สิทธิควรรู้ของผู้ถูกจับกุมโดยตำรวจ

สิทธิควรรู้ของผู้ถูกจับ

 

เขียนโดย  ลีลา LAW

 

               

                       กฎหมายมีการปรับปรุงเนื้อหาให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญไทยซึ่งมุ่งเน้นกำหนดสิทธิและคุ้มครองคนบริสุทธิ์มาเป็นระยะเพื่อให้โอกาสพิสูจน์ข้อกล่าวหาความผิดอย่างยุติธรรมที่สุด ดังนั้น คนไทยจึงควรรับทราบและใช้สิทธิดังกล่าวที่กฎหมายมอบไว้อย่างเต็มที่ หลายท่านอาจสงสัยว่า เมื่อถูกกล่าวหาและตำรวจจับตามที่ผู้ร้องทุกข์แจ้งความไว้ พวกเขาจะได้ความคุ้มครองจากกฎหมายอย่างไร หรือผู้ถูกกล่าวหาจะถือเป็นนักโทษจับขังคุกได้เลย ปัจจุบันนี้กฎหมายกำหนดสิทธิเบื้องต้นของผู้ถูกจับไว้ชัดและตำรวจมิอาจทำละเมิดได้

สิทธิเบื้องต้นของผู้ถูกจับ

                ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7/1 บัญญัติว่า  ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรือขัง มีสิทธิแจ้งหรือขอให้เจ้าพน้กงานแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งถูกจับหรือผู้ต้องหาไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรกและให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา มีสิทธิดังต่อไปนี้ด้วย

1. พบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว

2. ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ในชั้นสอบสวน

3. ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร

4. ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็ว เมื่อเกิดการเจ็บป่วย

                ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งรับมอบตัวผู้ถูกจับ หรือผู้ต้องหามีหน้าที่แจ้งให้ผู้ถูกจับ หรือผู้ต้องหานั้นทราบในโอกาสแรกถึงสิทธิตามวรรคหนึ่ง

                จากหลักกฎหมายข้างต้นแม้จะกำหนดการแจ้งสิทธิผู้ถูกจับให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ผู้ถูกจับอาจเรียกร้องเองก็ได้ สิทธิดังกล่าวมีจุดประสงค์ป้องกันการข่มขู่ บังคับ ซ้อมทำร้ายเพื่อให้ผู้ถูกจับให้การตามความต้องการของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่มีจิตทุจริต

สิทธิการจับผู้ต้องหา

                ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 57 วรรค 1 บัญญัติว่า  ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา 78 มาตรา 79 มาตรา 80 มาตรา 92 มาตรา 94 แห่งประมวลกฎหมายนี้ จะจับ ขัง จำคุก หรือ ค้นในที่รโหฐาน หาตัวคนหรือสิ่งของ ต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลสำหรับการนั้น

                กฎหมายกำหนดให้การจับ ขัง หรือจำคุก ต้องมีหมายของศาลเพื่อทำการนั้น โดยต้องปรากฏหลักฐานตามสมควรให้ศาลเชื่อว่ามีเหตุควรออกหมายจับด้วย จึงเป็นการช่วยกลั่นกรองและป้องกันการทำงานพลั้งพลาดหรือการใส่ร้ายคนบริสุทธิ์อันเกิดจากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ส่วนผู้ที่ร้องขอหมายจับได้ กำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองระดับสามขึ้นไปหรือตำรวจยศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไปด้วย

เหตุออกหมายจับ

                ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 บัญญัติว่า  เหตุที่จะออกหมายจับได้ มีดังต่อไปนี้

1. เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ

2. เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น

                ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี

                นอกเหนือจากการใช้หมายจับตามปกติแล้ว ตำรวจยังมีอำนาจในการจับผู้ร้ายที่กระทำผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องรอหมายจับ เพื่อป้องกันผู้บริสุทธิ์และสร้างความสงบให้บ้านเมือง เช่น การชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ลักลอบขนยาเสพย์ติด ค้าประเวณี เป็นต้น มาตราข้างต้นได้กำหนดลักษณะพฤติกรรมการหลบหนีของผู้ต้องหาซึ่งศาลอาจออกหมายจับให้ชัดเจนและทำได้รวดเร็วขึ้น

สิทธิการให้ถ้อยคำของผู้ถูกจับ

                กฎหมายกำหนดว่า ถ้อยคำใดๆที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้าเป็นถ้อยคำอื่นจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อได้มีการแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับก่อน นั่นคือ นับแต่นี้ไปเมื่อตำรวจจับผู้ต้องหา จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและบอกสิทธิของเขาให้รับทราบว่า เขามีสิทธิให้การหรือไม่ให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และผู้ถูกจับมีสิทธิจะพบและปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ

                นอกจากนั้นกฎหมายยังบัญญัติคุ้มครองการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ผู้จับซึ่งกระทำได้ตามความเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับ หากบุคคลซึ่งจะถูกจับ ขัดขวาง หรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี อีกทั้งกำหนดยืนยันว่าหน้าที่พิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหา อยู่ที่ฝ่ายโจทก์ มิใช่การอาศัยคำรับสารภาพของผู้ต้องหาเพียงอย่างเดียว

                หลักกฎหมายใหม่ออกมารับรองสิทธิตามรัฐธรรมนูญไทยเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา และส่งเสริมให้คนไทยมีสิทธิพบนักกฎหมายซึ่งมีความรู้ทัดเทียมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อคอยดูแลให้ได้รับความยุติธรรมอย่างเหมาะสม สุดท้ายคือ ศาลซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้กลั่นกรองการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เพื่อลดทอนอิสรภาพของคนไทยอย่างรอบคอบอีกชั้นหนึ่ง สิ่งสำคัญที่เราควรจดจำ คือ ควรร้องขอใช้สิทธิซึ่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ โดยไม่จำต้องอดทนหรือยอมถูกกดขี่จากผู้มีอำนาจ เนื่องจากตอนนี้กฎหมายได้เขียนสิทธิของคนไทยในเรื่องข้างต้นไว้อย่างชัดเจน ไม่ต้องตีความใดๆอีก และชาวบ้านธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน หากทุกคนรู้จักใช้สิทธิตามกฎหมาย จักเป็นการช่วยป้องกันการใช้อำนาจมิชอบของเจ้าหน้าที่บางคนได้และเป็นการเตือนล่วงหน้าว่า ท่านจักร้องเรียนหรือฟ้องคดีต่อไป หากมีการทำละเมิดสิทธิของท่าน ทำให้เขาจำต้องหยุดยั้งพฤติกรรมไม่ดีที่คิดทำไว้ด้วยเกรงมีผลต่ออาชีพหรือนาคตในหน้าที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องหาก่อนเข้าสู่การดำเนินคดีในศาล 

 

******************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s