ใต้เงาบาป 2.1

เฉพาะอ่านออนไลน์
 
ใต้เงาบาป 2.1
 
เขียนโดย  ช่อมณี
 

ตกดึกปรานต์แวะมาหาผู้เป็นน้องสาวที่ห้องนอน  เมื่อเห็นแสงไฟในห้องยังเปิดอยู่  จึงเคาะประตู  ปาลิตาเปิดประตูรับพี่ชายด้วยสีหน้าบูดบึ้ง  ทั้งสองนั่งคุยกันภายในห้องนั้น  ตอนหนึ่งผู้เป็นน้องสาวมีท่าทางเกรี้ยวกราด  เมื่อพี่ชายเอ่ยขอร้องมิให้รังแกนัชชาน้องสาวต่างมารดา

ฉันไม่อาจทำตามที่พี่ขอร้องได้ค่ะ

ปรานต์ถอนใจยาว  สิ่งที่เธอทำกับนัชชาทำให้พ่อไม่พอใจนะ  ลิตา

พอเห็นใบหน้าของมัน  ก็ทำให้นึกถึงความลำบากของพวกเราในพม่า   ปาลิตากล่าวอย่างเจ็บแค้น  เวลาห้าปีที่เราต้องลำบาก  หลบหนี บางครั้งแทบไม่มีอาหารใส่ท้อง  พี่คงไม่ลืมเวลานั้นนะ

พี่ไม่เคยลืม ! “  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของปรานต์เจิดจรัสขึ้นยามนึกถึงความหลังของครอบครัว

ผู้หญิงคนนั้นกับลูกของมันนั่งเสวยสุขอยู่ที่นี่ ! “

เธอโกรธที่พวกนั้นแย่งพ่อไปรึ ! “

ปาลิตามองพี่ชายเขม็ง  ฉันเกลียดมัน  และถือว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แม่ต้องตายอย่างอนาถในพม่าโดยไม่มีพ่อ

พ่อพยายามอธิบายแล้วว่าทำไมจึงตามหาพวกเราไม่ได้   ปรานต์พูดกล่อมน้องสาวมิให้มีอคติกับนัชชามากเกินไป

พ่อหลงพวกมัน  จึงไม่ติดตามหาพวกเรา ! “  น้ำเสียงของปาลิตาก้าวร้าวขึ้น

เธอกำลังไม่มีเหตุผลนะ  ลิตา

พี่เข้าข้างนังเด็กนั่นรึ ! “  ปาลิตามองหาเรื่อง

ปรานต์บอกเสียงห้าวว่า  ความตายของแม่ไม่ได้เกิดจากเด็กคนนั้น  แม่เป็นโรคไตวาย  เธอไม่ควรคิดโทษเด็กนั่นนะ

พี่ไม่มีสิทธ์ห้ามความคิดของฉัน ! “

เหลวไหล ! “  ปรานต์ชักเดือดบ้าง  พี่ไม่นึกว่าความรู้ในมหาวิทยาลัยไม่ช่วยให้เธอเป็นคนมีเหตุผลเลย  รู้จักแต่ใช้อารมณ์ตัดสิน

พี่ปรานต์ ! “  ปาลิตานั่งตะลึงกับคำพูดของพี่ชาย

ปรานต์ลุกขึ้นยืน  พลางเอ่ยเสียงหนักว่า  สิ่งที่เธอปฏิเสธความจริงไม่ได้คือนัชชา อัครชัย  เป็นสมาชิกของครอบครัวนี้และเป็นน้องสาวของพวกเรา  พี่หวังว่าเธอจะนอนคิดทบทวนอีกครั้งว่าควรปฏิบัติตัวแบบไหน  จึงจะเหมาะสมนะ ลิตา

ผู้เป็นพี่ชายกล่าวจบลง  แล้วเดินตัวตรงออกไปจากห้องของปาลิตาโดยไม่เห็นดวงตาแข็งกร้าวของน้องสาวที่นั่งมองชายหนุ่มอยู่

ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดของฉันได้  แม้แต่พี่ปรานต์   หล่อนเอ่ยเสียงเด็ดเดี่ยว  หัวใจยึดมั่นกับความคิดของตัวเองที่มีต่อนัชชาน้องสาวต่างมารดา

 

ค่ำคืนเดียวกัน  ณ บ้านธมนันท์  หญิงสาวร่างเล็กสันทัด  ใบหน้ากลม  สวมชุดเสื้อคลุมยาว  เนื้อผ้าเนียนนุ่มสีฟ้าอ่อนเปิดประตูห้องนอนของนางนวลพรรณ ธมนันท์ผู้เป็นยาย  หล่อนยืนอมยิ้มเมื่อเห็นหญิงสูงวัยร่างท้วม  ผิวขาวกำลังนั่งอยู่บนพื้นห้อง  มีอัลบั้มภาพอยู่ในมือ  ริมฝีปากมีรอยยิ้มเล็กน้อย

ยายยังไม่นอนอีกหรือคะ ? “

ผู้เป็นยายเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวซึ่งทรุดนั่งโอบกอดนางไว้  ยายนึกอยากดูรูปเก่าๆน่ะ ตรี

มันตรินีชะโงกไปดูรูปภาพเก่าๆที่ผู้เป็นยายกำลังมองอยู่  มันเป็นภาพถ่ายของหญิงสาวที่มีวัยไล่เลี่ยกันยืนเรียงรายประมาณสิบกว่าคนได้

รูปเพื่อนของยายหรือคะ ? “

นางนวลพรรณใช้มือลูบไล้ภาพนั้นอย่างเบามือ  เพื่อนร่วมชะตาเดียวกับยายเมื่อห้าสิบปีก่อนจ๊ะ

หญิงสาวมีสีหน้าสงสัย  เสียงทอดถอนใจยาวของผู้เป็นยายทำให้หล่อนเพิ่มความสนใจยิ่งขึ้น

ภาพนี้เป็นฝีมือเพื่อนเก่าคนหนึ่งของยาย   นางนวลพรรณบอกเสียงเย็น  เขาช่วยถ่ายภาพให้เพื่อพวกเราได้เก็บไว้  หวังว่าสักวันจะได้พบกัน  แต่…. “

ยายพบกับเพื่อนเหล่านี้อีกไหมคะ ? “

เจ้าของห้องนอนส่ายหน้าช้าๆ  รอยยิ้มเศร้าปรากฏอยู่บนริมฝีปาก

พวกเราไม่ได้พบกันอีกเลยนับแต่วันที่ถูกคัดเลือกไป

คัดเลือก ? “

นางนวลพรรณเห็นสีหน้าไม่เข้าใจของหลานสาว  จึงแย้มยิ้มเล็กน้อย  อยากฟังคนแก่เล่าเรื่องในอดีตไหมล่ะ  ตรี

หญิงสาวนั่งขัดสมาธิ  แววตาสนใจเต็มที่  ตรีสนใจทุกเรื่องของยายค่ะ

ยายไม่ได้เล่าให้ใครฟังมานานเหลือเกิน…. “  ผู้เป็นยายกล่าวเสียงแผ่ว  มีเฉพาะนันทาเท่านั้นที่เคยนั่งฟังยายเล่า  เหมือนกับตรีนี่แหละ

เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถึงลูกสาวคนเล็กซึ่งตายจากไปนานแล้ว  ทำให้หัวใจของมันตรินีอดเศร้าใจไม่ได้  เพราะผู้หญิงคนนั้นเป็นมารดาของหล่อนเอง

ตรีเป็นเด็กรุ่นใหม่  หากไม่ใช่คนรุ่นยายถ่ายทอดเหตุการณ์ในอดีต  ตรีคงไม่มีวันรับรู้ได้เลยนะคะ ยาย   หญิงสาวเอื้อมมาบีบมือเหี่ยวย่นของผู้เป็นยาย

นางนวลพรรณยิ้มนิดๆ  ตามองภาพถ่ายของเหล่าเพื่อนในอดีต  พลางเล่าด้วยน้ำเสียงขมขื่นว่า   ตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  คุณชวดกับยายหนีภัยอดอยากในจีนมาเมืองไทย  เพราะเชื่อคำพูดของกลาสีเรือที่เคยมาที่นี่  เมื่อมาถึงก็….… “

เมื่อก่อนเข้าเมืองไทยง่ายหรือคะ ? “

เขายังไม่เข้มงวดมากเหมือนสมัยนี้จ๊ะ   นางนวลพรรณตอบ  แล้วเล่าต่อไปว่า

เราไม่มีญาติที่เมืองไทย  พอมาถึงท่าเรือจึงมีคนจีนที่หวังดีแนะนำให้ไปพักที่สมาคมคนจีนก่อน

มันตรินีนั่งฟังด้วยความสนใจ   ขณะที่ผู้เป็นยายขยับแว่นตาเล็กน้อย  น้ำเสียงหมองเศร้ายามกล่าวว่า  เราพักที่สมาคมฯได้ไม่นาน  แม่ของยายก็ล้มป่วยเพราะน้ำกับอาหารที่นี่ทำให้ธาตุของเราผิดปกติ

ธาตุอะไรคะ? “

มันเป็นคำพูดของคนสมัยก่อน   ผู้เป็นยายพูดอธิบายด้วยรอยยิ้ม  หากเป็นปัจจุบัน  เราก็เรียกว่าผิดน้ำ  ผิดที่ผิดทางไงล่ะ

น้ำกับอาหารในสมัยก่อนคงไม่สะอาดสินะ

ส่วนหนึ่งก็ใช่จ๊ะ   นางนวลพรรณตอบ  แล้วสรุปสั้นๆว่า  พวกเราไม่คุ้นเคยกับสภาพอาหารและอากาศของเมืองไทย  การเดินทางทำให้แม่อ่อนแอมาก  จึงล้มป่วย  แต่ยายฟื้นตัวเร็วจึงรอดชีวิตมาได้

หญิงสาวบีบมือของนางนวลพรรณซึ่งมีสีหน้าหมองเพื่อปลอบใจ  บางทีนั่นอาจเป็นหนทางที่เป็นสุขของท่านแล้วนะคะ ยาย

ตรีพูดถูกแล้ว ! “

ผู้เป็นยายถอนใจยาว  ยามกล่าวว่า  คนที่มีชีวิตอยู่กำลังเดินไปสู่ขุมนรกในเวลาต่อมา

ขุมนรกเชียวหรือคะ ? “

ใช่แล้ว ! “

มันเป็นอย่างไรคะ ยาย

มันทำให้ชีวิตของลูกผู้หญิงหลายคนเปลี่ยนไป  ส่วนใหญ่จะไปในทางไม่ดีนัก

ร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือคะ ยาย

การถูกขายชีวิตโดยไม่เต็มใจ  ตรีคิดว่าเป็นการทารุณไหมล่ะ

มันตรินีอึ้งไป  สักพักจึงพึมพำว่า  มันคล้ายกับการค้าทาสในอเมริกาสินะ

รุนแรงน้อยกว่า  แต่ยายเข้าใจความรู้สึกของคนที่กำลังถูกขายไปยังสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคยได้ดี   น้ำเสียงของนางนวลพรรณบ่งบอกความขมขื่นชัดเจน

ยายถูกขายไปที่ไหนคะ ? “

หญิงสูงวัยส่ายหน้าช้าๆ  คงเป็นโชคดีของยายที่มีคนมาช่วยไว้ ! “

มันตรินีถอนใจเฮือกใหญ่  ขณะที่นางนวลพรรณแย้มยิ้มแสนเศร้าสร้อย  ยามเอ่ยว่า  ตอนนั้นยายยังพูดและฟังภาษาไทยได้ไม่ดีนัก  พวกเราถูกพาไปรวมกันไว้ที่ห้องโถงใหญ่เมื่อมีคนเสนอจะซื้อชีวิตของเรา……. “

ผู้เป็นยายมองเห็นแววตาอยากรู้ของหลานสาว  จึงเล่าต่อไปด้วยเสียงเนิบนาบว่า  ยายกับเพื่อนๆรู้สึกหวาดกลัวเมื่อพวกเขาซึ่งมีทั้งชายและหญิงต่างเดินสำรวจดูเพื่อเลือกคนที่ถูกใจ  พอเขาเลือกได้ก็จะชี้มือไปที่คนๆนั้น  แล้วจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ  จากนั้นยายก็ไม่รู้เลยว่าเธอคนนั้นเป็นอย่างไร

ตรีไม่เข้าใจบางอย่างค่ะ

ผู้เป็นยายเลิกคิ้วขึ้น  อะไรล่ะ ? “

ทำไมสมาคมคนจีนจึงไม่ช่วยเหลือพวกของยาย  แต่กลับขายผู้หญิงที่น่าสงสารเหล่านั้นคะ

สมัยนั้นหากไม่มีญาติมารับรอง  ก็จะต้องถูกส่งกลับเมืองจีน  ทางสมาคมฯพยายามเลี้ยงดูพวกเราเต็มที่  โดยหวังว่าจะติดต่อหาญาติหรือคนที่มีเมตตามารับตัวไป  แต่ไม่มีใครสักคน  ต่อมาอาหารเริ่มขาดแคลน  เนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นภาวะสงครามโลกได้ไม่นาน  พวกเขาไม่อาจรับภาระดูแลได้อีกต่อไป

สมาคมฯน่าจะปล่อยพวกผู้หญิงไปสิคะ

นางนวลพรรณยิ้มนิดๆ  แววตาเศร้า  พวกเขากลัวถูกเพ่งเล็งจากทางราชการ  กอปรกับไม่อยากส่งพวกเรากลับ  เพราะรู้ดีว่าต่างก็หนีความอดอยากมาทั้งสิ้น

แต่การขายตัวเป็นทาสไม่ใช่สิ่งที่ดีนะคะ

บางครั้งคนเราก็มีความคิดที่ตีบตันได้นะ หลาน

มันตรินีนิ่งไป  พลางเอ่ยว่า  ตรีว่าพวกนั้นไม่เห็นคุณค่าของผู้หญิงมากกว่า

คงมีส่วนด้วยล่ะ

ทำไมยายกับเพื่อนๆจึงยอมรับวิธีของสมาคมฯล่ะคะ ? “

ผู้เป็นยายถอนใจหนัก  ดวงตาฉายแววหมองหม่นยามคิดถึงอดีตอันแสนเศร้า

ผู้หญิงอย่างเราไม่มีทางเลือกมากนักในสมัยนั้น  อีกอย่างหนึ่งคือเราพูดภาษาไทยไม่ได้และความรู้ต่ำมาก  ทุกคนจำใจยอมรับสภาพเช่นนั้น

น่าสงสารผู้หญิงสมัยก่อนจัง

ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีผู้หญิงที่น่าสงสารอยู่ในทุกมุมของสังคมไทยแหละ   ผู้เป็นยายตอบเสียงเรียบ

เพื่อนของยายเป็นอย่างไรบ้างคะ ? “  หล่อนถามวกกลับเข้าเรื่องที่สนใจทันที

ตอนหลังยายจึงทราบว่าบางคนถูกซื้อไปเป็นเมีย  บางคนก็ต้องไปอยู่ซ่อง  หลายคนต้องทำงานเป็นคนรับใช้  ส่วนตัวยายคงจะโชคดีมากหน่อย

แย่จังนะคะ  โดยเฉพาะชีวิตที่กำหนดเองไม่ได้

นางนวลพรรณมองภาพถ่ายในอัลบั้มด้วยหัวใจเศร้าหมอง  บางคนทนทรมานไม่ได้ก็ตายจากไปโดยไม่มีใครเหลียวแล  หลายคนต้องฆ่าตัวตายเพราะทนกับสภาพที่ทุกข์กายและใจไม่ได้  มันเป็นความรู้สึกเวทนาที่ติดในหัวใจของยายมาตลอด

ยายคงอยากช่วยพวกเขาสิคะ

ใช่แล้ว แต่…… “  คำพูดบางอย่างถูกกลืนหายไปในลำคอของหญิงสูงวัย 

มันตรินีบีบมือเหี่ยวย่นของอีกฝ่ายเป็นการปลอบใจ  ในเวลานั้นยายไม่อาจช่วยใครได้อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ยาย

ตรีพูดถูก   ผู้เป็นยายตอบ  หลังจากเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมาอีกครั้ง  หลังจากเป็นอิสระ  ยายต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง  โชคดีที่ยังมีคนให้กำลังใจกับยาย

ใครคะ ? “

คนทั้งสองที่ช่วยไถ่ตัวยายไงล่ะ

สองคนเชียว ? “

นางนวลพรรณพยักหน้ายืนยัน  ดวงตาเปล่งประกาย  ยายไม่เคยลืมว่าเป็นหนี้ชีวิตกับคนทั้งสอง

พวกเขาเป็นใครคะ ? “  หล่อนสนใจใคร่รู้ยิ่งนัก

ลูกจ้างร้านถ่ายรูปกับแฟนของเขา ! “

ยายรู้จักกับพวกเขาได้อย่างไรคะ ? “

แฟนของเขาเป็นคนใจบุญมักใช้เวลากลางวันและเย็นมาทำอาหารให้กับสมาคมฯจึงคุ้นเคยกับยาย

เป็นคนจีนเหมือนกันหรือคะ ? “

เธอเป็นลูกจีนที่เกิดในเมืองไทย   นางนวลพรรณตอบ  สายตามองหลานสาวร่างเล็กด้วยแววตาเป็นประกายครุ่นคิด  เมื่อเธอรู้ว่ายายเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกับคนรักของเธอ  จึงนำปัญหาของยายไปปรึกษากับเขาคนนั้น

เขาคงรวยสิคะ

ผู้เป็นยายส่ายหน้าช้าๆ  ผู้คนหลังสงครามโลกต่างมีฐานะไม่ดีเกือบทั้งสิ้น  โดยเฉพาะคนจีนพลัดถิ่น  หลังจากได้พูดคุยกันทั้งสองสัญญาว่าจะหาเงินมาไถ่ตัวให้ยาย  เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน

เหลือเชื่อนะคะ

ในยามที่ชีวิตอยู่ในจุดวิกฤต  ทำให้เราได้เห็นธาตุแท้ของคน   น้ำเสียงของผู้เป็นยายแฝงความซาบซึ้งใจไว้ชัดเจน  พวกเขาทั้งสองเป็นเพื่อนแท้คนแรกในแผ่นดินแห่งนี้ของยาย  และอยู่ในหัวใจของยายตลอดมา

แฟนของผู้หญิงคนนั้นเป็นคนถ่ายรูปนี้สิคะ

ถูกต้อง   นางนวลพรรณตอบรับ  เขาหยิบยืมเงินจากเจ้านายได้ก้อนหนึ่ง  ส่วนแฟน

ของเขาก็ขอเงินจากพ่อ  ทั้งสองรีบมาประมูลตัวยายก่อนที่คนอื่นจะเอาไปอย่างหวุดหวิดเชียวล่ะ

มันตรินีนั่งฟังอย่างสนใจ  เมื่อผู้เป็นยายเล่าต่อไปว่า  ยายได้มารับใช้แฟนของเขาที่บ้านพัก  เธอสนับสนุนให้ยายไปเรียนหนังสือภาคค่ำ  ครอบครัวของเธอเป็นคนดีมากเชียวล่ะ

โชคดีจังค่ะ ยาย

ทั้งสองคนให้ข้อคิดและความหวังในชีวิตแก่ตัวยายมากมาย  ทำให้ยายต่อสู้และสร้างตัวเองจนเป็นเจ้าของโรงเรียนธีระวิทยาในวันนี้

คุณตาก็มีส่วนด้วยสิคะ   หล่อนเอ่ยล้อในที

แน่นอนจ๊ะ  ตาของตรีเป็นผู้ชายที่ดี  ใจกว้าง  และสนับสนุนให้ยายไม่เป็นผู้หญิงที่โง่  เขาสอนให้ยายเข้มแข็ง  ซึ่งยายไม่เคยลืมอีกเช่นกัน

ตรีอยากทราบว่าทั้งสองคนที่มีบุญคุณกับยายเป็นใครคะ

หญิงสูงวัยมองหลานสาวอย่างชั่งใจ  แล้วถามไปว่า  ทำไมจึงอยากรู้ล่ะ ? “

ตรีอยากกราบขอบคุณพวกเขาที่ช่วยชุบชีวิตของยายค่ะ

เด็กที่มีทิฐิอย่างหลานจะยอมทำเช่นนั้นกับเขารึ ! “

มันตรินีมองอย่างไม่เข้าใจ  ทำไมตรีจะทำไม่ได้คะ ? “

นางนวลพรรณปิดอัลบั้มภาพ  แล้วลุกขึ้นยืน  พลางกล่าวว่า  สักวันหนึ่งเมื่อยายเห็นสมควร  หลานจะได้รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร

ทำไม…….. “  ผู้เป็นหลานสาวทำท่าจะออดอ้อนอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้

อย่ามาถามอีกเลย  ยายไม่ยอมบอกหรอก   นางนวลพรรณบอกอย่างรู้ทัน

มันตรินีรู้สึกผิดหวัง  ขณะที่ผู้เป็นยายโอบกอดร่างหลานสาวด้วยความรักและเมตตา

ตรีต้องรู้จักอดทนรอสิ่งที่ต้องการบ้างนะ

ค่ะ  ตรีจะรอคำตอบจากยาย   หล่อนตอบเสียงเด็ดเดี่ยว

หญิงสาวประคองผู้เป็นยายซึ่งมีอายุหกสิบปีไปยังเตียงนอน  เมื่อหล่อนจะเดินเลี่ยงออกมา  นางนวลพรรณจับมืออ่อนนุ่มของมันตรินีไว้

บรรพบุรุษของเราสอนลูกหลานเสมอว่า  มีบุญคุณต้องทดแทน  สักวันหนึ่งเมื่อหลานต้องทดแทนบุญคุณกับใคร  จงใช้สติปัญญาและจิตใจที่ซื่อตรงกำหนดขอบเขตการตอบแทนที่ไม่ขัดกับหลักการของตัวเอง  จำไว้นะ ตรี

ตรีเก็บไว้ในสมองเรียบร้อยแล้วค่ะ   หล่อนกล่าวยิ้มๆ  พลางจูบแก้มของอีกฝ่ายก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั้น

ฉันหวังว่าจะได้เห็นวันแห่งการปรองดองของตรีกับพี่  ก่อนจากโลกนี้ไปจัง   นางนวลพรรณพึมพำด้วยหัวใจอ่อนเพลีย  พลางหลับตาลง
                                                                                ************* โปรดติดตามตอน 2.2 ************
สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s