กองทัพไทยเป็นของใคร ?

กองทัพทหารของผู้ใด ?

เขียนโดย ลูกแก้ว

 

รัฐธรรมนูญ ปีพ.ศ. 2550 กำหนดว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แม้ที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาจากคำสั่งของคณะปฏิวัติปีพ.ศ. 2549 แต่ประโยคนี้ยืนยันอำนาจและสิทธิของคนไทยว่า อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ เป็นของคนไทย ใช้โดยคนไทยหรือตัวแทนของคนไทย และใช้อำนาจทั้งสามเพื่อประชาชน หลังจากการปฏิวัติและความขัดข้องเมื่อรัฐบาลเลือกตั้งไม่สามารถบริหารประเทศได้สมบูรณ์เพราะข้าราชการบางหน่วยงานไม่รับฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนจากการเลือกตั้งที่คณะปฏิวัติเป็นผู้ควบคุมเอง ทำให้สังคมปั่นป่วนอย่างหนักอันนำไปสู่การแย่งชิงอำนาจระหว่างพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยและพรรคเสียงข้างมาก จนกระทั่งสร้างงูเห่ารุ่นใหม่ขึ้นเพื่อเอาชนะพรรคเสียงข้างมากจนกระทั่งได้เป็นรัฐบาลใหม่ที่ยัดเยียดให้คนไทยในวันนี้ คำถามคาใจคือ ความปั่นป่วนวุ่นวายในสังคมจากการยึดสนามบินระหว่างประเทศ ทำเนียบรัฐบาล ของ ม็อบโกเต๊กซ์ สืบเนื่องยาวนานจากการไม่ทำงาน การวางเฉย ของ ข้าราชการกลุ่มหนึ่ง คือ ตำรวจและทหารชั้นผู้ใหญ่บางคน จนกระทั่งพลังแกร่งจากนอกประเทศออกคำข่มขู่ไปยังผู้สนับสนุนการเงินและผู้มีอิทธิพลในม็อบก่อการร้ายสากล ในที่สุดต้องลุกลนหนีแยกตัวไปโดยไม่ได้มีคำสั่งขับไล่ของศาลหรือของรัฐบาลแต่อย่างใด

รัฐธรรมนูญไทยกำหนดให้ตำรวจหรือทหารซึ่งเป็นข้าราชการต้องอยู่ภายใต้การบัญชาการของคนไทยและตัวแทนคนไทยโดยใช้อำนาจผ่านฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนชาวไทยเท่านั้น มิได้กำหนดให้กองกำลังตำรวจหรือกองทัพทหารเป็นอิสระจากคนไทยเลย นับแต่ปีพ.ศ.2475 กองทัพไทยและกองกำลังตำรวจอยู่ในบังคับบัญชาของฝ่ายบริหารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเฉพาะรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ไม่เคยมีครั้งใดที่ตำรวจหรือทหารจะเพิกเฉยหรือขัดคำสั่งของตัวแทนประชาชนคนไทยในนามของรัฐบาลเลือกตั้ง แต่เคารพต่อคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่อยู่ภายใต้กฎหมายอันชอบธรรมอย่างเคร่งครัด แต่การบริหารของรัฐบาลเลือกตั้งนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 ซึ่งมิได้มาจากพรรคที่คณะปฏิวัติอุ้มชูไว้กลับพบความวางเฉยหรือไม่เคารพคำสั่งของตัวแทนประชาชนในการทำงานเพื่อบ้านเมืองอันเนื่องมาจากความเกรงกลัวหรือเกรงใจผู้มีอิทธิพลบางคนบางกลุ่มหรือผู้มากบารมีนอกรัฐธรรมนูญซึ่งเรียกขานในสังคมสนุกปากว่า มือที่มองไม่เห็น จึงเกิดคำถามว่า กองทัพทหารทำงานเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน จริงหรือไม่ เพราะพฤติกรรมหลายครั้งของนายทหารระดับสูงสร้างความกังขาแก่คนไทยมาก

การเคารพผู้บังคับบัญชาหรือให้เกียรติต่อนายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากการเลือกตั้งของคนไทยเป็นวิถีปฏิบัติอันเหมาะสมและกระทำสืบทอดกันมานานระหว่างนายทหารระดับสูงกับหัวหน้ารัฐบาล แต่หลังจากการปฏิวัติปีพ.ศ.2549 นายทหารซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะปฏิวัติยังปฏิบัติหน้าที่ต่อมาเพราะยังไม่เกษียณพากันรวมตัวออกทีวีประกาศขับไล่รัฐบาลเลือกตั้งโดยไม่คำนึงถึงวิถีปฏิบัติอันเหมาะสมและขัดต่อกฎระเบียบของกองทัพที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและไม่แสดงกิริยาหยาบคายต่อผู้บังคับบัญชา ขณะที่นายทหารระดับต่ำลงมาต้องการไปจัดรายการให้ความรู้ประชาธิปไตยทางทีวีดาวเทียม กองทัพกลับบอกว่าเป็นการขัดต่อระเบียบที่ห้ามนายทหารยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ส่วนกรณีนายทหารระดับสูงข่มขู่หัวหน้ารัฐบาลในทีวีไม่สามารถลงโทษได้เพราะเป็นผู้ใหญ่ จักเห็นการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันอย่างเห็นได้ชัดในกองทัพไทย

หลักสากลที่ปฏิบัติกันในประเทศเจริญทั่วโลกกองทัพทหารมีหน้าที่สำคัญในการปกป้องประเทศชาติด้านความมั่นคง มิใช่การบริหารบ้านเมือง จึงไม่มีชาติใดในโลกที่กำหนดให้กองทัพทหารเป็นหนึ่งในอำนาจที่ใช้ปกครองประเทศเลย แต่เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารความมั่นคงโดยรัฐบาลซึ่งมาจากตัวแทนประชาชนเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง อีกทั้งยังปลูกฝังให้ทหารในกองทัพรับทราบว่า กองทัพเป็นของประชาชน ดูแลโดยประชาชนเพราะใช้เงินภาษีจ่ายเป็นเงินเดือน สวัสดิการ จัดหาอาวุธทันสมัย  ต้องทำงานเพื่อประชาชนและรักษาเขตแดนของประเทศด้วยความเสียสละอย่างสูงตามหน้าที่ความรับผิดชอบหนักพิเศษนี้ กองทัพและประชาชนต้องยืนอยู่เคียงข้างกันเสมอ กองทัพไม่มีสิทธิหรืออำนาจใดนำอาวุธมาข่มขู่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของกองทัพ และห้ามนำกองทัพหรืออาวุธที่ได้จากประชาชนมาล้มล้างรัฐบาลของประชาชนภายใต้การบริหารในระบอบประชาธิปไตย ทหารมีบทบาทหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงภายนอกประเทศ ป้องกันหรือกำจัดอริราชศัตรู มิใช่ทำร้ายประชาชน ดังนั้น นายทหารของชาติตะวันตกหรือชาติเอเชียหลายประเทศรู้จักหน้าที่และทำงานของตนอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะจักไม่พบว่านายทหารระดับสูงเหล่านั้นใช้กองทัพข่มขู่หรือแทรกแซงเข้าไปในวงการเมืองเลย เราแทบไม่รู้จักว่าผู้บัญชาการทหารบกของสหรัฐหรือของสิงคโปร์มีชื่ออะไร เพราะเขาไม่เคยแสดงบทบาทต่อสาธารณชนเกินจากความเป็นทหารหรือแสดงอำนาจบาตรใหญ่เหนือรัฐบาลตามสื่อมวลชนอย่างที่นายทหารไทยชื่นชอบกระทำกันบ่อยครั้ง เราจะไม่เคยได้ยินว่านักการเมืองสหรัฐปรึกษาตั้งคณะรัฐบาลกับผู้บัญชาการทหารบกหรือผู้พิพากษาศาลสูงกลาง แต่คนไทยจะพบว่านักการเมืองของไทยขอคำแนะนำตั้งรัฐบาลจากผู้บัญชาการทหารบกในค่ายทหารซึ่งเป็นคำยืนยันจากนายทหารด้วยความภาคภูมิใจที่มีโอกาสร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้

บทบาทหน้าที่ของกองทัพไทยหลังการปฏิวัติปีพ.ศ. 2549 ผิดแผกแตกต่างจากประเทศเจริญแล้วทั้งหลาย คือ การแสดงอำนาจบาตรใหญ่ต่อรัฐบาลเลือกตั้งด้วยการแทรกแซงทางการเมือง เช่น ขับไล่หัวหน้ารัฐบาลเลือกตั้งทางสื่อมวลชน การวางเฉยต่อการทำงานที่กฎหมายมอบหมายไว้หรือไม่ยอมร่วมมือเพื่อระงับกิจกรรมนอกกฎหมายที่ยึดสนามบินหรือทำเนียบรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลออกคำสั่งให้ช่วยทำงาน การให้สัมภาษณ์ในเชิงข่มขู่ ไม่ให้เกียรติแก่ตัวแทนประชาชน ใช้อำนาจข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามหรือช่วยเหลือให้พรรคฝ่ายตนได้เปรียบในการเลือกตั้งตามพื้นที่ต่างๆ เป็นต้น นายทหารระดับสูงยุคนี้นำกองทัพทหารไทยห่างไกลจากหลักสากลของกองทัพทหารภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่ต้องเป็นของประชาชน ดูแลควบคุมโดยปวงชนชาวไทย ทำงานเพื่อพิทักษ์ประเทศไทยและคนไทย ไปสู่การถือกรรมสิทธิ์โดยบุคคลหนึ่งบุคคลใด รับคำสั่งทำลายอำนาจของตัวแทนประชาชนจากบุคคลหนึ่งบุคคลใด ทำงานรับใช้เพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด มันเป็นการทำลายภาพลักษณ์งดงามที่นายทหารหลายยุคสมัยรักษาเกียรติภูมิของบรรพชนและสืบทอดกันมานาน การกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาหรือตัวแทนประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของกองทัพแท้จริงเกิดจากการฝักใฝ่ส่วนตัวของนายทหารระดับสูงกลุ่มหนึ่ง แต่ทำลายภาพลักษณ์กองทัพไทยในสายตาชาวโลก คนไทยส่วนใหญ่กับคนต่างประเทศรู้กันดีว่า วันนี้กองทัพไทยมิใช่ของปวงชนชาวไทย ใช้เงินภาษีของคนไทยเป็นเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ แต่รับใช้หรือฟังคำสั่งจากบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือคณะบุคคลหนึ่ง มิใช่จากคนไทยหรือตัวแทนคนไทยแล้ว ทหารที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาหรือคนไทยจึงไม่สมควรเรียกว่า กองทัพทหารไทย แต่จะกลายเป็นกองโจรไทยซึ่งเป็นความน่ากลัวสำหรับคนไทยสุจริตและรักประชาธิปไตยอย่างมากที่พวกนี้ถืออาวุธเตรียมประหัตประหารคนไทยได้ทุกเวลา ถ้าพวกเขาไม่พอใจหรือเชื่อว่าคนไทยไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้ถือกรรมสิทธิ์กองโจรไทยอีกแล้ว เกียรติยศและศักดิ์ศรีกองทัพทหารไทยถูกทำลายย่อยยับลงด้วยคนกลุ่มเดียวที่พยายามบิดเบือนหลักประชาธิปไตยที่ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย กองทัพทหารไทยเป็นของคนไทยและเป็นส่วนหนึ่งของงานบริหารประเทศโดยรัฐบาลตัวแทนประชาชน แต่กองโจรติดอาวุธเป็นสมบัติส่วนตัวของบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้ แต่เป็นศัตรูร้ายของระบอบประชาธิปไตยในวันนี้ ตราบใดที่นายทหารไทยไม่มีจิตสำนึกที่ถูกต้องว่า ตนอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่กองทหารต้องเป็นของคนไทย อยู่ใต้บังคับบัญชาของรัฐบาลไทย ประเทศชาติย่อมไม่มีวันมั่นคงแน่นอน บิดามารดาญาติพี่น้องผองเพื่อนของนายทหารระดับต่างๆต้องรับภาระหนักในการสอนหรือแนะนำแนวคิดที่ถูกต้องแก่คนเหล่านั้นเพื่อความสงบสุขของประเทศ กลุ่มคนติดอาวุธจะเรียกว่า กองทัพทหารหรือกองโจร ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม หน้าที่ความรับผิดชอบ แนวคิดว่าอยู่ในระบอบใด ความเป็นเจ้าของ และวัตถุประสงค์ที่ใช้อาวุธ ณ วันนี้กองทัพไทยเป็นของปวงชนชาวไทยหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด นายทหารทุกระดับชั้นคงมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่จะกล้าประกาศต่อสาธารณชนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน ส่วนคนไทยนั้นล้วนเข้าใจความเป็นเจ้าของในกองทัพทหารไทยดีอยู่แล้วว่า กองทัพของประเทศไทยต้องเป็นของคนไทยเท่านั้น เงินภาษีของคนไทยก็เป็นเงินเดือนและสวัสดิการแก่นายทหารทุกระดับชั้น รวมไปถึงอาวุธที่ใช้ในกองทัพไทยก็จัดซื้อด้วยเงินภาษีและการรับภาระหนี้สินโดยคนไทย ถ้าไม่มีคนไทย ก็ไม่มีกองทัพไทย ไม่มีประเทศไทย

**************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s