั้งเงินงบประมาณไว้มากเพียงนี้ แล้วเลือกช่วยเป็นรายบุคคลได้ หมายความว่า คนไทยต้องแย่งกันร้องขอเจ้าหน้าที่รัฐให้เห็นชอบรักษาฟรีด้วยการยอมลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ลงอีกครั้ง คนไทยวันนี้อยากย้อนภาพเดิมๆกลับมาหรือไม่ คงต้องคิดพิจารณาให้หนักหน่อยกับภารกิจของรัฐบาลวันนี้ซึ่งนิยมแนวคิดแบบเผด็จการย้อนหลังเป็นร้อยปีซึ่งชอบให้คนไทยคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องผู้ปกครองเสมอที่มีให้เห็นก่อนปีพ.ศ. 2544  พวกเขาอยากเห็นภาพนั้นอีกครั้งเพื่อยืนยันสถานภาพการเป็นผู้ปกครองและไพร่ซึ่งห่างหายไปกว่า 70 ปีแล้ว คนไทยต้องตัดสินใจว่า บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ บัตรสงเคราะห์ผู้ป่วย ควรจะอยู่ในสังคมไทยวันนี้

 

********************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s