ใต้เงาบาป 2.2

เฉพาะอ่านออนไลน์
 
ใต้เงาบาป 2.2
เขียนโดย  ช่อมณี
 

ตอนเช้าวันจันทร์หญิงสาวร่างสูง  เพรียวในชุดเสื้อกางเกงสีเขียวเข้มกำลังนั่งรอเจ้าของห้องทำงานซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนธีระวิทยานั่นเอง  เจ้าของดวงหน้ารูปไข่มีท่าทางหงุดหงิดเมื่อยังไม่เห็นคนที่ตนเฝ้ารอเข้ามาเสียที

ทำไมมาช้าจัง ? “

บ่นอะไรจ๊ะ  นิตว์   มันตรินีเดินถือแฟ้มเข้ามาในห้องนั้น  สีหน้าแจ่มใส

ชนิตว์มีท่าทางตื่นเต้น  พลางดึงร่างเพื่อนสาวให้มานั่งบนเก้าอี้ว่าง  ฉันมีเรื่องจะขอร้องสักหน่อย  ตรี

เรื่องดีหรือไม่ดีล่ะ   หล่อนหรี่ตามองอีกฝ่าย

ชนิตว์ยิ้มแหย  ก้ำกึ่ง ! “

ฉันขอปฏิเสธ ! “

นักข่าวสาวเบิกตากว้าง  น้ำเสียงออดอ้อนยามกล่าวว่า

หากเธอไม่ช่วย  คราวนี้ฉันต้องตกงานแน่

ตกงานรึ ? “

ชนิตว์พยักหน้ายืนยัน   .. สั่งให้เขียนบทความเด็ดๆภายในสามวัน  หากฉันทำไม่ได้  เขาจะไม่บรรจุเป็นนักข่าวประจำ  ฉันก็ตกงานแน่

มันตรินีถอนใจหนัก  อันที่จริงหล่อนก็เห็นใจสภาพของชนิตว์ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างฝึกงานกับสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง  แต่อดระแวงกับคำขอร้องของเพื่อนไม่ได้

บทความอะไรล่ะ ? “

ฉันอยากเก็บไว้ก่อน  เมื่อเขียนเสร็จ  จะให้เธออ่านเป็นคนแรกเลย  ตรี

มันตรินีมีอาการลังเล  ชนิตว์พูดคะยั้นคะยอว่า  ช่วยเพื่อนหน่อยนะ

ไม่เสี่ยงดีกว่า ! “

ชนิตว์ล้วงเหรียญบาทออกมา  พลางกล่าวว่า  เรามาเสี่ยงดวงกันดีกว่า  หากเป็นหัว  เธอต้องช่วยตามคำขอของฉัน  โดยไม่ซักถามใดๆ……… “

ก้อยล่ะ? “

ฉันจะเดินออกไปจากห้องนี้  และไม่ขออะไรจากเธออีกตลอดไป   ชนิตว์ตอบหนักแน่น

มันตรินีมองชั่งใจ  แล้วตอบว่า  ฉันเลือกก้อย ! “

ชนิตว์โยนเหรียญขึ้นไปกลางอากาศ  แล้วคว้าไว้ที่ฝ่ามือ  เมื่อแบมือออก  มันตรินีถอนใจหนักหน่วง  สีหน้าไม่ดีนัก

เหรียญออกเป็นหัว ! “  ชนิตว์พูดยิ้มๆ  เธอต้องทำตามสัญญานะ  ตรี

รู้แล้วน่า ! “

ชนิตว์ยื่นเศษกระดาษชิ้นเล็กๆให้กับเพื่อน  พลางกล่าวเสียงจริงจังว่า  นี่เป็นรหัสเข้าไปดูข้อมูลของบริษัทหนึ่ง  ฉันอยากให้เธอดึงสิ่งที่มีทั้งหมดมาให้ฉัน

ขโมยข้อมูลรึ ! “

แค่ขอดูเท่านั้น   ชนิตว์พูดปลอบใจอีกฝ่าย  บทความของฉันต้องแม่นยำ  ดังนั้น

จำเป็นต้องได้ข้อมูลจากแหล่งที่ไม่ธรรมดานัก

ทำไมเธอไม่ทำเองล่ะ ? “

ชนิตว์ยักไหล่เล็กน้อย   ฉันลองทำดูแล้ว  แต่ทำไม่ได้

มันตรินีขมวดคิ้วเล็กน้อย   ทำไมล่ะ ? “

ฉันมีรหัสเข้าไปได้ก็จริง  แต่…… “  ชนิตว์ถอนใจเฮือกใหญ่  เมื่อเอ่ยต่อไปว่า

พวกนั้นมีระบบป้องกันข้อมูลที่ดี  ฉันจึงต้องถอยกลับ  แล้วมาขอร้องเธอนี่เหละ

พวกนั้นเป็นคนดีหรือเปล่า ? “ 

ชนิตว์หัวเราะในลำคอ  พลางย้ำเสียงว่า  สัญญาของเราคือจะไม่ถามไงจ๊ะ

แต่……. “

พรุ่งนี้เช้าฉันจะมารับงานนะจ๊ะ  ตรี   ชนิตว์พูดตัดบททันที  แล้วกล่าวยอเพื่อนในตอนท้ายว่า   ตรีเป็นนักคอมพ์มือหนึ่งที่ฉันรู้จักเชียวนะ  พึ่งพาหน่อยล่ะ  ตรีจ๋า

มันตรินีมองตาค้าง  เมื่อเพื่อนสาวพาร่างสูงเพรียวเดินออกไปด้วยท่าทางรื่นรมย์เหลือเกิน  ขณะที่หล่อนกำลังหนักใจกับสิ่งที่ต้องทำในไม่ช้านี้

 

ชนิตว์เดินออกมาจากตึกเรียนของโรงเรียนธีระวิทยาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางแบมืออกมา  เหรียญบาทวางอยู่ในมือ  หล่อนพลิกเหรียญไปมา  ปรากฏว่าทั้งสองด้านของเหรียญเป็นภาพของในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

ขอโทษที่ต้องหลอกเธอ  มันเป็นความจำเป็นจริงๆ  ตรี   ชนิตว์พึมพำ  พลางก้าวเดินออกไปจากบริเวณนั้นโดยเร็ว

 

เช้าวันต่อมามันตรินีนั่งมองแผ่นดิสต์สีดำในมืออย่างครุ่นคิด  มันเป็นแผ่นสำเนาที่หล่อนทำไว้เพื่อมาเปิดดูทีหลัง  เนื่องจากเมื่อคืนนี้หล่อนใช้เวลาเจาะเข้าไปในข่ายข้อมูลที่ชนิตว์ให้มาด้วยเวลาที่นานมาก  จึงเผลอหลับไปตอนนั่งรอการถ่ายเทข้อมูล  ทำให้ไม่มีโอกาสศึกษาเสียก่อนว่ามันคืออะไร  เสียงเคาะประตูดังขึ้นหล่อนรีบสอดแผ่นดิสต์ดังกล่าวเข้าไปในลิ้นชักอย่างเร็ว

สวัสดีจ๊ะ  ตรี   ชนิตว์กล่าวทักทาย  ขณะก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนธีระวิทยาอันเป็นสถานที่ทำงานของมันตรินี

เจ้าของห้องซึ่งเป็นหญิงสาวร่างเล็กสันทัด  ใบหน้ากลม  สวมแว่นตากรอบทองกำลังนั่งตัวตรง  สีหน้าสงบเรียบ  พลางส่งแผ่นดิสต์สีฟ้าให้อีกฝ่ายอย่างรู้ใจ

ฉันทำเสร็จแล้ว ! “

เยี่ยมมาก  เพื่อนรัก   ชนิตว์กล่าวชม  ขณะเอื้อมไปรับของสิ่งนั้นมา  หากฉันได้รับการบรรจุเป็นนักข่าวเต็มตัว  จะขอเลี้ยงข้าวสักมื้อจ๊ะ

บอกได้หรือยังว่าเธอจะทำอะไรกับบริษัท  พี อาร์ อินเวสเมนต์ 

เธอเห็นแล้วหรือ ? “

มันตรินีส่ายหน้า  ฉันเห็นแค่ชื่อของมันเท่านั้น  รายละเอียดยังไม่ได้ดูเพราะเป็นไปตามสัญญาของเราไงล่ะ

ซื่อตรงจริงๆ  ตรี

มันตรินียังคงมีท่าทีเงียบเฉย  ขณะที่เพื่อนสาวเอ่ยว่า  เมื่อฉันเขียนบทความเสร็จ  จะเอามาให้เธออ่านก่อนจ๊ะ

แต่……. “  หล่อนทำท่าจะท้วงติง

ชนิตว์กล่าวขัดว่า  เราตกลงกันแล้วนะ  ตรี

ก็ได้   มันตรินียอมรับในที่สุด

ทั้งสองต้องหยุดการสนทนาเพียงนั้น  เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูง   ผอม  ใบหน้าเหลี่ยม ดวงตาหรี่เล็ก  ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนั้นด้วยสีหน้าและท่าทางหงุดหงิด

ไง  ชัช   ชนิตว์กล่าวทักทายเพื่อนร่วมรุ่นอย่างคุ้นเคย

มันตรินียิ้มให้กับชายหนุ่มผู้เข้ามาใหม่  ขณะที่ชัชทรุดนั่งบนเก้าอี้ว่างข้างหญิงสาว

ฉันได้ข่าวว่าไฟแนนซ์ที่คุณทำงานอยู่ถูกปิดถาวร   ชนิตว์เอ่ยขึ้นทันที

ชัชตอบเสียงสะบัดว่า  ผมถูกไล่ถาวรเหมือนกัน

อย่าเพิ่งท้อแท้ใจสิคะ   มันตรินีกล่าวปลอบใจเพื่อนชาย  คุณเรียนจบสาขาคอมพิวเตอร์  อย่างไรเสียก็หางานได้ง่ายกว่าคนอื่น

ตรีพูดถูก ! “  ชนิตว์พูดสนับสนุน  ท่าทางเห็นใจ

ผมต้องผ่อนรถ  ผ่อนคอนโดฯ  จะรอนานได้เท่าไรเชียว   เขาตอบเสียงหงุดหงิด

ชนิตว์แนะทันทีว่า  ปล่อยรถกับคอนโดฯไปเสียสิ

จะให้ผมโหนรถเมล์รึ ! “

มันตรินีนั่งฟังอย่างสงบ  ขณะที่ชนิตว์เอ่ยว่า  ยังดีกว่าเป็นหนี้สินล่ะ

ช่างเป็นคำแนะนำที่ดีเหลือเกินนะ  นิตว์   เขาพูดประชด

คุณมีทางเลือกอีกไหมล่ะ ? “

ชัชนิ่งอึ้งไป  พลางหันมาทางมันตรินี  กลางวันนี้เราไปกินข้าวฉลองการตกงานของผมกันนะ  คุณตรี

ชนิตว์อมยิ้มนิดๆ  ขณะที่มันตรินีทำท่าจะตอบ  พลันเสียงเพจเจอร์ดังขึ้น  หล่อนจึงขอตัวไปคุยโทรศัพท์ก่อน

สักพักเจ้าของร่างเล็กเดินมาหาคนทั้งสองด้วยสีหน้าไม่ดีนัก  หล่อนกล่าวกับชัชเพื่อนชายว่า  มีงานด่วนเข้ามา  ฉันต้องไปทดสอบเกมใหม่ที่บริษัทค่ะ  ชัช

  เรื่องของผมคงไม่สำคัญสินะ

มันตรินีมีสีหน้าเจื่อนเล็กน้อย  ขณะที่ชนิตว์เพื่อนนักข่าวช่วยกล่าวแก้ว่า  ตรีไปทำงานนะ  ไม่ใช่เที่ยวสักหน่อย  ทำใจน้อยไปได้  ชัช

คำพูดของชนิตว์ทำให้ชายหนุ่มมองค้อนในที  นักข่าวสาวมองเห็นอาการของเพื่อนร่วมรุ่นก็อดหัวเราะไม่ได้

คราวหน้าฉันจะไม่ปฏิเสธคุณค่ะ   มันตรินีกล่าวเอาใจ  แล้วคว้ากระเป๋าสะพายไหล่ใบใหญ่มาถือไว้   ฉันต้องไปก่อนนะคะ ! “

ทั้งสองมองเจ้าของร่างเล็กสันทัด ซึ่งเดินลิ่วออกไปจากห้องนั้น

ทำไมคุณไม่ขอให้ตรีช่วยฝากทำงานทดสอบเกมล่ะ  ชัช

ชัชถอนใจหนัก  เธอเคยพาไปทดลองแล้ว  แต่มันยากชะมัด

ฉันไม่เคยได้ยินตรีบ่นแบบนี้เลยนะ   ชนิตว์มองอีกฝ่ายด้วยแววตาสมเพชนิดๆ  เพื่อนชายของหล่อนคนนี้ช่างใจเสาะเหลือเกิน

ผมเทียบกับตรีได้มากแค่ไหนเชียว   ชัชตอบกระชากเสียงในที  เธอมีไอคิวสูง  เรียนจบตรีโทด้านคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในญี่ปุ่นทั้งที่มีอายุน้อยมาก  เป็นนักเรียนทุนมาตลอดและได้รับเหรียญทองในการแข่งขันคอมพิวเตอร์ระดับมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น

ก็จริงนะ

งานทดสอบเกมของตรีได้รับรายได้สูงพอควร  แถมเป็นอิสระดี  ผมก็ชอบ  แต่มันค่อนข้างซับซ้อนมาก  เสียดายเหมือนกัน    ชัชบ่นอุบอิบในตอนท้าย

 

ชนิตว์เข้าใจดีว่าทำไมชัชจึงไม่อาจทำงานแบบเดียวกับมันตรินีได้  นอกจากขึ้นกับอุปนิสัยใจเสาะของเขาแล้ว  ยังเกี่ยวกับคุณสมบัติส่วนตัวของเพื่อนสนิทของหล่อนด้วย  หล่อนรู้จักกับมันตรินีตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท  ตอนนั้นสาวร่างเล็กมีอายุน้อยที่สุดในชั้นเรียนเพราะได้สอบเทียบชั้นขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว  ระหว่างที่เรียนด้วยกันทั้งสองรู้สึกถูกอัธยาศัยกันเป็นพิเศษ  จึงคบด้วยความสนิทสนม  จนกระทั่งปลายปีการศึกษามันตรินีตัดสินใจไปเรียนปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ที่ญี่ปุ่นโดยคำแนะนำจากเพื่อนคนหนึ่งของนางนวลพรรณผู้เป็นยาย  เนื่องจากไม่อยากให้หญิงสาวเสียเวลากับการศึกษาตามขั้นตอนในเมืองไทยที่ไม่ค่อยสนับสนุนเด็กที่มีสมองเป็นเลิศให้ก้าวไปตามศักยภาพในตัวเด็ก  นั่นเท่ากับเป็นการฉุดรั้งพรสวรรค์ของเด็กโดยอาศัยกฎระเบียบของทางราชการ  นางนวลพรรณเห็นด้วยกับแนวความคิดดังกล่าว  จึงส่งมันตรินีไปอยู่ในความดูแลของเพื่อนชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทเกมคอมพิวเตอร์

 

ชนิตว์กับมันตรินีต้องแยกจากกันตั้งแต่นั้นมา  แต่ทั้งสองยังคงติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอหล่อนยังคิดว่าหากมันตรินีได้เข้าสอบเอนทรานซ์ในเมืองไทย  จะต้องอยู่ในลำดับหนี่งของประเทศแน่นอน  น่าเสียดายที่หญิงสาวกลับไปสร้างชื่อเสียงด้านการศึกษาในแดนญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว  ขณะที่ชนิตว์เรียนจบด้านสื่อสารมวลชนในระดับปริญญาตรี  มันตรินีกลับเมืองไทยพร้อมกับปริญญาโทด้านคอมพิวเตอร์ระดับสูง  และใบประกาศเกียรติคุณกับเหรียญทองจากการแข่งขันอีกมากมาย  หล่อนได้ยินอีกว่ามันตรินีได้เข้าอบรมหลักสูตรพิเศษด้านคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการเจาะข้อมูลที่อเมริกาก่อนหน้าที่จะบินกลับเมืองไทยอีกด้วย  มันตรินีเคยเล่าด้วยว่ามีคนของรัฐบาลสหรัฐกับญี่ปุ่นมาทาบทามให้หญิงสาวทำงานในกรมตำรวจเพื่อล่าโจรคอมพิวเตอร์หรือพวกแฮกเกอร์ซึ่งชอบขโมยข้อมูลจากบริษัทชั้นนำและรัฐบาลเพื่อไปขายให้กับกลุ่มต่างๆที่ประกอบมิจฉาชีพ  แต่หญิงสาวกลับปฏิเสธเงินเดือนและสวัสดิการทั้งมวล แล้วมาทำงานเป็นอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนธีระวิทยาของผู้เป็นยาย  บางครั้งก็บรรยายให้กับมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนที่ติดต่อมา  นอกจากนั้นยังรับงานทดสอบเกมใหม่เพื่อหาข้อบกพร่องและเสนอแนะให้กับบริษัทชั้นนำในญี่ปุ่น  มันตรินีสนุกกับงานเหล่านี้มาถึงสองปีแล้ว  ยังไม่มีวี่แววจะเปลี่ยนใจไปทำงานชิ้นอื่นอีก

 

 

มันตรินีกลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน ชนิตว์จึงแนะนำชัชซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่มหาวิทยาลัยเดียวกันให้รู้จักกับเพื่อนสาวร่างเล็ก  เขาเรียนจบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์  และชอบทำกิจกรรมร่วมกับชนิตว์เสมอ  ชัชกับมันตรินีคุยถูกคอกันดีโดยเฉพาะเรื่องคอมพิวเตอร์  จึงคบหากันมาถึงสองปี  ชนิตว์รู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่ามันตรินีไม่เคยแสดงท่าทีปฏิเสธไมตรีของชัช  ทุกครั้งจะพูดเอาใจชายหนุ่มเสมอ  แต่ยังแฝงความเมินเฉยไว้อย่างแนบเนียน  ชัชไม่เคยสัมผัสสิ่งนั้นได้เลย  เขามักแสดงท่าทางเป็นแฟนของมันตรินีเสมอ  หญิงสาวก็ไม่เคยทักท้วงสักครั้ง  ชนิตว์เคยเอ่ยถามกับเพื่อนสาวแต่คำตอบของอีกฝ่ายยังคงเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยไมตรีเท่านั้น  หากคะยั้นคะยอเพื่อหาคำตอบ  ก็จะได้เพียงคำว่าชัชเป็นเพื่อนพิเศษที่คุยถูกคอมากคนหนึ่ง  ดังนั้น ความรู้สึกแท้จริงของมันตรินีที่มีต่อชัชจึงเป็นความลับ และสร้างความอยากรู้แก่ชนิตว์เป็นอันมาก สักวันหนึ่งหล่อนต้องแสวงหาคำตอบนี้ให้ได้

 

  ห้องทำงานอันกว้างใหญ่ของบริษัท เค พี เอ เทรดดิ้ง  ประธานบริษัทซึ่งเป็นชายวัย 60 ปี  ร่างผอมสันทัด  ผิวขาว  กำลังนั่งหน้าบึ้ง  ดวงตาวาวโรจน์ยามมองหนุ่มใหญ่วัย 36 ปี  ร่างสูงท้วม  ผิวคล้ำ  ซึ่งยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า  สีหน้าไม่ดีนัก

ฉันเคยเตือนนายเรื่องการลักลอบขนเงินดอลล์โดยอาศัยคนของฉันแล้วนะ  วัฒน์

ชายร่างสูงนิ่งฟัง  ขณะที่ขัมน์กระชากเสียงต่อไปว่า  ตอนนี้ทางการเข้มงวดเรื่องนี้มาก  นายยังกล้าทำอีก  ไม่เชื่อคำเตือนของฉันเลย

ผมอยากหารายได้พิเศษเท่านั้น ! “  วัฒน์ตอบอย่างไม่หวั่นเกรง

นั่นเป็นงานผิดกฎหมาย  ซึ่งฉันเคยกำชับไว้ว่าห้ามทำอีก   ขัมน์กล่าวเสียงเข้มท่าทางโกรธจัด  ฉันปรับงานในอดีต  จนกระทั่งทุกอย่างอยู่ในกรอบที่ถูกต้องแล้ว  นายกำลังทำลายความตั้งใจของฉันนะ

ผมไม่ได้คิดถึงเพียงนั้น

นายคิดท้าทายฉันรึ ! “

วัฒน์ส่ายหน้าทันที  ท่านเข้าใจผิดแล้วครับ

นายคงคิดว่าสิ่งที่ทำไป  ฉันจะไม่มีวันรับรู้สินะ   ขัมน์มองอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน

ฉันอยู่ในวงการนี้มาเท่ากับอายุของนาย  อย่าคิดว่าจะพ้นสายตาของฉันไปได้  ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้อีก  หากฉันรู้ล่ะก้อ……. “

วัฒน์มองผู้เป็นเจ้านายนิ่ง  ขณะที่ขัมน์กล่าวเสียงเด็ดขาดว่า  นายจะต้องไปจากบริษัทนี้และวงการผิดกฎหมายนี้ด้วย

คำพูดขู่ของขัมน์ทำให้วัฒน์รู้สึกหวั่นไหวมาก  ถึงอย่างไรขัมน์ยังมีอิทธิพลมากพอจะทำตามที่ลั่นวาจาไว้  แม้จะมีอายุมากและร้างวงการไปนานแล้ว  แต่สายสัมพันธ์ที่ดีของขัมน์กับคนในวงการอิทธิพลมือยังมีอยู่  เขาจึงไม่ควรวู่วามผลีผลามแตกหักกับผู้เป็นนายในเวลาเช่นนี้

ฉันไม่ได้พูดขู่เท่านั้น  แต่จะทำให้เป็นรูปธรรมด้วย

วัฒน์ยังไม่ทันตอบสิ่งใด  ประตูพลันเปิดออกสาวใหญ่  ร่างสูงในชุดทำงานสีเข้มเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ

พ่อจะลงโทษวัฒน์ไม่ได้นะคะ   ปาลิตาร้องบอกทันที  นัยน์ตาลุกวาว

ขัมน์มองลูกสาวนิ่ง  ขณะที่วัฒน์เข้ามาพูดปรามอีกฝ่ายว่า  เรากำลังคุยเรื่องงาน คุณไม่ควรมายุ่งนะ

ปาลิตาไม่สนใจคำพูดของเขา  พลางหันมาทางผู้เป็นบิดา  หากพ่อจะลงโทษเขาก็ต้องลงโทษฉันด้วยค่ะ

ลูกรู้เรื่องนี้ด้วยรึ  ลิตา    ขัมน์มีท่าทีตกใจ

 

************* โปรดติดตามตอนต่อไป ************

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s