ผู้ใหญ่ในขวดแก้ว

ผู้ใหญ่ในขวดแก้ว

 

เขียนโดย  แก้วมณี

 

การพูดคุยระหว่างอดีตนายกฯไทยกับคนเสื้อแดงที่เชียงใหม่ทำให้สังคมไทยสั่นสะเทือนยิ่งเมื่อรายชื่อผู้ใหญ่ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ในวงการทหาร องคมนตรี ตุลาการ ล้วนอยู่เบื้องหลังการทำปฏิวัติเมื่อปีพ.ศ. 2549 แต่ละคนต่างมีเบื้องหลังความแค้นเคืองด้วยสาเหตุแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยสังเกตได้คือ ทุกรายชื่อล้วนอยู่ในสังคมปิดที่เกี่ยวข้องกับความคิดอนุรักษ์นิยมสุดขั้วที่เคยพ่ายแพ้ต่อฝ่ายประชาธิปไตยเมื่อปีพ.ศ. 2475 และพวกเขาได้รับโอกาสในการปรับตัวจากคณะราษฎร์ในเวลานั้นด้วยความเห็นใจกับประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่าสองร้อยปี ความผิดพลาดอย่างหนึ่งที่คณะราษฎร์ทิ้งไว้ให้สังคมไทย คือ มิได้จัดระเบียบองค์ความรู้และความเชื่อในระบอบประชาธิปไตยไว้ให้วงการทหาร ตำรวจ และตุลาการ จึงทำให้คนในวงการดังกล่าวยังยึดติดกับความเชื่อเดิมในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ขณะที่คนไทยทั้งประเทศเข้าใจสิทธิเสรีภาพของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ คณะราษฎร์ปลูกฝังความเชื่อนี้ไว้ในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ณ วันเวลานี้มันได้ฝังในสายเลือดของคนไทยยุคใหม่ที่ไม่ต้องการเป็นทาสหรือไพร่ของชนชั้นปกครองในอดีตอีกต่อไป แต่มิได้เน้นอบรมแนวทางถูกต้องแก่บุคคลในวงการดังกล่าวให้เข้าใจกับสถานภาพใหม่ภายใต้ระบอบใหม่ด้วย จึงทำให้พวกเขายึดติดและเชื่อมั่นต่อผู้ปกครองยุคเดิมต่อเนื่องมาจนบัดนี้

เมื่อความเชื่อว่าคนในวงการทหาร องคมนตรี ตุลาการ คือ ชนชั้นผู้ปกครองที่ต้องมีไพร่อยู่ในอาณัติยังดำรงอยู่ในสมองสืบเนื่องถึงลูกหลานของพวกเขาหรือยังมีการสอนในหน่วยงานเหล่านั้นโดยไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ทำให้พวกเขาเกิดอาการหลงผิดและไม่เข้าใจสถานภาพของตนในระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง การปฏิวัติหลายครั้งในประเทศไทยจึงเกิดเพราะฝีมือคนในวงการเหล่านี้เสมอเนื่องจากไม่เข้าใจบทบาทที่เหมาะสมของตน โดยดูได้จากคำพิพากษาฎีกาที่ยอมรับอำนาจของคณะปฏิวัติซึ่งมิได้มาจากระบอบประชาธิปไตยอันส่งผลปั่นป่วนในสังคมไทยวันนี้ซึ่งต่อต้านอำนาจนอกระบอบอย่างเข้มงวดเยี่ยงเดียวกับชาติตะวันตก แต่แนวคิดของตุลาการยังไม่เคยเปลี่ยนที่จะเคารพนับถือผู้ใช้พละกำลังทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย เมื่อเปรียบเทียบกับคนในวงการเดียวกันของประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เคยทำปฏิวัติแย่งชิงอำนาจจากประชาชนเลย องคมนตรีซึ่งถือตนเป็นพวกอำมาตย์ ตำแหน่งโบราณจากอดีต ทหาร ตำรวจ ตุลาการ ในไทยยังไม่พัฒนาเข้ากับระบอบประชาธิปไตยได้เลยนับแต่ปีพ.ศ. 2475 แล้ว ปัญหาคือ การศึกษาของไทยไม่ได้สอดแทรกความเข้าใจที่ถูกต้องของการปกครองระบอบประชาธิปไตยให้แก่ผู้รับการศึกษา แต่เน้นให้คนเรียนเชื่อฟัง คิดเองไม่เป็น เป็นผู้รับคำสั่งด้านเดียว ทำให้เด็กรุ่นหลังไม่สามารถพัฒนาบ้านเมืองได้เต็มที่เยี่ยงเดียวกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรือสิงคโปร์ อีกทั้งยังส่งผลให้ทหาร ตำรวจ ตุลาการ ยึดติดกับการเป็นผู้รับฟังคำสั่งฝ่ายเดียว ห้ามเถียง ห้ามพูด กับพวกอำมาตย์หลงยุค จึงส่งผลให้สังคมไทยวุ่นวายเพราะผู้ใหญ่ประเภทอำมาตย์หลงยุคไม่ทำงานตามหน้าที่ของตน หลงอำนาจและเวลาที่ล่วงเลยไปแล้ว การไม่ปล่อยวางอำนาจหรือความรุ่งเรืองในอดีต ผู้นำหุ่นเชิดที่ไม่เคยอยากเป็นอิสระ จึงพยายามแสดงบารมี อำนาจบาตรใหญ่ยามสังคมไทยอ่อนแอสุดขีด

การศึกษาที่ไม่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นในระบบการผลิตบุคลากรด้านตุลาการ ทหาร ตำรวจ ซึ่งล้วนเป็นลูกหลานของคนไทยซึ่งเคยเป็นชั้นไพร่ตามระบอบเก่าก่อนปีพ.ศ. 2475 ทำให้กลายเป็นเครื่องมือของพวกอำมาตย์หลงยุคซึ่งต้องการฟื้นฟูระบอบเก่ากลับคืนอีกครั้งยามสังคมไทยอ่อนแอ ทำให้บุคลากรยุคนี้ไม่สามารถคิด พิจารณา คัดแยกความถูกต้องหรือความชั่วได้ด้วยตัวเอง จึงหลงเป็นเหยื่อให้พวกอำมาตย์หลงยุคสนตะพายและยึดอำนาจอธิปไตยของปวงชนกลับไป และลดสถานภาพคนไทยให้กลับเป็นไพร่อีกครั้ง ขณะที่คนไทยไม่ตระหนักถึงอำนาจอธิปไตยและอิสรภาพของตนที่คณะราษฎร์ต่อสู้ได้ชัยชนะจากอดีต จึงไม่ค่อยหวงแหนสิทธิเสรีภาพเหล่านั้นไว้ซึ่งแตกต่างจากบรรพชนของพวกเขาที่ผ่านความทุกข์ยากแร้นแค้นของสภาพไพร่ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาแล้ว รวมไปถึงการรีดภาษีจากไพร่เพื่อสนองความสุขของชนชั้นผู้ปกครองในอดีต เมื่อตุลาการยุคนี้ไม่เข้าใจสถานภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตยจึงยอมตนเป็นเครื่องมือทำลายล้างสิทธิเสรีภาพของคนไทยด้วยความยอมจำนนและความเกรงกลัวซึ่งนำพาความเสื่อมเสียต่อเกียรติยศศักดิ์ศรีของวิชาชีพและจรรยาบรรณที่ควรมีในเหล่าตุลาการซึ่งต้องรักษาและผดุงความยุติธรรมให้แก่ปวงชน มิใช่ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อีกทั้งตุลาการต้องทำงานเพื่อปวงชน เป็นลูกจ้างของปวงชน ให้ความเป็นธรรมแก่ปวงชน อันเป็นหลักคิดในระบอบประชาธิปไตยต่อสถานภาพตุลาการ การทำงานเพื่อสนองตัณหาของพวกอำมาตย์หลงยุคในการแย่งชิงอำนาจจากประชาชนให้สำเร็จ ถือว่า มิใช่ตุลาการของปวงชน แต่เป็นกบฎต่อปวงชน

ผู้ใหญ่ในวงการทหาร ตุลาการ ตำรวจ วันนี้เป็นผลพวงจากการศึกษาที่ผิดพลาดและปล่อยให้พวกอำมาตย์หลงยุคปลูกฝังแนวคิดอำมาตย์นิยมแก่เด็กหลายรุ่น ทำให้กลายเป็นผู้ใหญ่ในขวดแก้ว ที่หลงคิดว่าขวดแก้วเป็นโลกใบใหญ่ที่สวยงามและไม่อยากเติบโตเคียงข้างกับเพื่อนในโลกภายนอก บัดนี้ รอบประเทศไทยล้วนปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องใช้ชีวิตเข้ากับสถานภาพความเท่าเทียมกันทางสังคม การเลือกตั้งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบนี้ ชนชั้นวรรณะต้องไม่มีอย่างเด็ดขาด ความเคารพนับถือบุคคลมิใช่การแบ่งชนชั้นทางสังคม แต่เป็นความนอบน้อมให้เกียรติและเอื้ออารีของคนไทย บุคคลใดต้องการหมุนเวลากลับไปมีชนชั้นวรรณะเพื่อหวังอำนาจปกครองต้องถูกประณามและขับไล่โดยคนไทยเพราะมันเป็นกบฎต่อสังคมไทยที่อยู่ในการปกครองประชาธิปไตยในวันนี้ เมื่อต้องการเป็นผู้ใหญ่ในขวดแก้วก็เป็นสิทธิส่วนตัวที่พึงกระทำได้ แต่มิควรบังคับให้คนไทยต้องเชื่อฟังเขาด้วย มันขัดต่อหลักความเท่าเทียมกันและความแตกต่างกันทางความคิดในระบอบประชาธิปไตย คนไทยต้องใช้สิทธิเลือกว่า ต้องการให้ประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์หรือยอมให้นำระบบอำมาตย์หลงยุคที่ต้องมีผู้ปกครองและไพร่มาใช้กับคนไทยยุคไซเบอร์ตามที่พวกอำมาตย์หลงยุคยืนยันว่าเป็นระบบที่เหมาะสมกับคนไทยที่สุด การคิดพิจารณาของคนไทยด้วยเหตุผล การปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากการฝังรากแนวคิดของพวกอำมาตย์หลงยุคด้วยสติปัญญาของตน ถือเป็นวิถีคนกล้าอย่างแท้จริงในการเดินออกจากขวดแก้วที่พวกอำมาตย์หลงยุคเขียนภาพสวยงามประดับไว้และมาเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริงที่กว้างใหญ่ มีความเสมอภาคทางสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ความเป็นธรรมทางสังคมและกฎหมาย มิใช่อยู่ในความครอบงำหรือเงามืดของพวกยุคเก่าซึ่งไม่ยอมรับการพัฒนาของโลก

 

*******************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s