สถานภาพขององคมนตรี

สถานภาพขององคมนตรี

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

สถานภาพบุคคลเริ่มแต่เมื่อคลอด แล้วอยู่รอดเป็นทารก เป็นข้อกฎหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวดสถานภาพบุคคล ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ถือกำเนิดและมีลมหายใจนับแต่คลอดออกจากท้องของมารดามีสภาพบุคคลแล้ว จากนั้นรัฐธรรมนูญไทยตั้งแต่ฉบับแรกในปีพ.ศ. 2475 จนถึงฉบับปัจจุบันปีพ.ศ. 2550 กำหนดชัดเจนว่าบุคคลสัญชาติไทยมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งแยกเพศ ศาสนา ชนชั้นวรรณะ อีกทั้งยังมีสิทธิเลือกตั้ง 1 คน 1 เสียง เสมอภาคกัน ไม่มีข้อบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญไทยกำหนดแยกสถานภาพขององคมนตรีให้มีสิทธิมากพิเศษกว่าคนไทยทั่วไป  ดังนั้น จึงถือว่า ผู้เป็นองคมนตรี ย่อมมีสิทธิเสรีภาพเยี่ยงเดียวกับประชาชนคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญและมิได้อยู่เหนือการเมืองที่คนไทยจักละเมิดมิได้

องคมนตรี เป็นคณะบุคคลในรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งขึ้นตามพระราชอัธยาศัยของกษัตริย์ตามจำนวนที่กำหนดไว้ หน้าที่ของคณะบุคคลนี้ คือ ที่ปรึกษาของพระเจ้าแผ่นดิน มีรายได้จากตำแหน่งนี้เยี่ยงเดียวกับที่ปรึกษาขององค์กรเอกชนโดยมีกฎหมายรองรับไว้ องคมนตรีแต่ละคนล้วนเปี่ยมด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์หลากวิชาชีพ และต้องเคยทำคุณประโยชน์ในแผ่นดินมาแล้ว การให้คำปรึกษานั้นจะเกิดขึ้นเป็นไปตามพระประสงค์ของกษัตริย์เท่านั้น เมื่อไม่มีกฎหมายใดกำหนดสถานภาพเหนือการเมืองที่จักละเมิดไม่ได้ องคมนตรีจึงมีสถานภาพบุคคลเยี่ยงเดียวกับคนไทย คือ เมื่อเกิดและมีลมหายใจ ย่อมมีสภาพบุคคลและมีสัญชาติไทย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเสมอภาคเยี่ยงเดียวกับคนไทย คือ 1 คน 1 เสียงเลือกตั้งโดยรัฐธรรมนูญรับรองไว้ เมื่อทำงานมีรายได้ก็ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยไม่ได้รับข้อยกเว้นจากกฎหมาย สิ่งแตกต่างคือ พวกเขาทำงานเป็นคณะที่ปรึกษาของพระเจ้าแผ่นดิน ขณะที่คนไทยประกอบอาชีพหลากหลายตามความรู้ของตน

ข่าวหนึ่งที่สร้างความสับสนแก่คนไทย คือ บางคนกล่าวว่า การพูดจาพาดพิงองคมนตรี คือ การหมิ่นสถาบันเบื้องสูงซึ่งมีโทษหนักเยี่ยงเดียวกับการกล่าวถึงโดยตรง ทำให้คนไทยสงสัยและงุนงงยิ่งว่า คณะองคมนตรีเป็นสถาบันเบื้องสูงหรือไม่ ? ความจริงแล้วองคมนตรีมิใช่สถาบันเบื้องสูงที่มีกฎหมายจำเพาะลงโทษผู้ที่มีเจตนากระทำละเมิดข้อกฎหมายนั้น อีกทั้งคณะองคมนตรีเป็นคณะที่ปรึกษาของพระเจ้าแผ่นดินตามหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ  เนื่องจากกฎหมายอาญากำหนดบทลงโทษผู้กระทำหมิ่นกษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการ เท่านั้น มิได้มีคำว่า องคมนตรี ไว้ในมาตราดังกล่าวด้วย  จึงไม่อาจนำบทลงโทษนี้ไปใช้กับผู้กระทำต่อองคมนตรีได้ หากองคมนตรีคนใดเห็นว่าถูกกระทำละเมิด ต้องไปฟ้องคดีความหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไปซึ่งเขียนแยกไว้อีกมาตราหนึ่ง รัฐธรรมนูญกำหนดสถาบันสำคัญของประเทศมีเพียง 3 อย่างเท่านั้น คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ องคมนตรีจึงต้องใช้ข้อกฎหมายเดียวกับประชาชนเพราะมิได้มีสถานภาพพิเศษแตกต่างจากคนไทย ดังนั้นผู้ดำรงตำแหน่งในคณะองคมนตรีย่อมใช้สิทธิเสรีภาพได้เยี่ยงเดียวกับประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน รวมทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือประมวลกฎหมายอาญาด้วย  คณะบุคคลนี้มิได้เป็นอภิสิทธิ์ชนที่อยู่เหนือคนไทยเนื่องจากรัฐธรรมนูญไทยกำหนดว่า บุคคลสัญชาติไทยย่อมมีความเสมอภาค มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน มิใช่ชนชั้นวรรณะพิเศษ และไม่มีหมวดที่แยกต่างหากกำหนดให้คณะองคมนตรีมีสถานภาพพิเศษแตกต่างจากคนไทย เพียงแค่ระบุหน้าที่ของคณะบุคคลนี้ไว้เท่านั้น

คุณสมบัติหนึ่งของคณะองคมนตรีที่เป็นปัญหาคาใจของคนไทย คือ การไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือที่ปรึกษาพรรคการเมือง ซึ่งมีเจตนาชัดเจนว่าไม่ต้องการให้คณะบุคคลนี้ฝักใฝ่การเมืองซึ่งเป็นเรื่องของนักการเมืองในอำนาจบริหาร นับแต่ถือกำเนิดคณะองคมนตรีขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับแรกพร้อมกับประธานองคมนตรีท่านแรกนั้นมีการปฏิบัติตนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด อันส่งผลให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่สั่นคลอน มีเกียรติยศศักดิ์ศรีเด่นสง่ามาตลอด เพราะองคมนตรีรุ่นก่อนๆไม่ยุ่งเกี่ยวหรือแปดเปื้อนมลทินกับการเมืองที่ต้องแย่งชิงอำนาจกัน ณ วันเวลานี้คณะบุคคลรุ่นนี้เริ่มเปลี่ยนแนวคิดไปแย่งอำนาจจากประชาชนโดยตรงด้วยการอยู่เบื้องหลังและชี้นำการเมืองไทยจนสร้างความสับสนวุ่นวายแก่สังคมไทย ทำลายความน่าเชื่อถือในกลุ่มประชาชน สร้างความหวาดระแวงใจแก่คนไทยว่ากำลังจะหมุนเวลากลับไปใช้ระบอบการปกครองเก่าที่ต้องมีเพียงผู้ปกครองและไพร่ ขณะที่คนไทยไม่ต้องการมีสถานภาพไพร่และหวงแหนสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยอย่างมาก จึงเกิดการเผชิญหน้าด้วยจิตหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับคณะบุคคลดังกล่าวขึ้นในสังคมไทย ความเสื่อมศรัทธาแพร่หลายในคนไทยทั้งประเทศอันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเนื่องจากพฤติกรรมที่แสดงต่อสาธารณชนของบางบุคคลในคณะองคมนตรีที่ผิดแผกจากเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญและการยกสถานภาพบุคคลขององคมนตรีแอบอิงกับสถาบันเบื้องสูงด้วยการพูดข่มขู่คนไทยว่า การพูดพาดพิงคณะบุคคลนี้เท่ากับกล่าวหมิ่นประมาทสถาบันเบื้องสูงด้วย ทั้งที่ไม่มีข้อบัญญัติใดกำหนดให้คณะองคมนตรีเป็นสถาบันสูงสุดในระบอบประชาธิปไตยที่คนไทยล่วงละเมิดหรือกล่าวถึงมิได้ จึงเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานภาพทางสังคมแท้จริงตามกฎหมายของคณะบุคคลดังกล่าว บุคคลคณะนั้นเป็นคนไทยซึ่งมีหน้าที่หรือทำงานรับใช้เป็นที่ปรึกษาของพระเจ้าแผ่นดิน มีสิทธิเสรีภาพเสมอภาคกับคนไทย มีหน้าที่เสียภาษีเยี่ยงเดียวกับผู้มีสัญชาติไทย องคมนตรีมีสถานภาพบุคคลที่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์รับรองความเป็นคนไทยไว้ มิได้มีชนชั้นแตกต่างจากคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ความแตกต่างกันระหว่างองคมนตรีกับคนไทย คือ ทำงานคนละสาขาวิชาชีพเท่านั้น ส่วนที่เหมือนกันคือ คนไทยทุกสาขาวิชาชีพล้วนมีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไทยและมีหน้าที่ปกป้องสถาบันแห่งนี้ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างทรงเกียรติและสง่างามตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ อันถือเป็นการตอบแทนพระคุณอันล้นเหลือที่บรรพกษัตริย์ไทยได้ก่อร่างสร้างแผ่นดินอันสมบูรณ์เพื่อคนไทยในวันนี้

องคมนตรีต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หน้าที่เดียวของคณะบุคคลนี้ คือ ให้คำปรึกษาแก่พระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น การให้คำชี้แนะแก่บุคคลอื่นจักมิใช่องคมนตรี หากผู้ใดในคณะองคมนตรีต้องการเข้าสู่เวทีการเมือง สมควรลาออกจากตำแหน่งนี้ก่อนเพื่อมิให้เสื่อมเสียเกียรติและศักดิ์ศรีของคณะองคมนตรีที่ดำรงมาหลายรุ่นแล้ว จากนั้นจึงใช้สิทธิของคนไทยตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีเสรีภาพทางการเมืองเพื่อสมัครเป็นผู้รับการเลือกตั้งให้ประชาชนลงคะแนนเลือกท่านเข้าไปเป็นผู้บริหารบ้านเมือง จึงถือเป็นนักการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งคณะปฏิวัติร่างขึ้นใช้บังคับกับคนไทยทั้งประเทศและให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบในวันนี้ การใช้ฐานะองคมนตรีบงการหรือแสดงบารมีออกคำสั่งล่วงล้ำฝ่ายบริหารบ้านเมืองราวกับเป็นผู้ปกครองประเทศถือเป็นการกระทำเกินขอบอำนาจที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับองคมนตรี โดยเฉพาะการสร้างภาพคณะบุคคลให้เทียมเท่าสถาบันเบื้องสูงโดยมิบังควรและมิชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องน่าละลายใจที่องคมนตรีคนใดมิสมควรกระทำอย่างยิ่ง อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ใช้บังคับกับคนไทย ยังไม่มีข้อความกำหนดบังคับว่า อำนาจอธิปไตยเป็นขององคมนตรี ประชาชนจึงควรเรียกร้องให้บุคคลในคณะดังกล่าวที่แสดงตนนอกกรอบอำนาจขององค์คณะสมควรพิจารณาทบทวนและตัดสินใจว่า เขาอยากทำงานเป็นองคมนตรีหรือนักการเมือง แล้วปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกรอบกติกาของตำแหน่งดังกล่าว จึงถือเป็นความชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการต่อสู้บนเวทีการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน มิใช่แบกป้ายแสดงตนว่าเป็นองคมนตรี แต่อยากชิงอำนาจเป็นนักการเมืองด้วยเพื่อใช้บารมีประจำตำแหน่งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

 

*******************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s