สมดุลย์ คือ พอเพียง กับ เพียงพอ

สมดุลย์ คือ พอเพียง กับ เพียงพอ

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

ข่าวสารจากทั่วโลกสร้างความหวั่นเกรงแก่ประชาชนมากเมื่อบริษัทใหญ่ปลดคนงานเพื่อความอยู่รอดของกิจการด้วยการลดต้นทุนแรงงานลง การปลดคนงานลามระบาดมาสู่สังคมไทยระยะหนึ่งแล้ว แต่สำนักข่าวในไทยพยายามลดระดับข่าวประเภทนี้ลงเพราะไม่อยากให้คนไทยตกใจหรือวิตกมากเพราะรัฐบาลยังไม่มีมาตรการใดที่จะแก้ปัญหานี้เลย การแจกเงิน 2,000 บาท แก่ผู้มีเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งมิได้ประสบปัญหาปากท้องอย่างแท้จริงเพราะคนมีเงินเดือนน้อยต้องประหยัดใช้เงินให้สมดุลย์กับรายได้อยู่แล้ว มันคือสัญชาตญาณของมนุษย์ในยามทุกข์เข็ญ ขณะที่คนตกงานหรือคนจนต้องพบความอดอยากข้าวปลาและเครื่องนุ่งห่มเก่าขาดวิ่น ค่าของเงินสองพันบาทย่อมมีสูงยิ่งในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ แต่รัฐบาลแจกเงินแก้ปัญหาไม่ใช่กับกลุ่มคนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง มันบ่งบอกว่าการแจกเงินน่าจะมีวัตถุประสงค์แอบแฝงทางการเมืองเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งหน้า

หากคิดทบทวนคำสั่งสอนจากผู้ใหญ่ในครอบครัวจะได้ยินว่า การอยู่ตามอัตภาพคือ ต้องรู้จักใช้เงินให้สมดุลย์กับรายได้ จึงมีความสุขอย่างแท้จริง อย่านำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่มีฐานะการเงินดีกว่าเพราะแต่ละคนมีความสามารถไม่เท่าเทียมกันอันส่งผลต่อการหารายได้แตกต่างกันด้วย ขอให้มีความพอเพียงตามอัตภาพย่อมมีความสุขได้เช่นเดียวกับคนรวย จักสังเกตได้ว่าคำสอนของผู้ใหญ่เน้นการใช้เงินตามอัตภาพ อีกทางหนึ่งเรื่องการทำมาค้าขายเพื่อหารายได้นั้น ผู้ใหญ่จะสอนว่าต้องใช้ปัญญาพลิกแพลงหรือดัดแปลงการค้าให้สร้างประโยชน์สูงสุด แต่ไม่เอาเปรียบลูกค้า แม้เนื้อที่ร้านค้าจะมีน้อย นั่นคือ การค้าอย่างชาญฉลาดและไม่ขยายตัวเร็วเกินพละกำลังแท้จริงของผู้ประกอบการ มันเป็นหลักการพัฒนาพื้นที่ของตนตามที่มีอยู่และทำไม่เกินกำลังความสามารถของตนให้ก่อประโยชน์สูงสุด

รัฐบาลรณรงค์ให้คนไทยนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันและการทำมาค้าขายหารายได้หรือทำเกษตรกรรมด้วย หลักคิดนี้เน้นการทำทุกอย่างด้วยความสมดุลย์ของชีวิตและไม่เกินกำลังความสามารถของแต่ละบุคคล แต่ต้องรู้จักนำไปใช้ให้ถูกวิธีและถูกเวลากับสถานที่ด้วย จักก่อประโยชน์สูงสุดแก่ชีวิตตนและครอบครัว การใช้ชีวิตอย่างสมดุลย์ระหว่างรายได้กับรายจ่ายย่อมไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ครอบครัวอย่างแน่นอนเพราะจักไม่มีหนี้สิน ส่วนคนที่มีหนี้สินหากนำแนวคิดนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันก็จะบริหารการเงินได้สมดุลย์ขึ้น คือ ลดความสุขส่วนตัวลง เพิ่มการชำระหนี้เพื่อปลดพันธนาการของชีวิตทำให้เป็นอิสระเร็วขึ้น การทวงหนี้หรือการยึดบ้าน ยึดรถ จักไม่เกิดขึ้น เรียกได้ว่า การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ย่อมมีความสุขท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำได้

ในทางกลับกันการแสวงหาปัจจัยสี่ของคนอย่างเพียงพอถ้านำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้กับการทำมาค้าขายหรือทำเกษตรกรรม อาจส่งผลเชิงลบต่อการพัฒนากิจการหรือพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศด้วย เพราะหลักคิดเน้นการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ทำแค่พอกินพอใช้ การซื้อขายมีน้อย การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจย่อมไม่เกิดขึ้น หากนำหลักสมดุลย์ไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่จักเกิดประโยชน์อย่างมาก ดังนั้น การนำหลักนี้ไปใช้กับภาคเศรษฐกิจการค้าหรือการผลิตจึงต้องฉลาดในการเอาไปใช้ เพื่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย เนื่องจากประเทศไทยเป็นแผ่นดินกว้างใหญ่ ประชากรสูง รายได้ของรัฐจึงเป็นหัวใจสำคัญให้เกิดความผาสุกและสงบสุขอย่างถ้วนหน้าได้ รายได้เกิดจากผลผลิตของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ดังนั้น การพัฒนาส่วนสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การปล่อยให้อยู่นิ่ง ไม่พัฒนาพื้นที่หรือวิธีการผลิตให้ดีขึ้นหรือขยายตัว อันส่งผลให้เพิ่มรายได้แก่ประเทศในการนำเงินไปเลี้ยงดูประชากรตามหลักเศรษฐกิจมหภาคโดยให้เป็นไปตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จักทำไม่ได้เด็ดขาด มันเป็นการบังคับให้รัฐบาลต้องหาเงินจากการกู้ยืมตามกองทุนต่างประเทศและทำให้ชาติอ่อนแอลงเพราะขาดเงินรายได้ไปบริหารบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น คนกลุ่มเดียวมีความสุข อีกหลายกลุ่มต้องทนทุกข์ทรมานจากความด้อยโอกาสอย่างไม่สิ้นสุด

เมื่อการขยายผลผลิต เพิ่มรายได้ แก่ประเทศ เป็นหัวใจสำคัญของความผาสุกของประชากร และหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงเรื่องความสมดุลย์สามารถปรับใช้กับการพัฒนาได้ จึงต้องกระตุ้นให้ประชาชนภาคการผลิตพัฒนาพื้นที่เพื่อเพิ่มผลผลิตด้วยการบริหารความสมดุลย์ของพื้นที่ เช่น ผืนนา 10 ไร่ ต้องจัดให้มีที่เก็บน้ำ ยุ้งฉางเก็บผลผลิต เก็บพันธุ์ข้าวไว้ปลูกคราวหน้าโดยไม่ต้องซื้อหาอีก รัฐต้องสอนวิธีเพิ่มผลผลิตขึ้นโดยใช้พื้นที่เท่าเดิม มันคือการพัฒนางานผลิตของเกษตรกร มิใช่บอกให้เกษตรกรทำแค่พอกิน  แต่ต้องกระตุ้นให้ขยันและคิดพัฒนาพื้นที่โดยไม่ต้องขยายเนื้อที่ออกไป มันจึงเป็นความฉลาดในการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงปรับใช้เข้ากับหลักเศรษฐศาสตร์สากลเพื่อให้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและเพียงพอ หากมนุษย์มีปัจจัยสี่ครบถ้วน โลกจักสงบสุขแท้จริง

อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม เป็นปัจจัยสี่ที่มนุษย์ปรารถนา การดิ้นรนทำมาหากินก็เพื่อเสาะหาปัจจัยสี่แก่ตนและครอบครัวเป็นหลัก ขณะที่เศรษฐกิจมหภาคเน้นปริมาณและคุณภาพของผลผลิตเพื่อหารายได้เข้าประเทศ การนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงปรับใช้จึงต้องทำให้ถูกกาละเทศะและสถานที่ด้วย จึงก่อประโยชน์อย่างมหาศาล ประเทศจีนซึ่งปกครองด้วยแนวคิดคอมมิวนิสต์ยังต้องแยกแยะการนำแนวคิดใช้ชีวิตประหยัด  ระหว่างชีวิตครอบครัวกับการพัฒนาประเทศและผืนดินเพื่อเพิ่มผลผลิตโดยรัฐต้องลดการแบ่งประโยชน์จากการทำงานของประชาชนลงเพื่อกระตุ้นให้คนจีนขยันทำงานและพัฒนางานผลิตอย่างเต็มที่โดยเขาหวังจะมีผลผลิตส่วนเกินสูงขึ้นแล้วขายแลกเป็นเงินไปซื้อหาปัจจัยสี่ให้ครอบครัว มันคือการสร้างความหวังเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นแก่ประชาชน คนจีนมีกำลังใจกับผลตอบแทนความขยันทำให้สามารถสร้างชีวิตที่ดีขึ้นแก่ครอบครัวได้ ด้วยอุปนิสัยประหยัดของคนจีนจากคำสั่งสอนของบรรพชน แม้จะมีรายได้สูงขึ้น แต่ระดับเงินออมของประเทศจีนก็ยังสูงกว่าหลายชาติเอเชีย ผลผลิตที่สูงและมีคุณภาพ รวมถึงกำลังซื้อของคนจีนช่วยยกระดับประเทศจีนให้เป็นมหาอำนาจซึ่งชาติตะวันตกต้องยอมรับในที่สุด ดังนั้น การรู้จักความสมดุลย์ในชีวิตกับการพัฒนาผลผลิตเพื่อเศรษฐกิจมหภาคของคนจีนจึงมีส่วนเกื้อหนุนกันอย่างมากอันส่งผลให้ประเทศเจริญอย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกันหากเน้นให้คนปลูกข้าวทำสวนแค่พอกินพออยู่ อาจทำให้เขามีความสุขเฉพาะตน แต่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก เนื่องจากผืนดินไม่ถูกใช้เต็มประสิทธิภาพเพราะทำพอกิน พอใช้ เท่านั้น แต่ไม่เหลือเพื่อหารายได้เป็นเงินออม เราต้องไม่ลืมว่า เงินออมเกิดขึ้นจากการกันส่วนจากรายได้เพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต แต่การทำพอกิน พอใช้ คือ การทำเพื่อปัจจุบันให้อยู่รอดไปแต่ละวันเท่านั้น ขณะที่เศรษฐกิจมหภาคนั้นต้องอาศัยศักยภาพสูงสุดของการผลิตเพื่อให้มีปริมาณสูงป้อนสู่ตลาดบริโภค แล้วเปลี่ยนเป็นเงินรายได้มาดูแลความเป็นอยู่ของประชากร จึงต้องอาศัยปริมาณและคุณภาพของผลผลิตต่อพื้นที่แหล่งผลิต การเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพโดยไม่เน้นขยายพื้นที่จักช่วยให้ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ไม่มุ่งขยายพื้นที่ให้กว้างแล้วเกิดการต่อสู้แย่งชิงกัน แต่เน้นพัฒนาผืนดินให้อุดมสมบูรณ์และเพิ่มผลผลิตในจำนวนพื้นที่เท่าเดิมด้วยความพอเพียง ตัวอย่างเช่น พื้นที่ 10 ไร่ เคยผลิตข้าวได้ 2 ครั้ง ต่อปี ถ้ามีการจัดระบบน้ำให้อุดมสมบูรณ์ ปุ๋ยดี อาจผลิตข้าวได้ 4 ครั้ง ต่อปี ในพื้นที่เท่าเดิม เป็นต้น แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงหรือทำแค่พอกินพอใช้จึงไม่เหมาะสมต่อการผลิตแบบเศรษฐกิจมหภาค แต่สามารถปรับแนวคิดนี้ต่อการพัฒนาพื้นที่ได้ โดยไม่ต้องคิดบุกรุกหรือแย่งชิงเพื่อขยายพื้นที่ แต่ควรปรับปรุงผืนดินเท่าที่มีอยู่เพื่อสร้างผลผลิตสูงสุด เช่น การขุดบ่อกักเก็บน้ำและเลี้ยงปลา การปลูกพืชสวนครัวเป็นรายได้เสริม เป็นต้น เมื่อมีรายได้สูงขึ้น ต้องเอาเงินส่วนที่เกินจากค่าใช้จ่ายประจำวันไปเก็บออมเผื่อใช้ยามจำเป็นหรือยามชราภาพอันเป็นการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อความผาสุกยั่งยืน การหารายได้เพื่อแสวงหาปัจจัยสี่อย่างเพียงพอและการใช้เงินโดยปรับใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จึงต้องใช้อย่างสมดุลย์ จักก่อประโยชน์แก่ครอบครัวและประเทศชาติ ถ้าไม่รู้จักปรับใช้อย่างเหมาะสม จักเป็นการทำลายความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนส่วนใหญ่ได้

ประเทศชาติควรเจริญรุ่งเรืองและเดินเคียงข้างไปกับประชาชนชาติอื่นๆในโลก การผลิตแค่พอกินพอใช้ ไม่หวังค้าขายกับใคร ประเทศจะมีเงินงบประมาณมาบริหารบ้านเมืองจากที่ใด เมื่อทุกคนไม่มีรายได้ ก็ไม่ต้องเสียภาษี มีชีวิตอย่างพอเพียง แต่คนอีกกลุ่มที่ต้องได้รับการเกื้อหนุนจากรัฐบาลจะมีชีวิตอย่างไรต่อไปเพราะรัฐบาลขาดเงินไปช่วยเหลือสร้างโอกาสแก่คนอีกกลุ่มที่อาจไม่มีผืนดินเป็นของตัวเองและด้อยโอกาส ยิ่งเป็นการเพิ่มช่องว่างทางสังคมไทยขึ้น สังคมจะวุ่นวายเมื่อคนไทยเฉื่อยชาและไม่มีความหวังต่ออนาคต ชาติย่อมไม่มีวันเจริญรุ่งเรืองได้ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นเรื่องดี แต่ต้องรู้จักนำไปใช้ให้เหมาะสมด้วย จึงก่อประโยชน์แก่ผู้ใช้และประเทศชาติ

 

****************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s