ทหารไทย ทหารเขมร คนไทย ใครเก่งสุด ?

ทหารไทย ทหารเขมร คนไทย

 

เขียนโดย  แก้วมณี

 

นสพ.ฉบับหนึ่งไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาลงกรอบเล็กว่า ทหารไทยถูกทหารเขมรยิงตาย 2 ศพ แต่ฉบับล่าสุดหน้าหนึ่งกรอบใหญ่มากลงภาพทหารไทยเล็งปืนใส่กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยสมบูรณ์ ภาพแตกต่างที่หลายคนอาจมองผ่านหรือสื่อไม่อยากนำเสนอความจริงนี้ คือ ทหารเขมรมีอาวุธครบมือฆ่าทหารไทยได้สองศพ แต่ทหารเขมรไม่ตายสักศพเดียว ทหารเขมรมีอาวุธทัดเทียมกันและแม่นยำกว่าทหารไทย ส่วนคนเสื้อแดงที่ชุมนุมกันโดยปราศจากอาวุธ อย่างมากก็แค่ก้อนหินหรือเศษไม้ริมทาง ทหารไทยใช้ปืนสงครามสลายการชุมนุมโดยมีจำนวนคนบาดเจ็บนับร้อยคน คนตายที่ไม่ยอมนับหรือบอกกล่าว แต่สันนิษฐานจากคำให้การของคนเสื้อแดงในเหตุปะทะกันน่าจะมี 3 คน ถ้ารัฐบาลไม่ยอมประกาศเรื่องนี้ คนทั้งสามจะกลายเป็นคนสาบสูญเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในเหตุพฤษภาทมิฬซึ่งหลายคนให้การตรงกันว่า ศพผู้ประท้วงถูกขนขึ้นรถจีเอ็มซีของทหารแล้วนำไปทำลายในค่ายทหาร จึงไม่มีใครยืนยันผู้ตายในเหตุการณ์นั้นจนกระทั่งบัดนี้ ใครจะกล้าไปค้นหาในค่ายทหาร ความลับครั้งนั้นจะติดตัวไปกับนายทหารที่เกี่ยวข้องเพราะพูดความจริงวันใดเขาจะกลายเป็นคนผิดตามกฎหมายหรือคนบาปในแผ่นดินทันที ศพคนเสื้อแดงจึงต้องสาบสูญเท่านั้น แม้แต่ผู้นำบ้านเมืองก็ไม่กล้าบอกความจริงด้วยเหตุผลเดียวกับบุคคลในพฤษภาทมิฬ ข้อมูลคนตายจากการสลายครั้งนี้จึงเป็นความลับที่ต้องให้เวลาคายความจริงออกมาเหมือนเหตุ 14 ตุลาเดือด ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาความจริงค่อยๆทยอยเปิดออกมาจนรู้กันดีว่า ใครอยู่เบื้องหลังการล้มล้างอำนาจจอมพลเผด็จการของไทย คนผู้นั้นมีอำนาจมากเพียงใดหลังจากกำจัดอำนาจจอมพลเหล่านั้น เขารักษาศรัทธาของปวงชนเป็นพลังสำคัญในการบริหารประเทศ มันยังส่งผลสืบเนื่องมาถึงความจริงวันนี้ของคนไทยที่ยังต้องอยู่ใต้อำนาจของระบอบอำมาตย์แทนที่ขุนศึกในปีพ.ศ.2516 แม้แต่คนต่อต้านเผด็จการจอมพลยังกลายเป็นพวกเดียวกับอำมาตย์ในวันนี้เพราะต้องการอยู่ใต้ร่มเงาของอำมาตย์หรือร่วมใช้อำนาจกดขี่คนไทยหัวใจประชาธิปไตยด้วย ภาพทั้งสองเวลานั้นจุดประกายความคิดหนึ่งว่า ถ้าทหารไทยรวมพลังและท่าทางเข้มแข็งน่ากลัวได้ดังที่กระทำต่อกลุ่มคนเสื้อแดง แถมด้วยปืนในมือที่เล็งศัตรูและยิงแม่นยำ คนที่ตายในสมรภูมิเขาพระวิหารน่าจะเป็นทหารเขมรสองศพ หรือทหารไทยสำแดงพลังปืนได้กับคนไทยด้วยกันเท่านั้น เพราะคนไทยห้ามใช้อาวุธ แต่ทหารได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธฆ่าคนได้

งานใหญ่ของพวกอำมาตย์ต่อไปเพื่อป้องกันการขัดขวางการสืบทอดอำนาจและระบอบคือ ปลูกฝังลัทธิหรือความเชื่อว่า เด็กรุ่นใหม่คือ ไพร่ มีหน้าที่เชื่อฟังคำสั่ง ทำงานเพื่อความสุขของชนชั้นปกครอง ชีวิต สิทธิ เสรีภาพ ของพวกเขาอยู่ภายใต้อำนาจหรือความเห็นชอบของผู้ปกครอง ความเป็นไพร่อย่างสมบูรณ์จะต้องเริ่มต้นให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของผู้ปกครองรุ่นต่อไป ทั้งนี้ จักได้เห็นหรือได้ยินคำศัพท์ใหม่ในสังคมไทยโดยปลูกฝังให้คนไทยเชื่อว่า การปกครองคนไทยนับแต่นี้ไป คือ ประชาธิปไตยแบบไทย ไทย ที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนประชาธิปไตยแบบสากล ผู้ใหญ่สูงวัยวันนี้นับย้อนกลับไปถึงปีพ.ศ. 2475 ต่างเคยลิ้มรสชาติชีวิตภายใต้อิทธิพลของผู้ปกครองซึ่งมีชนชั้นบรรดาศักดิ์และมีมุมมองต่อคนไทยในปกครองว่า ยังเป็นไพร่ ควรมีการศึกษาน้อย และเชื่อว่า ประชาธิปไตยทำให้คนไทยระดับไพร่ไม่เชื่อฟังผู้ปกครองซึ่งมียศศักดิ์ อีกทั้ง คนไทยไม่สมควรมีการศึกษาและควรให้ผู้ปกครองเลือกระดับการใช้ชีวิตให้ไพร่ มิใช่ไพร่มีสิทธิ์เลือกเองได้ แรงกดดันจากอดีตทำให้คนไทยรุ่นนี้ต้องการต่อต้านและทำลายแนวคิดมิให้สืบทอดไปถึงเด็กรุ่นต่อไป คนเสื้อแดงจึงถือกำเนิดจากแรงกดดันจากประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนเร้นไว้และการกำเริบสืบสานของอำมาตย์หลงยุคกลุ่มหนึ่งที่กำจัดตัวแทนประชาชนซึ่งรู้เท่าทันพฤติกรรมของพวกเขา จึงไม่ต้องการให้เป็นก้างขวางงานใหญ่ ความร่วมมือระหว่างผู้อยู่ใต้อำนาจตั้งแต่ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และผู้มีอิทธิพลมืดที่อิงแนบกับพวกอำมาตย์หลงยุคจึงเกิดขึ้นเพื่อกำจัดศัตรูการเมืองทั้งมวล

อิทธิพลของพวกอำมาตย์หลงยุคฝังรากลึกมานานจากแรงสนับสนุนของตัวแทนประชาชนกลุ่มหนึ่งมานานหลายสิบปี จึงทำให้สังคมไทยมีภาพลวงตาด้านสิทธิเสรีภาพเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่เป็นการคัดเลือกจากหุ่นเชิดของพวกอำมาตย์หลงยุคว่าควรมีหรือได้รับสิ่งใดที่ไม่กระทบต่อฐานอำนาจของพวกเขา คนไทยส่วนใหญ่จึงถูกลวงไว้ในภาพมายานี้ นอกจากคนไทยที่มีจิตเข้มแข็ง ไร้ความกลัว จึงมองทะลุภาพมายาซึ่งสร้างกลบเกลื่อนความจริงไว้ ต่อมาคนไทยกลุ่มหนึ่งแสดงความกล้าจะเสนอความจริงนั้นให้สังคมรู้ ตัวแทนประชาชนอีกกลุ่มแสดงผลดีของระบอบประชาธิปไตยซึ่งต้องเสนอสนองประชาชนให้เป็นสุขและได้รับประโยชน์สูงสุดอันเป็นหน้าที่หลัก อันแตกต่างจากระบอบอำมาตย์ที่ต้องเป็นผู้คัดเลือกว่า ประชาชนควรได้หรือไม่ได้อะไรจากรัฐ และพวกพ้องของอำมาตย์ต้องมีความสุขสุดยอดและได้รับประโยชน์สูงสุดเท่านั้น เราจักเห็นความแตกต่างระหว่างบัตรประกันสุขภาพหรือเรียกสั้นๆว่า บัตรทอง กับ บัตรประชาสงเคราะห์ ด้วยสายตาของคนไทยกลุ่มใหญ่เองว่า ความแตกต่างของบัตรทั้งสอง คือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นโยบายจากรัฐบาลภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแท้จริงต้องตอบสนองประชาชนให้มีความสุขเป็นหลักใหญ่ มิใช่ความสุขของชนชั้นปกครองอย่างแนวคิดของระบอบอำมาตย์

บัตรประกันสุขภาพมอบให้คนไทยทุกสถานภาพใช้สิทธิ์รักษาโรคภัยได้โดยไม่ต้องร้องขอหรือไม่ต้องจ่ายเงิน รัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายนั้นเพื่อตอบแทนประชาชนซึ่งเสียภาษีแก่รัฐ ส่วนบัตรประชาสงเคราะห์ซึ่งใช้ในสังคมไทยมานานนับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองปีพ.ศ. 2475 โดยสิทธิของบัตรประเภทนี้มอบให้ผู้ป่วยอนาถา ด้อยโอกาส ไม่มีเงินรักษาโรคภัยไข้เจ็บของตนได้ จึงทำเรื่องร้องขอต่อเจ้าหน้าที่สงเคราะห์ประจำโรงพยาบาลรัฐเป็นรายบุคคล หลังจากผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่แล้วจึงอนุมัติให้รับการรักษาได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน มิใช่คนไทยทุกคนจะได้รับบริการรักษาสุขภาพฟรีอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น หลายครั้งผู้ป่วยหรือญาติจำเป็นต้องพูดบอกเล่าชีวิตอาภัพของตนให้ดูน่าสงสารที่สุดเพื่อให้เจ้าหน้าที่อนุมัติใช้สิทธิรักษาฟรีได้ มันจึงเหมือนว่าคนไทยต้องยอมละทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ควรได้รับการดูแลเท่าเทียมกันเพื่อให้ตนดูต่ำต้อยด้อยค่าที่สุดเพื่อแลกเงินค่ารักษาโรคหรือเอาชีวิตให้รอดพ้นไปวันหนึ่ง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามแนวคิดแบบประชาธิปไตยสากลทำให้บัตรประกันสุขภาพที่คนไทยมีสิทธิรับการรักษาฟรีอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่ต้องร้องขออย่างน่าเวทนาแตกต่างจากบัตรประชาสงเคราะห์ อีกอย่างหนึ่งคือ  การขึ้นภาษีเพื่อหารายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้นพวกอำมาตย์หลงยุคจะตัดสินใจง่ายกว่าตัวแทนประชาชน มันเป็นเรื่องที่ปฏิบัติกันมานานพันปีแล้วในประวัติศาสตร์ไทยที่ผู้ปกครองจะกดดันหรือบีบคั้นหาเงินบำเรอความสุขของชนชั้นนี้เมื่อเกิดภาวะการเงินติดขัด จึงเลือกมารีดนาทาเร้นจากประชาชนก่อน ความแตกต่างคือ กาลเวลาทำให้ผู้ปกครองต้องมีกลวิธีซับซ้อนในการสร้างภาพเพื่อรีดภาษีเอาเงินจากประชาชนที่มีการศึกษาดีขึ้น แต่ยังมีจุดประสงค์เดียวกับอดีต คือ รายได้ภาษีหาง่ายและเร็วทันใจกว่าแหล่งอื่น งานรักษาอำนาจของผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายสูงลิบ แต่มีแหล่งรายได้ที่หาง่าย เร็วทันใจ และไม่ต้องรับผิดชอบกับงานปกครองนี้ด้วย คือการกู้เงินในนามของประเทศ เงินส่วนต่างที่คนไทยส่วนหนึ่งไม่มีโอกาสรับทราบว่าผู้ปกครองได้รับเป็นการส่วนตัว เป็นรายได้ที่ก่อกำเนิดศึกชิงอำนาจปกครองประเทศมาทุกยุคสมัย คนไทยส่วนใหญ่รับรู้วิธีหาเงินของพวกอำมาตย์หลงยุคดี แต่มักวางเฉยเมื่อยังไม่แตะต้องชีวิตของคนไทยกลุ่มนั้น ทำให้แรงต่อต้านในสังคมต่ออิทธิพลมืดซึ่งครอบงำคนไทยมานานยังคงดำรงอยู่ทำร้ายคนไทยทุกรุ่นต่อไป ความกลัวทำให้เสื่อม การวางเฉยทำให้ความชั่วรุ่งเรืองต่อไป

วันที่พลังคนไทยจะอยู่เหนืออิทธิพลของพวกหลงใหลอำนาจในระบอบอำมาตย์หลงยุคคงต้องรอให้คนไทยลืมตามองออกไปนอกประเทศและยอมรับความจริงว่า เวลาในประเทศไทยหยุดนิ่งหรือเดินอย่างเชื่องช้าตามคำสั่งของผู้ปกครอง ซึ่งเท่ากับล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศที่ปกครองแบบประชาธิปไตย ถ้าผู้ปกครองไม่เห็นชอบว่าคนไทยควรได้รับ ก็จะไม่มีสิ่งนั้นเกิดขึ้นหรือการพัฒนาด้านนั้นต้องหยุดชะงัก ความคิดสร้างสรรค์อันเกิดจากเสรีภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าผู้ปกครองเห็นว่าเป็นอันตรายต่อสถานภาพของเขา เวลาที่เดินผ่านไปในยุคหน้าจะพิสูจน์เจตนารมณ์ของการชุมนุมคนเสื้อแดงครั้งนี้เยี่ยงเดียวกับคนพฤษภาทมิฬหรือคนตุลาเดือด ซึ่งเมื่ออดีตถูกประณามว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์หรือพวกไม่รักชาติที่ชุมนุมเรียกร้องสิทธิไร้สาระอันเป็นการใส่ความป้ายสีแก่พวกเขา ณ วันนี้ก็พิสูจน์ด้วยเวลาแล้วว่า พวกเขารุ่นนั้นจุดประกายความคิดให้คนไทยรุ่นต่อมารักสิทธิ เสรีภาพ ของตัวเองมากขึ้นกว่าปีพ.ศ.2475  ประชาธิปไตยจึงเกิดการพัฒนาขึ้น แม้พวกอำมาตย์หลงยุคจะขัดจังหวะเป็นระยะก็ตาม แต่ทุกระยะจะมีแรงกดดันทำให้เกิดพัฒนาการด้านการปกครองโดยคนไทยขึ้นเสมอ มันก็เชื่องช้ากว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งผู้ปกครองมีแนวคิดประชาธิปไตยแท้จริง ขณะที่ผู้ปกครองหรือผู้มีอิทธิพลมืดในสังคมไทยเป็นพวกประชาธิปไตยปลอมเท่านั้น สักวันหนึ่งคนไทยจะยอมรับและหวงแหนสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ด้วยจิตสำนึกอย่างคนประชาธิปไตยเยี่ยงเดียวกับคนอเมริกาหรือคนเกาหลีหรือคนญี่ปุ่นหรือคนฟิลิปปินส์มีในวันนี้ แม้จะรู้ช้า ก็ยังดีกว่าไม่มีวันรับรู้เลย

การศึกษาและกาลเวลาน่าจะเป็นแรงผลักดันตามธรรมชาติที่พวกอำมาตย์หลงยุควันนี้ที่ต้องตายไม่นานนี้มิอาจต้านทานได้ ดังสุภาษิตตะวันตกกล่าวไว้ว่า ช้าดีกว่าไม่ทำเลย คนไทยวันนี้ไม่หวงสิทธิเสรีภาพของตน แต่วันหน้าคนไทยจะรู้คุณค่าความเป็นมนุษย์ของตนอย่างแน่นอน ขณะที่อำมาตย์หลงยุควันนี้หนีไม่พ้นวัฏฏะสังขาร ผู้สืบทอดอำนาจของเขาจะถูกกาลเวลาและการศึกษากลืนอดีตและแนวคิดโบราณหายไปกับคนรุ่นเก่า ดังที่เกิดขึ้นในอเมริกาซึ่งเคยบูชาอังกฤษ แต่ก็รู้รักษาสิทธิเสรีภาพความเป็นมนุษย์ของตัวเองจนปลดปล่อยจากการเป็นทาสอังกฤษในที่สุด คนไทยรุ่นต่อไปจะเป็นผู้ปลดปล่อยอิสรภาพที่คนไทยวันนี้หวังจะมอบให้พวกเขา แต่ทำไม่สำเร็จ เวลาและการศึกษาของคนไทยรุ่นต่อไป แม้จะเติบโตช้าด้วยฝีมือขัดขวางของผู้ปกครองวันนี้ มันจะเป็นอาวุธสำคัญของคนไทยวันหน้าที่จะสร้างประเทศไทยให้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ อนาคตประเทศไทยจำเป็นต้องฝากไว้กับคนไทยรุ่นต่อไปที่จะเข้าสู่ศึกชิงอำนาจปกครองประเทศที่จะทำความฝันของคณะราษฎร์ วีรชนคนเดือนตุลาและพฤษภาทมิฬ และคนเสื้อแดง ให้เป็นความจริงขึ้นมาในวันหน้า เด็กไทยในอนาคตต้องฉลาดกว่าคนไทยวันนี้ จึงทำให้บ้านเมืองพัฒนารุ่งเรืองไปได้ การยึดติดกับความรุ่งเรืองในอดีตหรือวิธีปกครองแบบเก่า คือ การยืนนิ่งที่ล้าหลังและรอเวลาให้ผู้เจริญมาปกครองคนไทยเท่านั้น เราต้องไม่ลืมบทเรียนประเทศมอญที่เคยรุ่งเรืองขีดสุด แต่ไร้การพัฒนาทางสังคมและการปกครอง จึงต้องสูญเสียความเป็นประเทศแก่พม่าซึ่งมีการพัฒนาอย่างเข้มแข็งไปตามกาลเวลา หรือ พวกอินเดียแดงในสหรัฐ หรือ ชนเผ่าอินคา มันคือ วงจรที่เกิดขึ้นมาหลายพันปีกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ให้ชาวโลกเรียนรู้กันว่า การไม่ยอมเดินไปกับกาลเวลา คือ การทำตัวให้ล้าหลัง การหลงตนหลงชาติคือการฆ่าตัวตายที่หลายประเทศในประวัติศาสตร์สร้างบทเรียนเตือนชาวโลกไว้แล้ว คนไทยจึงต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ของโลกเพื่อเตือนใจมิให้เดินซ้ำร้อยความล้มเหลวนั้นอีก

 

*********************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s